และนี่คือ!!! วิญญาณคุณชายสุดเฮี้ยนกับนายนักเขียนสยองขวัญ

    บทที่ 39 เหล่าทีมสนับสนุน B


    เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ด้านหน้าคอนโดเต็มไปด้วยเหล่าทีมงานจากรายการคนป่วนผีและเหล่าสมาชิกคอนโดต่างร่วมแจมการถ่ายทำรายการ คุณหญิงแก้วก็ยังคงนั่งครุ่นคิดเรื่องราวเก่าๆ อยู่ที่ชั้นล่างสุดตรงด้านประชาสัมพันธ์ สายตาเหลียวมองหลานสาวอย่างแววไพลินที่ยิ้มแย้มสนุกสนานอยู่ไม่ไกล เธอนั่งบนเก้าอี้ที่แต่เดิมธวัชชัยครอบครองก่อนตนกับหลานสาวกลับมาจากเมืองนอก ประสานมือนิ่งราวกับรูปปั้น“คุณหญิงแก้วค่ะ ชาสักหน่อยไหมคะ” แม่บ้านคนสนิทเอ่ยขึ้น ข้างกายของนางมีร่างของลูกหมาสีดำตัวจ้อยเดินดุ๊กดิ๊กตามมาด้วยหนึ่งตัว“โอ ขอบใจนะอนงค์ สักหน่อยก็ดี” เจ้าของคอนโดขยับแย้มยิ้มเล็กๆ ก่อนรับชาอุ่นมาไว้ในฝ่ามือ สูดกลิ่นหอมของมันครู่ใหญ่แล้วจึงวางบนตัก “พวกคุณ คุณเขาขึ้นถ่ายรายการกันด้านบน เธอไม่ตามไปดูบ้างหรือ?” คุณหญิงเอ่ยถาม“ไม่ดีกว่าค่ะ ไปก็คงได้แต่ยืนมองเฉยๆ ให้คนหนุ่มสาวทำงานกันไป อีกอย่างอิฉันไม่ได้พบคุณหญิงมานานนี่คะ”“ฮึ เธอเนี่ยพูดจาเหมือนคนแก่เองหรือแค่อยากเอาใจฉันกัน”“อาจเป็นทั้งสองอย่างก็ได้ค่ะคุณหญิง” อนงค์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม“บ๊อก บ๊อก!” เจ้าอานูบีสร้อง อนงค์จึงอุ้มมันไว้ในอ้อมแขนของเธอเพื่อปลอบ คุณหญิงแก้วมองมันอย่างเอ็นดูและผ่อนคลาย เธอลูบหัวร่างสี่ขาตัวน้อยไปพลาง“จริงสิ เห็นได้ยินว่าพวกรายการโทรทัศน์จะมาสืบเรื่องที่ไปที่มาของคุณชายด้วยนี่สิ จะเป็นอะไรหรือเปล่านะ ฉันแอบห่วงอยู่จริงๆ ไม่เคยมีใครอยู่ในห้องนี้ได้นานหรือยกโขยงกันมามากมายขนาดนี้มาก่อนเลย”“คิดเช่นนั้นเหมือนกันค่ะคุณหญิง อิฉันเชื่อว่าเพราะคุณคิดแตกต่างจากคนอื่นที่เคยมาพักที่นี่ ไม่เช่นนั้นคงย้ายออกไปแล้ว ไม่ทนมาได้นานขาดนี้หรอกค่ะ”“หรือพวกเขามีบางอย่างที่เข้าถึงกันได้…”อนงค์จับสังเกตน้ำเสียงและคำพูดเคลือบแฝงความเป็นห่วงของเจ้าของได้ เธอจึงพยักหน้าตอบรับแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้นสักพักอิฉันจะตามขึ้นไปดูนะคะ”“รบกวนด้วยนะอนงค์ มีเธออยู่ฉันก็เบาใจ” คุณหญิงแก้วยิ้มพลางเหยียดกายพิงเบาะนั่ง“พวกเขาบอกจะสัมภาษณ์ฉันกับธวัชเสียหน่อย เรื่องคุณชายเป็นใครด้วย ธวัชรีบแจ้นไปเปลี่ยนชุดแต่งตัวใหญ่เลยเชียว พอรู้ว่าจะออกทีวี ดูสิ จนป่านนี้ก็ยังไม่มา”“แล้วคุณหญิงจะบอกเรื่องคุณชายกับทุกคน กับทางรายการหรือคะ?”“มันก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของฉัน เรื่องราวเก่าแก่ของครอบครัวฉัน” คุณหญิงเอ่ยพลางจิบน้ำชาอุ่นเสียหนึ่งที “นี่คงถึงเวลาบอกแล้วกระมังอนงค์ ถึงมันจะไม่กระจ่างชัดเท่าไร แต่ถ้าไม่บอกมันจะกลายเป็นปริศนาความลับน่าสงสัยไปตลอดกาลโดยไม่มีคนมาไขความกระจ่างนะสิ”“คุณหญิงจะบอกกับ...”“แน่นอน ต้องเป็นคนที่เขาอยากรู้ไม่เพียงผิวเผินและคุณชายต้องเห็นชอบด้วยเพราะเป็นเรื่องของเจ้าตัว”ขณะที่สองหญิงแห่งคอนโดกำลังสนทนากันอยู่ เสียงฟ้าร้องครึนครืนก็ดังขึ้น เหล่าทีมงานรีบเดินไปที่รถ บางคนก็เดินมาหล่นฝนด้านใน รวมถึงเหล่าสาวๆ ของคอนโดแห่งนี้ด้วย“ถ่ายเสร็จแล้วหรือ?” คุณย่าถามหลานสาวที่เดินร่าเริงมาทางนี้พร้อมวิมลกับเรวดี“ยังค่ะคุณย่า แต่กล้องมันไม่ติดก็เลยออกมา ว่าจะขึ้นไปด้านบน”“กล้องไม่ติดหรือคะ?” อนงค์ถามแววไพลินกลับ“เห็นว่ากล้องที่ใช้ในห้องบางตัวก็เก่าแล้วหน่ะค่ะ พอไปตกเลยถึงวาระ ตอนนี้ไม่เห็นภาพในห้อง” วิมลชี้แจ้งแทน “ป่านนี้คงล่าท้าผีกันอยู่แน่ๆ เลย”อนงค์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ผู้เป็นป้าหันมาเรวดี สีหน้าหลานสาวบ่งบอกว่ารู้สึกไม่ชอบมาพากลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าไรนัก แม่บ้านจึงหันไปหาเจ้านาย แล้วเอ่ยเสียงกระซิบ“อิฉันต้องขึ้นไปดูเสียหน่อยแล้ว”พรึ่บ จังหวะที่อนงค์กล่าวไฟก็ตกอีกรอบ“เอ๊ะ ไฟตกอีกแล้วหรือเปล่าคะ?” แววไพลินเอ่ย“อ้อ จริงด้วยสิ พยากรณ์อากาศบอกว่าเมษานี้มีโอกาสมรสุมฤดูร้อนเข้านี่” เรวดีชี้แจ้งเปรี้ยง!!!กริ๊ดดดดดดดดดดดดด!!!“เกิดอะไรขึ้นน่ะ เสียงใครร้องกริ๊ด?” วิมลทักเสียงตกใจจากที่ไหนสักแห่งไม่ไกล“ดังมาจากด้านบนนะคะ หรือจะเป็น…” เรวดีพูดไม่จบ คำตอบก็ประจักษ์ชัด มันต้องเป็นเสียงหนุ่มจากชั้นสิบสามเป็นแน่“ขอทางให้ทีมงานสักครู่ ขอทางให้ทีมงาน” พี่ป่องกับคุณอิ่วพร้อมทีมงานสองสามคนรีบลงจากรถ กรู่ขึ้นบันไดไปด้านบนพร้อมไฟฉายในทันที“หนูเร เกิดอะไรขึ้นด้านบนลูก?” คุณหญิงแก้วถาม“คุณชายปล่อยของค่ะป้า คราวนี้เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์เลยค่ะ” เรตอบ“เสียงขนาดนี้หนูว่าระดับแฟนท่อมออฟดิโอเปร่าเลยค่ะย่า” หลานสาวออกความเห็นเสริม“มิวจะเป็นยังไงบ้างนะเนี่ย?” วิมลพูดพึมพำ “ฉันขอตามไปดูหน่อยนะ”“ไปด้วยค่ะ ทีมซัพBลุย” แววไพลินพูดติดตลกพร้อมลากสาวแว่นข้างกายไปด้วย “ลุยกันเร ลุยเรื่องสยองขวัญเหมือนเมื่อก่อนกัน”“ช่วยคนช่วยได้นะ แต่ฉันไม่อยากยุ่งกับเรื่องราวสยองขวัญ” เรแจ้ง“อิฉันขอตัวสักครู่นะคะ” อนงค์เอ่ยกับคุณหญิง แต่อีกฝ่ายส่ายหน้ากลับ“ไม่ต้องขอตัวหรอก” เจ้าของคอนโดประกาศ “ฉันก็จะไปด้วย”“ชั้นสิบสามเลยนะคะคุณหญิง”“เที่ยวรอบโลก ส่องพงไพร ปีนเอเวอร์เรต เดินกำแพงเมืองจีนก็ผ่านมาแล้ว แค่นี้จิ๊บๆ”“บ๊อก ๆ”ทีมสาวซัพ B พร้อมด้วยแม่บ้าน เจ้าของคอนโดวัยเจ็ดสิบและลูกหมาตัวน้อยห้อยไฟฉายพร้อมสรรพก้าวตามหลังเหล่าทีมงานขึ้นเดินบันไดไปอย่างใจเย็น ขณะขึ้นได้ราวสามชั้น ทีมงานคนหนึ่งก็วิ่งลงมาสอบถามว่ามีกุญแจประตูบันไดหนีไฟหรือเปล่า เพราะมันล๊อกคุณหญิงถึงกับฉงนว่าเหตุใดมันจึงล๊อกได้ อนงค์จึงยื่นกุญแจสำรองให้ไปจังหวะนั่น เจ้าอานูบีสก็หลุดจากมืออนงค์ มันวิ่งไปชั้นสี่ เรวดีกับแววไพลินวิ่งตามไปก็พบมันกำลังข่วนประตูลิฟต์และเห่าหอนอยู่“บ๊อก โฮ่ง โบร๋ว” หมาดำร้องหญิงแกร่งทั้งหลายมาพร้อมกันที่ชั้นสี่ ตอนนั้นเองเสียงสัญญาณลิฟต์ค้างฉุกเฉินก็ดังขึ้นพร้อมแว่วเสียงโหยหวนเบา ๆ“ว้ายตาย มีคนอยู่ในลิฟต์หรือ? ไฟตกแบบนี้เนี่ยนะ” วิมลกับคุณหญิงแก้วอุทานพลางเอามือทาบอก“ฝากไฟสำรองสักครู่นะคะ” อนงค์ยื่นไฟฉายให้แววไพลิน ก่อนตรวจสอบระบบประตูของลิฟต์ คว้าอุปกรณ์ตรวจสอบออกมาแล้วลองออกแรงเปิดบานลิฟต์ออกมา“ระวังค่ะป้า” เรวดีเข้ามาช่วยดันอีกแรง“ให้พวกฉันช่วยนะ อึ้บ!” แววไพลินกับวิมลมาช่วย คุณหญิงแก้วจึงฉายไฟให้ทุกคนไม่ช้าประตูก็เปิดออก“กริ๊ดดด!!!”“ใจเย็นค่ะหนุ่มๆ พวกเราเองค่ะ” แม่บ้านคอนโดเอ่ยเสียงนิ่ง“ปะ ป้าอนงค์เองเหรอ!?” เหล่าหนุ่มล่าท้าผีตามพูดเสียงอ่อนแรง “ดีใจที่เห็นทีมซัพมาช่วยนะ”“เรามาช่วยแล้ว” เรวดีกล่าวทิ้งท้าย


    “เป็นเทปที่สนุกมากครับคุณคิด บราโว่! นักเขียนสยองขวัญ! ผมว่าผู้ชมต้องชอบมากแน่ๆ ขอบคุณมากนะครับทุกๆ คน เก่งมากครับ!”พี่ป่องเอ่ยขึ้นพร้อมปรบมือให้พอเหล่าคนหนุ่มออกมาจากลิฟต์เรียบร้อยแล้ว เหล่าทีมงานรวมถึงพี่ป่อง คุณอิ่วก็เดินทางมาถึง พวกเขาต่างเข้ามาดูแลทุกคนอย่างดี จัดแจงน้ำอาหารและผ้าขนหนูแก่คนเปียกปอนอย่างต่ายและเวิร์คทีมงานทั้งหลายต่างชื่นชม แต่สีหน้าคนท้านอกจากคิดแล้วก็ไม่ค่อยมีใครยิ้มออกสักเท่าไร“น่าตื่นเต้นมากเลยครับ ไม่เคยเห็นเทปไหนที่…เอ่อ สิ่งนั้นเล่นใหญ่ขนาดนี้เลย” อิ่วแสดงความเห็นใจไปพลางตบบ่าคนหน้าตาเหนื่อยๆ เช่นเสือ เป็นต้น “พยายามได้ดีมากครับ”“สุดยอดเลยหนุ่มๆ” วิมลกับแววไพลินเอ่ยพลางปรบมือ ไกลๆ มีอนงค์และคุณหญิงแก้วร่วมปรบมือด้วย ก่อนทีมงานจะร่วมชื่นชมอีกครั้ง“เขินจัง ขอบคุณทีมงานคนป่วนผีด้วยนะครับ เป็นประสบการณ์ที่มีค่าสำหรับผมมากเลย” คิดพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม เขาดูมีความสุขแช่มชื่นเปล่งประกายที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้“เอาล่ะ เดี๋ยวทีมงานรีบไปตัดต่อเลยนะ วันนี้เอาแค่นี้ก็พอครับ” พี่ป่องเอ่ย“เอ๊ะ ไม่มีตามหาความจริงวิญญาณต่อหรือครับ” เสือย้อนถาม“ต้องดูกระแสของผู้ชมรายการก่อนน่ะครับ ถ้ากระแสดีเราจะขออนุญาตมาถ่ายทำเพิ่มนะครับ ตอนนี้เรตติ้งสำคัญมากเลย ถือว่าวินวินทั้งคู่ ผมได้เทปรายการ คุณคิดโปรโมทนิยายกับหนังด้วยจริงไหมครับ ช่วยๆ กัน” ป่องเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ต้องกังวลครับ พอตอนเทปนี้ออกอากาศไปแล้ว น่าจะมีความเห็นส่งมาให้เราค้นหาความจริงมากขึ้น ถ้าได้เรื่องยังไงผมจะติดต่อมาอีกทีนะครับ”“โห การตลาดมากๆ สมัยที่ดูทีวีไม่ยักรู้” เวิร์คกระซิบกับต่าย เจ้าหัวฟ้าพยักหน้าเห็นพ้องพลางกอดผ้าห่มหงึกๆ“ไหวไหมคะทุกคน” เรวดีกล่าวปลอบหนุ่มๆ ทั้งหลาย“ไม่ไหวครับ ไม่ไหวแล้ว” ต่ายส่ายหน้า“เสื้อฉัน เสื้อฉัน…” เวิร์คกลับมาทำหน้าเศร้าใส่เสื้อตัวเองอีกรอบ“เฮ้ เอาผ้าขนหนูเพิ่มไหม ท่าจะหนาว” แววไพลินถามเวิร์ค“ปล่อยฉันหนาวตาย ฉันจะเป็นผีไปแก้แค้น” ร่างหัวแดงตอบพร้อมบุ้ยปาก“โธ่พ่อคุณ หนาวตายในเมืองไทย” หลานสาวเจ้าของคอนโดตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการปลอบใจ“ต่อไปเรื่องออกรายการคงต้องคิดหนักซะแล้ว” เสือเอ่ยพลางขยับแว่น“ขอโทษทีน่า ช่วยอะไรไม่ได้เลย” เรกล่าวพลางผงกหัว“นั่งดูอยู่ด้านหลัง ฉันว่าสนุกดีนะ วุ่นวายดีจริงไหมคะคุณวิมล” แววไพลินยิ้มร่า ก่อนหันไปหาคุณแม่วิมล เธอกอดลูกชายไว้ในอ้อมแขนแล้วตอบด้วยเสียงครุ่นคิด“อืม น้าไม่ค่อยเข้าใจหรอกจ้ะ”จังหวะทีมงานเตรียมกลับ และทุกคนพูดคุยกันอยู่ คุณอิ่วก็เดินมาหาทุกคนพอดี“ถ้าใครมีปัญหาอะไรเรื่องการมองเห็น ติดต่อผมได้นะครับ” เจ้าตัวเอ่ยพลางส่งนามบัตรให้ทุกคน เขาหันไปทางเรวดีเล็กน้อย ยื่นนามบัตรแล้วเอ่ยทิ้งท้ายว่า “ขอให้โชคดีครับ คุณเร” พูดเสร็จก็เดินจากไป“เฮ้ จีบกันเหรอ?” แววไพลินแซวอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายร้องหา“เปล่าเสียหน่อย คนร่วมชะตากรรมเดียวกันต่างหาก”“งั้นขอเก็บเบอร์ไว้แทน หวงแกว่ะ”“อะไรเนี่ยคุณไพลิน?” สาวแว่นเกาหัวแกรกๆ“มิว เป็นไงบ้างลูก สนุกไหม?” วิมลถามความเห็นลูกชาย ทว่าร่างเล็กผมทองกลับหน้านิ่งสนิท“เหมือนผมเผลอหลับไปล่ะมั่งครับ จำไม่ค่อยได้ แต่ก็สนุกดีครับ”ท่ามกลางเสียงสนทนาหลังถ่ายรายการ คุณหญิงแก้วก็เดินมาหาคิดอย่างเงียบๆ แล้วเอ่ยเสียงกระซิบ“คุณคิดคะ...”“ครับ คุณหญิงแก้ว”“ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคนที่อยู่ในห้องกับคุณชายได้นานมากอย่างคุณคิดสักหน่อย เรื่องของคุณชายเท่าที่ฉันรู้น่ะ คุณอยากจะฟังไหม?” เธอถาม“คุณหญิงรู้เรื่องคุณชายหรือครับ” คิดอุทานก่อนพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ครับ ผมอยากรู้”“มันเป็นเรื่องเมื่อนานมากแล้ว เมื่อเกือบเจ็ดสิบกว่าปีก่อน…มาสิ ฉันจะเล่าให้ฟัง”

    คล้ายกับเรื่องและนี่คือ!!! วิญญาณคุณชายสุดเฮี้ยนกับนายนักเขียนสยองขวัญ ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367