"พาข้ากลับห้องที" จวินเฉียนหลงในร่างไป๋อี้หลิงกล่าวขึ้น
ไป๋อี้หลิงในร่างจวินเฉียนหลงพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะผลักรถลากไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
ระหว่างทางทั้งสองไม่มีเสียงพูดคุยกัน แต่ทั้งสองกลับรู้สึกสบายใจและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้อยู่ด้วยกัน คงจะเป็เพราะเมื่อได้อยู่ด้วยกัน พวกเขาสามารถเผยตัวตนออกมา
ในระหว่างนั้น ไป๋อี้หลิงก็อดไม่ได้ที่จะสังเกต ความน่าเกรงขามแผ่ออกมาจากจวินเฉียนหลงที่อยู่ในร่างของเขาที่เบาะบาง
ฮ่องเต้ไม่ว่าจะอยู่ในร่างไหนก็คือฮ่องเต้ ความน่าเกรงขามแผ่ออกมาจนััได้เมื่อได้อยู่ใกล้
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงห้องของจวินเฉียนหลง ไป๋อี้หลิงประคองไปนั่งลงบนเตียง
ระหว่างนั้นเองเขาก็รับรู้ถึงสายตาที่มองมา จนต้องหันมองเขาด้วยความแปลกใจ แต่เมื่อสบสายตาเขาก็ต้องหยุดชะงัก เพราะสายตาที่จวินเฉียนหลงมองมานั้นต่างไปจากเดิมมาก
"ฝ่าามีสิ่งใดจะรับสั่งกับข้าหรือไม่ ? "
จวินเฉียนหลงกลับจับมือเขาเอาไว้ พลางเอ่ยเสียงแ่เบาว่า "ข้าหิว เ้าทำอาหารเป็หรือไม่ ? "
ไป๋อี้หลิงชะงักไปเล็กน้อย "พระองค์อยากทานอะไร ข้าจะให้ห้องเครื่องทำมาให้ ฝีมือของข้าคงรสชาตไม่ดีเท่าห้องเครื่องหรอกพ่ะย่ะค่ะ"
จวินเฉียนหลงยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า "ข้าอยากทานอาหารฝีมือของเ้า"
ไป๋อี้หลิงเมื่อได้ยินคำนี้ถึงกับหน้าแดงขึ้นมา และรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างบอกไม่ถูก "เอ่อ...ข้าทำ"
“ข้ารู้ว่าเ้าทำอาหารเป็ อย่าได้โกหกข้าเชียวนะ” จวินเฉียนหลงพูดด้วยรอยยิ้ม
“พ่ะย่ะค่ะ พระองค์อยากทานอะไร? ” ไป๋อี้หลิงเอ่ยถามขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เ้าคิดว่าตนเองทำอาหารอะไรอร่อย ก็ทำอาหารนั้นให้ข้าทาน” จวินเฉียนหลงพูดด้วยรอยยิ้ม จนทำให้ไป๋อี้หลิงทำตัวไม่ถูกกับท่าทางเหล่านี้ ก่อนจะรีบเดินออกไป
จวินเฉียนหลงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดถึงเอ่ยเช่นนั้นออกไป แต่เขารู้แค่อยากทำ และรู้สึกว่าอยากอยู่กับไป๋อี้หลิงให้นานกว่านี้
วันนี้ทั้งวันในหัวของเขาคิดแต่เื่ของไป๋อี้หลิง หลับตาก็ฝันถึงเื่ราวของไป๋อี้หลิง ลืมตาขึ้นมาภาพในหัวยังวนเวียนแต่เื่ของไป๋อี้หลิง
ทางด้านไป๋อี้หลิงเดินเข้ามาในห้องเครื่องด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ หัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ เมื่อเขานึกถึงคำพูดของจวินเฉียนหลงก่อนหน้านี้ที่ขอให้เขาทำอาหารให้ทาน ท่าทางนั้นดูไม่เหมาะกับ "ฉายาราชันย์ผู้เ็า" แม้แต่น้อย
ในขณะที่ไป๋อี้หลิงอยู่ในภวังค์ของตัวเอง หัวหน้าพ่อครัวและทุกคนกำลังใ เมื่อเห็นฮ่องเต้ปรากฏตัวหน้าห้องเครื่อง พวกเขารีบคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงด้วยความหวาดกลัว
"ถวายบังคมฝ่า...บาท! " หัวหน้าพ่อครัวกล่าวคำนับเสียงสั่น
ไป๋อี้หลิงเมื่อได้ยินเสียงพ่อครัวก็ได้สติขึ้นมา ก่อนจะมองดูพ่อครัวที่กำลังสั่นกลัวอยู่ตรงหน้า เขารีบส่ายหน้าและเอ่ยออกไปเสียงเรียบ "ข้ามาที่นี่เพื่อทำอาหาร เ้าช่วยเตรียมวัตถุดิบตามที่ข้าบอกที ไปเอาพู่กันและกระดาษมา! "
เหล่าพ่อครัวเงยหน้าขึ้นมองไป๋อี้หลิงด้วยความตกตะลึง
“เร็ว!”
“พ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าพ่อครัว รีบลุกขึ้นมาทำตามคำสั่งทันที หลังจากนั้นไป๋อี้หลิงก็เขียนวัตถุดิบที่เขาจะใช้ลงไปแล้วยื่นไปตรงหน้าหัวหน้าพ่อครัวทันที
“เร็วหน่อยล่ะ ฮองเฮาหิวแล้ว”
“พ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าพ่อครัวพยักหน้าและรีบทำตามในทันที โดยเขาเตรียมวัตถุดิบที่ดีที่สุดให้กับไป๋อี้หลิง เพียงพริบตาวัตถุดิบที่สดใหม่ถูกนำมาวางเรียงรายบนโต๊ะ
ในขณะเดียวกัน เื่ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไปแพร่สะพัดไปทั่งวังหลวงอย่างรวดเร็ว ว่าฮ่องเต้เข้าครัวเพื่อทำอาหารให้ฮองเฮา
…..
ทางด้านจวินเฉียนหลงที่กำลังนอนรอทานอาหารฝีมือของฮองเฮาของเขาอยู่นั่น
ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ปัง!
ก่อนที่หลี่อิงเว่ยจะเดินเข้ามาด้วยความโกรธในดวงตา "ไป๋อี้หลิง เ้าใช้มารยาใดล่อลวงฝ่าา พระองค์ถึงได้เป็เช่นนี้"
ทว่าจวินเฉียนหลงในเวลานี้หันไปมองหลี่อิงเว่ยที่เดินเข้ามาในห้องของเขาด้วยท่าทางไม่พอใจ
"หลี่อิงเว่ย เ้าช่างบังอาจเกินไปแล้วที่นี่ตำหนักฮ่องเต้ เหตุใดเ้าถึงเข้าออกตามใจตนเยี่ยงนี้!”
จวินเฉียนหลงตะคอกออกมาด้วยความโกรธมากที่เห็นหลี่อิงเว่ยเข้ามาในตำหนักของเขา ทั้งที่ที่นี่เป็ตำหนักที่ประทับของฮ่องเต้ เหตุใดสนมคนหนึ่งถึงเดินเพ่นพ่านเข้าออกได้ตามใจ
“ไป๋อี้หลิง เ้ากล้าขึ้นเสียงใส่ข้าหรือ ?การที่ฝ่าาให้เ้าเข้ามาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ว่าเ้าจะวางอำนาจใส่ข้าได้หรอกนะ”
ยิ่งได้ยินคำพูดของหลี่อิงเว่ย จวินเฉียนหลงถึงกลับขบกรามแน่นด้วยความโกรธ
“หลี่อิงเว่ย เ้าช่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ข้าคือฮองเฮา เหตุใดข้าจะขึ้นเสียงใส่เ้ามิได้” จวินเฉียนหลงตะคอกออกมาด้วยความโมโหสุดขีด พลางคิดในใจว่าเหตุใดก่อนหน้านี้เขาถึงไม่รู้ว่างนางร้ายกาดเพียงนี้
“หึหึ สภาพเป็เช่นนี้ยังไม่รู้จักเจียมตน ได้! เราจะได้เห็นดีกัน เ้ากอดตำแหน่งฮองเฮาของเ้าเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
“แน่นอน ข้าจะรอวันที่เ้ามาเช็ดหัวข้าไปจากที่นี่ และได้ตำแหน่งฮองเฮาไป” จวินเฉียนหลงพูดพลางยิ้มเย้ยหยัน
“หึหึ ปากดียิ่งนัก ข้าจะทำให้เ้าเสียใจไปจนวันตายที่เอ่ยเยี่ยงนี้กับข้า” ความโกรธแค้นฉายชัดในดวงตาของนาง ก่อนจะเดินเข้ามาหาจวินเฉียนหลงด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย แล้วใช้มือกดไปที่แขนที่หักของเขา
“โอ๊ย” จวินเฉียนหลงร้องออกมา พร้อมหันไปจ้องมองหลี่อิงเว่ยด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อว่าสนมที่เขาคิดว่าแสนดีที่ค่อยอยู่ข้างกายของเขาก่อนหน้านี้ จะมีจิตใจที่โหดร้ายเช่นนี้
“แค่นี้ก็ร้องแล้วหรือ เหตุใดมิปากเก่งแล้วล่ะ”
“ฮ่องเต้เสด็จ!” เสียงของหวงกงกงดังมาแต่ไกล ทำให้หลี่อิงเว่ยลนลานขึ้นมา
“เราจะได้เห็นดีกัน” นางพูดรอดเสียงฟันออกมา
“หึหึ ข้าอยากจะบอกเ้าเอาไว้ ก่อนหน้านี้เ้าอาจจะเป็ที่โปรดปรานของฝ่าา ทว่าั้แ่นี้ไปคงไม่ใช่อีกแล้ว” แม้จะรู้สึกเจ็บที่แขน แต่จวินเฉียนหลงกลับเอ่ยเย้ยหยันนางออกมา
หลี่อิงเว่ยเมื่อได้ยินความโกรธก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง แต่นางไม่มีเวลาแล้ว
“เ้า!....” หลี่อิงเว่ยกำลังจะเอ่ยบางอย่าง นางกำนัลคนสนิทของนางก็เขามากระซิบ นางจึงหันมาพูดคาดโทษจวินเฉียนหลง ก่อนจะออกไป
“เ้าจงรักษาชีวิตของตัวเองไว้ให้ดีก็แล้วกัน” เอ่ยจบนางก็เดินจากไป
จวินเฉียนหลงมองตามหลังนาง ดวงตาของเขาฉายแววผิดหวังออกมา
“เป็อย่างไรบ้าง สนมเอกสุดที่รักของพระองค์” ไป๋อี้หลิงเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารมาวางข้างเตียง ก่อนจะเข้าไปประคองจวินเฉียนหลงให้ลุกขึ้นนั่ง
“ให้ข้าเรียกหมอหลวงดีหรือไม่ ? ”
เมื่อเห็นเืซึมที่แขนของจวินเฉียนหลง ไป๋อี้หลิงจึงเอ่ยถามขึ้น
“ไม่ต้อง!” จวินเฉียนหลงปฏิเสธ พลางลูบแขนของตัวเอง
“นางรังแกเ้าเช่นนี้มาตลอดเลยหรือ ? ”
ไป๋อี้หลิงพยักหน้ารับ “ท่านอยู่ในร่างของข้าก็รู้แล้วมิใช่หรือ อาการาเ็บนร่างกายของข้าก็เกิดจากนางทั้งสิ้น”
“ข้าไม่คิดเลยว่านางจะมีจิตใจที่โเี้เช่นนี้”
“ไม่ใช่เพียงนางเท่านั้น แต่พวกนางโเี้ทั้งตระกูล” ไป๋อี้หลิงเอ่ย พร้อมสายตาของเขามีแสงประกายบางอย่างพาดผ่าน
“เ้าหมายความว่าเยี่ยงไร ? ” จวินเฉียนหลงเอ่ยถามขึ้น
“การที่หลี่อิงเว่ยอาจหาญเช่นนี้ ก็เป็เพราะมีตระกูลหลี่หนุนหลังนางอยู่มิใช่หรือ ? ”
คำกล่าวนี้ ทำให้จวินเฉียนหลงมองไป๋อี้หลิงด้วยสายตาที่มีความหมาย ทว่าไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่...
โปรดติดตามตอนต่อไป..........