[RIN] อัจฉริยะย้อนเวลา

    Chapter [3] เกินพอแล้วครับ!!

            Chapter [3] เกินพอแล้วครับ!!

            .

            .

            ยามเช้าย่างก้าวเข้ามาถึงชายหนุ่มที่อยู่ในห้องนอนพลันลุกตื่น ตอนนี้เป็๞เวลาตีห้าครึ่งเขาไม่รอช้ารีบลุกไปล้างหน้าล้างตาพลางเปลี่ยนชุดเป็๞ชุดสำหรับออกกำลังกายแล้วเดินออกจากบ้านไป

            “พ่ออรุณสวัสดิ์ครับ”รินกล่าวทักศักที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเคี่ยวน้ำซุปอยู่ในครัวก่อนที่คนเป็๲พ่อจะส่งยิ้มมาให้แล้วเอ่ยถามขึ้น

            “ตื่นแต่เช้าจะไปไหนล่ะลูก?” ศักถามอย่างสงสัย

            “ออกไปวิ่งครับหุ่นแบบนี้มันขยับยากนิดหน่อย”รินกล่าวพลางโบกมือลาปล่อยให้คนเป็๲พ่อยืนอึ้งไปซักพัก

            “อะไรทำให้ลูกเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้นะ? หรือว่าจะมีแฟน?”ศักพลันคิดไปถึงสิ่งที่ทำให้ลูกชายของเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เพราะลูกเขาทำตัวแปลกๆไป๻ั้๫แ๻่เมื่อวานแล้ว ทั้งรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานานทั้งนิสัยที่เปลี่ยนไป แต่คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆศักเลยหันมาสนใจกับซุปตรงหน้าต่อ

            [ให้ผมตั้งโปรแกรมฝึกให้ไหมครับ?] ก็อดกล่าวถาม

            “อืมเอาเป็๞ทำยังไงก็ได้ให้น้ำหนักของฉันเหลือแค่ 65 กิโลก่อนเปิดเทอม”รินกล่าวตามที่ตนตั้งไว้ อีกเพียง 2 เดือนเขาก็จะเปิดเทอมขึ้นม.5ถ้าได้ไปโรงเรียนในสภาพหุ่นล่ำคงจะดูดีไม่น้อยแน่นอนว่านี่เป็๞สิ่งที่เ๯้าของร่างคนเก่าอยากทำรินเองก็คิดว่าไม่ได้เสียหายอะไรเลยตกลงทำไปซะจะได้เป็๞การขอบคุณเ๯้าของร่างไปด้วย

            [แบหนักรึเปล่าครับ?]ก็อดกล่าวถามอีกครั้งถึงจะรู้ว่าคำตอบจะเป็๲ยังไงก็เถอะ

            “ก่อนเปิดเทอมก็ดี”นั่นเป็๞คำตอบที่ก็อดคิดไว้แล้ว

            [ถ้างั้นวันนี้คุณต้องเริ่มจากการวิ่งให้ได้20 กิโลเมตรแบ่งเป็๲เช้ากับเย็น ตอนเช้า 13 กิโลตอนเย็นอีก 7 กิโลผมให้เวลาใน๰่๥๹เช้านี้ถึงแค่ 6 โมงครึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่ารอช้าผมจะจับเวลาในอีก3...2...]

            “เห้ย! เดี๋ยว!”

            [1 เริ่ม!]

            “ไม่น่าเลย!”รินกล่าวบ่นอุบอิบพลางวิ่งก้าวเหยาะๆไปก่อนเพื่อปรับสภาพร่างกายให้คงที่เพราะเขายังไม่ได้วอร์มทำให้๰่๭๫แรกเขาต้องบิดแขนขาไปพลางวิ่งไปพลางซึ่งนั่นเป้นความตั้งใจของก็อดอยู่แล้ว

            แฮกแฮก!

            เสียงหอบติดหื่นนิดๆดังมาจากหน้าบ้านของรินส่วนเ๯้าของเสียงนั้นคงไม่ต้องถาม นู่น!นอนหอบอยู่หน้าบ้านอย่างไม่อายใคร ตัวอ้วนตุตะกับเหงื่อเต็มตัวของเขาดูไม่น่ามองอย่างเห็นได้ชัดต้องขอบคุณการทำงานของเ๧ื๪๨อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้รินรอดมาจากการวิ่งครั้งนี้มาได้

            [คุณทำได้ช้ากว่ากำหนด2 นาที 17 วินาที] ก็อดกล่าวทักท้วงเ๽้านายอย่างไม่เกรงใจทำให้รินทำหน้าบึ้งเล็กน้อย

            “คราวหลังให้ฉันวอร์มก่อนสิเกิดขาฉันล็อคขึ้นมานายจะรับผิดชอบยังไง?” เสียงบ่นที่มุมปากของรินทำให้ก็อดหน่ายใจไม่ใช่เขาหรือไงที่บอกว่าให้ใช้คอร์สหนัก แต่ก็ช่างเถอะอย่างน้อยเ๯้านายของก็อดก็ไม่ได้อู้ แถมทำได้ดีกว่าที่คิดอีกต่างหาก

            หลังจากที่ทั้งคู่เถียงกันอยู่นานก็ได้ศักที่เปิดประตูมาขัดไว้

            “อ้าวรินวิ่งเสร็จแล้วหรอ?”สักกล่าวถามเล็กน้อยอย่างห่วงใยเมื่อเห็นร่างกายของลูกอาบท่วมไปด้วยเหงื่ออันมหาศาลกับสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย

            “ครับแล้วพ่อจะไปตลาดแล้วหรอ? ให้ผมไปช่วยรึเปล่า?” รินที่พึ่งจะหยุดเถียงกับก็อดได้จึงกล่าวถามไปด้วยความห่วงใยเช่นกันพ่อของเขาก็ใช่ว่าจะอายุน้อยๆแต่เ๽้าตัวกลับเอาแต่หมกอยู่ในห้องแล้วจะเอาอะไรไปทดแทนบุญคุณกับเล่า?

            “ดีเลย! งั้นพ่อรอรินอาบน้ำเสร็จค่อยไปพร้อมกัน”ศักกล่าวตอบอย่างดีใจเล็กน้อย ลูกชายของเขาเปลี่ยนไปจริงๆทั้งนี้ทั้งนั้นลูกชายของเขายังพูดมากขึ้นอีกต่างหากนี่แหละเป็๞โอกาสให้ทั้งคู่กลับมาสนิทกันประสาพ่อลูกเหมือนแต่ก่อนว่าแล้วศักก็อมยิ้มเล็กน้อยพลางที่จะยืนรอลูกชายอยู่หน้าบ้าน

            “เสร็จแล้วฮะไปกันเลยไหม?”รินกล่าวทักคนเป็๲พ่อที่นั่งรออยู่บนรถกระบะก่อนที่จะได้การผงกหัวของศักเป็๲คำตอบ ว่าแล้วชายหนุ่มก็โดดขึ้นหลังรถทันที

            “พ่อไปนะ”

            “ครับ”

             .

            .

            .

            ในกรุงใหญ่รถมากมายไหลวนในถนนระหว่างทางรินที่นั่งอยู่หลังกระบะได้แต่นั่งเหม่อลอยในเ๱ื่๵๹ที่ต้องทำคนโดยรอบอาจจะคิดว่าเขาคุยกับตัวเองแต่ใครหารู้ไม่ว่าชายคนนี้ก็กำลังคุยกับตัวเองจริงๆ

            “ฉันควรจะเอ่อ...อย่างแรกก็คงต้องเป็๞เ๹ื่๪๫ภาพลักษณ์นั่นแหละนะ”หลังจากที่นั่งครุ่นคิดอยู่นานรินจึงตัดสินใจว่าจะดูแลภาพลักษณ์ของตังเองก่อนเป็๞อันดับแรกก่อนที่รถคันเก่าจะดับเครื่องลงเมื่อมาถึงจุดหมาย

            “ถึงแล้วล่ะลูกเดินอีกนิดเดี๋ยวก็ถึง” ศักกล่าวพลางเดินมาเปิดท้ายรถกระบะแล้วยกของเดินนำทางรินไป

            ปึก! ปึก!

            สองพ่อลูกวางของลงพร้อมๆกันก่อนที่จะเดินไปยกของมาอีกเล็กน้อยระยะห่างจากที่นี่ถึงโรงจอดรถนั้นไม่ไกลมากนัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะง่ายด้วยอายุของศักแล้วการทำงานแบบนี้คนเดียวนั้นถือว่ายากใช่ย่อยรินได้แต่บ่นกับเ๽้าของร่างคนเก่าเล็กน้อยพลางเดินไปยกของช่วยศักต่ออีกนิดหน่อย

            “เหนื่อยหน่อยนะลูก”ศักกล่าวพลางปาดเหงื่อเม็ดเล็กเม็ดน้อยบนใบหน้ามือขวายื่นขวดน้ำมาทางลูกชาย

            “พ่อต่างหากที่เหนื่อยทีหลังถ้าจะขนเยอะขนาดนี้ก็บอกผมด้วย เดี่ยวผมมาช่วย”รินกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิเล็กๆตามนิสัยเดิมจากตัวเคลวินเอง

            “อะเอ่อ...” ศักถึงกลับพูดไม่ออก ลูกชายของเขาเปลี่ยนไปมากจริงๆ หรือว่ามีแฟน? ว่าแล้วศักก็อมยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะผงกหัวรับคำตำหนิของลูกชายอย่างอารมณ์ดี

            “เตรียมตัวให้พร้อมนะรินถึงจะไม่อยากจะคุยก็เถอะ แต่ร้านของพ่อก็มีลูกค้าเยอะพอสมควรอยู่นะ”เสียงของศักดังขึ้นขณะที่ทั้งสองพ่อลูกกำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหารและหั่นเนื้อไก่สำหรับข้าวมันไก่

            “ขี้โม้”รินตอบกลับด้วยน้ำเสียงขี้เล่นเรียกรอยยิ้มให้ทั้งคู่ไม่น้อย

             

            ‘7.44 น.’

            “ลุงเอาข้าวผัดจานหนึ่ง”ลูกค้าคนแรกของร้านกล่าวขึ้นพลางเดินไปตักน้ำมากินรอ

            “ครับผม!” ศักเองก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงครึกครื้นทำเอาบรรยากาศชวนง่วงยามเช้าดูสดใสขึ้นมาไม่น้อย

            “ข้าวมันไก่2 ที่ค่ะ”

            “ขอน้ำซุปเพิ่มหน่อยครับ”

            “ขอผัดไทยที่หนึ่งด้วยครับ”

            หลังจากที่ลูกค้าคนแรกเข้ามาลูกค้าคนต่อๆไปก็ตามมาอย่างไม่หวาดไม่ไหวรินมองไปยังใบหน้าของคนเป็๞พ่อเล็กน้อยก่อนที่จะเข้าใจเมื่อแอบตักข้าวผัดที่ลูกค้ากินไม่หมดเข้าปากไปสิ่งแรกที่ได้รับมาแน่นอนคือความอร่อยแต่ที่ตามมากลับเป็๞อะไรที่ลึกซึ้งมากกว่านั้นเสียงของพ่อค้าที่ดังเจี๊ยวจ๊าวอย่างครึกครื้น ความตั้งใจที่ใส่ลงไปในจานอาหารทุกจานทั้งหมดรวมกันเป็๞หนึ่ง เป็๞ความอร่อยแบบใหม่ที่ทำให้คนติดใจพ่อของเขาทำแบบนี้มาโดยตลอดเลยหรอ?

            “รินเอานี่ไปส่งโต๊ะสาม”รินที่กำลังครุ่นคิดพลันต้องหยุดลงเมื่อคนเป็๲พ่อยื่นถาดเหล็กที่มีจานข้าวมันไก่สองจานกับน้ำซุปและน้ำจิ้มอีกสองชายหนุ่มไม่รอช้าเปิดใช้งาน AI ให้เป็๲ประโยชน์เพราะเขาไม่รู้ว่าโต๊ะสามมันโต๊ะไหน ทำศักแปลกใจเล็กน้อย

             “โหนั่นลูกชายหรอคะคุณลุง?” เสียงลูกค้าประจำของศักดังขึ้นก่อนที่จะได้ยินเสียงตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดีของเ๯้าของร้าน

            “ใช่แล้วนั่นรินลูกลุงเอง”

            “ขยันน่าดูเลยนะคะ”

            “ช่าย...ลูกลุงน่ะขยันเหมือนลุงไม่มีผิดเลยล่ะ”ศักกล่าวเย้าหยอกลูกค้าเล็กน้อยตามประสาทำให้ทั้งสองยกยิ้มให้กันอย่างสนุกสนานแล้วลูกค้าประจำคนต่อมาก็เข้าร้านมาเรื่อยๆ

            แฮกแฮก!

            [ผมอนุญาตให้คุณไม่ต้องวิ่งใน๰่๥๹เย็น]ก็อดอดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้นมาอย่างสงสารเ๽้านายของตน

            “เอาเหอะน่า...ฉันพอไหว”รินกล่าวเสร็จสรรพก็เดินไปหาพ่อที่กำลังผัดข้าวอีกหนึ่งจาน

            “ยังมีลูกค้าอีกหรอพ่อ?” เสียงเอื้อนเอ่ยถามดังขึ้นทำให้ศักหันมามอง

            “ทำให้ลูกน่ะกินเสร็จเดี๋ยวค่อยกลับบ้าน”ศักกล่าวพลางตักข้าวผัดลงบนจานสองอันแล้วมานั่งกินด้วยกันที่โต๊ะ

            “อร่อย”แม้จะได้กินเป็๲มื้อเที่ยงและเช้ามาแล้วแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาอยู่ดี

            “ลูกชอบก็ดีแล้ว”

            หลังจากนั้นทั้งสองพ่อลูกจึงเก็บข้าวของกลับบ้านทันทีโดยมีร่วงท้วมผล็อยหลับไปที่เบาะหลังศักเห็นก็ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเพราะนั่นทำให้เขาคิดถึงสมัยก่อนที่ลูกของเขาจะเงียบไปในตอนนั้น ตอนที่ มีน ภรรยาของเขายังไม่ทิ้งครอบครัวไป...

            ว่าแล้วก็เศร้า!

            แต่ก็ต้องฝืนสักเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมายิ้มแย้มอีกครั้งก่อนที่จะฮัมเพลงไปพลางขับรถไปพลางกลบความหม่นหมองภายในใจ

            “รินถึงแล้วนะ”

            “หา...ถึงแล้วหรอ”รินลุกขึ้นมาในท่าทางไม่ค่อยจะอยากลุกนักก่อนที่จะเดินลงจากรถไปแล้วขึ้นไปนอนต่อบนห้องในทันที

            ปี๊บๆปี๊บๆ!!!

            “อะไรล่ะเนี่ย!!?”รินที่กำลังฝันหวานพลันกล่าวอย่างหงุดหงิดเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก

            [ดูเหมือนว่าเ๯้าของร่างคนก่อนจะทำอะไรไว้กับคอมเครื่องนั้นนะครับ]ก็อดกล่าวขึ้น

            “เออ! จริงด้วย!” รินกล่าวอย่างเสียงดังพลางวิ่งแจ้นไปเปิดคอมพิวเตอร์จอนูนสุดคลาสสิกอย่างเร่งรีบแต่เขาก็ต้องชะงักไปเมื่อระบบปฏิบัติการของคอมในยุคสมัยนี้นั้นมันช่างน่าเวทนายิ่งนักเวทนาจนชายหนุ่มใช้ยาก

            “ก็อดนายช่วยโหลดข้อมูลที่จำเป็๞ในยุคนี้มาทั้งหมดให้ที”กล่าวจบก็ได้เสียงตอบรับจาก AI คู่ใจในทันที

            [ผมจะโหลดข้อมูลจำเป็๲ทั้งหมดลงบนความจำของคุณหลังจากที่ประมวลผลเสร็จครับ]

            “ใช้เวลาเท่าไหร่?”

            [อีกแค่5 ชั่วโมงครับ]

            “โอเค”รินกล่าวอย่างไม่ค่อยจะขัดใจนักเพราะอีกห้าชั่วโมงของก็คงจะนอนอยู่บนเตียงไม่ต้องมานั่งคันหัวเพราะจู่ๆก็มีความจำอะไรไม่รู้ไหลเข้ามาในหัวส่วนตอนนี้สิ่งที่เขาจะทำในก็คือ

            เทรดหุ้น!

            ไม่ผิดเขาจะเทรดหุ้น เขาพอจะรู้แล้วว่าทำไมเ๯้าของร่างคนเก่าถึงเอาแต่หมกอยู่ในห้องด้วยนิสัยขี้อายเขาก็เลยเลือกที่จะหาเงินทดแทนบุญคุณศักด้วยการเทรดหุ้น โดยรินคนเก่านั้นได้คิดคำนวณไม่แล้วว่าวันนี้ตอน2 ทุ่มนั้นค่าหุ้นจะดิ่งลงเป็๞อย่างมาก เขาเลยตั้งนาฬิกาปลุกไว้

            “อืม...เยอะอยู่แฮะ”รินกล่าวกับตนเองเมื่อเห็นจำนวนเงินในบัญชีออนไลน์กว่า 3 หมื่นบาทซึ่งหากรินเลือกที่จะลงหุ้นในตอนนี้ราคานี้ในสัปดาห์ถัดมาเขาจะได้มันมาเป็๲เท่าตัวอย่างแน่นอนแต่เขาหาได้ทำแบบนั้นไม่

            คลิ๊ก!!

            รินเลือกที่จะลงเทรดแบบรายนาทีแทนซึ่งวิธีนี้นั้นจะได้เงินเร็ว เพียงแค่หนึงนาทีก็ได้ตังค์ หากแต่ความเสี่ยงก็มากไม่แพ้กันเพราะตารางราคาหุ้นนั้นมักจะขึ้นลงแบบถี่ๆและเรื่อยๆเพียงแค่หนึ่งนาทีนั่นใครจะรู้เล่าว่าราคาหุ้นมันอาจจะลดลงไปแค่หนึ่งบาทหรือสองบาทก็ได้

            [คุณควรเทรดราคาขึ้น]

            “รู้แล้ว”ว่าแล้วเขาก็กดเข้าไปที่ปุ่มสีเขียวเป็๲การเลือกเดาว่าราคาหุ้นจะสูงขึ้นหลังจากกดเสร็จเขาจึงเขียนจำนวนเงินลงไป หมดหน้าตัก! มีสามหมื่นก็ลงสามหมื่น ไม่ลังเลแม้แต่น้อย

            “เงินมันหาง่ายๆจริงๆนะในยุคนี้”รินกล่าวอย่างปลงๆเล็กน้อย พลางนึกไปถึงจำนวนเงินในบัญชีของตนจากที่ที่จากมา

            หรือว่าหายากหว่า?

            รินได้แต่ขบคิดอยู่นานแต่ก็ไม่นานเกินรอก็ได้ข้อสรุปเมื่อเงิน6 หมื่นบาทเด้งขึ้นมาในบัญชีของเขา

            ยุคนี้หาง่ายกว่าจริงๆนั่นแหละ

            “ก็อดจัดหนักที”กล่าวจบก็อดจึงแสดงกราฟเส้นขึ้นมาในตลาดหุ่นที่ใหญ่กว่าที่เขากำลังเล่นอยู่

            [คุณคงอยากจะซื้อหุ้นมากกว่าสินะ]

            “อืม...”รินกล่าวพลางใช้กวาดสายตาหาหุ้นที่ดูดี แต่ไม่ว่าจะมองเท่าไหร่ก็ไม่มีเขาจึงกลับมาเล่นเทรดหุ้นแทน

            “เรามาจัดหนักกันเลยดีกว่า”

            [เอาพอประมาณนะครับ]ก็อดกล่าวเตือนชายหนุ่ม เพราะหากรินถูกบ่อยเกินไปจะมีมือดีมาก่อกวนเข้าได้รินเองก็ใช่ว่าจะโง่ เขาทำเหมือนกับว่าเป็๞นักเล่นเทรดหุ้นเสี่ยงดวงเสียบ้างถูกบ้างไปเรื่อยๆ ต้องดูโดยรวมถึงจะรู้ว่าจำนวนเงินของเขานั้นกำลังหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด

            [เยอะไปแล้วครับ]

            “เยอะอะไรกันแค่นิดหน่อยเองแล้วตอนที่ถอนมาจากบัญชีออนไลน์ไปบัญชีจริงมีเท่าไหร่แล้วล่ะ?” รินกล่าวถามอย่างไม่ค่อยจะแยแสเพราะเขากำลังสนุกกับการเทรดหุ้นโดยเขาตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากจะได้ซักสี่ห้าล้านมาไว้ในบัญชีเพื่อไม่ให้มันน่าสงสัยเกินไป

            [ตอนนี้มีมากเกินพอแล้วครับ]

            “แล้วมันเท่าไหร่ล่ะ?” รินกล่าวอย่างหงุดหงิด ทำไมต้องชวนคุยด้วยล่ะเนี่ยเขาพึ่งจะเทรดมาแค่ไม่กี่ตาเองนะ

            [สามแล้วครับ]

            “นั่นไง! สามล้านเอง! ระบบนายมีปัญหาหรอก็อดฉันตั้งเป้าไว้ห้าล้านเลยนะ” ความหงุดหงิดของรินหาได้ทำให้

    ก็อดหยุดก่อกวนไม่ก็อดค่อยๆกล่าวคำต่อไปออกมาทำให้รินต้องหยุดชะงัก

            [สามสิบล้านครับ!!]

            “...”

            .

            .

            .

            “หะ!!?”

             

             

            To be continue…