เช้าวันต่อมา แสงอาทิตย์ส่องสว่างขจัดความมืดมิดของค่ำคืน ทว่าบรรยากาศภายในคฤหาสน์หรูหลังใหญ่กลับยิ่งตึงเครียดหนักหน่วง 'มารุต' ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสับสนระคนกังวล เขาเดินเข้าห้องน้ำส่วนตัวเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย มารุตเปิดฝักบัวอาบน้ำอุ่นจัด ใช้สบู่ขัดถูผิวเนื้ออย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อพยายามขจัดกลิ่นน้ำหอมรสแบล็คออร์คิดอันเป็เอกลักษณ์ของแพรวที่ติดตรึงอยู่บนผิวกายเขาให้ออกไปจนหมดสิ้น เขารู้สึกหมองใจยามที่ได้กลิ่นน้ำหอมนั้นลอยเตะจมูก มารุตล้างตัวจนสะอาดสะอ้านและประพรมน้ำหอมขวดที่ 'พราว' ซื้อให้เป็ของขวัญวันเกิดเพื่อใช้เป็เกราะป้องกันและดึงเอาตัวตนที่เป็สามีแสนดีคนเดิมกลับคืนมา มารุตกำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดเสียงร้องดังระงมทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ หน้าจอโชว์ชื่อของพราวผู้เป็ภรรยา มารุตสูดหายใจลึกรวบรวมสติก่อนจะกดรับสาย
"สวัสดีครับพราว... ว่ายังไงครับ" มารุตเอ่ยเสียงละมุนพยายามปั้นอารมณ์ให้เป็ปกติ
"มารุตคะ! พราวมีข่าวดีจะบอกค่ะ งานตรวจแบบก่อสร้างและประชุมที่เชียงใหม่เสร็จสิ้นเร็วกว่ากำหนดการเดิมเกือบครึ่งสัปดาห์เลยค่ะ พราวเลยจองตั๋วเครื่องบินไฟลท์เช้าวันพรุ่งนี้เตรียมกลับกรุงเทพฯ เลยค่ะ! พราวคิดถึงคุณมากและอยากกลับไปกอดคุณเร็ว ๆ จังเลยค่ะ พราวซื้อเสื้อกันหนาวผ้าขนสัตว์สวย ๆ มาฝากคุณด้วยนะคะ แล้วก็มีน้ำมันหอมระเหยกลิ่นวานิลลาที่พี่แพรวชอบด้วยค่ะ พราวซื้อชาสมุนไพรกลิ่นคาโมมายล์ท้องถิ่นแสนดีมาด้วยนะ ตั้งใจจะชงให้คุณดื่มผ่อนคลายในห้องครัวคืนพรุ่งนี้ค่ะ พราวหวังว่าคุณกับพี่แพรวจะอยู่บ้านด้วยกันอย่างเรียบร้อยและไม่เหงาเกินไปนะคะ" พราวเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความรักที่เปี่ยมล้นจากปลายสาย
คำพูดเื่การดื่มชาในห้องครัวคืนวันพรุ่งนี้ของพราว ทำให้มารุตรู้สึกจุกที่คอหอยและคลื่นไส้ขึ้นมาทันที ภาพที่เขาและแพรวเพิ่งระเริงตัณหาข้ามศีลธรรมกันบนเคาน์เตอร์ครัวเดียวกันเมื่อไม่กี่วันก่อนย้อนกลับมารื้อฟื้นอย่างโหดร้าย ความใส่ใจและแสนดีของพราวยิ่งย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจเขาประหนึ่งเข็มแหลมคมนับพันเล่ม "เอ่อ... จริงเหรอครับพราว? ดีเลยครับ งั้น... พรุ่งนี้สาย ๆ ผมจะขับรถไปรับคุณที่สนามบินนะครับ เดินทางเหนื่อยไหม พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับพราว" มารุตจำต้องตอบรับและคุยต่ออีกไม่กี่คำด้วยน้ำเสียงแห้งแล้งก่อนจะกดวางสายไป
ทันทีที่สัญญาณโทรศัพท์ตัดไป มารุตทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยขาสั่นเทา ความตื่นกลัวลนลานเข้ามากัดกินความคิด เขามีเวลาเหลือไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงในการทำลายหลักฐานและร่องรอยบาปทั้งหมดที่เขาร่วมกันสร้างไว้กับ 'แพรว' ทั่วทุกมุมของคฤหาสน์หลังนี้ มารุตรีบเดินก้าวตรงไปยังห้องนอนแขกของแพรวและผลักประตูเปิดออกทันที
แพรวกำลังนั่งอ่านนิตยสารแฟชั่นอยู่บนเตียงสวมเสื้อชุดนอนตัวบาง เธอเลิกคิ้วมองใบหน้าที่ตื่นตระหนกและเหงื่อผุดเต็มหน้าผากของมารุตด้วยความสงสัย "มีอะไรเหรอคะมารุต ทำไมทำหน้าตาตื่นขนาดนั้นล่ะคะ"
"พราวโทรมาครับ... พราวบอกว่างงานเสร็จก่อนกำหนดและจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้เช้าครับพี่แพรว!" มารุตเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือร้อนรน
แววตาของแพรววูบไหวเปลี่ยนเป็เ็าและไม่พอใจทันที เธอวางนิตยสารลงบนเตียงช้า ๆ กอดอกจ้องมองน้องเขยที่ตอนนี้มีท่าทางกลัวความลับแตกอย่างน่าสมเพช "งั้นเหรอคะ... พราวจะกลับมาแล้วสินะคะ แล้วมารุตจะให้พี่ทำยังไงคะ?"
"เราสองคนต้องหยุดทุกอย่างทันทีครับพี่แพรว! ั้แ่วันนี้ และเราต้องช่วยกันเก็บกวาดร่องรอยทั้งหมดในบ้านหลังนี้ด้วยครับ อย่าให้พราวสงสัยเป็อันขาด" มารุตพูดพลางตรงดิ่งเข้าห้องน้ำในห้องนอนแขกเพื่อตรวจเช็คผ้าเช็ดตัวและเครื่องสำอางของแพรวที่อาจจะเผลอเอาไปวางปะปนในห้องนอนใหญ่
ตลอดทั้งวันนั้น มารุตไม่ได้ออกไปทำงานที่บริษัท เขาใช้เวลาทั้งหมดทำความสะอาดและตรวจสอบหาเศษเสี้ยวรอยบาปในบ้านอย่างบ้าคลั่ง มารุตตรวจเช็คถังขยะในบ้านทุกใบ เขาพบใบเสร็จชำระเงินของซูเปอร์มาร์เก็ตที่เราเจอคุณหญิงวิไล (เพื่อนบ้าน) เขาจึงรีบนำมันเข้าเครื่องทำลายเอกสารย่อยทิ้งทันที เขาใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดพรมในห้องนั่งเล่นและห้องแต่งตัวอย่างประณีตเพื่อดึงเอาเศษเส้นผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มของแพรวออกให้หมด เขาขัดถูเคาน์เตอร์หินอ่อนในห้องครัวที่เคยร่วมรักเพื่อดับกลิ่นและรอยเปื้อน มารุตนำผ้าปูเตียงและปลอกหมอนห้องนอนแขกไปซักอบใหม่ กลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มเคมีหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน ทว่ามันช่างเป็ความหอมจอมปลอมที่พยายามปกปิดรอยร้าวเน่าเฟะในหัวใจเขาอย่างน่าอาย นอกจากนี้เขายังพบรอยขูดขีดจาง ๆ บนขอบตู้กระจกเก็บกระเป๋าในห้องแต่งตัว มารุตจึงต้องขยับกระถางต้นไม้ประดับและแจกันดอกไม้มาจัดวางบังรอยขูดขีดนั้นไว้อย่างแเี และเขายังฉีดสเปรย์หอมปรับอากาศกลิ่นลาเวนเดอร์อ่อน ๆ ที่พราวชอบไว้ทั่วบ้านเพื่อจำลองบรรยากาศเดิมคืนกลับมา
---
ค่ำคืนสุดท้ายก่อนที่พราวจะกลับมา บรรยากาศภายในบ้านเงียบสลัวและเยือกเย็นราวกับป่าช้า มารุตและแพรวนั่งรับประทานอาหารค่ำร่วมกันเป็มื้อสุดท้าย ทว่าคราวนี้ไม่มีสายตาหวานเชื่อมหยอกล้อ มีเพียงความเงียบและแรงกดดัน
"มารุตคะ... พี่ได้ยินข่าวลือในสังคมธุรกิจมาว่าเจตน์น้องชายของมารุต่นี้ดูสนิทสนมกับอนลคู่แข่งประมูลของมารุตจังเลยนะคะ" แพรวเอ่ยเปิดประเด็นขึ้นมาพลางเอนหลังจิบบิตเตอร์เลมอน
มารุตชะงักไปชั่วครู่ ความเครียดเพิ่มพูนในหัวใจ "เจตน์เป็เด็กไร้เดียงสา รักศิลปะครับ เขาคงไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมธุรกิจของอนลหรอกครับ ผมเตือนเขาหลายครั้งแล้วหวังว่าเจตน์จะไม่โดนหลอกใช้นะครับ... แต่ในยามนี้ผมไม่มีเวลาไปคิดเื่คนอื่นหรอกครับ แค่เื่ในบ้านของเราผมก็แทบคลั่งแล้ว" มารุตตอบเสียงห้วนพลางก้มหน้าตักอาหาร
หลังมื้ออาหาร มารุตรีบแยกตัวขึ้นไปนอนในห้องนอนใหญ่ของเขากับพราวเพื่อขจัดกลิ่นอายความบาปและทำตัวให้คุ้นเคยกับห้องเดิม
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงเวลาเที่ยงคืน มารุตยังคงนอนเบิกตากว้างจ้องมองเพดานมืดมิดในห้องนอนใหญ่ หัวใจของเขาเต้นระทึกขวัญเตือนใจถึงวันพรุ่งนี้ที่พราวจะกลับมา ทว่าเสียงเลื่อนประตูห้องนอนใหญ่เบา ๆ ทำให้เขาต้องรีบหันไปมองในทันที
แพรวเดินก้าวเข้ามาในห้องนอนใหญ่ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่ส่องลอดผ้าม่าน คืนนี้เธอจงใจสวมใส่ชุดนอนสายเดี่ยวผ้าลูกไม้สีดำบางเฉียบที่แทบจะมองเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าด้านในทั้งหมด แพรวเดินก้าวช้า ๆ ตรงมายังข้างเตียงนอนฝั่งของพราวที่ยังคงว่างเปล่า เธอทรุดตัวลงนั่งและยื่นปลายนิ้วเรียวอุ่นทาบลงบนแผ่นอกของมารุตช้า ๆ
"พี่แพรว... เข้ามาทำไมครับ! ออกไปเถอะครับ พรุ่งนี้พราวจะกลับมาแล้วนะ" มารุตรีบเอ่ยกระซิบเสียงเข้มพยายามปัดป้องจับข้อมือของเธอไว้
แพรวไม่ฟังคำทัดทาน เธอกระแซะกายขึ้นมาบนเตียงกว้าง ทาบทับร่างระหงลงบนตัวของมารุต สบตากับดวงตาคู่คมของเขาด้วยแววตาตัดพ้อปนปรารถนาท้าทาย "คืนนี้คือคืนสุดท้ายที่เราจะอยู่ด้วยกันสองคนนะมารุต... ทำไมตอนนี้ถึงทำตัวเป็นักบุญสุภาพบุรุษขึ้นมาล่ะคะ? วันก่อน ๆ มารุตยังกอดและร่วมรักกับพี่อย่างป่าเถื่อนบนโซฟาและเคาน์เตอร์ครัวอยู่เลยไม่ใช่เหรอคะ คืนนี้พราวยังไม่กลับมาสักหน่อย... กอดพี่อีกครั้งสิคะมารุต พี่รู้ว่ามารุต้าพี่... อย่าขี้ขลาดนักเลยค่ะ ในอเมริกาทุกคนซื่อสัตย์กับกิเลสตัวเอง แต่มารุตกำลังสวมหน้ากากสร้างคุกกักขังตัวเองต่างหากล่ะคะ หรือมารุตคิดว่าพราวแสนดีคนนั้นสะอาดบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์คะ? บางทีน้องสาวของพี่อาจจะมีความลับซ่อนอยู่แบบที่มารุตคาดไม่ถึงก็ได้นะจ๊ะ"
คำพูดประชดประชันถึงภรรยาทำให้มารุตฟิวส์ขาด เขาคว้าจับข้อมือของแพรวบีบแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจ้องสบตาเขม็ง "หยุดพูดถึงพราวแบบนั้นนะพี่แพรว! พราวไม่เกี่ยวอะไรกับเื่ตัณหาต่ำทรามของเราสองคน พรุ่งนี้เธอจะกลับมาและผมบอกให้หยุดก็ต้องหยุดครับ! กลับห้องของคุณไปเดี๋ยวนี้!"
แพรวดึงข้อมืออกจากการเกาะกุม รอยยิ้มสมเพชและหยันสู้ปรากฏบนใบหน้าก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนดึงชายเสื้อนอนลง สะบัดเสียงเ็าใส่ "ขี้ขลาดจังเลยนะคะมารุต... จำคำพูดและท่าทางผลักไสในคืนนี้ไว้ให้ดีนะคะ หวังว่าวันพรุ่งนี้เวลาสบตากับพราว... มารุตจะไม่สั่นกลัวจนสติแตกไปก่อนนะจ๊ะ"
แพรวเดินก้าวออกจากห้องนอนใหญ่และปิดประตูกระแทกดังปังทิ้งไว้เพียงความเงียบงันปนความหวาดระแวงอันแผ่ซ่าน มารุตลุกขึ้นมานั่งกุมขมับข้างเตียงกว้าง ก่อนจะฝืนเดินก้าวเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อเรียกสติสัมปชัญญะ เขายกมือขวาขึ้นลูบคลำแหวนแต่งงานสีเงินเรียบหรูวาววับบนนิ้วนางข้างซ้ายสะท้อนเงาชัดเจนในบานกระจกเงา แววตาเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้สมเพชในความชั่วช้าของตัวเอง มารุตทรุดตัวลงนั่งคุดคู้พิงผนังห้องน้ำที่เย็นเฉียบอย่างสิ้นหวังไร้หนทางสู้และไร้แรงกำลังปราบปรามกิเลสตัวร้าย เขาตระหนักดีว่าตนเองได้ทรยศหักหลังและทำลายความไว้วางใจของภรรยาแสนดีอย่างพราวไปอย่างย่อยยับไม่มีชิ้นดีแล้ว
มารุตเดินกลับออกมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นเตือนข้อความบนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาเปิดดู พบข้อความหวานซึ้งที่พราวพิมพ์ส่งทิ้งไว้ให้ก่อนนอน
'ราตรีสวัสดิ์ค่ะสามีสุดที่รักของพราว พรุ่งนี้เจอกันนะคะ พราวจะรีบกลับไปกอดคุณค่ะ รักคุณที่สุดในโลกเลยนะจ๊ะ'
มารุตสั่นสะท้านไปทั้งตัวก่อนจะซบหน้าลงกับหมอนหนุนนอนข้างกายพราวที่ยังหลงเหลือกลิ่นแป้งอ่อน ๆ ของเธออยู่ เขาถอนหายใจสะอื้นแ่เบาท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลมราตรีนอกหน้าต่าง ความกดดันระทึกขวัญปนความกลัวบีบคั้นขั้วหัวใจของเขาจนไม่สามารถข่มตานอนหลับลงได้เลยตลอดทั้งคืน ความเงียบสงัดก่อนพายุร้ายระลอกใหญ่จะพัดกระหน่ำในเช้าวันรุ่งขึ้นกำลังทำหน้าที่กัดกินกลืนกิเลสและสำนึกศีลธรรมของคนผิดบาปทีละน้อย มารุตทำได้เพียงหลับตาลงและรอคอยวันพรุ่งนี้ วันที่ความจริงและความสัมพันธ์สีเทาทั้งหมดกำลังจะถูกแผดเผาให้มอดไหม้กลายเป็เถ้าถ่านที่ไม่มีวันหมุนวนกลับมาเหมือนเดิมได้อีกต่อไปชั่วชีวิต