“ท่านแม่ ข้าเห็นว่าตอนนี้หงอิงมีน้ำนมเพียงพอ ฝูหนิ่วไม่มีทางหิวหรอก อีกอย่างแพะนมตัวนั้นตามพวกเรามาก็เป็ภาระเปล่า ๆ สู้พวกเราฆ่ามันเสียดีกว่า จะได้ไม่ต้องทนหิวกันแบบนี้ จริงไหม?”
อู๋ชุ่ยฮวายิ่งพูดยิ่งรู้สึกว่าตนเองมีเหตุผล สีหน้าจึงเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น ราวกับว่านางเป็ผู้ที่นึกถึงทุกคนอย่างยิ่ง
คนตระกูลหลี่นั่งล้อมวงกินข้าวกัน เดิมทีบรรยากาศค่อนข้างครึกครื้น
ทว่าพอสิ้นคำพูดของนาง ทุกอย่างก็กลับกลายเป็ความเงียบสงัดราวกับป่าช้า
อู๋ชุ่ยฮวาถูกจ้องจนเริ่มใจเสีย แต่ในเมื่อพูดออกไปแล้วก็ไม่สามารถถอนคำคืนได้ จึงได้แต่ส่งสายตาขอความเห็นใจไปยังแม่เฒ่าหลี่
แม่เฒ่าหลี่สีหน้ามืดมน วางชามลงเสียงดังปัง แล้วกล่าวอย่างเ็า
“แพะตัวนั้นเป็เสบียงของฝูหนิ่ว! สงสัยปกติข้าจะใจดีกับเ้ามากเกินไป เ้าถึงขั้นกล้าหมายปองเสบียงของเด็ก!”
“ข้าจะบอกเ้าให้ สะใภ้รอง เ้าเลิกคิดเื่นี้เสียเถอะ ไม่เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าใจดำ! ในยุคสมัยนี้ บ้านไหนบ้างที่ไม่มีลูกสะใภ้ต้องอดตายสักคนสองคน!”
คราวนี้อู๋ชุ่ยฮวาใจนหน้าซีดเผือด หดคอไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ อีก
เจียอินที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเถาหงอิงได้ยินคำพูดเหล่านี้ทั้งหมด นางรู้สึกซาบซึ้งที่ท่านย่าออกหน้าแทนตน
นางพยายามขยับศีรษะเล็ก ๆ ไปอีกทาง แล้วยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปหาแม่เฒ่าหลี่
เมื่อแม่เฒ่าหลี่เห็นดังนั้นก็รีบรับหลานสาวมาจากอ้อมกอดของเถาหงอิง มือที่เหี่ยวแห้งลูบตัวนางอย่างระมัดระวัง
“ฝูหนิ่วไม่ต้องกลัวนะ มีย่าอยู่ ใครจะหิวก็หิวไป แต่ย่าจะไม่ยอมให้ฝูหนิ่วของพวกเราต้องหิวเด็ดขาด”
อู๋ชุ่ยฮวารู้สึกอึดอัดในใจ อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกหลี่เหลาเอ้อร์กระชากแขนอย่างแรง
นางเงยหน้ามองทุกคน จึงพบว่านอกจากแม่เฒ่าหลี่ที่กำลังปลอบเจียอินด้วยรอยยิ้มแล้ว คนอื่น ๆ ต่างมองนางด้วยสายตาเ็า รวมถึงสามีและลูกชายของนางด้วย
อู๋ชุ่ยฮวารีบก้มหน้าซุกใบหน้าลงในชาม แม้ว่าข้างในจะไม่มีโจ๊กเหลืออยู่เลย แต่นางก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
เจียอินแนบกายกับอกของแม่เฒ่าหลี่ ฟังเสียงหัวใจของนาง รู้สึกซาบซึ้งและพึงพอใจอย่างยิ่ง
คนตระกูลหลี่รักนางจากใจจริง ด้วยความรักและการปกป้องนี้ นางจะไม่มีวันยอมให้คนตระกูลหลี่ต้องหิวโหยเด็ดขาด!
เย็นวันนั้น เจียอินตั้งใจว่าเมื่อคนตระกูลหลี่หลับหมดแล้ว จะแอบใส่เสบียงลงในถุงข้าวเพิ่มอีกสักหน่อย
ทว่านางประเมินกำลังของทารกสูงเกินไป ท้องฟ้ายังไม่ทันมืดสนิท นางก็เรอเอิ๊ก ๆ แล้วหลับปุ๋ยไปเสียก่อน...
ราตรีเงียบสงัด คนตระกูลหลี่เดินทางมาทั้งวันจึงเหนื่อยล้าอย่างยิ่ง
เวลานี้ทุกคนต่างหลับสนิท แม้แต่หลี่เหลาเอ้อร์ที่รับหน้าที่เฝ้ายาม ก็พิงหินข้างกองไฟจนสัปหงก
ทันใดนั้น เจียอินก็ถูกปลุกให้ตื่นเพราะปวดปัสสาวะ นางอยากส่งเสียงเรียกเถาหงอิงที่นอนอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อได้ยินเสียงกรนเบา ๆ ของอีกฝ่าย ก็รู้สึกไม่อยากปลุก
ผู้หญิงคนนี้มอบชีวิตใหม่ให้นาง ทั้งที่ยังไม่มีโอกาสได้พักฟื้นหลังคลอดก็ต้องออกเดินทางไกลต่อ
ขณะที่กำลังลังเล มีคนสองคนย่องเข้ามาใกล้รถลา ซึ่งเจียอินเห็นได้อย่างชัดเจน
สมองที่เคยมึนงงของนางพลันตื่นตัวขึ้นทันที!
มีขโมย!
เมื่อเห็นสองคนนั้นเดินผ่านรถลา มุ่งตรงไปยังแพะนมที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ใต้ต้นไม้ เจียอินก็อ้าปากเล็ก ๆ แล้วแผดเสียงร้องไห้ออกมาดังลั่น “แง ๆ !”
หลี่เหลาเอ้อร์ที่เฝ้ายามอยู่สะดุ้งโหยง ร่างกายตอบสนองทันทีด้วยการดีดตัวขึ้นจากพื้น
“พวกเ้ากำลังทำอะไรกัน!”
พอเขาลุกขึ้นก็เห็นเงาลึกลับสองร่างอยู่ใต้ต้นไม้ จึงะโก้องพร้อมกับคว้าไม้ข้างกายพุ่งเข้าไปทันที
คนอื่น ๆ ในตระกูลหลี่ก็ถูกปลุกให้ตื่น ต่างคว้าอาวุธใกล้ตัวเข้าล้อมขโมยทั้งสองคนไว้
ชายสองคนนั้นอาจเพิ่งเคยทำเื่แบบนี้เป็ครั้งแรก ไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้ จึงใจนตัวแข็งทื่อ สองคนหดตัวสั่นเทาเป็ก้อน
ถึงกระนั้น หนึ่งในนั้นยังคงกำขาของแพะนมไว้แน่น ไม่รู้ว่าลืมปล่อยหรือไม่อยากปล่อยกันแน่
“ไอ้พวกสารเลว กล้ามาขโมยแพะบ้านข้าหรือ? ข้าจะตีให้ตาย!”
อู๋ชุ่ยฮวาที่เดิมทีหลบอยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นชายสองคนนั้นขี้ขลาดจนไม่กล้าขยับ นางก็เกิดความกล้า พุ่งเข้าไปประเคนเท้าใส่ทั้งสองคนหลายที
หลี่เหลาซื่อก้าวเข้าไปหมายจะดึงแพะออกมา แต่ชายคนนั้นกลับไม่ยอมปล่อยมือ
พวกผู้ชายตระกูลหลี่จึงยิ่งโมโหจัด กดตัวทั้งสองคนลงแล้วรุมทุบตีอย่างหนัก
ชายสองคนนี้ดูผอมแห้งราวกับลิง แก้มตอบลึก พวกเขาไม่มีแรงจะต่อสู้ ทำได้เพียงร้องโอดครวญด้วยความเ็ป คิดดูแล้วคงหิวจนทนไม่ไหวจริง ๆ
แม่เฒ่าหลี่และเถาหงอิงอุ้มเจียอินยืนมองอยู่ด้านข้าง
แม้เถาหงอิงจะโกรธ แต่ก็กลัวเจียอินจะใ จึงเบือนหน้าหนีแล้วปลอบลูกน้อยเบา ๆ
แม่เฒ่าหลี่พิจารณาทั้งสองคนอย่างละเอียด และเดาได้ว่าคงเป็ผู้ประสบภัยจากการอพยพที่อาภัพเช่นกัน
เพื่อความอยู่รอดจึงเกิดจิตใจชั่วร้าย แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องตีให้ตาย
ตีให้เจ็บเพื่อให้จำ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
นางรอสักพัก จึงะโสั่งลูกหลานเสียงดัง “พอแล้ว หยุดมือได้แล้ว!”
หลี่เหลาซื่อและคนอื่น ๆ เมื่อได้ยินดังนั้นก็หยุดมือ
“ไสหัวไป! ถ้ากล้ามาลักเล็กขโมยน้อยอีก ข้าจะตีขาหมา ๆ ของพวกเ้าให้หัก!”
หลี่เหลาเอ้อร์ถีบชายคนหนึ่งอย่างแรง ทุกคนหลีกทางให้ทั้งสองคนไสหัวออกไป
ชายสองคนถูกตีจนหน้าบวมปูด ไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านอีก รีบวิ่งหนีตะเกียกตะกายไป ราวกับกลัวว่าคนตระกูลหลี่จะจับตัวกลับมาซ้อมอีกรอบ
“โธ่เอ๊ย ดูสิ กลางดึกขนาดนี้ เพิ่งถูกปล้นเสบียงไป ตอนนี้ยังมาเจอขโมยอีก ชีวิตจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรกัน?”
อู๋ชุ่ยฮวานั่งลงบนพื้นพลางถอนหายใจยาว เท้าของนางไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ ถึงได้เตะแพะนมไปทีหนึ่ง
แม่เฒ่าหลี่และคนอื่น ๆ ชำเลืองมองนางด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่อยากใส่ใจนางเท่าไรนัก
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครโต้ตอบ อู๋ชุ่ยฮวาก็มีสีหน้าไม่ดี ดวงตาเ้าเล่ห์เหลือบมองเถาหงอิง แล้วเริ่มบ่นพึมพำต่อตามลำพัง
“ท่านแม่ ตามที่ข้าว่า แพะนมตัวนี้แหละคือต้นเหตุของเื่ ถ้าไม่มีมัน พวกเราจะต้องนอนไม่หลับกลางดึกแบบนี้ไหม? รีบฆ่ามันเสียเถอะ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายแบบนี้!”
นางนั่งอยู่บนพื้น ดวงตาจ้องเขม็งไปที่แพะในมือของหลี่เหลาซื่อ ราวกับขอเพียงแม่เฒ่าหลี่พยักหน้า นางจะพุ่งเข้าไปกัดมันสักคำทันที
สีหน้าของแม่เฒ่าหลี่เคร่งขรึมลง ในดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธ
“สะใภ้รอง! เมื่อกลางวันข้าบอกเ้าว่าอย่างไร? เ้าหลับจนเลอะเลือน หรือว่าในสายตาเ้าไม่มีข้าที่เป็แม่แล้ว? คิดว่าข้าไม่กล้าทิ้งเ้าไว้จริง ๆ ใช่ไหม!”
น้ำเสียงของนางทั้งเ็าและแข็งกร้าว แม้ก่อนหน้านี้จะเข้มงวด แต่ไม่เคยพูดกับลูกสะใภ้เช่นนี้มาก่อน เห็นได้ชัดว่านางโกรธจัด
อู๋ชุ่ยฮวาสั่นสะท้านด้วยความกลัว ปากอ้าหุบอยู่หลายครั้ง แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“แพะตัวนี้เป็ของฝูหนิ่ว ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ใครกล้าพูดเื่ฆ่าแพะอีกคำเดียว ข้าจะขายมันให้กับพ่อค้ามนุษย์!”
สายตาของแม่เฒ่าหลี่กวาดมองทุกคนในครอบครัว
แต่ทุกคนรู้ดีว่า คำพูดนี้มีไว้เพื่อบอกอู๋ชุ่ยฮวาโดยเฉพาะ
หลี่เหลาเอ้อร์รีบกระชากเมียตนเองขึ้นจากพื้น แล้วตบหน้าฉาดใหญ่หนึ่งที
คราวนี้อู๋ชุ่ยฮวาไม่กล้าพูดจาเหลวไหลอีก นางหดตัวอยู่ข้างหลังหลี่เหลาเอ้อร์ ใบหน้ามีรอยแดงสลับขาว ดูเหมือนจานสีไม่มีผิด
เช้าวันรุ่งขึ้น จ้าวอวี้หรูทำอาหารให้คนตระกูลหลี่
ขณะกินข้าว ก็เห็นชายสองคนที่มาขโมยแพะ พวกเขาหิวโหยราวกับหมาป่า
พวกเขามองชามข้าวของคนตระกูลหลี่จากระยะไกล ดวงตาทั้งสองข้างเป็ประกายสีเขียว แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้คนตระกูลหลี่แม้แต่ก้าวเดียว
“เดี๋ยวพวกเราจะออกเดินทางต่อ เ้าสี่ พวกเ้าคอยจับตาดูไว้ อย่าให้พวกมันตามมาใกล้”
แม่เฒ่าหลี่ชำเลืองมองชายสองคนนั้น แล้วกำชับหลี่เหลาซื่อ
หลี่เหลาซื่อพยักหน้า พร้อมกระชับมีดตัดฟืนในมือให้แน่นขึ้น ชายสองคนนี้ไม่มีครอบครัวติดตามมาด้วย จึงไม่ต่างอะไรกับพวกเดนตาย
แต่ตระกูลหลี่มีลูกเมียติดตามมาด้วย ไม่จำเป็ต้องไปพัวพันกับคนพวกนั้น