“ท่านเป็คนรู้จักของเม่ยเอ๋อร์ดอกหรือ?เชิญเข้ามาในเรือนก่อนเถิด” ชุนเหรินเห็นท่าทีของน้องสามีดูไว้ใจบุรุษตรงหน้าจึงเอ่ยปากเชื้อเชิญนางเห็นสายตาของคุณชายหู่ผู้นี้แล้วเดาได้ไม่ยากว่าเขาชอบสวีเม่ยเข้าแล้วข้างฝ่ายน้องสามีคนงามก็มิได้รังเกียจชายผู้นี้แต่อย่างใดรูปร่างหน้าตาและการแต่งกายก็ดูภูมิฐาน ชุนเหรินเห็นเขาก็รู้สึกถูกชะตา
“ขอบคุณแม่นาง คงจะมิรบกวนไปกระมัง?”
“มิได้ๆท่านอุตส่าห์ติดตามเม่ยเอ๋อร์มาถึงขนาดนี้ นับว่าท่านมีใจเป็ห่วงนางยิ่งนักระยะทางจากเมืองหลวงมาถึงหมู่บ้านนี้ก็มิใช่ใกล้”ชุนเหรินเกรงว่าสวีเม่ยจะตัดรอนไมตรีของคุณชายหู่จึงตั้งใจจะเอ่ยเตือนน้องสามี “ข้าชื่อชุนเหรินและนี่ลูกชายของข้า เสี่ยวหลง”
“ข้าชื่อหู่ซิ่นสือ เดินทางมาจากเมืองหลวงติดตามเถ้าแก่หลงมาค้าขายผ้า”
“คุณชายหู่ อย่าได้เกรงใจท่านนั่งดื่มน้ำชาคุยกับเม่ยเอ๋อร์ไปก่อนเถิดข้ากับชุนหลันจะเข้าครัวทำอาหารอร่อยมาให้กินกัน”
ฟั่นชุนหลันช่างรู้ความ เมื่อได้ยินเ้าของบ้านกล่าวเช่นนั้นก็รีบเข้าไปจูงมือเสี่ยวหลงเดินตามชุนเหรินเข้าไปในครัว“เสี่ยวหลงไปกินขนมกับข้าในครัวดีกว่านะ ยังมีอีกตั้งเยอะแน่ะ"
สวีเม่ยจนใจจึงเชิญเขานั่งหู่ซิ่นสือแสร้งทำหน้าหนาหย่อนก้นลงใกล้นาง “จู่ๆ เ้าก็ออกนอกเมืองข้าแปลกใจนักมิคาดว่าเ้าจะมีญาติอยู่หมู่บ้านนี้ด้วย”
“นางคือพี่สะใภ้ของข้าเสี่ยวหลงเป็หลานชายเพียงคนเดียว”
“เ้ามาเยี่ยมนางที่นี่บ่อยหรือ?”
“ถ้าข้าว่างข้าก็มา”
หู่ซิ่นสือแสร้งถามเกี่ยวกับหมู่บ้านนี้เพื่อมิให้สวีเม่ยรู้ว่าเขารู้เื่ของนางแล้วถ่วงเวลาจนกระทั่งชุนเหรินทำอาหารเสร็จ นึ่งไก่ร้อนๆ ปลาทอดและผัดผักก็ถูกนำมาขึ้นโต๊ะ “กลิ่นอาหารของแม่นางชุนช่างยั่วยวนใจนัก” ฟั่นชุนหลันทำหน้าที่จัดถ้วยและตะเกียบให้ทุกคน
“เ้าเอาอาหารไปให้ท่านลุงเหลิ่งที่เรือนเล็กด้วย”
“เ้าค่ะ”ฟั่นชุนหลันกระวีกระวาดไปยกถาดอาหารที่เตรียมไว้ไปส่งคนขับรถม้าที่เรือนเล็กด้านหลัง
“คุณชายหู่เชิญท่านลงมือได้เ้าค่ะ”ชุนเหรินได้ยินจากฟั่นชุนหลันที่ปูดเื่คุณชายหู่จ่ายเงินครั้งละยี่สิบตำลึงเพียงเพื่อมานั่งสนทนาและฟังสวีเม่ยบรรเลงผีผาก็รู้สึกประทับใจในความเป็สุภาพบุรุษของเขายิ่งนักนับว่าสวีเม่ยยังมีวาสนาได้พบบุรุษที่จริงใจ
หู่ซิ่นสือคีบเนื้อปลายื่นวางบนถ้วยข้าวของสวีเม่ย“เ้ากินให้มากเถิด พรุ่งนี้จะได้มีแรงกลับเมืองหลวง”ไม่รอให้นางเอ่ยตอบเขาก็หันไปทางชุนเหริน “จริงสิ! แม่นางชุนข้าได้ยินว่าคนขับรถม้าพักอยู่เรือนด้านหลัง ข้าพอจะรบกวนพักกับร่วมห้องกับเขาสักคืนได้หรือไม่?พรุ่งนี้จะได้ช่วยคุ้มครองเม่ยเอ๋อร์กลับหอซิงเยว่”
สวีเม่ยได้ยินคำเรียกขานของเขาก็แทบจะสำลักข้าวออกมาหู่ซิ่นสือเห็นนางทำเสียงอึกอักในลำคอก็รีบยื่นมือไปลูบหลังนาง“เม่ยเอ๋อร์เ้าค่อยๆ กินเถิด”
“มิเป็ไรคุณชายหู่เรือนเล็กข้ายังมีอีกห้องหนึ่งอาจจะไม่ใหญ่โตนักแต่ก็สะอาดสะอ้านพอให้คุณชายค้างแรมได้หากท่านไม่รังเกียจ” ชุนเหรินเห็นอาการของสองหนุ่มสาวก็ยิ้มกริ่ม
หู่ซิ่นสือยิ้มแป้น“ข้าจะกล้ารังเกียจเรือนของเม่ยเอ๋อร์ได้อย่างไรเล่า?”
“ท่านเรียกข้าแม่นางสวีอย่างเดิมจะดีกว่ากระมัง?”
“ได้อย่างไรกัน? ข้าพูดคุยกับเ้าตั้งหลายครั้งบัดนี้ยังมาจนถึงเรือนของเ้าอีก ไม่นับข้าเป็สหายหรือไร?”
สวีเม่ยจนใจกับคนตรงหน้าแต่ใบหน้าซื่อๆ ของเขาก็ทำเอานางปฏิเสธไม่ลง
“เอาเถอะน่าเม่ยเอ๋อร์คุณชายหู่มีน้ำใจมานอนเฝ้ารอคุ้มครองเ้ากลับเมืองเช่นนี้ก็สมควรนับเขาเป็สหายแล้ว”ชุนเหรินหันไปเล่าเื่ที่สวีเม่ยถูกคนดักทำร้ายระหว่างทางให้หู่ซิ่นสือฟัง
“เม่ยเอ๋อร์พอจะรู้หรือไม่ว่าผู้ใดอยากจะทำร้ายเ้า?”
“จะมีผู้ใดอีกล่ะเ้าคะ?มีเพียงฮูหยินของใต้เท้าเซี่ยที่คุมแค้นไม่เลิกรา”
“อ้อ!เช่นนั้นก็สมควร” องครักษ์หู่แกล้งทำไขสือ พยักหน้าหงึกหงักราวกับไม่แปลกใจ “ในเมื่อนางระแวงว่าเ้าเป็สตรีที่สามีเลี้ยงดูก็ย่อมแค้นใจเป็ธรรมดา”สตรีทั้งสามในโต๊ะลอบสบตากันฟั่นชุนหลันนึกโทษตนเองที่โพล่งเื่ที่ผู้คนเข้าใจผิดออกมาเมื่อเห็นพวกนางอึกอัก หู่ซิ่นสือก็อดจะขำในใจไม่ได้ “แต่พวกเ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะดูแลเม่ยเอ๋อร์กลับในเมืองอย่างปลอดภัยแน่นอน”
ชุนเหรินไม่กล้าเอ่ยต่อเพราะมิรู้ว่าคุณชายหู่ผู้นี้รู้เื่ราวเบื้องลึกในครอบครัวของตนเพียงใดบนโต๊ะอาหารจึงเงียบลงจนกระทั่งทุกคนอิ่มหนำสำราญ ชุนเหรินพาเสี่ยวหลงเข้านอนฟั่นชุนหลันอาสาเก็บโต๊ะอาหารและทำความสะอาดถ้วยจานปล่อยให้สองหนุ่มสาวเดินชมจันทร์อยู่ลานหน้าบ้าน
“เ้าออกมานอกเมืองเช่นนี้หากมีผู้คิดทำร้ายติดตามมาย่อมอันตรายนัก”
“ข้ามิได้เพิ่งโดนลอบทำร้ายเป็ครั้งแรกเสียหน่อยพี่เหรินก็เคยเจอ”
“หือ! เพราะเหตุใดเล่า?”
สวีเม่ยเพิ่งรู้ตัวว่าตนพลั้งปากพูดสิ่งที่จะทำให้คนผู้นี้เกิดความสงสัยความลับที่เก็บไว้มานานหากถูกเปิดเผยความปลอดภัยของคนในครอบครัวของนางย่อมมีช่องโหว่”
“ท่านอย่ารู้เลยดีกว่า”นางตัดบทเตรียมจะหันหลังกลับเข้าเรือน
“หากข้าบอกเ้าว่าข้าสามารถคุ้มครองให้พวกเ้ารอดพ้นจากอิทธิพลของเ้าเมืองหยางได้เ้ายังจะไว้ใจข้าอยู่หรือไม่?”
“หรือว่าท่าน?”
“บอกเ้าตามตรงข้าเป็ขุนนางจากราชสำนัก เดินทางมาเพื่อสืบราชการลับในเมืองชิงหลิวหากบอกเช่นนี้เ้ายังจะไว้ใจข้าหรือไม่?” ชายหนุ่มล้วงเอาตราประจำตัวขุนนางออกมาให้นางดูสวีเม่ยเห็นตราวังหลวงก็ตกตะลึงไปครู่ “ข้ายอมบอกความลับของข้าแล้วเม่ยเอ๋อร์แล้วความลับของเ้าเล่า? จะไม่ยอมให้ข้ารู้เลยหรือ?”
นางสบตาเขายับยั้งชั่งใจอยู่พักหนึ่ง “ได้! ข้าจะให้ท่านช่วย”นางจึงเล่าเื่ที่นางกับเซี่ยอวี่ซีสองพี่น้องเข้ามาในเมืองชิงหลิวเพื่อหวังจะแก้แค้นครอบครัวของเ้าเมืองหยางที่เคยกลั่นแกล้งท่านพ่อของนางที่เป็เพียงขุนนางชั้นผู้น้อยจนถูกเนรเทศเซี่ยอวี่ซีมีวิทยายุทธ์ยอดเยี่ยมจึงสมัครเป็มือปราบ ด้วยรูปร่างหน้าตาหมดจดทำให้เป็ที่ถูกใจสตรีในเมืองชิงหลิวหลายนางกระทั่งเขาได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นคุณหนูใหญ่ผู้เอาแต่ใจคนนั้นจึงให้ท่านพ่อของนางมาต่อรองเพื่อให้เซี่ยอวี่ซียอมแต่งงานด้วย
“พี่เหรินเป็คนในหมู่บ้านเดียวกับข้าหลังจากพี่อวี่ซี่มาเป็มือปราบได้หลายปีทางบ้านของนางลำบากจนนางต้องบากหน้ามาเป็นางคณิกาเคราะห์ดีพี่อวี่ซีมาพบเข้าก่อนที่นางจะถูกบังคับให้รับแขกจึงได้ซื้อตัวนางไว้จากนั้นฝากข้าแฝงตัวเข้าไปหาข่าวในหอซิงเยว่จวบจนพี่เหรินตั้งครรภ์จึงพานางออกมาอยู่นอกเมือง”
“เ้ายังอยู่ที่นั่นเพื่อหาข่าวใดหรือ?”
“ท่านคงพอจะรู้ว่าเหล่าขุนนางมักไปหาความสำราญที่นั่นแต่เพราะเกรงบารมีใต้เท้าเซี่ยจึงไม่กล้าวอแวกับข้าพวกเขาเมาแล้วก็มักจะพูดเื่ที่ไม่ควรพูดออกมาข่าวการทุจริตที่ข้าและพี่อวี่ซีเก็บไว้ก็ได้มาจากที่นี่”
************
