EP : 6 คนไร้ก็คือคนไร้ค่า

“อย่าได้เทียบชั้นกับพระชายาของข้า พ่อบ้านฉางฝากบอกผู้นำตระกูลหมิงด้วยว่าให้สั่งสอนลูกหลานให้ดีถ้าทำไม่ได้ก็ฆ่าทิ้งเสีย” คำพูดโหดร้ายนั้น ทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจเป็นที่สุด น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยบอกพลางปล่อยรังสีฆ่าฟันกระจายออกไป
“ท่านอ๋องได้โปรดอภัยให้ข้าด้วยเถอะเจ้าค่ะ” หมิงจี้หนานคุกเข่าลงพร้อมกับร้องบอกอีกฝ่ายด้วยความกลัว ร่างของนางสั่นสะท้านไปร่าง ความหนาวเย็นแผ่เข้าไปยังกระดูกของนาง ทำให้เหมือนจะตายเสียให้ได้
“เอาตัวนางไป”
“ขอรับ” พ่อบ้านฉางลากตัวหมิงจี้หนานไป ทั้งสองก็เดินกันต่อไปไม่ได้สนใจชาวบ้านที่กำลังมองพวกเธออยู่ ต่างพากันปิดปากเงียบเพราะกลัวถูกฆ่าตาย
“ข้าว่าเราตรงไปที่โรงประมูลดีหรือไม่” หมิงเจียเจียถามเพราะดูแล้วเธอต้องเจอแบบนี้อีกแน่ถ้าขืนยังมัวแต่เดินเล่นแบบนี้ เดี๋ยวไปไม่ทันเวลาเปิดการประมูลเธอก็แย่นะสิ
“ไม่เดินเล่นต่อแล้วหรือ” ซิวเหวยหลงเอ่ยถามอีกคนที่บอกว่าจะเดินเล่นก่อนแล้วค่อยไปโรงประมูล หรือนางเปลี่ยนใจแล้ว
“วุ่นวายเจ้าค่ะ” หมิงเจียเจียเอ่ยบอกก่อนจะยิ้มหวานให้อีกคน เพราะภายนอกผู้คนต่างก็พากันคิดว่าเธอนั้นเป็นบ้า
“อืม” ซิวเหวยหลงรีบรับคำเบาๆ ก่อนจะเดินจับมือเล็กของหมิงเจียเจียไปด้วย เป็นการบอกให้คนทั่วไปรู้ว่าเขารักหมิงเจียเจียมากเพียงใด
ทั้งสองใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงโรงประมูลเหล่าผู้คนยังไม่มากนักเพราะยังไม่ถึงเวลาและอีกอย่างตอนนี้มีงานเทศกาลอีกด้วย โรงประมูลเลยไม่ค่อยมีผู้คนนัก
“ท่านอ๋องมีอะไรให้พวกข้ารับใช้หรือขอรับ” เจ้าของโรงประมูลที่พอเห็นว่าใครมาเยือนก็รีบร้อนออกมาต้อนรับทันทีอย่างรู้หน้าที่
“ห้องพิเศษ” เสียงเข้มมีอำนาจเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะมองเจ้าของโรงประมูล
“ขอรับๆ เชิญท่านอ๋องตามข้าน้อยมาได้เลยขอรับ” ชายเจ้าของโรงประมูลรู้ได้ในทันที ว่าซิวเหวยหลงต้องการอะไร เพราะน้อยครั้งที่ท่านอ๋องผู้นี้จะมาที่ประโรงประมูลของเขา
หมิงเจียเจียมองสองข้างทางที่มีการตกแต่งที่สวยงามดูพนักงานทุกคนที่กำลังทำงานกันขันแข็ง แต่แล้วเท้าทั้งสองข้างของเธอก็ต้องหยุดชะงัก
“คนไร้ก็คือคนไร้ค่า” ประโยคนั้นเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นผู้ใด แต่จำเป็นจะต้องเอ่ยขึ้นมาในตอนที่เธอกำลังเดินผ่านมาพอดีเลยหรือ
หายใจเข้าหายใจออก ท่องเอาไว้เธอคือหญิงบ้า เธอไม่เข้าใจความหมายนั้น
“ไล่ออกไป” ซิวเหวยหลงเอ่ยขึ้นพร้อมกับตวัดสายตาไปมองเจ้าของโรงประมูลที่ยืนเหงื่อซึมหน้าผาก
หญิงสาวนางนี้ก็ช่างกล้าเหลือเกิน ถึงจะเป็นลูกสาวผู้มีอำนาจก็เถอะ แต่ไม่ได้ดูเลยว่าท่านอ๋องผู้นี้รักพระชายาขนาดไหน ถึงได้เอ่ยอะไรออกมาเช่นนั้น
“ขอรับ” เจ้าของโรงประมูลมองไปยังลูกน้องของตัวเองโดยที่ไม่ต้องเอ่ยอะไร ลูกน้องของเขาก็รู้ความหมายทันทีว่าต้องทำอย่างไร
ทั้งสองเคลื่อนกายไปจับแขนของหญิงสาวนางนั้นก่อนจะหิ้วออกไปจากโรงประมูลอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งเสียงร้องโวยวายของหญิงสาว
“ปล่อยข้านะ!! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!! ”
“หญิงคนนั้นเป็นอะไรหรือเจ้าค่ะ” หมิงเจียเจียหันไปถามเจ้าของโรงประมูลหน้าตาใส่ซื่อเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น
“เอ่อ…คือ” เจ้าของโรงประมูลที่ถูกถามก็หาคำตอบไม่ถูกเพราะถ้าเขาเอ่ยบอกว่าต้นเหตุมาจากนาง เกรงว่าโรงประมูลของเขาจะต้องถูกวางเพลิงเป็นแน่
“เจ้าคะ”
“นางทำเรื่องไร้มารยาทนะขอรับ” เจ้าของโรงประมูลเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม กดดันสุดๆ ก็ตรงสายตาของอ๋องซิวเหวยหลงที่จ้องมาที่เขามันน่ากลัวสุดๆ
“เช่นนั้นเอง แล้วท่านจะเปิดประมูลตอนไหนหรือเจ้าค่ะ” หมิงเจียเจียยิ้มในใจ ก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายไปด้วย
“ใกล้แล้วขอรับ ถึงแล้วขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวไปจัดการต่อนะขอรับ” เจ้าของโรงประมูลเอ่ยบอกก่อนจะก้มหัวให้กับทั้งสองแล้วปิดประตูให้แล้วเดินออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อจะไปประกาศบอกว่าจะเปิดการประมูลแล้ว เขาไม่อยากให้อ๋องซิวเหวยหลงผู้นี้รอนาน
“ทำไมเปิดประมูลเร็วนักล่ะท่านจุนซือ” ชายคนหนึ่งเอ่ยถามเจ้าของโรงประมูลอย่างสงสัย
“ท่านอ๋องซิวเหวยหลงมา” จุนซือเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบไปทำงานของตัวเองต่อโดยไม่สนใจชายคนนั้นที่ยังตกใจอยู่
“ท่านอ๋องๆ”
“อืม”
“ในเวลาแบบนี้ท่านก็ยังอ่านหนังสืออีกหรือ” หมิงเจียเจียเอ่ยถามเพราะหลังจากที่เจ้าของโรงประมูลจากไป เขาก็หยิบหนังสือจากช่องมิติออกมาอ่านทันที ซิวเหวยหลงผู้นี้เป็นพวกบ้างานหรือว่างานอดิเรกของเขาคืออ่านหนังสือกันนะ
“อืม”
หมิงเจียเจียมุ่ยหน้าเมื่อได้รับคำตอบกลับมาเพียงเท่านั้น ก่อนจะนั่งมองผู้คนที่เริ่มทยอยกันเข้ามาในโรงประมูลแล้ว
“ข้าอยากได้เห็ดหลินจือ”
“เดี๋ยวประมูลให้” ซิวเหวยหลงเอ่ยโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากหนังสือเลยแม้แต่น้อย
หมิงเจียเจียที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาต่อ อยากจะรู้ว่าคนผู้นี้จะมีความอดทนกับเธอมากแค่ไหน
“โสมพันปีด้วยนะเจ้าค่ะ”
“อืม”
“โอสถทะลวงลมปราณด้วยนะเจ้าค่ะ” หมิงเจียเจียยังเอ่ยไม่หยุด นั้นทำให้ซิวเหวยหลงรู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร นางต้องการที่จะทดสอบความอดทนของเขานั้นเอง
พรึบ!!
ซิวเหวยหลงปิดหนังสือก่อนจะจ้องมองใบหน้าใส่ซื่อของอีกฝ่าย ถึงอย่างไรนางก็เป็นเพียงเด็กอายุที่เพิ่งจะสิบห้าปีเขาจะไม่ถือสานาง
“ที่ตระกูลก็มี”
“งั้นหรือเจ้าคะ” หมิงเจียเจียที่จู่ๆ ก็ถูกซิวเหวยหลงจ้องมาที่ตัวเองก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูก แถมอยู่ดีๆ ใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้น อย่านะว่า
เธอกำลังเขินนะ
เกิดมายี่สิบสามปี เธอก็เพิ่งเคยเขินเป็นครั้งแรกที่ถูกผู้ชายจ้องมองนี่ล่ะ
เป็นไงละหมิงเจียเจียคิดจะทดสอบความอดทนของท่านอ๋องเป็นไงละ ดันเขินเองซะงั้น
เงียบจังเลยยยย