ตอนที่ 9: การทลายขีดจำกัดพลังงานฝ่ามือ
เหงื่อเม็ดโตหยดลงบนพื้นกระเบื้องยางของห้องปฏิบัติการ B3 ลมหายใจของเกริกเริ่มติดขัดเป็จังหวะหนักๆ แม้ว่าร่างกายนอกจะแข็งแรงจากการฝึกชี่กงมาหลายสิบปี แต่การปล่อยคลื่นแม่เหล็กชีวภาพความถี่สูงสลับต่ำต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง เพื่อสลายคลัสเตอร์และระงับพายุภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยเคสวิกฤต กำลังเค้นเอาพลังงานสำรองในร่างกายของอดีตวิศวกรวัย 60 ปีออกมาจนเกือบหมดสิ้น
"ลุงเกริกคะ! พักก่อนเถอะค่ะ!" กานต์ยื่นขวดน้ำเกลือแร่ให้ด้วยสีหน้าเป็ห่วงอย่างมาก "อัตราการเต้นของหัวใจลุงพุ่งขึ้นไป 130 ครั้งต่อนาทีแล้ว แถมค่าพลังงานไฟฟ้าชีวภาพ (Bio-electric Output) จากฝ่ามือลุงเริ่มดร็อปลงมาเหลือแค่ 60% ขืนทำต่อแบบนี้ ร่างกายลุงจะเกิดภาวะเกร็งและกล้ามเนื้อหัวใจขาดเืเองนะคะ!"
"นั่นสิครับหัวหน้า..." พลที่ยืนทรุดตัวพิงแผงควบคุม ปัดเหงื่อโซมหน้า "ขนาดผมแค่คอยช่วยดึงแรงดันขากลับ ขายังหน่วงจนแทบยกไม่ขึ้น พลังงานมนุษย์เรามีขีดจำกัดจริงๆ ครับ ถ้าเคสวิกฤตทะลักเข้ามาพร้อมกันร้อยเคส พวกเราสองคนคงร่วงก่อนผู้ป่วยแน่"
เกริกรับขวดน้ำเกลือแร่มาจิบเบาๆ จ้องมองฝ่ามือขวาของตัวเองที่ยังคงสั่นระริกเล็กน้อยจากภาวะล้าของระบบประสาทสั่งการ
"ในทางวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องจักร..." เกริกเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ถ้าไดนาโมสร้างกระแสไฟฟ้าตัวเดียวผลิตไฟไม่พอจ่ายทั้งโรงงาน เราจะไม่ฝืนเร่งรอบเครื่องไดนาโมตัวนั้นจนควันขึ้น... แต่เราจะทำยังไง ดร.พิชิต?"
ดร.พิชิต ชะงัก ก่อนจะตอบทันควัน "เราจะใช้ระบบ 'Transform & Amplify' หรือการผสานวงจรขยายกำลัง (Amplification Circuit) ร่วมกับแหล่งจ่ายไฟภายนอกครับ!"
"ถูกต้อง" เกริกพยักหน้า ั์ตาทอประกายแหลมคม "ร่างกายของพวกเราไม่ได้เป็ 'ผู้สร้างพลังงาน' แต่เราเป็แค่ 'ตัวปรับจูนความถี่และทิศทาง' (Tuner & Controller) พลังงานสนามแม่เหล็กชีวภาพที่แท้จริง มันมีอยู่มหาศาลรอบตัวเราอยู่แล้ว!"
"หมายความว่ายังไงคะลุงเกริก?" กานต์ขมวดคิ้วสงสัย
"คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากแกนโลก ความถี่ Schumann Resonance 7.83 Hz และสนามแม่เหล็กจากคอยล์ไฟฟ้าในเครื่องสแกน MRI รอบตัวเรานี่ไงล่ะ" เกริกชี้ไปที่โครงสร้างคอยล์แม่เหล็กขนาดใหญ่ของเครื่องสแกนชีวภาพ "ที่ผ่านมา เราใช้พลังงานจากจุดตันเถียนในร่างกายตัวเองเป็หลัก มันจึงหมดไปรวดเร็ว แต่ถ้าเราปรับกระบวนท่าเดินปราณ ให้ฝ่ามือของเราทำหน้าที่เป็เพียง 'เสาอากาศ' ดึงพลังงานสนามแม่เหล็กจากเครื่องจักรและธรรมชาติรอบข้าง มาบีบอัดและปรับทิศทางส่งต่อไปยังผู้ป่วย... ขีดจำกัดเื่ความล้าก็จะถูกทลายลงทันที!"
"เดี๋ยวนะครับคุณเกริก!" ดร.พิชิต หน้าตาตื่น "นั่นมันสนามแม่เหล็กระดับหลายเทสลา (Tesla) ของเครื่อง MRI เลยนะ! ถ้าคุณดึงพลังงานแม่เหล็กระดับมหาศาลขนาดนั้นผ่านเข้าร่างกายโดยตรงโดยไม่มีระบบฉนวน ตัวคุณเองนั่นแหละจะโดนความต่างศักย์เผาจนประสาทลัดวงจร!"
"นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้อง 'Calibrate' ร่างกายตัวเองใหม่ ร่วมกับฮาร์ดแวร์ของเธอไงล่ะ ดร." เกริกยิ้มอย่างเด็ดเดี่ยว "พล! เอาสายกราวด์ทองแดงสำหรับต้านประจุเกิน มาพันเชื่อมจากข้อเท้าฉันและเธอ ลงสู่ระบบ Grounding ของห้องแล็บ!"
"รับทราบครับหัวหน้า!" พลไม่รอช้า รีบวิ่งไปหยิบสายทองแดงหนาพิเศษสำหรับระบบความปลอดภัยโรงงาน มาพันขากางเกงและข้อเท้าของเกริกและตัวเขาเองเข้ากับเสากราวด์ใต้พื้นดิน
เกริกก้าวขึ้นไปยืนบนลานสแกนแม่เหล็ก ปรับจูนระบบเครื่องสแกนให้ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำสอดประสานกับคลื่น 7.83 Hz เขาสูดหายใจเข้าลึกถึงขีดสุด ดึงพลังงานลงสู่จุดตันเถียน กางแขนทั้งสองข้างออกเปิดรับสนามคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าภายนอก!
*ครืนนนนน!*
เสียงสนามแม่เหล็กในห้องแล็บสั่นะเืดังกระหึ่ม! กระแสอากาศรอบตัวเกริกและพลบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็ลอนคลื่นชีวภาพชัดเจนด้วยตาเปล่า! สายทองแดงที่ข้อเท้าส่องแสงสปาร์กประจุส่วนเกินลงดินเป็ระยะๆ
"พระเ้า..." ดร.พิชิต จ้องมองมิเตอร์วัดค่าพลังงานบนคอนโซลที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม 50 เท่า! "ค่า Bio-magnetic Output จากฝ่ามือของคุณเกริก... พุ่งขึ้นไปแตะระดับ **12.5 เทสลา** โดยที่อัตราการเต้นของหัวใจและชีพจรยังนิ่งสนิทอยู่ที่ 72 ครั้งต่อนาที!"
"ทลายขีดจำกัดสำเร็จแล้ว!" กานต์อุทานด้วยความทึ่ง "ลุงเกริกไม่ได้ใช้พลังงานจากร่างกายตัวเองอีกต่อไปแล้ว... แต่ลุงกำลังเปลี่ยนตัวเองเป็ 'ตัวนำส่งสนามแม่เหล็กสมบูรณ์แบบ' (Superconducting Conductor)!"
เกริกลืมตาขึ้น ั์ตาทอประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากคลื่นเหนี่ยวนำ เขายกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้น ซึ่งตอนนี้แผ่ออร่าความร้อนและคลื่นสั่นะเืที่ทรงพลังกว่าเดิมหลายสิบเท่า
"ตอนนี้... ไม่ว่าจะมาพร้อมกันสิบเคสหรือร้อยเคส เราก็พร้อมซ่อมระบบแล้ว" เกริกพูดด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่ก้องกังวานไปทั่วห้องปฏิบัติการ "ดร.พิชิต! กานต์! เตรียมเชื่อมต่อสัญญาณ... เราจะเริ่มปฏิบัติการถอดรหัสและส่งคลื่นกู้ชีพจรระดับมหาภาคในตอนต่อไปทันที!"