ผมกลับมาที่ห้องพร้อมกับเบียร์ยี่ห้อดังสองแพ็ค เอามางั้นแหละคนอกหักเขามันจะกินเบียร์เท่ ๆแล้วโพสต์อินสตาแกรมไม่ใช่เหรอ ปรากฏว่าของที่อยู่ในห้องที่เธอใช้ประจำได้หายไปเกือบหมดแล้ว ล่าสุดเธอบอกว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน ผมเห็นเธอเก็บของก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะมีคิวต้องถ่ายฉากแอ็คชั่นหลายฉาก ไม่ได้กลับห้องหลายวัน เธอคงใช้โอกาสนั้นขนของไปเกือบหมด
ทิ้งแปรงสีฟันที่วางคู่กันไว้ดูต่างหน้า ...
แม่งเศร้าฉิบหาย ขอสักทีเถอะ ! แล้วทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต มันคือด้านมืดของจิตใจที่โกรธมาก มากเสียจนทำอะไรไม่คิด ไม่นึกถึงจิตสำนึกดีเลวอะไรทั้งนั้น แล้วจับกระบอกที่ใส่แปรงของเธอเทลงไปในชักโครก
“นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย” เมื่อเห็นว่าไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้ากดลงไปมันก็คงไม่จมหายไปอยู่ดี เหมือนความรักที่ผมยังคงคาใจ กดทิ้งแม่งก็ไม่ลง จึงใช้สติหยิบมันขึ้นมา
“เชี่ย ... แปรงของกูด้วย”
ผมกับต่ายเป็เพื่อนเรียนมาด้วยกันั้แ่ปีหนึ่ง เธอเป็เน็ตไอดอลมาั้แ่อยู่ปีสองและเริ่มเข้าวงการจริงจังเมื่อจบใหม่ ๆ ผมถูกให้อยู่ในสถานะแฟนเก็บของเธอ เพราะไม่อยากให้กระทบกับฐานแฟนคลับที่ส่วนใหญ่เป็ผู้ชายสายหื่น สาวสวยสายเซ็กซี่ที่หลาย ๆคนกล้าเอาไปเทียบกับอั้ม
สำหรับผมเธอสวยกว่าอั้ม ผมเคยบอกกับเธอแบบนั้น ตอนจู๋จี๋กัน ...
เนี่ยก็คิดถึงเขา ทั้งที่ทำตัวสนใจ ทำไมมันเจ็บอย่างนี้วะ โอย ... จะผ่านมันไปได้ยังไง
ที่ผมยังทรงตัวอยู่ได้ไม่ฟูมฟายเป็เต่าเผา ก็เพราะผมทำใจไว้ตั้งนานแล้วอย่างที่บอกั้แ่แรกว่าวันนี้ยังไงก็ต้องมาถึงสักวัน มันเป็ไปไม่ได้หรอกที่คนระดับนางเอก จะมาเป็แฟนกับสตั้นท์แมนที่ไม่มีอนาคตอย่างผม ความหล่ออย่างเดียวมันไม่พอหรอก
ส่วนว่าผมหน้าตาหล่อเหลาหรือก็ไม่ถึงกับมีเค้าหล่อเหมือนพวกพระเอกแถวหน้า ก็พอไปวัดไปวาได้ แต่ไม่พอที่จะเป็พระเอกกับเขามันขาด ๆเกิน ๆจะหล่อก็ไม่หล่อมาก จะขี้เหร่ก็ว่าดูดี
เอาเป็ว่าผู้หญิงคบก็ไม่น่าเกลียด แต่ถ้าจะเอาทำผัวก็คงไหว แต่ให้เอาเป็ผัวจริง ๆจัง ๆแบบหยุดตรงนี้ที่เธอสาว ๆที่มีรูปทรัพย์เธอก็คงหาเลือกที่ดีกว่าผม
นั่นแหละครับที่ทำให้ผมเป็คนคิดแบบมีตรรกะมาแต่ไหนแต่ไร และคิดไว้ั้แ่คบกับเธอแรก ๆแล้วว่าสวยอย่างนี้จะคบกับผมได้นานแค่ไหน ผมไม่ได้ดูถูกเธอนะ แต่เธอก็ทำให้เห็นแล้ว
แต่ที่ยังคาใจก็คือ ที่เฮียกวงพูด มันทำให้ผมนอนไม่หลับ แล้วไอ้เฮียบ้านี่ก็ดันมาบอกตอนวันที่โดนบอกเลิกด้วยเนี่ยนะ ฆ่าให้ตายซ้ำสองสิไม่ว่า
…….. …….. …….. & …….. …….. ……..
เสียงโทรศัพท์สั่นดังขึ้นจนผมผวาตื่น ผมมองดูนาฬิกาแล้วสะดุ้งสุดตัว
“ฉิบหายแล้วตื่นสาย !”
คืนนี้มีคิวนัดถ่ายซ่อมหนังแอ็คชั่นเื่หนึ่ง ของผู้กำกับใหญ่ชื่อดัง เป็ที่รู้กันทั้งวงการว่าอารมณ์แปรปรวนชอบด่านักแสดง ยิ่งเป็พวกโนเนมอย่างผมก็คงไม่เหลือ
และอีกเื่หนึ่งที่สำคัญคือวงการสตั้นท์มันไม่ต้องเห็นหน้า แค่เพียงรูปร่างใกล้เคียงกันก็มีคนแทนได้แล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูยิ่งเพิ่มอัตราความน่าสะพรึงเข้าไปอีก อกหักแล้วยังต้องตกงานอีกเหรอวะเนี่ยกู
“โห ใครโทรมาเยอะแยะวะเนี่ย” แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือพี่ไช้หัวหน้าทีมสตั้นท์ที่ผมอยู่ในสังกัด
“เชี่ย ! กูตาย ๆ” ผมอุทานออกมาอย่างคนลนลานเสียสติ ลืมความเฮิร์ตเมื่อคืนเสียสนิท ไม่รู้ตัวว่านอนหลับไปตอนไหน จำได้แค่ว่านอนไม่หลับทั้งคืนนี่หว่า ผมรีบพุ่งไปอาบน้ำอย่างลวก ๆ หนึ่งในกฏเหล็กของสตั๊นก็คือไม่ว่าจะทำงานเื้ั กรากกรำบทที่ถึงลูกถึงคน คลุกดินคลุกทรายอย่างไรก็ต้องทำตัวให้หอมสะอาดเข้าไว้
เพราะเราไม่รู้ว่าจะได้ประกบฉากกับตัวเอกของเื่เมื่อไร ถ้าบรรดาพระเอกหรือนางเอกต้องมาเข้าฉากกับสตั้นท์ที่มีกลิ่นเหม็น ครั้งหน้าก็ไม่ต้องได้งาน ถ้าโดนคอมเพลนเื่ไม่เป็เื่อย่างนี้
“อุ๊บ !” แล้วต้องแทบกระฉอกบ้วนน้ำในปากออก เหมือนในหนังจีนที่เืในกายแตกซ่าน
“นี่มันแปรงฟันที่กู เทใส่ชักโครกเมื่อคืนที่หว่า !” รู้สึกตัวได้ดังนั้นก็เหมือนจะสายเกินไปแล้ว เหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันหวนกลับ
“โอว๊กกก !”
ถ้าเสียงข้าง ๆห้องได้ยิน คงคิดว่าไอ้ห้องนี้มันคงแฮ้งค์เหล้าจัดหนักมาแน่ ๆ
ผมควบบิ๊กไบค์คันโปรดไปที่กองถ่าย จอดรถแล้วรีบวิ่งมาหาพี่ไช้ที่กำลังเอามือกุมขมับเดินวนไวเวียนมา
“มาได้ซะทีนะได้เติ้ล รู้ไหมว่าพี่ต้องกำลังเดือดแค่ไหน”
“ขอโทษครับพี่ ผมลืมปลุกนาฬิกาปลุก”
“อื๊อหืม .. ปากเหม็นวะกลิ่นยังกะส้วมแตก มึงแปรงฟันมาหรือเปล่าเนี่ย” แปรงสิแปรงไปสองสามวิ น่าจะเร็วที่สุดในโลก
“เอ้อ แปรงมาครับพี่ แต่ผมรีบไปหน่อยคงไม่ได้ ...”
“ช่างเหอะ ! เื่นั้นเอาไว้ก่อน กลิ่นละมุดหึ่งเลย หากอะไรบ้วนปากซะ มึงรีบเตรียมตัวเข้าฉากเลย ดีนะที่พระเอกมันสายไม่อย่างนั้นละก็โดนเลิกจ้างเปลี่ยนทีมสตั้นท์แม่งซวยเลย” แกบอกทำหน้าตาตื่น เป็เชิงไล่ให้ผมไปเตรียมตัว แต่ก็รีบดึงแขนไว้
“เดี๋ยวมานี่ก่อนบลีพคร่าว ๆก่อน มึงจำบทที่ซ้อมกันเมื่อวันก่อนได้ใช่ไหม”
“จำได้ครับพี่”
“เมื่อคืนมึงดื่มมาใช่ไหม” ผมพยักหน้า
“อย่าให้หนักมานะเว้ย โดยเฉพาะตอนที่มีคิว มันจะกระทบกับงาน มึงเข้าใจที่กูเตือนใช่ไหม”
“ครับพี่ ผมขอโทษครับ” ผมไม่อยากบอกใคร เพื่อย้ำเตือนสถานะโสดของตัวเองในตอนนี้ ผมอยากจะลืม และทำทุกอย่างให้เป็ปกติเท่านั้น
ข้อดีอีกข้อหนึ่งของผมก็คือ ผมเป็สตั้นท์ประเภทไม่ใช่แค่เสี่ยงตาย ผมเคยเป็นักมวยมาก่อน ว่าอีกอย่างก็คือพ่อผมเป็ครูมวยชื่อดังอยู่ที่ต่างจังหวัด ฝีไม้ลายมือและท่วงท่าที่ฝึกมาั้แ่เด็ก ทำให้หลาย ๆฉากต้องผมเท่านั้น นั่นทำให้ผมมีมูลค่าที่ได้งานยาก ๆเสมอ ๆ
และถ้ามีหนังแอ็คชั่นเื่ไหน ก็ต้องมีผมเป็สตั้นท์ผูกปิ่นโตตลอด พี่ไช้จึงรักผมยังกะลูกเพราะบริษ้ทสตั้นท์ที่เพิ่งสร้างของแกก็ได้ผมนี่แหละเป็แม่เหล็กชูโรง ของทีมสตั้นไฟท์เตอร์สตาร์ สตั้นท์น้องใหม่ไฟแรงแห่งวงการ
มันทำให้ผมอยากที่จะสร้างบริษัทสตั้นท์เหมือนพี่ไช้ และการพูดคุยนำไปสู่ผมได้เป็หุ้นส่วนร่วมกับแก เพราะแกต้องใช้ผมเป็แม่เหล็กก็เหมือนซื้อตัวให้อยู่กับแกนั่นแหละ ผมพูดกับต่ายั้แ่เริ่มเรียนจบใหม่ ๆ แรก ๆเธอก็เห็นด้วยแต่พอนานไปเธอกลับมองว่าไม่มีอนาคต ช่างเหอะทำไมต้องสนใจเธออีก ในเมื่อเธอกับผมก็เลิกกันแล้ว
“นางเอกใหม่วะ” ไอ้มอเตอร์ เพื่อนสตั้นท์มันกำลังคุยกับไอ้หลอถึงสาว ๆที่พวกมันชอบกระซิบกระซาบกัน ถ้ามีใครที่แจ่ม ๆในกองถ่ายพวกมันก็มักจะสะกิดกันเสมอ
“คนนี้ลูกของดารารุ่นใหญ่ เพิ่งกำลังเข้าวงการ แต่ว่ามาทำไมวะ”
“คงมาเรียนรู้งานละมั้ง มาดูว่าเขาทำกันยังไง พ่อเขาก็แสดงเื่นี้ด้วยนี่”
“อืม ๆ ได้ข่าวว่าจบนอกด้วยนี่ ผิวขาวจนเห็นเส้นเืเลย” ไอ้หลอชม
“ได้สักทีจะไม่ลืมพระคุณเลย”
“ใจเย็น ๆอย่าเสียงดัง เดี๋ยวพี่ไช้ได้ยินก็เพ่นกบาล เขายิ่งไม่ให้นินทานักแสดงอยู่”
“รู้แล้วน่า กูก็แค่ชื่นชม”
“เขาไม่เอามึงหลอกน่า ดูหนังหน้าตัวเองด้วย ถ้าเป็ไอ้เติ้ลก็ว่าไปอย่าง แล้วพวกมันก็หันมาทางผมที่กำลังเซ็ตอุปกรณ์อยู่
“มองกูทำไม” ผมทักพวกมัน
“มันคงไม่สนใจหรอก แฟนมันก็กำลังจะเป็นางเอกดังนี่หว่า ไอ้หล่อเลือกได้” พวกมันคงไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืน แม่นางเอกดังเพิ่งจะบอกเลิกผมไปหมาด ๆ
“เลิกคุยเื่สาว ๆแล้วมาช่วยกูเตรียมอุปกรณ์ได้แล้ว” ในขณะที่พวกเรากำลังง่วนกับการเซตฉากต่อสู้กันนั้น ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งเรียก
“เอ๊คสคิวมี๊ ! ....” เสียงสูงมาเลย