บทนำ
อัลฟ่า ทุกยุคทุกสมัยมักจะให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้ว่าเป็กลุ่มที่พิเศษมากกว่าใครๆ ตลอดระยะเวลานับร้อยนับพันปีที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้มักจะเป็บุคคลสำคัญในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็ด้านการศึกษา ทำงาน หรือในฐานะบทบาทของคนในครอบครัว พวกเขามักจะมีความสำคัญอยู่ในฐานะหัวหน้างาน หัวหน้าครอบครัว เป็ช้างเท้าหน้าเสมอ อัลฟ่ามักจะได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าใครๆ ตลอดมา มักสังเกตได้จากรูปร่างหน้าตาที่ดูน่าเกรงขาม สูงใหญ่ อัลฟ่ามีทั้งเพศชายและหญิง แต่ส่วนมากจะเป็เพศชายเสียส่วนใหญ่ นิสัยมีภาวะความเป็ผู้นำสูง ฟีโรโมนมักจะมีกลิ่นเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป
ตัวตนถัดมาก็คือตัวตนที่เรียกว่า เบต้าถ้าเปรียบอัลฟ่าเป็ดั่งสัตว์ล่าเนื้อหรือพระเ้า เบต้าเองก็คงเป็มนุษย์ที่ไม่ได้มีพลังพิเศษหรือโดดเด่นเทียบเท่าอัลฟ่าเป็คนธรรมดา แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่จะถูกอัลฟ่าคอยคุกคามชีวิต เบต้ามักจะอยู่ในระดับฐานะปานกลางไม่ด้อยหรือโดดเด่นกว่า เป็ประเภทที่สามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ไม่มีฟีโรโมน ไม่มีกลิ่นเฉพาะตัว ความสามารถเองก็เฉกเช่นเดียวกัน ไม่โดดเด่นหรือเก่งเฉพาะด้าน แต่ว่าต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถเอาชนะอัลฟ่าได้เนื่องจากไม่ค่อยมีใครเห็นความสามารถของเบต้ามากนักไม่สามารถทำให้ผู้ชายท้องได้ ทำได้เพียงแค่เพศตรงข้ามท้องเท่านั้น
เดินทางมาถึงตัวตนท้ายที่สุดก็คือ โอเมก้า เรียกว่าสามารถเปรียบได้เลยว่าโอเมก้าเป็เหมือนไพร่ทาสหรือสัตว์กินพืชเพราะต้องรอให้สัตว์กินเนื้ออย่างอัลฟ่าคาบไปกิน เป็ชนชั้นที่น่าเศร้าเพราะต่อให้พยายามแค่ไหนหรือเก่งจนโดดเด่นออกมาแต่สุดท้ายก็จะกลายเป็ได้แค่ช้างเท้าหลังต่อให้เก่งหรือฉลาดยังไงก็จะเป็ได้แค่คนที่เดินตามหลังเท่านั้น มีฟีโรโมน เฉพาะตัวส่วนมากจะมีกลิ่นเป็อะไรที่หวานๆ เช่นดอกไม้ ขนมหวาน ต่างๆ ฟีโรโมนเหล่านี้จะมาใน่ฮีทหรือเรียกว่ารอบประจำเดือนหน้าตาสวยสดงดงาม มีทั้งเพศชายและหญิง และสามารถตั้งท้องได้กับเพศเดียวกันไม่มีใครอยากเกิดเป็โอเมก้า เพราะว่ามักจะถูกข่มเหงรังแกตลอด
แต่ในสังคมที่มีร้อยพ่อพันธุ์แม่แล้วก็มักจะมีเื่แปลกประหลาดหรือผิดธรรมชาติอยู่เสมอ.....อินิกม่า ในปัจจุบันนี้ก็ยังคงไม่สามารถรู้ได้ว่าสายเืนี้มาจากไหนเป็มนุษย์หรือเทพก็ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ในคัมภีร์โบราณและหนังสือวิเคราะห์ประวัติศาตร์ หรือแม้แต่หนังสือทางการแพทย์ก็เคยเห็นและมักจะถูกพูดถึงบ่อยๆ แต่เพราะว่าพันธุ์กรรมนี้มันได้หายสาบสูญไปจากโลกใบนี้นานแล้วว่ากันว่าเป็คนที่อยู่สูงสุดในห่วงโซ่อาหาร บ้างก็ว่ามีหน้าตาคล้ายคลึงกับอัลฟ่า ตัวตนนี้ยังคงเป็ปริศนาอยู่จนถึงทุกวันนี้
ความไม่เท่าเทียมของสังคมที่นี่มันถูกกำหนดั้แ่เกิดมาแล้วไม่มีใครสามารถขัดขืนได้ ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถสู้กับพันธุ์กรรมที่อยู่เหนือกว่ามาั้แ่ต้นเป็โชคชะตาที่น่าเศร้า เป็สังคมที่น่ารังเกียจและไม่น่าอยู่ ขอเพียงแค่เกิดเป็เผ่าพันธ์ที่สูงกว่าก็จะมีโอกาสเติบโตได้มากกว่า....
“แต่ไม่ใช่กับฉัน.....”
แพน เทรย์เวอร์ ประธานบริษัท นำเข้าและส่งออกที่มีชื่อว่า LOCICALLE COMPANY เป็บริษัทส่งออกและบรรทุกสินค้า นอกจากนั้นตัวแพนเองก็มีประวัติที่โดดเด่นมาั้แ่กำเนิด
แพนมีพ่อเป็เพียงไอ้โง่ขี้เมาที่ไม่ทำอะไรเลยคอยแต่จะเกาะแม่กินอยู่ที่บ้านแต่เพราะแม่ของ แพน เป็โอเมก้าเพศชายที่น่ารักและอบอุ่นแต่ก็ไม่ได้ทำอาชีพที่ใครๆ จะมาชื่นชมหรือยกยอปอปั้นใดๆ และเพราะเป็โอเมก้าการขายบริการจึงเป็ทางเลือกทางเดียวที่จะสามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้พอและจ่ายค่าเทอมให้กับลูกชายอย่างแพนได้ แพนนับถือแม่ของตัวเองมากเลยจริงๆ และมองแม่เป็แบบอย่างที่ดีเสมอ
แพนเป็เด็กหัวดีมาแต่ไหนแต่ไร และเพราะรูปลักษณ์แสนสวยงามที่ได้มาจากแม่ของตัวเองเลยมักจะถูกเหยียดหยามในโรงเรียนเสมอ ผมสีทอง ตาสีฟ้า ใบหน้าเรียบเฉย ตัวเล็กๆ มักจะเป็สิ่งที่เพื่อนในโรงเรียนเห็นกันบ่อยๆ
จนถึงมัธยมปลายแพนมักจะโดนดูถูกเพราะทุกคนต่างตราหน้ารูปลักษณ์ภายนอกว่าเป็โอเมก้าอยู่ตลอดๆ และในใบแพทย์เองก็บอกว่าแพนเป็โอเมก้าเช่นกันแพนเลยไม่สามารถตอบโต้อะไรใครได้ เลยทำได้เพียงแค่ไม่สนอกสนใจ และสนเพียงแค่ว่าจะทำยังไงให้ครอบครัวอยู่ได้อย่างสุขสบาย โดยเฉพาะแม่ที่ก็เริ่มมีอายุมากขึ้นทุกวันๆ ยิ่งโตขึ้นใบหน้าที่งดงามราวกับดอกไม้ในสวนที่เริ่มผลิบาน ก็ทำให้อัลฟ่าเพศชายมากหน้าหลายตาต่างก็มาขายขนมจีบให้แพนกันเป็ว่าเล่นทั้งลูกนักธุรกิจ ทั้งนักศึกษาแพทย์ หรือแม้แต่ตาลุงอ้วนๆ ก็ยังอยากได้แพนไป
แต่ทว่าถึงแพนจะรู้สึกเทิดทูลและนับถือแม่ขนาดไหน แต่ก็จะไม่อยอมตกเป็วัตถุทางเพศของใคร
ความหยิ่งทะนงของแพนทำให้เป้าหมายที่จะทำให้แม่ตัวเองสบายมันถอยห่างออกไปเรื่อยๆ
จน่เทอมสุดท้ายหลังจบมัธยมปลาย แม่ของแพนจู่ๆ ก็มีอาการทรุดจากโรคร้ายและได้เสียไป พ่อที่ไม่เอาอ่าวของแพนก็ทำได้เพียงนอนเมาเหล้าเหมือนอย่างเคย ในขณะที่แพนนั้นกำลังจมอยู่กับความเศร้า แต่ก็เศร้าได้ไม่นานเพราะได้ข่าวว่าตัวเองได้ทุนเรียนต่อที่ต่างประเทศผ่านทางอีเมล แพน เลยต้องเลือกว่าจะทิ้งพ่อที่เป็ครอบครัวทางสายเืที่เหลือแค่คนเดียวไว้เพียงลำพัง หรือ จะไขว่คว้าอนาคตของตัวเอง สุดท้ายคำว่าพ่อมันก็เป็สิ่งที่เหนี่ยวรั้งแพนไม่ให้ไปไหน แพนจำใจต้องทิ้งอนาคตของตัวเองแล้วไปทำงานมินิมาร์ทที่ร้านแห่งหนึ่ง ชีวิตของแพนไม่ราบรื่นเลยเพราะกว่าเขาจะรับเข้าทำงานก็ยากเย็นเพราะว่าแพนเป็โอเมก้า แต่ก็ต้องขอบคุณใบหน้าที่สวยงามของแม่ที่ทิ้งเอาไว้ให้ เพราะว่าความสวยผู้จัดการเลยรับเข้าทำงาน
“ขนาดตายจากผมไปแล้วแม่ก็ยังช่วยผมอยู่”
ทุกครั้งที่แพนคิดถึงแม่ของตัวเองก็มักจะไปยืนหน้ากระจกและมองใบหน้าที่แม่เหลือทิ้งเอาไว้ให้ ก่อนจะร้องไห้เงียบๆ ไม่ให้พ่อได้ยิน มันนานมากแล้วที่แพนจะร้องไห้แล้วไม่มีเสียงออกมา พรางคิดย้อนไปถึงในอดีตที่แม่พาตัวของแพนไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาว่าตัวเองอยู่ระดับไหนในห่วงโซ่อาหาร และพอผลออกมาว่าเป็โอเมก้าแม่ก็เอาแต่คุกเข่าร้องไห้กอดแพน “แม่ขอโทษๆ แม่ขอโทษที่แม่ไม่สามารถคลอดลูกให้เป็อัลฟ่าเหมือนกับพ่อได้ แม่ขอโทษที่ทำให้ชีวิตลูกลำบากเหมือนแม่นะ” เมื่อนึกย้อนไปแพนก็รู้สึกขำที่แม่เอาแต่ขอโทษทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วแม่ไม่ผิดอะไรเลยสักอย่าง
“มันก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้นหรอกครับแม่....อีกอย่างถ้าผมลำบากมันก็ไม่ใช่เพราะแม่ แต่เป็เพราะพ่อไม่เอาถ่านต่างหาก มันโคตรน่าแปลกเลยครับแม่ เพราะผมเป็โอเมก้าที่ไม่เคยฮีทแม้สักครั้งเดียว”
ชีวิตของแพนดำเนินไปอย่างไม่ราบเรียบเปรียบเสมือนกับถนนรุกรัง แพนในวัย 17 ปีทำงานอย่างแข็งขันจนผ่านมาเกือบๆ 1 ปีได้ จุดพลิกผันในชีวิตครั้งใหญ่ของแพนนั้นคือตอนที่แพนอายุได้ 18 ปีบริบูรณ์ มีเศรษฐีชายคนหนึ่งลักษณะสูงสง่างามราวราชสีห์ ผมสีดำขลับแต่ก็ดูออกได้ว่าเป็คนที่มีอายุมากคนหนึ่ง แต่งตัวมีสไตลเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวมแว่นสีเงิน เดินเข้ามาในร้านมินิมาร์ทและเอาแต่พูดต่อว่าด่าลูกน้องที่เดินตามหลังว่าไม่สามารถบริหารบริษัทลูกอย่าง LOCICALLE COMPANY ให้เจริญก้าวหน้าได้นอกจากนั้นยังพูดปัญหาในบริษัทเพื่อตอกย้ำลูกน้องที่ทำงานผิดพลาดด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮากหงุดหงิดหัวเสีย ภายในร้านที่แพนทำงานอยู่ พอแพนได้ฟังแพนก็นึกวิธีแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและเผลอพูดพึมพัมมันออกมาอย่างไม่ตั้งใจในตอนที่เศรษฐีคนนี้มาคิดเงินที่แคชเชียร์ เนื่องจากแพนเป็คนที่คิดอะไรก็มักจะพูดออกมาแบบนั้นเสมอ
“เธอว่ายยังไงนะ? ไหนลองพูดให้ฉันฟังอีกทีซิ”
เศรษฐีคนนั้นถามแพนอีกครั้งหนึ่ง แพนได้แต่นิ่งเงียบก้มหน้าก้มตาหันหน้าหนี
“คุณหูฝาดแล้วละครับผมไม่ได้พูดอะไรทั้งน...อุบ..”
แพนหันหลังไปอาเจียนลงถังขยะหลังเคาน์เตอร์ตัว แพนมีโรคประหลาดประจำตัวอยู่นั่นก็คือโรคที่โกหกแล้วจะอาเจียนออกมา ปัญหานี้เป็ปัญหาที่แพนมักจะเจออยู่เป็ประจำ แต่ก็เป็สิ่งที่แพนนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ แม้จะลองโกหกสักกี่ครั้งแพนก็จะเป็เช่นนี้ทุกๆ ครั้ง
“เธอบอกกับฉันมาดีกว่าเมื่อเมื่อกี๊เธอพึมพำอะไร ฉันได้ยินวิธีแก้ไขปัญหาในบริษัทฉันนะ อย่าทำเป็เหมือนไม่รู้เื่จะดีกว่า”
เศรษฐีคาดคั้นแพนและมองแพนอย่างเอ็นดูเพราะหน้าตาขนาดตัวและมันสมองของแพนเองมันไม่ได้ดูแล้วน่าจะเป็คนที่โดดเด่นอะไรเลยสักนิด แต่เขาก็ไม่ได้มองแพนเหมือนอยากได้มาเป็อย่างอื่นแต่ที่มองแพนแบบนี้ก็เป็เพราะว่าแพนมีอายุอานามใกล้เคียงกับลูกชายของเขาเอง
“วิธีของเธอน่ะฟังดูแล้วฉลาดมากเลยนะ ถ้าอยากหางานที่ดีทำก็มาตามที่อยู่นามบัตรนี่ ฉันจะให้งานกับเธอ ฉันเป็คนที่สามารถดูคนออกได้นะว่าคนไหนมีความสามารถแล้วคนไหนที่ไร้ความสามารถ ยังไงก็อย่าลืมคิดดูแล้วกัน ถ้าเธอไปตามที่อยู่นี่ ฉันอนุญาตให้เธอเข้าพบฉันได้เลยไม่ต้องนัด หวังว่าฉัน..จะมองคนไม่ผิดนะ ถ้ามาก็เตรียมเอกสารมาให้ฉันด้วยล่ะ สำเนาทะเบียน สำเนาบัตร วุฒิการศึกษา ใบแพทย์ ฉันไปละ”
เศรษฐียื่นนามบัตรให้พรางพูดเอ่ยชักชวนเพราะเห็นแววความสามารถของแพนที่มีอยู่ พรางคิดในใจว่าแพนก็เป็เด็กแค่ที่โชคร้ายเกิดมาเป็โอเมก้า ตัวเองและลูกชายก็แค่โชคดีกว่าเท่านั้น ก่อนที่จะเดินออกมาจากร้านมินิมาร์ทแห่งนั้นแล้วขึ้นรถหายไป
ทิ้งไว้ให้แพนรู้สึกมึนงงเพียงลำพัง และเมื่อเห็นนามบัตรที่ถูกทิ้งไว้ให้ก็เก็บขึ้นมาดูและเห็นว่ามีลายเซ็นบนนามบัตรใบนี้อีกด้วย
(เกรย์ ไอเดน โบรีส ประธานบริษัท LUSAICA บริษัทนี้ใหญ่ระดับโลกเลยไม่ใช่เหรอ ตาลุงนั่นเป็ถึงประธานเลยเหรอเนี่ย แบบนี้ก็โคตรจะเป็โอกาสที่ดีเลยน่ะสิ แต่ถ้าเขาหลอกเราไปทำอย่างอื่นขึ้นมาจะทำยังไง พรุ่งนี้พกคัตเตอร์ไปด้วยดีกว่า)
เมื่อคิดว่ามันเป็โอกาสที่ดีนะสำหรับชีวิต อีกอย่างตัวเองก็ทิ้งโอกาสไปแล้วครั้งหนึ่งด้วยถ้าจะให้ทิ้งอีกก็คงต้องเรียกว่าโง่ซ้ำโง่ซ้อนอย่าเกิดเป็คนอีกเลยจะดีกว่า ก็เริ่มวางแผนชีวิตในอนาคตเลยทันทีเพราะไม่อยากทิ้งโอกาสให้ลอยหลุดไปอีกแล้ว
จนเข้าวันที่ 2 ที่ได้รับนามบัตรมาก็เลยตื่นแต่เช้าแต่งตัวใส่สูทสีกรมที่เคยใส่ในตอนงานโรงเรียนและเริ่มเดินทางหมายจะไปตามที่อยู่ในนามบัตรทันทีเมื่อมาถึงหน้าบริษัทที่ทุกคนต่างก็เข้ามาทำงานกันเป็เื่ปกติ จนเมื่อแพนชายตามองไปเห็นเคาน์เตอร์ที่ตั้งเด่นสง่าอยู่กลางบริษัทก็ได้นำนามบัตรที่ว่าไปยื่นให้ที่จุดบริการตรงนั้น ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่แพน พนักงานทั้งหมดที่แพนเห็นส่วนใหญ่เป็อัลฟ่าทั้งสิ้น มีเบต้ามาประปรายแต่ตัวเองไม่เห็นพนักงานที่เป็โอเมก้าเลยแม้แต่คนเดียว ความกังวลเริ่มถาโถมเข้ามาในใจแต่เพราะอยากได้งานและอยากมีอนาคตที่ดีก็เลยต้องทำหน้าด้านหน้าทนต่อไป
“ผมมาสมัครงานครับผมได้นามบัตรมาจากคุณเกรย์...เขาเป็คนให้ผมมา”
แพนพูดคุยอย่างสุภาพ แม้จะรู้สึกกังวลแต่ตัวเองก็มีความกล้าใช่น้อยพนักงานเคาน์เตอร์ที่อยู่ตรงหน้ายิ้มเยาะหัวเราะเยาะเย้ยแพนเพราะพันธุ์กรรมตรงหน้าเป็โอเมก้าอย่างแน่นอน
“ที่นี่ไม่ใช่ซ่องนะ ไม่ใช่ที่ๆ นายควรจะอยู่เอาเป็ว่าถ้าฉันสนฉันจะไปใช้บริการบ่อยๆ บอกที่อยู่ซ่องมาสิ...อ้าก”
ปึ้ง!
สิ้นเสียงคำพูดดูถูกเหยียดหยามแพนก็พุ่งจับคอเสื้อสูทของพนักงานที่ว่าแล้วใช้แรงดึงก่อนจะทุ่มพนักงานคนนั้นลงบนพื้นอย่างแรง ความวุ่นวายในบริษัทเกิดขึ้นจนมี รปภ. หลายคนเข้ามาเพื่อที่จะลากตัวของแพนออกไป
เื่ความวุ่นวายนี้โด่งดังจนเข้าหูท่านประธานอย่างรวดเร็ว ไม่กี่นาทีถัดมาท่านประธานเกรย์ก็ลงมาจากชั้นที่ประชุมด้วยความเร็วแสงและได้เห็นภาพที่น่าประทับใจอย่างมาก แพนทุ่ม รปภ. ทุกคนจนลงไปนอนลงกับพื้น หลายคนหมดสติไปเพราะหัวกระแทกไปกับพื้นกระเบื้องสุดแข็ง หลายคนหัวปูดโน พนักงานอัลฟ่าที่เป็คนดูถูกแพน ศีรษะแตกจนมีน้ำเืไหลออกมา แพนเผลอปลดปล่อยความโกรธออกมาไม่รู้ตัวเพราะปกติแล้วแม้จะชินชากับถ้อยคำเหยียดหยาม แต่ตัวเองไม่เคยถูกไล่ตะเพิดให้ไปขายตัวมาก่อน เลยเืขึ้นหน้าโกรธจัดจนระงับอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ เพราะนิสัยเดิมของแพนนั้นไม่ใช่คนอ่อนน้อมถ่อมตัวมาแต่ไหนแต่ไร เนื่องจากเพราะเป็คนเก่งเลยค่อนข้างจะหยิ่งทนงตัวเป็พิเศษ
“ฮะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
เกรย์หัวเราะลั่นจนน้ำตาไหลเพราะประทับใจในสิ่งที่แพนทำลงไปทั้งๆ ที่มีพนักงานหลายคนมองจ้องตัวเองอยู่อย่างแปลกประหลาดเพราะภาพปกติที่เคยเห็นเป็ประจำเกรย์จะเป็คนเงียบขรึมตลอดเวลา ไม่ค่อยแสดงท่าทีแบบนี้ออกมาให้เห็น
“เธอเป็โอเมก้า ที่สุดยอดมากเลยนะเนี่ยฉันดูคนไม่ผิดเลย ฮะๆๆๆๆ”
เกรย์เอ่ยชมเชยแล้วหัวเราะร่าไม่หยุด ในขณะที่คนตัวเล็กอย่างแพนยืนกำหมัดหน้าแดงเพราะทั้งเขินอายกับการกระทำที่ใช้ความรุนแรงของตัวเอง แต่ใจลึกๆ ก็ยังโกรธพนักงานต้อนรับอยู่เลยเดินไปเหยียบหัวพนักงานคนนั้นก่อนจะหันหน้ามาสบตากับเกรย์ราวกับกำลังถามว่า "จะได้เริ่มงานตอนไหน"
“ฮะๆๆๆๆ ตอนนี้เลยๆ ฉันจะให้เธอไปบริหารงานบริษัทลูก อย่าง LOCICALLE COMPANY นะ ไปเป็ CEO ไม่สิประธานบริษัทที่นั่นเลย สายตาเธอมันมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวกว่าพวกอัลฟ่าไม่ได้เื่พวกนี้เยอะ ฮะๆๆๆๆ เอ้อใช่เอารถประจำตำแหน่งกับคนขับรถที่ชื่อ แอช เป็เบต้าไปด้วยแล้วกันนะเธอรอ แอช อยู่ที่นี่เนี่ยแหละเดี๋ยวคนขับรถเธอก็มาแล้ว ฮะๆๆ อยู่กับเธอเนี่ยสนุกจริงๆ เลย”
เกรย์ขำไปพูดไปพร้อมกดโทรศัพท์ส่งข้อความไปให้กับคนขับรถที่ได้รับมอบหมายงานมาเพื่อขับรถให้กับแอช ไม่นานนักก็มีรถคันหรูสีดำมาจอดพร้อมกับพนักงานขับรถร่างเล็กไม่ต่างจากแพนเสียเท่าไหร่ ผมสีน้ำตาลอ่อน ั์ตาสีน้ำตาลเข้มสวมแว่นหนาเตอะ ที่ชื่อแอช เดินเข้ามาหาอย่างเรียบร้อย
“ผมชื่อแอชครับต่อไปนี้ผมจะเป็ผู้ช่วยและคนขับรถของคุณ ส่วนเื่ตารางงานผมจะส่งไปที่ข้อความในไลน์ นะครับเพราะงั้นหลังจากจบวันนี้รบกวนขอไลน์คุณไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”
แอชแนะนำตัวพรางอธิบายทุกอย่าง แบบคร่าวๆ ให้กับแพนได้ฟัง แพนพยักหน้าตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะยกขาที่เหยียบหัวพนักงานต้อนรับออก
“ผมชื่อแพนต่อไปนี้ผมจะเป็ประธานบริษัท LOCICALLE COMPANY ครับฝากตัวด้วย และต้องขออภัยที่ทำให้เห็นภาพที่ไม่น่าดูสักเท่าไหร่”
แอชยิ้มตอบพรางคิดในใจว่าถ้าไม่ไปเหยียดหยามตัวของแพนก่อนก็คงจะไม่โดนอะไรแบบนี้แน่นอนเพราะแพนเองก็เป็โอเมก้าที่น่าจะพอเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกเหยียดหยามอย่างเบต้าเหมือนกัน
“งั้นตามผมมาเลยครับคุณแพน”
สิ้นเสียงคำชวนก็ยิ้มแล้วหันหลังเดินนำหน้าแพนไป แพนเองก็เดินตามแอชไปอย่างนิ่งเฉย
แต่ทว่าก่อนจะเดินพ้นประตูก็มีชายร่างสูงผิวสีน้ำผึ้งใบหน้าหล่อเหล่าคมเข้มสวมเสื้อสีขาวยาวคลุมแขนขาพร้อมกับผ้าโพกหัวสีขาวลายตารางสีแดงเดินสวนเข้ามา ชายชาวอาหรับคนนี้มองตามแพนไม่ละสายตาพรางคิดว่าแพนนั้นงดงามอย่างกับนางฟ้านาง์เมื่อมองครั้งแรกก็รู้สึกใจเต้นแรงหน้าและใบหูขึ้นสีอยากได้แพนมาทันทีแต่ก็ทำได้แค่อดกลั้นอารมณ์เอาไว้เนื่องจากตอนนี้ตัวเองมาดำเนินเื่ธุรกิจน้ำมันไม่ใช่มาหาคู่รัก โดยที่แพนไม่ได้รู้สึกสนใจในตัวของชายอาหรับเลยแม้แต่น้อย
“องค์ชายนุฮายินดีต้อนรับครับ”
เกรย์เอ่ยทักทายก่อนจะผายมือเชื้อเชิญนุฮาเข้าไปในห้องรับรอง ในระหว่างทางที่องค์ชายเดินมาก็ได้พบเห็นชายหลายรายที่ถูกพยุงตัวขึ้นไปที่รถพยาบาลหลายคน
“ต้องขออภัยกับภาพที่ไม่น่าดูนะครับ ฮะๆๆ พอดีพนักงานพวกนั้นดันไปดูถูกพนักงานคนหนึ่งในเครือของเราน่ะครับ เลยโดนอัดซะเละเลย ฮะๆๆ”
เกรย์ขำกลบเกลื่อนก่อนจะเดินนำไปที่ห้องรับรองแขกระดับสูง นุฮา เดินตามไปไม่ได้พูดอะไรพรางคิดถึงแต่เพียงใบหน้าสวยสดของแพนเท่านั้น
องค์ชายนุฮาทายาทเพียงคนเดียวสำหรับราชวงศ์ฮาติม ชื่อเต็ม คือ
“นุฮา มิจญ์ซามฺ ฮาติม” เป็องค์ชายที่เลื่องลือถึงความเก่งกาจทางธุรกิจอย่างมากและเป็อัจฉริยะที่เหมือนกับพระเ้านั้นส่งมาเกิด นอกจากความสามารถแล้วยังมีหน้าตาที่ดึงดูดชายหญิงเข้ามาไม่เว้นวัน แต่ตัวองค์ชายก็ไม่เคยรู้สึกชื่นชอบหรืออยากใช้ชีวิตร่วมกันกับใครเลย แต่นั่นก็เป็เพียงอดีตเพราะว่าในตอนนี้องค์ชายได้ไปตกหลุมรักแพนเข้าให้อย่างเต็มประดา แต่ก็โชคร้ายต้องห่างเหินกันออกไป หลังจากวันนี้ที่องค์ชายได้เจอกับแพนก็ไม่ได้เจออีกเลยเป็เวลาหลายปี