หลี่เสี่ยวหานยังไม่เลิกมองข้า
นั่นจึงทำให้ข้านึกขึ้นได้ว่าวันนี้ตนเองอยู่ในอาภรณ์ที่งดงามเพียงใดข้าถอนหายใจอีกครั้ง หากรู้ว่าเขาเป็เช่นนี้ข้าไม่เสียเวลานั่งแต่งตัวอยู่นานหรอกตั้งใจจะมาทำคะแนนตอนเขาป่วยแท้ ๆ แต่กลับต้องมาเจอรัชทายาทขี้เมาเช่นนี้
โมโหหลิวเฉิงเจี๋ยก็โมโห รอก่อนเถอะหากข้ากลับไปตำหนักแล้วเจอนางข้าจะทำให้นางทรมานยิ่งกว่าการที่ข้าโดนสั่งงดขนม
บังอาจหลอกลวงข้า!
ข้าเห็นหลี่เสี่ยวหานเพ่งมองข้าราวกับว่าข้าเป็ตัวประหลาดแววตาของเขาห่างไกลจากที่ข้าจินตนาการไว้นักเดิมข้าคิดว่าเขาคงมองข้าด้วยความตื่นตะลึงในความงดงาม แต่นี่...
“เ้าเป็ตัวอะไร”
ตอนสติดีว่าปากร้ายแล้ว ตอนสติไม่ดีเช่นนี้ร้ายกว่าเดิมนัก!
บางทีข้าควรจะไม่ถือสา ได้ยินว่าคนเมา การรับรู้ทางสายตาจะลดลง ใช่ ๆต้องเป็เช่นนั้นแน่ข้าไม่ควรเสียความมั่นใจในตนเองเพียงเพราะคำพูดของหลี่เสี่ยวหาน
อย่างไรเสียข้าก็ได้ชื่อว่าเป็สตรีที่งดงามที่สุดในใต้หล้าเชียวนะ
“หม่อมฉันคือพระชายาของพระองค์”ข้ากลั้นใจตอบหลี่เสี่ยวหานด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานขณะที่ใช้มือทั้งสองประคองใบหน้าเขาให้สบตากับข้าแต่เขากลับมองข้าด้วยสายตาเช่นเดียวกับหลิวเฉิงเจี๋ยสายตาที่เหมือนเห็นคนถูกผีเข้านั่น!
“เ้าเป็ผีตนใดมาสิงชายาข้า!”
หากข้าเป็ผี ข้าจะหักคอท่านแน่!
มีอย่างที่ใดกัน ข้า! ภรรยาผู้แสนดีและอ่อนหวานตั้งใจจะมาหาท่านเพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันแต่กลับถูกสามีมองด้วยสายตาเช่นนี้
“ทรงจำหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ” ข้ายังไม่ลดละความพยายาม ข้าก็อดทนนั่งแต่งตัวอยู่นานหากจะกลับไปโดยที่สามีไม่แม้แต่จะเอ่ยปากชม เสียชื่อ สาวงามล่มเมือง ข้าหมด
หลี่เสี่ยวหานยังคงพยายามเพ่งสายตามองข้า อา…ดูเอาเถิดตาของเขาแทบจะลืมไม่ขึ้นเสียแล้วข้าไม่แน่ใจว่าเขาดื่มมานานเพียงใด แต่ที่แน่ ๆตอนนี้ข้าคิดว่าเขากำลังประคองตนเองให้นั่งมองข้าได้นั้น นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
“เ้ามาั้แ่เมื่อไหร่” หลี่เสี่ยวหานคลี่ยิ้มให้ข้า“ข้า…”
ข้าแอบเห็นแววตาของหลี่เสี่ยวหานหลุบต่ำลงข้ารอฟังอย่างตื่นเต้นยิ่งนักว่าเขาจะเอ่ยคำใดกับข้าว่ากันว่าคนเมามักพูดสิ่งที่ออกมาจากใจ หรือบางทีหลี่เสี่ยวหานอาจจะ…
“ข้าไล่เ้าไปแล้วมิใช่หรือ”
ข้าผิดเองที่คาดหวังมากเกินไป!
ข้าปล่อยมือจากใบหน้าของหลี่เสี่ยวหาน หมดความสนใจในตัวเขาทันทีข้าทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างเขาก่อนจะแย่งจอกสุราในมือเขามาดื่มรวดเดียวหมด
“ของข้า” หลี่เสี่ยวหานมีน้ำเสียงไม่พอใจข้ารู้สึกว่ายามเขาเมาเช่นนี้ดูเหมือนเด็กยิ่งนัก
เขายังคงดื่มสุราไปแต่ครานี้ไม่ไล่ข้าเช่นเดิมอีกปล่อยให้ข้ามองดูเขาดื่มเงียบ ๆ ข้าไม่คิดห้ามหรือถามอะไรเขาอีก เพราะยิ่งเอ่ย
คำใดออกมาข้าก็ต้องปวดหัวยิ่งกว่าเดิม เนื่องด้วยคุยกับหลี่เสี่ยวหานไม่รู้ความ
“ซูเซียว”
น้ำเสียงลากยาวของคนเมาเอ่ยเรียกข้า ข้าเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยไม่ค่อยได้ยินหลี่เสี่ยวหานเอ่ยชื่อข้านักที่ผ่านมาเขามักจะเอ่ยกับข้าด้วยความห่างเหินโดยการเรียกว่า ‘พระชายา’เมื่อเอ่ยถึงข้ากับผู้อื่น หรือเรียกข้าว่า ‘เ้า’ ยามสนทนากันเพียงลำพังข้าคิดว่าหลี่เสี่ยวหานจำชื่อข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ
“เพคะ” ข้าขานรับในใจหวังลึก ๆว่าครั้งนี้ข้าจะสนทนากับเขารู้ความเสียที มิเช่นนั้นข้าจะกลับตำหนักเสียรอให้เขาสติดีกว่านี้ค่อยมาทำคะแนนใหม่
ข้าแน่ใจว่าถึงอย่างไรหากหลี่เสี่ยวหานเมาเช่นนี้ อาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าข้ามาที่นี่!
ทว่าหลี่เสี่ยวหานกลับไม่พูดอะไร เขาเพียงเรียกข้าราวกับกลัวว่าข้าไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ข้าคิดว่ามิใช่เพราะความสเสน่ห์หาหรอก
แต่เขาคงกลัวว่าจะไม่มีใครอยู่ให้เขากลั่นแกล้งมากกว่า
หลี่เสี่ยวหานประคองกายไม่อยู่เสียแล้วข้ามองเขาล้มกายลงนอนลงบนพื้นอย่างหมดสภาพดีที่ภายในตำหนักตอนนี้มีเพียงเขาและข้าตามลำพัง
อืม...จะว่าไป หลี่เสี่ยวหานเองหล่อเหลาไม่เบาเลยทีเดียว
จะเอ่ยว่าหากข้าเป็หญิงที่งามที่สุดแล้ว หลี่เสี่ยวหานเองก็ไม่น้อยหน้ากว่าข้า
ชาติที่แล้วข้าคงพลาดไปจึงไม่เห็นความเป็จริงข้อนี้หรือไม่ก็เพราะข้ามักได้ยินคำพูดที่ไม่เข้าหูข้าก่อนจะได้เห็นใบหน้าของเขาเสียอีกเช่นนั้น ข้าจึงไม่อยากเหลียวหน้าเขาสักนิด
ไม่นะ ไม่นะ อยู่ดี ๆ ก็มีความคิดประหลาดเข้ามาในจิตใจของข้า!
ข้าแน่ใจว่าข้าไม่ใช่คนเช่นนี้แน่ ต้องเป็เพราะเ้าผีไร้หน้าตนนั้น ใช่ๆ ต้องเป็เพราะเขาแน่ ข้าถึงได้อยากจะรวบรัดหลี่เสี่ยวหาน
น่าอายเสียจริง!
ข้าคิด
ข้าสาบานว่าข้าแค่คิดว่าจะดีเพียงใดหากข้าฉวยโอกาสในยามที่หลี่เสี่ยวหานหลับเช่นนี้รวบรัดเขาเป็สามีของข้าเสีย
เช่นนี้แล้ว ข้าก็จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ข้าจะได้เป็ชายาของหลี่เสี่ยวหานอย่างแท้จริง ถึงอย่างไรหากรอเขาฟื้นขึ้นมาระหว่างเรานั้นแทบไม่มีหวังสักนิด แม้นยามเมายังไล่ข้าขนาดนี้ ยามตื่นจะขนาดไหน
ต่อให้หลี่เสี่ยวหานไม่เต็มใจ หากตกเป็ของข้าแล้วเขาจะทำเช่นไรได้!
เอาเถอะ หน้าบางไปจะได้ประโยชน์อันใดหมดยุคสมัยของสตรีที่ต้องรอสามีมาสนใจแล้ว ข้าจะต้องเป็ฝ่ายรุก!
ข้ารวบรวมความกล้าแล้วค่อย ๆ โน้มกายลงไปหาหลี่เสี่ยวหานอย่างเชื่องช้ากระทั่งใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันเพียงฝ่ามือกั้น
ข้าได้ยินเสียงลมหายใจของหลี่เสี่ยวดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอก่อนที่ริมฝีปากของข้าจะััลงไปบนผิวปากแดงระเรื่อของหลี่เสี่ยวหานนั้น คล้ายกับว่าข้าเห็นขนตายาวเรียงเส้นงดงามของเขาสั่นไหวเล็กน้อยและจากนั้นเขาก็…
ลืมตาขึ้น!
ข้าใมาก! รีบดึงใบหน้าของตนเองออกมาทว่าไม่ทันที่ข้าจะถอยหนีและวิ่งออกจากตำหนักอย่างใจคิดหลี่เสี่ยวหานก็พลิกตัวข้าลงไปอยู่ใต้เรือนร่างกำยำของเขา
ข้าไม่แน่ใจว่าหลี่เสี่ยวหานสร่างเมาแล้วไม่ แต่ยามนี้เขากำลังสบตาข้าโดยไม่มีทีท่าราวกับคนใกล้หลับเช่นเมื่อครู่แม้แต่น้อย
“จะทำอะไรข้า”
ข้าอับอายยิ่งนัก!
ลู่ซูเซียว เหตุใดเวลานี้หน้าเ้าจึงได้บางนักความกล้าเมื่อครู่ที่คิดจะขืนใจชายตอนเมาหายไปไหนจนหมดสิ้น!
ไม่ทันที่ข้าจะตอบสิ่งใดข้าก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความใเมื่อริมฝีปากที่ข้าเคยคิดจะแนบัักับหลี่เสี่ยวหานเมื่อครู่ตอนนี้กลับเป็ฝ่ายถูกเขาเสียแล้ว
หลี่เสี่ยวหานเริ่มไล้เลียริมฝีปากของข้าอย่างแ่เบาแต่ลึกซึ้งบางครั้งก็ดูราวกับว่าเขากำลังตักตวงความหอมหวานจากข้าจนข้าแทบจะหลอมละลายจากััที่ทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากเขา ทว่าบางครั้งกลับดูเคล้าคลอและเอาใจราวกับจะปลอบใจมิให้ข้าเขินอายข้าขัดขืนอยู่ครู่หนึ่ง ด้วยเพราะได้รับัันี้โดยไม่ทันตั้งตัว
แต่หลี่เสี่ยวหานไม่มีท่าทีจะหยุดเลย
ข้าค้นพบความจริงบางอย่างว่า ข้าไม่ได้รังเกียจเขา...
ในที่สุดััที่ลึกซึ้งขึ้นก็ทำให้ข้าเริ่มอ่อนแรงลงข้าหลับตาลงอย่างเชื่องช้า คล้ายกับว่าร่างกายข้าตอนนี้มีเปลวไฟขนาดย่อมลุกโชนอยู่ข้าค่อย ๆ แปรเปลี่ยนจากต่อต้านเป็การตอบรับ
ข้าตอบรับทุกััจากหลี่เสี่ยวหาน เขาเองดูเหมือนจะพึงพอใจไม่น้อยข้าได้ยินเสียงครางแ่เบาในลำคอของเขา เนิ่นนานจนกระทั่งข้าเริ่มหายใจไม่ออกหลี่เสี่ยวหานก็ค่อย ๆ คลายััจากร้อนแรงให้เบาลง
เบาลง
และเบาลง
เอ...ข้าคิดว่าััที่ริมฝีปากนั้นเบาลงจนคล้ายจะหยุดนิ่งก็จริงทว่าน้ำหนักตัวของคนที่อยู่เหนือร่างกายข้ากลับหนักขึ้น ราวกับเขาได้ทิ้งตัวลงมาบนข้าจนหมดสิ้นแล้ว
ข้าพยายามดันกายของหลี่เสี่ยวหานออกแต่เขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อย นั่นจึงทำให้ข้าตระหนักได้ว่า
เขาหลับ!
นี่เขาหลับต่อทั้ง ๆ แบบนี้จริง ๆ หรือ!