“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งแล้วก้าวไปจะจับตัวซื่อจื่อหยาง หยางถิงเฟิงมองทหารคนนั้นแล้วบอกว่า“ข้าเดินไปเอง”
“อ่า...ขอรับ”ทหารจึงถอยไป หยางถิงเฟิงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ลานกว้างทหารที่อยู่ด้านนอกจึงเร่งตอกหลักไม้เพื่อมัดซื่อจื่อหยางจากนั้นก็มัดซื่อจื่อหยางไว้กับหลักไม้ แล้วลงมือโบยตามคำสั่งของท่านแม่ทัพใหญ่“1...2...3...”
หยางถิงเฟิงกัดฟันข่มความเจ็บไม่ยอมร้องออกมาทหารคนอื่นๆ ก็ล้อมดูพวกเขาแอบนับถือท่านแม่ทัพใหญ่อยู่ในใจที่กล้าลงโทษลูกชายตัวเองตามกฎของกองทัพ
“ฮึ่ม!” หยางซีถิงยืนดูกำหมัดแน่น เขาสงสารลูกชายแต่ก็ไม่อาจไม่ลงโทษกฎย่อมเป็นกฎ ทำผิดกฎก็ต้องถูกลงโทษไม่มีข้อยกเว้น! หากว่าเขายกเว้นให้ลูกชายในวันนี้วันหน้าเขาจะคุมไพร่พลได้หรือ
หยางถิงเฟิงถูกโบยจนสลบไปแล้วทหารจึงหยุดมือแล้วหันไปถามท่านแม่ทัพใหญ่ว่า “ซื่อจื่อสลบไปแล้ว จะ...”
“โบยต่อ! โบยจนกว่าจะครบ!”หยางซีถิงสั่งอย่างกัดฟันเอ่ยออกมา ทหารจึงรับคำสั่ง “ขอรับ”
แล้วก็โบยซื่อจื่อต่อไปจนกว่าจะครบ200 ที “120...121...122...”
เมื่อโบยครบ 200 ทีแล้ว หยางซีถิงจึงสั่งทหารว่า “หามไปไว้ในกระโจม แล้วให้หมอมารักษา”
“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งแล้วแก้มัดซื่อจื่อหยางจากนั้นก็ช่วยกันหามเขาไปไว้ในกระโจมและรีบตามหมอมารักษาเขาหยางซีถิงเดินตามไปดูอยู่ข้างๆ เมื่อหมอมารักษาก็ล้างแผลใส่ยาแล้วพันผ้าเอาไว้จากนั้นหมอก็ถอยออกไป
“จุ๊ๆไอ้พวกนั้นก็มือหนักเสียจริง” กุนซือบ่นๆ หยางซีถิงตวัดตามองกุนซือทีหนึ่ง“หากว่าพวกมันกล้าโบยเบาๆ ข้านี่แหละจะโบยพวกมัน”
“ท่านแม่ทัพใหญ่ก็เถรตรงไปได้นี่ลูกชายท่านเองนะ แอบๆ ให้พวกนั้นโบยเบาหน่อยก็ได้” กุนซือบ่น หยางซีถิงจึงบอก“หากว่าโบยเบาๆ ข้ายังจะคุมกองทัพได้อีกรึ”
กุนซือเข้าใจเหตุผลจึงไม่พูดอะไรอีกเขาก็เข้าใจเหตุผลอยู่หรอก แต่ว่าซื่อจื่อก็น่าสงสารนัก ทำความดีความชอบแท้ๆกลับต้องมารับโทษทัณฑ์เสียนี่ เฮ้อ...
“ลงโทษก็ลงโทษแล้วเจ้าก็บันทึกผลงานของเขาไว้ด้วยล่ะ กลับไปจะได้ให้รางวัลเขาหน่อย” หยางซีถิงบอกกุนซือพยักหน้า “อื้มๆ”
แล้วกุนซือก็เดินออกไปหยางซีถิงมองลูกชายที่ยังสลบไสลแล้วเอ่ยว่า “พ่อขอโทษ”
หลังจากนั้นหยางซีถิงจึงเดินออกไปคุมทัพต่อ
ทางด้านกังห้าว เขาเฝ้ารอทหารที่ไปสืบข่าวอยู่นาน แต่พอทหารกลับมารายงานว่า“ออกไปสืบข่าวไม่ได้เลยขอรับ”
“วะ!” กังห้าวสบถทันทีแล้วถีบทหารคนนั้นจนล้มไป ทหารรีบลุกขึ้นมายืนกุมมือต่อกังห้าวจึงสั่งว่า “ไปสืบมาให้ได้! ไป!”
ทหารจึงรีบวิ่งไปกังห้าวมองตามทหารแล้วหันไปมองทางเมืองอี้ เขาอยากรู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นในเมือง?
แต่ว่าทหารจะไปสืบได้อย่างไรหน้า-หลัง ล้วนถูกพวกเซี่ยล้อมเอาไว้หมดแล้ว!
เวลาผ่านไปจนเย็นค่ำ ทหารก็ยังไม่สามารถฝ่ากองทัพเซี่ยไปสืบข่าวคราวได้เลยเขากลับไปรายงานท่านแม่ทัพใหญ่กัง ว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ คือเอ่อ...เอ่อ...”
“วะ! จะพูดอะไรก็พูด มัวอ้ำๆ อึ้งๆ เดี๋ยวข้าก็ถีบเสียนี่!” กังห้าวสบถด่า ทหารจึงพูดรีบบอกว่า“คือพวกข้าไม่สามารถฝ่าพวกเซี่ยสารเลวไปได้ขอรับจึงไม่อาจสืบข่าวได้ว่าในเมืองเกิดเรื่องอะไรขอรับ!”
“วะ!” กังห้าวสบถอย่างโมโห “แล้วอุโมงค์ใต้ดินเล่า!?”
“อ่า...”ทหารเพิ่งจะนึกถึงอุโมงค์ใต้ดินได้ เขาจึงรีบวิ่งออกไปทันทีกังห้าวจึงสบถด่าตามหลัง “โว๊ย!พวกเจ้าไยโง่เง่าถึงเพียงนี้วะ!”
ทหารวิ่งๆไปจนถึงตำแหน่งที่น่าจะมีอุโมงค์ใต้ดินผ่าน เขาจึงสั่งลูกน้องอีกทอดหนึ่งว่า“หาอุโมงค์เร็วเข้า”
“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งแล้วช่วยกันเคาะๆ พื้นดินหาตำแหน่งอุโมงค์ใต้ดิน ตึกๆ...ตึกๆ...
เวลาผ่านไป ทหารคนหนึ่งก็ร้องบอก “เจอแล้วๆ”
ทหารคนอื่นๆรีบกรูไปทางนั้นทันที ทหารที่เจอก็เคาะๆ พื้นตรงนั้นซึ่งเสียงเคาะดังผิดแผกจากบริเวณอื่น ทหารผู้เป็นหัวหน้าจึงสั่ง “เร็ว! ขุดตรงนี้!”
“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งแล้วช่วยกันขุดพื้นดินตรงนั้น
เวลาผ่านไปพวกทหารก็ขุดดินจนกลายเป็นหลุมใหญ่แล้วทะลุถึงอุโมงค์ใต้ดินที่อยู่ลึกจากพื้นดินประมาณ50 เซนติเมตร “ทะลุแล้วๆ”
เมื่อพวกเขาขุดจนทะลุอุโมงค์ใต้ดินหัวหน้าจึงสั่ง “ไปๆ เจ้าลงไป”
ทหารจึงกระโดดลงไปในอุโมงค์แคบๆนั้น หัวหน้าสั่งอีก “ไป พวกเจ้าเร่งไปในเมืองดูว่าเกิดอะไรขึ้นในเมืองแล้วรีบกลับมารายงานข้า”
“ขอรับ” ทหารรับคำสั่งแล้วทหารจึงเดินเข้าไปในอุโมงค์มืดๆ เขาเดินไปได้ 3ก้าวพลันชะงักแล้วหมุนตัวกลับไปที่ปากหลุม เงยหน้าบอกว่า “เอ่อ...ขอคบไฟหน่อยมันมืด ข้าเดินไม่ได้”
“วะ!” หัวหน้าสบถคำหนึ่งแล้วตบไหล่ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ พลางสั่ง“เอาคบไฟให้เขาซิ”
“ขอรับ”ทหารที่ถูกตบไหล่รับคำแล้วรีบวิ่งไปหยิบคบไฟมาอันหนึ่ง จากนั้นก็ยื่นให้คนในหลุมทหารในหลุมรับคบไฟมาแล้วจึงถือคบไฟเดินเข้าไปในอุโมงค์ มุ่งหน้าไปทางเมืองอี้ทหารอีก 2 คนจึงกระโดดลงไปในหลุมแล้วเดินตามเพื่อนไป ทหารคนอื่นๆก็นั่งรออยู่ตรงปากหลุม พวกเขามองหน้ากันไปมองหน้ากันมา พลางคุยกันเรื่อยเปื่อย
ทหารที่อยู่ในอุโมงค์เดินไปจนถึงทางตัน เขาใช้ดาบแทงๆ ดินที่ปิดทางสภาพดินยังร่วนซุย ดูแล้วดินพวกนี้น่าจะเพิ่งปิดลงมาไม่นาน เขาใช้ดาบคุ้ยๆ ดินแล้วก็เจอหินเป็นก้อนๆ ปะปนอยู่ในดิน เขาจึงหันไปมองเพื่อนที่อยู่ข้างหลัง“ทำอย่างไรดี? ไปต่อไม่ได้แล้ว”
เพื่อนที่อยู่ข้างหลังเห็นดินปิดทางพวกเขาจึงมองหน้ามองตากันแล้วเอ่ยว่า “ถอยก่อน”
พวกเขาหันหลังกลับแล้วเดินกลับไปตามทางเดิมจนไปถึงปากหลุม พวกเขาจึงบอกหัวหน้าว่า “พี่หม่า พวกข้าไปไม่ได้ มีดินปิดทางอยู่”
ทหารที่ถูกเรียกว่า ‘พี่หม่า’ ฟังแล้วขมวดคิ้ว “ดินปิดทาง?”
“ใช่”ทหารในหลุมพยักหน้า หม่าเหลยจึงสั่ง “พวกเจ้าถอยหน่อย ข้าจะไปดูเอง”
ทหารจึงปีนขึ้นจากหลุมแล้ว ‘พี่หม่า’ จึงกระโดดลงไปในหลุมเขายื่นมือไปรับคบไฟจากลูกน้อง แล้วเดินเข้าไปในอุโมงค์พวกลูกน้องก็นั่งรออยู่ปากหลุม ‘พี่หม่า’ เดินไปจนถึงทางตัน เขาคุ้ยๆ ดินดูแล้วจึงเดินย้อนกลับไปดินพวกนั้นปะปนหินก้อนใหญ่ๆ เอาไว้ด้วย หากว่าเขาจะขุดดินออกย่อมเป็นเรื่องยากเขาแน่ใจว่าดินที่ปิดทางนี้เป็นคนจงใจถมลงมาเพื่อปิดอุโมงค์นั่นเอง!
เขาเดินกลับไปจนถึงปากหลุมแล้วปีนขึ้นไปพลางสั่งลูกน้องว่า“ไปๆ กลับไปรายงานท่านแม่ทัพใหญ่”
พวกลูกน้องลุกขึ้นแล้วเดินตามหัวหน้าไป
เมื่อไปถึงกระโจมของแม่ทัพใหญ่กังห้าว ‘พี่หม่า’ ก็รายงานว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ อุโมงค์ถูกปิดไปแล้วขอรับถ้าจะขุดอุโมงค์ใหม่ คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 วันขอรับ”
“ปิด? ปิดได้ไง!?” กังห้าวถาม หน้าตาถมึงทึง หม่าเหลยจึงตอบอย่างเกรงกลัวว่า“เอ่อ...มันถูกถมดินลงมาขอรับ”
“โว๊ย!” กังห้าวสบถเสียงดังแล้วโบกมือไล่พวกทหาร พวกทหารจึงถอยออกไปกังห้าวโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงแล้วหันไปถามกุนซือว่า “แล้วจะทำอย่างไรล่ะทีนี้?”
กุนซือคิดๆครู่หนึ่งแล้วมองแผนที่บนกระบะทราย จากนั้นเขาก็เสนอว่า “ใช้กลยุทธ์ส่งเสียงบูรพาฝ่าตีประจิม* เถอะ”
เขาบอกแล้วก็ชี้บนแผนที่ในกระบะทรายพลางอธิบายแผนการว่า “ส่งทหารไปทางนี้.......”
กังห้าวฟังๆแล้วเห็นดีเห็นงามด้วย เขาจึงสั่งรองแม่ทัพและนายกองว่า “ไปๆพวกเจ้าไปทำตามแผนนี้”
“ขอรับ”รองแม่ทัพและนายกองรับคำสั่งแล้วถอยออกไป พวกเขาแบ่งไพร่พลออกไปตามแผนการทหารก็ตีกลองศึกเสียงดังตึงๆ
ทหารแคว้นเซี่ยได้ยินเสียงกลองศึกดังขึ้น พวกเขาจึงตื่นตัวลุกขึ้นพึ่บพั่บกุนซือแคว้นเซี่ยจึงบอกแม่ทัพใหญ่หยางว่า “เกรงว่าพวกซางอาจจะลวงพวกเราก็ได้หากว่าเป็นข้า ข้าย่อมวางแผนใช้กลยุทธ์ส่งเสียงบูรพา ฝ่าตีประจิมแน่นอน”
“เช่นนั้นเจ้ามีแผนการรับมือพวกมันอย่างไร?”หยางซีถิงถาม กุนซือจึงร่ายแผนการรับศึกออกมา “จัดกำลังทหารไปที่จุดนี้.......”
หยางซีถิงฟังแล้วเห็นดีด้วยหากว่าเป็นตัวเขา เขาก็จะทำอย่างที่กุนซือแนะเช่นกันเขาจึงหันไปสั่งนายกองทั้งหลายว่า “พวกเจ้า.......”
“ขอรับ”นายกองรับคำสั่งแล้วแยกย้ายกันไปเตรียมตัวทำศึกอย่างคึกคักฮึกเหิม
เมื่อทหารแคว้นซางยกทัพบุก ทหารแคว้นเซี่ยก็ต้านรับเอาไว้ 2ทัพสู้กันจนทหารล้มตายนับไม่ถ้วน กังห้าวคุมกองทัพเข้าสู้รบกับพวกเซี่ยเขาโมโหยิ่งนักที่แผนการดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างที่เขาคาดคิดเสียแล้วทางด้านที่หลอกล่อ พวกเซี่ยก็ไม่หลงกล ทางด้านที่เขาคิดบุกตี กลับมีพวกเซี่ยโขยงใหญ่พุ่งเข้ามาทำศึกด้วยเขาจึงหันไปมองกุนซือข้างๆ กุนซือมองดูการสู้รบแล้วจึงเสนอว่า“ถอยทัพก่อนเถอะท่านแม่ทัพใหญ่ สู้กันต่อไป มีแต่เสียไพร่พลเปล่าๆ ปรี้ๆ”
“ฮึ่ม!” กังห้าวคำรามทีหนึ่งแล้วตะโกนว่า “ถอยทัพ!”
กลองศึกจึงตีตึง...ตึง...ตึง...เป็นสัญญาณถอย ทหารแคว้นซางจึงถอยร่นกลับไปรวมกลุ่มกันกังห้าวจึงชักม้ากลับกระโจม แล้วไประบายโทสะกับอนุเจีย เจียหรูเห็นแม่ทัพใหญ่กังเข้ามานางก็มองมันอย่างเคียดแค้น กังห้าวไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาถอดกางเกงลงแล้วขยับไปคุกเข่าตรงหว่างขานาง จับทวนแทงรูอ่อนนุ่มเจียหรูร้องคำหนึ่ง “อ้า!”
นางเจ็บจนน้ำตาไหลกังห้าวทิ่มแทงสุดแรงพลางขยำทรวงอกนางอย่างรุนแรง บีบเค้นเสียจนทรวงอกเป็นรอยแดงช้ำ
“ฮือๆๆๆ...” เจียหรูร้องไห้อย่างคับแค้นใจนักนางอยากให้มันตายๆ ไปซะ!
“หึ! นังตัวดี กล้ามองข้าเช่นนี้ ข้าจะแทงเจ้าให้แหกเลย!”กังห้าวเข่นเขี้ยวพลางบีบขยำเต้าทรวงทั้งสองข้างอย่างไม่ทนุถนอมเขาก้มลงไปกัดยอดทรวง เจียหรูร้องลั่น “อ้า! เจ็บๆ”
กังห้าวกัดจนเลือดซึมแล้วผละออกมองหน้านางที่ทำหน้าตาเจ็บปวด เขารู้สึกสะใจยิ่งนักที่เห็นนางมีสีหน้าเจ็บปวด “หึ! นังตัวดี เจ็บไหมล่ะ?”
“ฮือๆๆ...”เจียหรูร้องไห้น้ำตาไหล นางอยากจะตายๆ ไปเสียให้พ้นจากความทุกข์ทรมานนี้เหลือเกิน!
กังห้าวทิ่มแทงสุดแรงมือไม้ก็บีบขยำเนื้อตัวนางอย่างรุนแรง ยิ่งนางกรีดร้องเขายิ่งชอบยิ่งนางร้องไห้เขายิ่งมีความสุขยิ่งนักเขาทิ่มแทงจนเนื้อกระทบเนื้อเสียงดังตับๆๆ...
จนกระทั่งเขาถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า “โอววววว...”
เขาหลั่งสายธารไว้ในกายนางแล้วก็ฟุบตัวลงไปนอนคว่ำอยู่บนตัวนางเจียหรูร้องไห้ฮือๆกังห้าวรำคาญเสียงร้องไห้ของนางเขาจึงผละออกแล้วเอาผ้ายัดใส่ปากนางเจียหรูถูกผ้ายัดปากจึงมีแค่เสียงอือๆ ดังลอดออกมา กังห้าวนอนลงข้างๆ นาง พลางสั่ง“หยุดร้องไห้เสียที ไม่เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าอดข้าวอดน้ำ”
เจียหรูกลัวอดนางจึงพยายามหยุดร้องไห้ มันเคยปล่อยให้นางอดข้าวอดน้ำถึง 2 วัน นางหิวจนไส้กิ่วทรมานยิ่งนัก เมื่อถูกขู่เช่นนี้นางจึงกลัวมากจริงๆ นางกลั้นสะอื้นเอาไว้
สักพักหนึ่ง พวกสาวใช้ก็ค่อยๆ เข้าไปในกระโจมแล้วแก้มัดอนุเจียออกจากเสาพาตัวนางไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำให้นางดื่มกินจากนั้นก็พาตัวนางกลับไปมัดไว้กับเสาเหมือนเดิม เจียหรูอยากจะหนีแต่ว่าพวกมันไม่เคยเปิดโอกาสให้นางได้หนีเลย นางถูกพวกมันมัดล่ามเหมือนหมูเหมือนหมาไร้โอกาสที่จะหนีไปได้
จวบจนรุ่งเช้า กังห้าวตื่นขึ้นมาเขาก็ลุกไปปรึกษาหารือกับกุนซือและรองแม่ทัพนายกองทั้งหลายเจียหรูจึงได้อาศัยโอกาสที่ไอ้แม่ทัพเฒ่าออกไปแล้วนอนหลับสักงีบตอนมันนอนอยู่นางไม่อาจหลับลงเลยเพราะเสียงกรนของมันดังสนั่นยิ่งนัก
หลังจากปรึกษาหารือกันเสร็จสรรพกังห้าวก็ยกทัพเข้าต่อตีกับพวกเซี่ยอีกครั้งทางด้านทัพเซี่ยเองก็ต้านศึกอย่างแข็งขันยิ่งเมื่อเมืองอี้ถูกยึดคืนมาได้แล้วทำให้ทัพซางจึงเหมือนถูกพวกเขาล้อมเอาไว้ทั้งหน้าทั้งหลังทหารแคว้นเซี่ยจึงยิ่งฮึกเหิมคึกคักยิ่ง ต่อตีสู้ศึกอย่างฮึกเหิม
การศึกเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายวันจวบจนผ่านไปถึงครึ่งเดือน กองทัพ 2 ทัพก็ยังไม่อาจเอาชัยกันได้ได้แต่ยันกันไปยันกันมาอยู่อย่างนั้น ทหารล้มตายไปไม่น้อย ทั้ง 2ทัพต่างเสียไพร่พลไปใกล้เคียงกัน ศพก่ายกอง บางศพที่ฝังไม่ทันก็เน่าส่งกลิ่นเหม็นแมลงวันตอมหึ่งๆ หนอนชอนไชยั๊วะเยี๊ยะๆ มีทหารจำนวนมากที่ไม่รักษาความสะอาดก่อนกินข้าวไม่ได้ล้างมือจึงทำให้เกิดอาการท้องเสียป่วยไข้กันหลายคน
ยิ่งนานอาการเจ็บป่วยก็ยิ่งขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆซึ่งทัพซางได้รับผลกระทบมากกว่าทัพเซี่ยเพราะว่าทัพซางถูกล้อมทั้งหน้าและหลังทำให้การส่งเสบียงทำได้ยากและแหล่งน้ำในบริเวณที่กองทัพตั้งอยู่ก็มีจำกัดบริเวณเมืองอี้นี้ไม่มีแม่น้ำไหลผ่านการจะใช้น้ำต้องขุดบ่อน้ำลึกลงไปในดินแล้วตักน้ำขึ้นมาใช้ในเมืองอี้และตามหมู่บ้านนอกเมืองอี้ ทุกๆหมู่บ้านล้วนมีบ่อน้ำที่ชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจขุดเอาไว้ใช้ร่วมกัน บางบ่อก็ยังมีน้ำแต่บางบ่อค่อยๆ แห้งขอดไปเรื่อยๆ เมื่อเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ทำให้กองทัพซางเริ่มขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ยิ่งส่งผลให้อาการเจ็บป่วยของพวกทหารขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆอาการเจ็บป่วยของทหารที่ขยายวงกว้างมากขึ้นทุกวันๆ ทำให้กังห้าวหัวเสียยิ่งนักเขาแทบอยากจะฆ่าคนที่เจ็บป่วยทิ้งเสีย แต่ก็ทำไม่ได้เพราะกว่าเขาจะรู้จำนวนที่แน่นอนก็ปรากฏว่าจำนวนทหารที่เจ็บป่วยมีเกินครึ่งแล้วหากเขาฆ่าทิ้งทั้งหมด จำนวนทหารจะลดลงไปเกินครึ่งเลยทีเดียวและจะทำให้เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
กุนซือทัพซางคิดๆอยู่นาน ในที่สุดก็คิดแผนการได้อย่างหนึ่ง เขาจึงเสนอว่า “ให้ทหารที่เจ็บป่วยใกล้ตายปลอมตัวเป็นทหารแคว้นเซี่ยซิให้พวกนั้นปะปนกับทัพเซี่ยไปเพื่อแพร่โรคร้ายนี้ไปให้พวกเซี่ย”
“ดี!” กังห้าวเห็นดีเห็นงามด้วย
จากนั้นทหารแคว้นซางส่วนหนึ่งจึงปลอมตัวเป็นทหารแคว้นเซี่ยเมื่อ 2 ทัพสู้รบกัน ทหารที่ปลอมตัวก็ถูกเพื่อนๆ ประคองพาไปทิ้งไว้กลางสนามรบทหารเซี่ยตัวปลอมเหล่านั้นก็พยายามปะปนไปกับทหารแคว้นเซี่ยด้วยหวังว่าตัวเองจะสามารถแพร่โรคไปสู่ทัพเซี่ยได้ พวกเขายอมเป็นผู้พลีชีพเพราะว่าพวกเขาเจ็บป่วยจนสิ้นหวังที่จะมีชีวิตอยู่แล้วนั่นเองหากว่าจะตายพวกเขาก็ขอตายแบบที่สร้างประโยชน์ให้เพื่อนพ้องร่วมแคว้นได้บ้าง
หลังจาก 2ทัพแยกจากกัน ทหารเซี่ยตัวปลอมก็ถูกทหารแคว้นเซี่ยตัวจริงประคองหอบหิ้วกลับไปด้วย ทหารเซี่ยตัวปลอมหมายใจที่จะแพร่โรคให้กับทัพเซี่ยแต่พอทัพเซี่ยกลับไปรวมตัวกันก็ถูกนายกองตรวจสอบเรียงคนทีละคน...ทีละคน...อย่างเข้มงวด นี่ก็เพื่อป้องกันไส้ศึกไม่ให้ปะปนมาได้ครั้นนายกองตรวจสอบไปถึงทหารเซี่ยตัวปลอมทำให้ทหารเซี่ยตัวปลอมที่มีสภาพอ่อนแรงลอบมองหน้ามองตากันแล้วฮึดสู้เฮือกสุดท้าย
“ย๊ากกกก...” พวกเขาพุ่งเข้าสู้กับพวกเซี่ย!
นายกองแทงดาบสวน ฉึก!
“อั๊ก!” ทหารเซี่ยตัวปลอมถูกดาบแทงจนดาบในมือร่วงลงพื้น ตุบ!
ทหารเซี่ยตัวปลอมคนอื่นๆก็จับดาบแทงใส่ศัตรูเช่นกัน แต่พวกเขาก็ถูกทหารเซี่ยตัวจริงแทงฟันจนล้มลงไป ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!...
ทหารเซี่ยตัวจริงชักดาบออกพลางพูดว่า“มิน่าล่ะ ข้าก็ว่ามันแปลกๆ ที่แท้ก็เป็นไอ้พวกซางปลอมตัวมานี่เอง”
“ค้นตัวพวกมัน”นายกองสั่ง ทหารจึงค้นๆ ตัวทหารตัวปลอมพวกนั้น แล้วรายงานว่า “ไม่เจออะไรเลยขอรับ”
“ข้าก็ไม่เจออะไรเลยขอรับ”
พวกทหารรายงานแล้วคุยกันว่า“แปลกจริง พวกมันปลอมตัวมาก็น่าจะเอาคนที่เก่งๆ มาซิแต่นี่กลับส่งคนป่วยใกล้ตายมาทำไม?”
“นั่นซิมันส่งพวกนี้มาทำไม?” ทหารอีกคนพยักเพยิดตาม นายกองได้ยินคำว่า ‘ป่วย’ กับ ‘ใกล้ตาย’ ก็หูผึ่งขึ้นมาทันที เขาก้มลงไปดูคนที่ถูกแทงล้มลงตรงหน้าตัวเอง
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ