โจเวลยืนนิ่งอยู่หน้าธรณีประตูลมหายใจติดขัดอยู่ในอก มือที่เคยนิ่งกลับสั่นเทาอย่างไร้สาเหตุ
ไม่…เขารู้เหตุผลดี
ััเช่นนี้รับรู้ได้เสมอเมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่า
“เข้ามา”
เสียงทุ้มต่ำลอยออกมาจากด้านในไม่ดังนัก แต่คมชัดดั่งคมดาบกรีดผ่านอากาศ เพียงคำสั้นๆ ก็ทำให้แผ่นหลังเย็นวาบ
โจเวลถอนหายใจคลายความวิตกก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป
ทันทีที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งของประตูรู้สึกราวกับได้หลุดพ้นจากโลกเดิม สู่มิติอีกด้านที่แปลกแยกและไม่คุ้นเคยโลกที่อากาศหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันที่มองไม่เห็นกดทับลงบนบ่าบีบบังคับให้เข่าทรุดลงกับพื้นทุกชั่วขณะ
ด้านในสุดของห้องชายผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะขนาดใหญ่ เอกสารกองพะเนินดวงตาคมกริบจับจ้องมาโดยไม่ละสายตา
ดยุกคนปัจจุบันแห่งตระกูลลาเมทัส
เฮนรี่ ลาเมทัสชายผู้ได้รับการยอมรับว่าแข็งแกร่งที่สุด ณ ที่แห่งนี้ เ้าของฉายา คมดาบัโลหิต ผู้เป็ดั่งสัญลักษณ์แห่งความดุดันในสนามรบ
แม้ยืนอยู่ห่างไกลกลับให้ความรู้สึกแข็งแกร่งประหนึ่งูเาที่ไม่มีวันสั่นคลอนแต่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ร้าย
ลำคอของโจเวลแห้งผากขาทั้งสองหนักอึ้งจนแทบก้าวไม่ออก พยายามฝืนแรงกดดันที่ถาโถมเขารวบรวมสติแล้วเงยหน้าสบตาผู้เป็บิดาพร้อมยกมือขวาทาบอกตามธรรมเนียมการเคารพของตระกูล
“เ้ารู้หรือไม่ ว่าข้าเรียกเ้ามาทำไม”
น้ำเสียงเรียบเฉย ไม่สูงไม่ต่ำกระนั้นยังทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ
“ไม่ทราบขอรับ”
ดวงตาของดยุกหรี่ลงเล็กน้อย
ความแปลกใจฉายชัดบนใบหน้าของโนอาห์พ่อบ้านคนสำคัญที่ยืนอยู่ไม่ไกล ลึกลงไปยังมีแววตาภาคภูมิใจปะปนอยู่
“ยินดีด้วย ที่ปลุกพลังออร่าขึ้นมาได้”
โจเวลชะงักก่อนจะพลิกมือขวาของตนขึ้นมามอง
‘เด็กคนนั้นไม่ได้พูดโกหกแหะ’ตอนแรกที่ได้ยิน โจเวลยังไม่เชื่อเลยว่ามันจะมีสิ่งเหนือธรรมชาติได้ตามที่เอเมอร์บอกไว้ล่วงหน้า
“…”
ก่อนมาที่นี่เอเมอร์ได้อธิบายกฎพื้นฐานและมารยาทในการเข้าพบไว้แล้วแต่โจเวลตั้งใจจะหยั่งเชิงชายตรงหน้า
หากเป็คนเ้าอารมณ์ เขาจะไม่อยู่ต่อ
หากเป็คนอ่อนแอและตามใจลูกเขาก็ไม่คิดจะอยู่เช่นกัน
แต่เมื่อได้ััถึงความน่าเกรงขามและพลังที่ไม่จำเป็ต้องแสดงออก เขากลับตัดสินใจได้ทันที
ต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าคนตรงหน้าให้ได้ปฏิญาณถือกำเนิดขึ้นภายในใจอย่างฉับพลัน
“อาจเป็เช่นนั้นข้าเองก็ไม่แน่ใจขอรับ”
“ดี…ดูเหมือนเ้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย”ดยุกกล่าวต่ออย่างเรียบเฉย “หลังจากนี้ ไปที่สนามฝึก แล้วให้โรเบิร์ตเป็ผู้ดูแลเ้า”
“รับคำสั่งขอรับ”
โจเวลค้อมศีรษะลงก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง
“เดี๋ยว”
คำสั้นๆนั้นราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงกลางผืนน้ำอันนิ่งสงบแรงกดดันแผ่กระจายออกไปจนหนังสือตามชั้นรอบห้องต้องสั่นะเืและร่วงลงมาหลายเล่ม
แต่แผ่นหลังของโจเวลยังคงตั้งตรงมั่นคง
ดยุกจ้องมองบุตรชายของตนอยู่นานนานเสียจนคิดว่าเวลาหยุดเดิน หลายลมหายใจผ่านไปมุมปากได้ขยับขึ้น ไม่ใช่รอยยิ้มแต่เป็ความสนใจ
โจเวลหันกลับมาอีกครั้ง
“มีสิ่งใดรับสั่งเพิ่มเติมหรือไม่ขอรับ”
“ไม่มี ไปเถอะ”
เด็กหนุ่มทำความเคารพอีกครั้งแล้วเดินออกห้องไปโดยไม่ลังเล
ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบงันเมื่อบานประตูปิดลง
“นายน้อยเติบโตขึ้นเพียงชั่วข้ามคืนได้อย่างไรกันขอรับ” โนอาห์เอ่ยขึ้นหลังเก็บหนังสือเข้าชั้นเรียบร้อย
“ข้าเองก็ไม่เข้าใจ…เหมือนเปลี่ยนเป็คนละคน” ดยุกกล่าวพลางหรี่ตา
“ั้แ่เมื่อใดกันเด็กที่เคยเอาแต่ก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่สบตา กลับกล้าเงยหน้ามองปะทะข้าตรงๆได้ ยิ่งสายตาแบบนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เด็กทั่วไปจะมีได้”
“หมายความว่าอย่างไรขอรับ”
“เหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังรอจังหวะขย้ำเหยื่อ”
เฮนรี่เอนตัวพิงเก้าอี้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อสายตามีความล้าจากการอ่านเอกสารเป็เวลานาน
“น่าสนใจ…น่าสนใจยิ่งนัก”
หัวหน้าพ่อบ้านมองเห็นทุกการเปลี่ยนแปลงทั้งทางฝั่งพ่อและทางฝั่งลูกค่อนข้างประหลาดใจที่ได้เห็นนายท่านของตนเอ่ยปากชมบุตรชายเป็ครั้งแรก
...
ทางด้านโจเวลต้องทรุดตัวนั่งลงหอบหายใจอยู่หน้าห้องของตน
“คนบ้าอะไร สร้างแรงกดดันได้ขนาดนั้นคิดจะฆ่ากันหรือไง”
ยอมรับตามตรงว่าตลอดเวลาที่อยู่ในห้องเมื่อสักครู่ เผลอกลั้นหายใจไปไม่รู้กี่ครั้งทุกคำพูดของชายผู้นั้น ทำให้ขนตามตัวลุกชันด้วยความตื่นตัว
หากไม่เคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนคงไม่อาจประคองสติไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายนี้ยังอ่อนแอเกินไปแค่เดินไปยังห้องทำงานยังหอบจนแทบขาดใจ จำเป็ต้องฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุด
ไม่เช่นนั้น การใช้ชีวิตคงยากลำบากแน่
“เป็ยังไงบ้างขอรับ”เอเมอร์ยื่นแก้วน้ำให้
โจเวลคว้ามาดื่มรวดเดียว
“ทำไมไม่บอกว่าเขาน่ากลัวยิ่งกว่าผีจะได้เตรียมใจไว้ก่อน”
เอเมอร์ขมวดคิ้ว
“ท่านหมายถึงอะไรขอรับปกติท่านก็เข้าพบท่านลอร์ดออกบ่อย”
“ช่างมันเถอะ…นำทางไปลานฝึกทีข้าจะต้องไปพบโรเบิร์ต”
“เอาจริงหรือขอรับ ที่นั่นมัน-”
“ไปกันเถอะ”
เอเมอร์ไม่ค่อยอยากพานายน้อยของเขาไปยังสถานที่ระบุไว้สักเท่าไหร่นัก
เพราะเหตุการณ์ครั้งล่าสุดทำให้โจเวลต้องอาละหวาดทำลายข้าวของที่ห้องไปหลายวัน
แต่สุดท้ายข้ารับใช้ไหนเลยจะสามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นายได้
...
ลานฝึกของตระกูลลาเมทัสไม่เคยเงียบเสียงเหล็กกระทบกันดังก้องราวฟ้าคำรามกลบแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของผู้ฝึกจนแทบไม่เหลือพื้นหินสีเทาเข้มเต็มไปด้วยรอยแผล
บางรอยใหม่และบางรอยเก่าแต่ไม่มีรอยใดไร้ความหมาย กลิ่นเืปะปนกับเหงื่อและสนิมเหล็กลอยอวลอยู่ในอากาศ
และเหนือทุกสิ่งคือสายตาที่จับจ้องลงมาจากแท่นสูง สายตาที่ไม่เคยปรานี ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ฝึก
แต่มันคือสถานที่ ที่ใช้ตัดสินว่าใคร…คู่ควรจะมีชีวิตอยู่ในนามของอัศวิน
ลานฝึกถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินสูงปราสาทของตระกูลโดยรอบมีแท่นยืนลดหลั่นกันลงมาสำหรับผู้ชม ตรงกลางคือสนามประลองหลักขนาดใหญ่ใช้สำหรับการต่อสู้จริง
ขณะเดียวกันพื้นที่ยังถูกแบ่งออกเป็เขตฝึกซ้อมหลากหลาย ทั้งเขตฝึกอาวุธระยะใกล้และระยะไกล
ลานทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายภายใต้บทฝึกสุดโหดของครูฝึก
ลานฝึกออร่าที่ต้องยืนฝืนทนต่อแสงแดดอันแผดเผา
และชั้นล่างสุด ลานฝึกพื้นฐานสถานที่มีผู้คนหนาแน่นมากสุด
หุ่นไม้ฝึกซ้อมถูกเคลือบด้วยเวทมนตร์จนสามารถมองเห็นพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่บนพื้นผิวในสายตาของโจเวล มันคล้ายกับโฮโลแกรมที่เคลือบทับอยู่บางๆไม่ต่างจากเทคโนโลยีในโลกเดิมของเขา
เมื่อเงยหน้าขึ้นไปยังจุดสูงสุดของลานฝึกเขาพบชายร่างใหญ่ตัวโต ผู้ถูกหล่อหลอมจากศึกขึ้นอย่างประณีตทุกกระเบียดนิ้วออร่าเข้มข้นแผ่ออกมาไม่ปิดกั้น เพียงพอจะบอกได้ว่าชายผู้นี้แข็งแกร่งเป็รองเพียงท่านดยุกเท่านั้น
โรเบิร์ต หัวหน้ากลุ่มอัศวินพิทักษ์อรุณผู้ได้รับฉายา ปราการเหล็กแห่งลาเมทัส
สายตาของเขาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นการปรากฏตัวของนายน้อยคนโต ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แต่คนอื่นๆในลานฝึกเองก็เช่นกัน
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเป็ระยะสายตานับสิบนับร้อยคู่จับจ้องไปยังทุกย่างก้าวของผู้มาเยือนการได้เห็นนายน้อยจอมเสเพล ผู้เป็ดั่งจุดด่างพร้อยของตระกูลมายืนอยู่ในสถานที่แห่งนี้
นับว่าเป็เื่น่าประหลาดใจและไม่ใช่เื่น่ายินดีนัก
“ลมอะไรหอบท่านพี่มาถึงสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ได้”
เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นแทรกผ่านเสียงอึกทึกโดยรอบ
โจเวลหันกลับไปมองพบกับเด็กหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับเขา รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกันอยู่หลายส่วนต่างกันเพียงดวงตาสีดำสนิทราวกับหลุมมืดไร้ก้นบ่อ
จาเร็ต ลาเมทัสบุตรชายคนสุดท้องของตระกูล บุตรของภรรยาคนปัจจุบันของดยุกเฮนรี่และผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า แสงสว่างแห่งคมดาบ
ฉายาที่ตรงข้ามกับโจเวลโดยสิ้นเชิง
ความทรงจำบางส่วนเกี่ยวข้องกับคนตรงหน้าไหลเข้ามาเหมือนสายน้ำข้อมูลเบื้องต้นถูกกรอกลงเรียบร้อย
“นึกว่าใคร…ที่แท้ก็น้องจาเร็ตนี่เอง”โจเวลยิ้มบาง “เป็อย่างไรบ้าง ไม่ได้เจอกันเสียนาน”
คำทักทายนั้นสร้างความตื่นตระหนกให้ผู้คนรอบข้างทันที
“ท่านเพิ่งโดนนายน้อยจาเร็ตเล่นงานไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะขอรับ”
เอเมอร์กระซิบเสียงเบาแล้วถอยกลับไปยืนสงบนิ่งด้านหลัง
“ครั้งที่แล้วข้าคงลงมือหนักไป”จาเร็ตคลี่ยิ้ม “ถึงทำให้ท่านหลงลืมอะไรไปหลายอย่าง ครั้งนี้คงต้องเบามือลงหน่อย”
สายตาที่มองมาไม่ใช่สายตาของน้องชายที่มองพี่ชาย แต่มันคือสายตาของศัตรูศัตรูที่พร้อมจะทำลายอีกฝ่ายทุกเมื่อ
“จะรีบร้อนไปทำไม”
โจเวลรับรู้ได้ในทันทีและตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
“ไหนๆ เ้าก็ฝึกมาเยอะแล้วไว้เราค่อยประลองกันทีหลังก็ได้ ตอนนี้ข้ามีธุระสำคัญต้องทำก่อน ขอตัว”
“หรือว่าท่าน…กลัว”
ช่างเป็คำพูดที่รุนแรง และต้องห้ามยิ่งทำให้ฝีเท้าของโจเวลหยุดลง หันกลับมาแทบจะทันควัน
“ข้าหรือกลัว” รอยยิ้มจางปรากฏขึ้น
“งั้นเชิญท่านพี่ไปที่ลานประลองสักหน่อยจะเป็ไรไป” จาเร็ตผายมือไปยังสนามกลาง
“นำทาง”
“นายน้อย เดี๋ยวก่อ-”
“หยุดก่อน” เสียงทรงอำนาจแทรกขึ้น
เอเมอร์ชะงัก
ชายร่างใหญ่ก้าวเข้ามาขวางระหว่างทั้งสอง
“ท่านผู้นำมีรับสั่งให้ข้าดูแลนายน้อยโจเวล”
น้ำเสียงหนักแน่นดุจเหล็กกล้า
“ข้าจึงไม่อนุญาตให้พวกท่านใช้กำลังโดยเปล่าประโยชน์ในเวลานี้”
แรงกดดันแผ่กระจายออกไปโดยรอบหลายคนถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นในพริบตา
จาเร็ตหรี่ตาลงคล้ายมีเื่สงสัย
“หรือว่าท่านพี่…”