ความรักของยัยปลาทอง

    พี่น้อง ปอ ปลา 2

    “Welcome to Bangkok น้องรัก”ปานลินยิ้มร่าเริงสดใสต้อนรับน้องชาย ยังเข้าไปกอดรับขวัญน้องชายที่ตอนนี้ตัวสูงกว่าเธอไปหลายสิบเซนติเมตรด้วย“ทำอย่างกับผมกลับมาจากเมืองนอก” ฝ่ายน้องชายกลับแกะพี่สาวของตัวเองออก “ปล่อยผมได้แล้ว ผมโตขนาดนี้แล้วยังมากอดอีก ผมอายเขา!”‘ปรพัชร’ ผู้มีชื่อเล่นว่า ‘ปลาทู’ ถอยห่างออกมาทันทีที่หลุดออกจากอ้อมกอดของผู้เป็นพี่สาว“ฮ่วยบักหล่าน้อย เอื้อยกอดก็บ่ได้ บ่อยากอยู่กะเอื้อยแล่วบ่?” หญิงสาวเท้าเอวถลึงตาใส่“อย่าฟ้าวหนหวยแมะ มาๆ กอดๆ” น้องชายผู้ซึ่งยังต้องอาศัยบารมีของพี่สาวอยู่ก็รีบกอดออดอ้อนทันที “ว่าแต่เอื้อย เฮาสิเว่าจังซี่บ่ เขาสิบ่หัวเราะเฮาติ”“ก็พูดกลางนั่นแหละ นานๆ ทีได้เจอน้องชายก็เลยเผลอไง” ปานลินบอก “ไอ้ทูแกโตเร็วจริงๆ ดูสิ สูงกว่าพี่แล้วเนี่ย”“ต้องโทษที่พี่หยุดโตตั้งแต่ตอนมอต้นต่างหาก อีกอย่างผมสูงกว่าก็ถูกแล้ว ผมเป็นผู้ชายนะ”“ย่ะ” ปานลินเบ้ปากใส่ “มีของแค่นี้เหรอ?”“แค่นี้แหละ แม่บอกว่าไม่ต้องเอามาเยอะ มันเอาขึ้นเครื่องลำบาก ขาดเหลืออะไรค่อยมาซื้อเอาที่นี่”“แหม ดีจังเลยนะ บอกให้มาซื้อเอาที่นี่ แต่จะให้พี่เป็นคนจ่ายล่ะสิ”ปรพัชรยิ้มแป้น หัวเราะแห้งๆ ส่งให้ ก่อนมาแม่พูดอย่างนั้นจริงๆ บอกว่าขาดเหลืออะไรก็ให้พี่ซื้อให้ที่นี่ อุตส่าห์ไม่พูด พี่สาวสุดที่รักก็ยังรู้ทันอีก“งั้นก็ไปซื้อของกันก่อน ค่อยกลับห้องทีเดียว” ปานลินบอก “ได้จดไว้ไหมว่าต้องซื้ออะไรเพิ่ม?”“จดมาแล้วครับ”“อืม” ปานลินเอื้อมมือไปช่วยถือกระเป๋าลากใบหนึ่ง“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวผมลากเองก็ได้ ของไม่เยอะมาก ไม่หนักหรอก” ปรพัชรคว้าเอากระเป๋าเดินทางกลับมา กระเป๋าสามใบโตๆ พวกนี้เขาสามารถลากเองคนเดียวได้ มองดูพี่สาวตัวเองตอนนี้แล้วจะเห็นว่าพี่สาวของเขาตัวเล็กมาก จะให้ลากกระเป๋าสักใบนึงเขายังไม่สบายใจเลยปานลินมองดูน้องชายลากกระเป๋าทั้งสามใบแล้วอมยิ้ม ตอนนี้น้องชายเธอโตขึ้นมาก สูงขึ้นมากด้วย แม้จะยังดูผอมบางอยู่ แต่อีกหน่อยก็คงมีกล้ามเนื้อมากขึ้น ตอนนี้เขายังรู้จักเป็นห่วงพี่สาวด้วย โตขึ้นมากจริงๆ อย่างนี้ค่อยคุ้มค่ากับความรักและการดูแลเอาใจใส่ของเธอหน่อย“ต้องไปซื้อของด้วย จะเอาของใส่รถหมดเหรอพี่?”กระเป๋าสองใบใส่ท้ายรถ อีกใบก็ใส่ที่เบาะหลัง เหลือที่ว่างอีกนิดหน่อย“ของที่จะซื้อเยอะมากเหรอ” ปานลินถาม “ไหนเอาที่จดไว้มาดูซิ”ปรพัชรเอากระดาษที่จดเอาไว้ออกมาจากกระเป๋าใบเล็กที่คาดติดตัว ปานลินเอามาเปิดอ่าน“อ้อ พวกเครื่องนอนไม่ต้องซื้อ พี่เตรียมไว้ให้ในห้องแล้ว ซื้อพวกของใช้ที่เหลือก็พอแล้ว”“อ๋อ” ปรพัชรพยักหน้าเข้าใจใช้เวลาพอสมควรกว่าจะมาถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่ไม่ไกลจากที่พักของปานลินมากนัก เธอกับน้องชายเดินเลือกซื้อของอยู่พักใหญ่“พี่ว่าเราซื้อพวกของกินเข้าห้องด้วยเถอะ เหมือนพวกของสดในตู้จะมีไม่เท่าไหร่” ปานลินบอกเมื่อพวกเธอเดินผ่านโซนอาหาร“พี่กินแต่พวกบะหมี่ล่ะสิ ไม่แปลกใจเลยที่พี่ไม่ค่อยโตน่ะ”ปานลินจิ๊ปากใส่น้องชายที่แสนจู้จี้ของตัวเอง ปกติเธอก็ทำอาหารกินเองน้อยครั้งจริงๆ นั่นแหละ ยิ่งช่วงที่เธอมีไฟเขียนหนังสือ เธอแทบจะไม่อยากลุกไปไหน แค่ต้มบะหมี่กินได้ก็บุญแล้ว หลังจากปิดต้นฉบับเสร็จนู่นแหละถึงจะออกไปหาอะไรกินเป็นเรื่องเป็นราว ช่วงนั้นพลอยขวัญจะแวะมาดูเธอบ่อยๆ เอาพวกขนมหวานหรืออาหารที่กินง่ายๆ แต่ให้พลังงานสูงๆ มาให้ เธอรอดตายมาได้ก็เพราะเพื่อนคนนี้เลย“พี่ ผมซื้อพวกนี้ได้ไหม?” ปรพัชรชี้ไปยังแผงที่มีขนมต่างๆ ปานลินพยักหน้า“อยากกินอะไรก็ซื้อเลย ซื้อพวกของสดไว้ทำกินได้สักอาทิตย์ก็พอนะ เดี๋ยวมันจะเสียทิ้ง ค่อยซื้อเข้าไปเติมเอา” ปานลินบอกปรพัชรรับคำ หยิบของที่ตัวเองอยากกินใส่รถเข็นเล็กน้อย พวกผัก พวกเนื้อ เขาก็เลือกเอง คิดเอาไว้แล้วว่าตัวเองคงต้องเป็นคนทำอาหารส่วนใหญ่ พี่สาวของเขาทำอาหารไม่เก่งเท่าไหร่ น่าจะเรียกว่าไม่อยากทำมากกว่า ดังนั้นหน้าที่นั้นคงตกเป็นของเขาครืด ครืด ครืด“ทำอะไรน่ะ?” ปรพัชรชะเง้อคอมองจอมือถือของพี่สาว มีการตั้งเตือนเวลาเอาไว้ด้วย “พี่มีธุระเหรอ? รีบไหม? เรากลับกันเลยก็ได้นะ”“ฮะ?” ปานลินถาม แต่มือกลับกดพิมพ์บางอย่างยิกๆ“ผมถามว่าพี่มีเรื่องที่ต้องไปทำเหรอ? เห็นตั้งเตือนด้วย” ปรพัชรถามย้ำ“อ๋อ เปล่าๆ ตั้งเตือนไว้ส่งข้อความเฉยๆ” ปานลินบอก เก็บมือถือไว้ที่เดิมหลังส่งข้อความเสร็จ เธอจะตั้งเวลาเตือนเอาไว้สามเวลา แปดโมงเช้า เที่ยง แล้วก็หกโมงเย็น พอมีการเตือนเธอก็จะส่งข้อความไปยังเบอร์ของ ‘ว่าที่แฟน’ อย่างตรงเวลา ทำอย่างนี้มาตลอดสองวันตั้งแต่ได้เบอร์โทรมา ต้องเติมเงินมือถือตลอด ส่งข้อความแบบนี้เปลืองเงินมากเลย คราวหน้าขอเฟซบุ๊คหรือไลน์ดีกว่า“เที่ยงแล้ว หาอะไรกินกันก่อนไหม?” ปานลินถาม“พี่จะเลี้ยงเหรอ?” ปรพัชรถามปานลินทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ “ถ้าพี่ไม่เลี้ยงแล้วใครจะเลี้ยงแก แกคิดว่าเงินซื้อของพวกนี้กับของในห้องแกไม่ใช่เงินพี่สาวคนนี้งั้นสิ”“แหม น้องก็ถามไปงั้นเอง” ปรพัชรรีบบอกเสียงอ่อย “ผมอยากกินซูชิ”“เล่นของแพงซะด้วย ไม่เบาเลยนะไอ้ปลาทูน้องรัก” ปานลินพูดประชด แต่ก็ยังตามใจพาเข้าร้านซูชิชื่อดังในห้าง สั่งมาแต่ละอย่างมีแต่ของชอบของปรพัชร จะบอกว่าสั่งให้น้องชายก็ไม่ใช่เสียทีเดียว ปานลินกับปรพัชรสองพี่น้องชอบอาหารคล้ายกันมาก และโปรดปรานอาหารญี่ปุ่นมากเหมือนกันอีกด้วย“โห เห็นแม่บอกว่าพี่รวยท่าจะจริง” ปรพัชรพูดขึ้นหลังเห็นราคาในบิลค่าอาหาร กินอาหารมื้อเดียวหมดไปหลักสี่เลยทีเดียว“ไม่ได้หมายความว่าจะกินอย่างนี้ทุกมื้อหรอกนะ” ปานลินบอก จ่ายเงินแล้วก็พาน้องชายกลับห้องปรพัชรเอากระเป๋าลงจากรถหลังมาถึงหอพักของพี่สาว ไม่สินะ พี่สาวของเขาเรียกมันว่าคอนโด ตอนแรกไม่คิดว่าพี่สาวของเขาจะอยู่ในที่ที่ดูหรูหราแบบนี้ ตอนพี่สาวบอกว่าซื้อคอนโดไว้เขายังไม่ปักใจเชื่อ คิดว่าคงเป็นห้องพักธรรมดาๆ ก่อนมายังแอบกังวลอยู่เลยว่าจะมารบกวนพี่สาวหรือเปล่าปรพัชรเองก็โตจนเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว ส่วนพี่สาวก็ยังโสด รูปร่างหน้าตาก็ไม่ใช่ย่อย ทั้งยังดูเด็กกว่าอายุจริงอยู่นิดหน่อย ปรพัชรกังวลว่าจะทำให้พี่สาวมีปัญหา อยู่ห้องเล็กๆ ด้วยกัน ต่อให้เป็นพี่น้องแท้ๆ ก็ยังอาจจะถูกนินทา ถูกพี่สาวตวาดกลับมาว่า ‘ใครจะไปนอนห้องเดียวกันกับแก นอนกันคนละห้องย่ะ’ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอนที่พี่สาวบอกว่าซื้อคอนโดเป็นช่วงที่เรียนจบใหม่ๆ ซื้อด้วยเงินด้วยเองล้วนๆ ไม่ขอพ่อแม่เลยสักบาทเดียวเห็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกนับถือพี่สาวขึ้นมานิดนึง...................................................................ปลาทูจ๊ะ พี่สาวเธอไม่ได้มีดีแค่เพ้อไปวันๆ นะ