เจดีย์เปร่งแสงประกายแดงพลังงานดูดกลืนเคลื่อนย้ายธนูเทพอัตราหลอมเข้าภายในเจดีย์
“อย่าา โปรดไว้ชีวิตข้าน้อย ท่าน้าสิ่งใดข้าจะช่วยท่าน”
อาการหวาดกลัวเริ่มสติหลุดลอย นานมากแล้วไม่ได้เจอสิ่งใดข่มขู่นางเช่นนี้ อาวุธสำคัญได้ล่องหายต่อหน้านางไม่กี่อึดใจ นางไม่อาจต้านทานได้ถ้าต่อสู้ขึ้นจริงหนทางรอดชีวิตออกไปก็คงยาก
ของวิเศษอีกชิ้นกำลังดึงออกจากกำไรมิติของนาง
“หยุ…”
สายเกินไปแล้วเจดีย์ได้ดูดพลังิญญาปราณรวมถึงอายุไข ดวงจิตแตกดับร่างสลายเป็กองขี้เถ้ากองหนึ่ง
ผู้ที่เห็นลอบกลื่นความกลัวลงคอ พวกเขารอดตายได้หวุดหวิด
“ขอบคุณ ท่านอาจารย์” โม่หยางก้มตัวคำนับน้อบน้อมอย่างซื่อตรงต่อเจดีย์
ทั้งชีวิตเขาเจอขั้นเซียนไม่เคยเสื่อมใสเท่าสิ่งนี้
“ไม่ต้องมากพิธี ข้าออกกักตนก่อนเวลาอันควรเพื่อช่วยชายทั้งสาม ในไม่ช้าข้าต้องจากโลกนี้ไป เ้าไร้ความสามารถปกป้องตัวเองและผู้อื่นเช่นนี้จริงหรือโม่หยาง”
“ไม่มีท่านคอยชี้แนะ ตาข้ามืดบอด”
คัมภีร์หนึ่งเล่นลอยออกจากเจดีย์ตกถึงมือโม่หยาง
“เ้าควรตั้งใจฝึกฝน อย่าคิดเกียจคร้าน ผู้อยู่ใต้เมฆมีมากมายนับไม่ถ้วน พร้อมสังหารเ้าทุกเมื่อ การบำเพ็ญเพียรจิตใจต้องนิ่งเป็อันหนึ่งอันเดียว ข้ารู้ว่าเ้าไม่ชอบยุ่งเกี่ยวผู้อื่นแต่ตอนนี้รอบตัวเ้ามีคนที่เ้าต้องปกป้อง เป็เื่ที่เ้าต้องใฝ่ปฏิบัติการต่อสู้ที่แท้จริงาเ็รักษาหาย เ้าไม่ต้องกลัวเ็ปสิ่งนี้จะช่วยเ้าแข็งแกร่ง หากเ้าอ่อนแอเ้าจะทั้งเ็ปสาหัสดับสูญ เ้าสู้ผู้อื่นได้กลับหลีกหนี อีกไม่นานข้าจากไปเ้าจะรับมือเช่นใดในวันนี้” เจดีย์กล่าวน้ำเสียงอย่างห่วงใย
เมื่ออดีตเขาถูกปลุกให้ออกมาช่วยหลายครั้ง ใช้เวลาอยู่หลายปีสั่งสอน
ตอนโม่หยางอายุสิบหกปีบำเพ็ญปราณขั้นต้น
่อายุยี่สิบแปดอยู่สั่งสอนสองปีตามป่าเขาระดับปราณขั้นปราย
่อายุห้าสิบปีถูกปราณขั้นทองแย่งชิงของข้าก็ต้องออกมาช่วย
ผ่านมาอีกสามสิบปียังคงสภาวะเดิม ตกต่ำ เยี่ยงนี้
ศิษย์น้อยผู้นี้ยังช้าอยู่มากเมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ทิ้งไว้ให้
ของพาไปค้นหาอีกมาก็เท่าขุมทรัพย์พระาาจนนับไม่ถ้วน
หากแบ่งปันผู้อื่นใช้คงได้ทั่วทั้งสำนัก
เหตุเพราะเกียจคร้านหรือจากสองคนข้างหลัง
เจดีย์กลับมาย่อส่วนเล็กดังเดิมบินลอยวนหลี่เหยียนและฮุ่ยชิว
“ข้าช่วยพวกมันขึ้นมาจากตำราที่เราค้นพบในถ้ำร้างซับซ้อนนั่น” โม่หยางกลัวว่าทั้งสองจะถูกกลื่นกิน จะกล่าวห้ามก็กลัวโดนดุด่า
“ขอบคุณผู้วิเศษที่ช่วยชีวิตข้า”
“ขอบคุณท่านมากขอรับ”
ร่างกายทั้งสองาเ็สาหัสฝืนกั้นกลืนคุกเข่าก้มหัวต่อหน้าเจดีย์ ความยิ่งใหญ่อนุภาพมากล้นสิ่งลึกลับจากซากเทวะ พวกตนมีวาสนาได้พบเห็นถือเป็โชคครั้งใหญ่
“อืมม อย่าได้เสียเวลาบำเพ็ญตน สร้างมาไม่อาจพึ่งพาสิ่งใดได้ ถือว่าไร้ค่า”
คำพูดไพเราะกลับกรีดลงกลางใจทั้งชายทั้งสาม หายวับกลับเข้าแหวนมิติ
ผู้หนึ่งล้มตัวนอนอย่างเ็ปทั้งกายและใจ ฮุ่ยชิวลุกขึ้นไปเก็บกระบี่ยาวอย่างหวงแหนนึกคิดคำสอนของผู้วิเศษ
สมแล้วที่เป็ของวิเศษความตั้งใจยึดมั่นต้องมั่นคง
ไม่มีคำชื่มชมดั้งเดิมโม่หยางได้แต่ส่ายหน้าเหนื่อยล้า ยกตำราในมือขึ้นมาดู
ด้านหน้าเขียนตัวหนังสีดำหนา ‘รวมสรรพสิ่ง’
เปิดดูข้างในผ่านๆ มีรูปวาดฝึกวิชาเคลื่อนไหวเป็กระบวนท่าแปลกตา
ผ่านจนถึงกลางเล่ม ความควบแน่นของวิชาในหน้ากระดาษ สูงขึ้นไม่อาจทนดูต่อได้
‘เต๋าของเขายังอ่อนแอเกินกว่าจะดู’
หลังจากรักษาอาการของทั้งสองแบบรวบรัด เร่งออกจากที่แห่งนี้ อีกไม่นานผู้อยากรู้อยากเห็นมีมากย่อมอยากมาดูว่าเกิดเื่อะไรขึ้นที่นี้
กระบี่บินถูกเรียกออกมาใช้งานโดยโม่หยาง ส่วนหลี่เหยียนกับฮุ่ยชิวกอดคอช่วยกันเหาะเหินตามหลังคาบ้านเรือนใช้ความเร็วอำพรางมุ่งกลับเรือนตระกูลไป๊
กระบี่ของโม่หยางไม่ถือว่าดีมากในโลกนี้ ทางสำนักหลางซางไม่ได้มีชื่อเสียงด้านกระบี่แต่ก็ไม่ได้น้อยหน้าสำนักอื่น ศาสตร์ทุกแขนงทางสำนักได้เชิญปรมาจารย์เข้ามาฝึกสอนตามความเก่งกาจ ลูกศิษย์เลือกเรียนได้ตามเต๋าที่ตนถนัด
ขณะนั้นภายในรั่วกำแพงในนครหลวง คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้าในยามวิกาล กงกงคานเขานั่งกระซิบเหนือแท่นเตียงลายั
“ปรมาจารย์ฝู่ฟางไม่อาจต้านทานพะยะค่ะ ฝ่าา” ข่มความตื่นตระหนกเอาไว้กลัวว่าเบื้องหน้าจะทรงกริ้ว
“อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้”
มือเรียวยาวโผล่ฉากกั้นลูกปักร้อยกั้นเตียงโบกไล่ให้ออกไป
“พะยะค่ะ ฝ่าา”
บ่าวในเรือนตระกูลไป๊เร่งรีบออกจวนแจ้งข่าวไปยังไป๊จิ่งและหลิวซี ผู้คนเข้ามาด้านในจวนั้แ่รุ่งสาง หมอกปกคลุมดอกท้อตามทางเดินภายในสวนเรือนรับรอง
โม่หยางนั่งด้านหน้าโต๊ะดวงตาคมกล้ากลัดกลุ้ม มือยื่นรับถ้วยชาจากไป๊จิ่ง นั่งชงชาด้านข้างหน้าตาดูผ่อนคลายลงเมื่อเห็นศิษย์พี่กลับมาพร้อมทูติญญาทั้งสองถึงจะขาดไปอีกหลายตนก็เถอะ
พูดคุยเื่ราวที่ผ่านมาไม่กี่วันนี้
หลิงซีดูอาการาเ็ของทั้งสองพร้อมจดบันทึกอาการควบคู่ไปด้วย
หลี่เหยียนและฮุ่ยชินนอนเป็ผักบนเตียงคู่กัน
ผ้าผันแผลปิดตามร่างกายเกือบทั่วทั้งตัว
“โดนอาวุธวิเศษไม่อาจรักษาโดยใช้ปราณปิดโดยง่าย พลังิญญาที่มีก้ใช้รักษาไม่พอ”
หลิวซีรับหน้าที่ดูจวนเสนาฝ่ายซ้ายสืบข่าวคราวได้หลายส่วน
ไม่กี่วันดูสุขุมยิ่งขึ้นจากภาระหน้าที่เป็หัวหน้าหน่วย
“เด็กในครรภ์ฮูหยินสมบูรณ์ปกติ มีผู้ดูแลไม่ห่างข้าแอบตรวจสอบดูเด็กในครรภ์มีเต๋าแต่กำเนิดดั่งท่านเสนาฝ่ายซ้ายกล่าว แล้วเหมือนจะได้รับเชิญชวนเข้าสำนักหลวงในภายภาคหน้า ข้ากลับไม่แน่ใจว่าจะเป็นางปีศาจมาเกิดหรือไม่”
ศิษย์สามพี่น้องพบปะร่วมกันวางแผนการ พวกเขาเป็มือใหม่เข้าสู่ยุทธภพถึงโม่หยางจะมีอายุเกือบร้อยปีแต่ประสบการ์ณต่อสู่กับผู้คนในเมืองและในวังถือว่าอ่อนหัด
ฮุ่ยชิวไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกันแต่กลับนอนฟังทุกคำพูดของทุกคน
ในวันข้างหน้าตนต้องคอยดูแลโม่หยางและอยู่ร่วมกับผู้คนเหล่านี้ต้องรู้เื่ทุกอย่างให้เร็วยิ่งดี
คนด้านข้างนอนไม่ไหวติ่งเหมือนตายไปอีกครา มีเื่อันใดหลี่เหยียนคอยฟังคำสั่ง
จากนี้รักษาตัวหายดีตนจะตั้งใจเพิ่มวิทยายุทธกำลังภายในไว้ต่อสู้
“เด็กมีเต๋าแต่กำเนิดก็อาจเป็ไปได้” ไป๊จิ่งออกความเห็นระหว่างเดินค้นหาตำราในตะกร้าที่แบกมาจากสำนัก “ตามตำราเคยอ่านผ่านๆ มาผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสูงตายแล้วยายจิตเกิดใหม่มีหลายส่วนสามารถมีเต๋าเกิดขึ้นเองโดยง่าย”
“เด็กยังไม่เกิดกลับจ้องนำไปบำเพ็ญเร็วปานนั้น”
“ในวังเราถูกจับได้โดยง่าย การละครของเ้าแย่เสียกระไร มิสู้แจ้งไปโดยตรง”
“เสี่ยงตายกันมาแล้วไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ในวังลมแรงน่าเป็ห่วง ศิษย์พี่มองว่าท่านพี่ไป๊จิ่งจะรับมือไม่ได้”
“หรือจะมีคนจำข้าได้ถึงได้รู้เื่เร็วปานนี้ พระสนมชื่นชอบเย็บปักถักร้อยท่านรู้หรือไม่ข้าต้องนั่งปักผ้าทั้งวัน ไม่ได้สืบข่าวอันใด หมอหลวงกล่าวเป็โอรถ พระนางถึงได้เป็ที่โปรดปรานของฝ่าาในเพลานี้ ข้าเพ่งดูไม่แน่ว่าใช่โอรสจริงแท้”
แทบทั้งโต๊ะนั่งมองหน้าไป๊จิ่งอย่างสงสารไม่มีผู้ใดอยากเข้าไปในวัง
ผู้คนวุ่นวายกฎเกณฑ์มากมายผิดต่อวิถีนักพรต