ซ่อนกลิ่น
Ep11
ผมได้แต่ยืนนิ่งค้างอยู่แบบนั้นสายตาเรียวมองใบหน้าหล่อคมของเ้าขุนค้าง เ้าขุนมองจ้องผมไม่ละสายตา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะไม่มีแววรู้สึกผิกกับสิ่งที่ทำลงไป
“ไหนๆซ่อนก็รู้เื่แล้วงั้นเราก็คุยกันง่ายขึ้น” น้ำหวานเอ่ยบอกพลันกอดแขนแกร่งของเ้าขุนไว้แน่นท่าทางของเธอไม่มีทีท่าว่าเสียใจที่ทำแบบนี้กับผม
“ทำไม ั้แ่เมื่อไหร่”ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ั้แ่เมื่อไหร่ดีนะ”เสียงเข้มเอ่ยขึ้นสายตาดุปรายตาผ่านผมไปมองปีบที่ยืนนิ่งค้างไม่แพ้กัน ก่อนจะปรายตากลับมามองที่ผม
“พี่ก็คิดเอาเองแล้วกัน”เมื่อจบคำพูดของเ้าขุน ผมเซถอยหลังไปหลายก้าวน้ำตาใสไหลอาบแก้มลงเงียบๆ มองคนทั้งสองที่ทรยศผมตรงหน้า ทั้งๆที่ทำผิดแต่กลับมีใบหน้าที่ไม่รู้สึกอะไร
“หึ รักกันขนาดนี้ ฮึกงั้นผมคงต้องหลีกให้...” ผมกัดฟันเอ่ยบอกพร้อมน้ำตาสายตาเรียวมองน้ำหวานที่ดูไม่สนใจผม ก่อนจะปรายตามองเ้าขุนแล้วยกยิ้มข่มให้
ผมยอมเดินหันหลังให้คนทั้งสอง เดินผ่านปีบที่ยืนร้องไห้เงียบๆ
“พี่ซ่อน” ระหว่างที่ผมกำลังเดินผ่านปีบ มือเรียวดึงแขนผมเข้าไปจูบท่ามกลางสายตาของน้ำหวานและ...เ้าขุน ที่พอเห็นผมถูกปีบจูบสายตาดุเปลี่ยนเป็สีเข้มขึ้นมา พร้อมแรงข่มที่ปล่อยออกมาจนโอเมก้าสองคนตรงนี้ทรุดกายลงนั่งกับพื้น ด้วยตัวที่สั่นไหวเพราะความกลัว
“!!!” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อต้นแขนถูกมือหนากระชากให้หันไปเผชิญหน้ากันสายตาดุจ้องหน้าผมด้วยความเกรี้ยวกราดน่ากลัว
“...” เ้าขุนจ้องหน้าผมนิ่งไม่เอ่ยหรือพูดอะไรออกมาสักคำพลันออกแรงดึงผมให้เดินตามไป ผมรู้สึกกลัวเด็กตรงหน้ามากถึงผมจะเป็เบต้าแต่ด้วยแรงข่มที่คนเด็กกว่าปล่อยออกมาก็ทำให้ผมรับรู้ได้ถึงอารมณ์ของอัลฟ่าตรงหน้า
“เ้าขุน ปล่อย!” ผมตวาดเสียงใส่หน้าเ้าขุนเสียงดังลั่นพลันสะบัดแขนออกจากมือหนาด้วยความรังเกียจ จึงทำให้เ้าขุนชะงักนิ่งไปพักใหญ่ใบหน้าหล่อคมค่อยๆหันมาพลันดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มเพื่อกดอารมณ์
“อย่าแตะตัวพี่” ผมกดเสียงลอดไรฟันจ้องหน้าเ้าขุนด้วยสายตาเกรี้ยวกราดไม่แพ้กันมือเรียวอีกข้างพยายามแกะมือหนาให้ออกจากข้อมือที่ถูกบีบไว้ และข่มอารมณ์ของตัวเองเพื่อคุยดีๆกับเด็กตรงหน้านึกถึงบุญคุณของDadและพ่อที่ทำให้ชีวิตเด็กที่ไม่มีใครอย่างผมได้มีที่อยู่และการศึกษา
“รังเกียจมากหรอ” เสียงเข้มเอ่ยถาม สายตาดุไม่บอกถึงอารมณ์ในขณะที่พูด
“...ใช่” ผมเอ่ยบอกไปตามความรู้สึก มือหนาของเ้าขุนกำแน่นจนสั่นไหวสายตาดุดูเกรี้ยวกราดกว่าเมื่อครู่ แรงข่มมีมากจนผมยืนแทบไม่ไหว
“หึ” เสียงเข้มสบถเพียงเท่านั้นพลางดึงรั้งให้เดินตามร่างแกร่งไป
“เ้าขุนปล่อย!” ผมตวาดเสียงใสพยายามดึงตัวเองออกจากเด็กตรงหน้าแต่ยิ่งดึงมือหนายิ่งบีบข้อมือผมแน่นขึ้น จนทำให้ผมเจ็บจนต้องนิ่วหน้า
“บอกให้ปล่อย!” ผมตวาดเสียงอีกครั้ง มันก็ยังไร้ผลกับอัลฟ่าอายุน้อยกว่าผมตรงหน้าอยู่ดี
เ้าขุนลากผมมาตามทางที่มีนักศึกษาหันมามองด้วยความอยากรู้แต่เมื่อเจอสายตาของเ้าขุน ทุกคนก็รีบก้มหน้าไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองจนเรามาถึงรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่จอดนิ่งอยู่ในลานจอดรถ
“เ้าขุน เธอจะไปไหน”เสียงใสของน้ำหวานเอ่ยเรียก ผมไม่สนใจกับเสียงของน้ำหวานเพราะกำลังพยายามหาทางลงจากมอเตอร์ไซค์ที่เ้าขุนอุ้มขึ้นมามือหนาจับข้อมือผมไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างจัดการใส่หมวกกันน็อกให้ผมพลันวาดขาเรียวคร่อมรถ โดยมีผมนั่งอยู่ด้านหน้า และเ้าขุนนั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง
“เ้าขุนฉันถามว่าเธอจะไปไหน ทำไมต้องเอาซ่อนไปด้วย” น้ำหวานรีบเดินเข้ามาแกะแขนเ้าขุนไว้แน่นเ้าของใบหน้าหล่อคมปรายตามองด้วยใบหน้ารำคาญ
“ดูสภาพตัวเองก่อนนะครับตอนนี้อาจารย์อยู่ในมอ คงไม่อยากถูกไล่ออก” เมื่อเ้าขุนเอ่ยจบน้ำหวานก็ค่อยๆปล่อยมือออกจากแขนแกร่ง พลางมองสภาพของตัวเองที่เสื้อผ้าหลุดหลุ่ย
“ปล่อย!” ผมตวาดเสียงดังลั่นมอ จนได้ยินเสียงจิ๊ปากจากเด็กด้านหลังพร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่ถูกสตาร์ท และออกตัวด้วยความเร็วตามใจเ้าของท่ามกลางสายตาของน้ำหวานและปีบที่วิ่งตามมาที่หลัง