ความเยือกเย็นของฤดูใบไม้ร่วงเริ่มย่างกรายเข้าสู่เมืองชิงหยาง ใบไม้สีเหลืองกรอบร่วงหล่นตามสายลมแ่เบา ทว่าบรรยากาศภายในเมืองกลับร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ข่าวลือเื่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างตระกูลใหญ่เริ่มหนาหู แต่สิ่งที่เป็จุดสนใจสูงสุดของทุกผู้คนในยามนี้คือ **"การแข่งขันล่าสัตว์ิญญาประจำฤดูใบไม้ร่วง"** ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึงสิบวัน
ณ คฤหาสน์ตระกูลหลิน ห้องหับของหลินเฟิงบัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันลึกลับ บนโต๊ะไม้มีวัตถุดิบสองชิ้นส่องประกายสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกโชน มันคือ **"แก่นอสูรธาตุไฟ"** ระดับก่อตั้งสองชิ้นที่มู่หรงชิงส่งมาให้ตามสัญญา พร้อมกับม้วนคัมภีร์ข้อมูลโครงสร้างของสำนักอสรพิษทมิฬ
หลินเฟิงคลี่ม้วนคัมภีร์อ่านอย่างละเอียด แววตาของเขาเยือกเย็นลงเมื่อเห็นรายชื่อและตำแหน่ง "สำนักอสรพิษทมิฬ มีเ้าสำนักระดับะ ขั้นที่ 6 ระดับนภาขั้นต้นเร้นกายอยู่บนเขา ยอดฝีมือระดับแก่นแท้สามคน และระดับหลอมรวมอีกนับสิบ... สำหรับผู้าุโโมที่มาเมืองชิงหยาง มันคุมกำลังพลสายลอบสังหารสิบเอ็ดคน"
*‘หึหึ เ้าสำนักระดับนภางั้นรึ? สำหรับเมืองชายแดนแห่งนี้ก็นับว่าพอมีฝีมือ’* เสียงของิญญามรรคาภพดังก้องขึ้น *‘แต่นั่นเป็เื่ของอนาคต ยามนี้ในป่าหมอกทมิฬ เ้าต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มลอบสังหารสิบคนของผู้าุโโม แม้พลังของเ้าจะอยู่ระดับแก่นแท้ขั้นต้นแล้ว แต่การประมาทศัตรูที่ชำนาญการใช้พิษและซุ่มโจมตีย่อมไม่ใช่วิสัยของราชัน เ้าจำเป็ต้องมี "ศาสตราวุธ" ประจำกาย’*
หลินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าไม่มีอาวุธิญญาเลยในยามนี้ และตำราตระกูลหลินก็มีเพียงกระบี่เหล็กธรรมดา"
*‘กระบี่เหล็กธรรมดาก็เพียงพอแล้ว หากมันถูกสลักด้วย "อักขระมรรคาภพ"!’* ิญญาโบราณหัวเราะเบาๆ *‘ข้าจะสอนวิธีผสานแก่นอสูรธาตุไฟนี้เข้ากับเหล็กธรรมดา โดยใช้พลังจิติญญาของเ้าสลักอักขระ์ เพื่อสร้าง "กระบี่เพลิงมรรคา" แม้จะเป็เพียงอาวุธิญญาระดับต้น แต่มันจะแฝงไปด้วยคุณสมบัติการเผาไหม้จิติญญาที่ไม่มีวันดับ!’*
ไม่รอช้า หลินเฟิงหยิบกระบี่เหล็กกล้าธรรมดาที่เคยเป็ของบิดาออกมาวางบนโต๊ะ สภาพของมันคมกริบแต่ไร้ซึ่งกลิ่นอายพลังิญญา เด็กหนุ่มนั่งขัดสมาธิ สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสภาพจิตใจให้สงบนิ่งดั่งผืนน้ำ
"เริ่มเลย!"
หลินเฟิงกางฝ่ามือออก พลังิญญาสีทองบริสุทธิ์ระดับแก่นแท้ทะลักออกมาโอบล้อมแก่นอสูรธาตุไฟทั้งสองชิ้นให้ลอยขึ้นกลางอากาศ ความหนาแน่นของพลังระดับแก่นแท้ทำให้กระแสอากาศในห้องบิดเบี้ยว ร่างของิญญามรรคาภพในจิตสำนึกเริ่มร่ายรำนิ้วมือ ส่งผ่านอักษรลูนโบราณสีทองสามตัวออกมาในสมองของหลินเฟิง
*‘อักขระตัวที่หนึ่ง: หลอมรวม! ตัวที่สอง: ทลายจิต! ตัวที่สาม: เพลิงกัลป์!’*
หลินเฟิงใช้ดัชนีชี้ขวาแทนพู่กัน จุ่มลงในพลังิญญาสีทองแล้วเริ่มวาดอักขระโบราณลงบนตัวแก่นอสูร แก่นอสูรธาตุไฟส่งเสียงกรีดร้องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังดิ้นรน พลังงานความร้อนสีแดงฉานะเิออกหวังจะแผดเผาทุกสิ่ง ทว่าเมื่อปะทะกับพลังิญญาสีทองสิบส่วนเต็มของหลินเฟิง มันกลับถูกสยบลงอย่างราบคาบและเริ่มละลายกลายเป็ของเหลวสีเพลิงเปล่งประกาย
"ผสาน!"
เด็กหนุ่มสะบัดมือ ของเหลวสีเพลิงพุ่งเข้าชโลมตัวกระบี่เหล็กกล้าทันที เสียง *ฉ่าาา!* ดังระงมพร้อมควันสีขาว ตัวกระบี่เหล็กธรรมดาเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงเพลิง ลวดลายอักขระโบราณสลักลึกเข้าสู่เนื้อเหล็กอย่างงดงามและน่าเกรงขาม
หลินเฟิงรีดเค้นพลังจิติญญาทั้งหมด บีบอัดให้อักขระทั้งสามตัวหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับตัวกระบี่ ดวงตาสีดำของเขาทอประกายสีทองเจิดจ้า
*วูมมมมม!*
คลื่นความร้อนแผ่กระจายออกไปทั่วห้องจนกำแพงไม้เริ่มขึ้นรอยไหม้เกรียมจางๆ ทว่าเพียงพริบตาเดียว กลิ่นอายทั้งหมดก็ถูกดึงกลับเข้าสู่ตัวกระบี่อย่างสมบูรณ์ กระบี่เหล็กกล้าบัดนี้เปลี่ยนรูปทรงไปเล็กน้อย ตัวใบกระบี่เรียวบางและมีสีดำสนิทดั่งเหล็กไหล ทว่าตรงกลางใบกระบี่กลับมีเส้นอักขระสีแดงเพลิงส่องสว่างวาบขยับขับเคลื่อนคล้ายชีพจรสิ่งมีชีวิต
หลินเฟิงยื่นมือไปจับด้ามกระบี่ ทันทีที่ัั ความรู้สึกเชื่อมต่อดั่งแขนขาขวาของตนก็หลั่งไหลเข้ามา ในใจของเขารับรู้ได้ถึงอานุภาพของมัน... **"กระบี่เพลิงมรรคา"** อาวุธิญญาระดับมนุษย์ขั้นสูงสุดที่แฝงพลังโจมตีธาตุไฟิญญา!
*‘ยอดเยี่ยมมากเ้าหนู... ด้วยกระบี่เล่มนี้ แม้แต่การป้องกันของกายทิพย์เต่าศิลาของเ้าเด็กจ้าวคัง ก็จะถูกตัดผ่านราวกับเต้าหู้!’* ิญญามรรคาภพกล่าวอย่างพึงพอใจ
หลินเฟิงเก็บกระบี่เข้าฝัก แววตาเด็ดเดี่ยว "ขอบคุณท่านผู้เฒ่า ยามนี้อาวุธพร้อม พลังพร้อม... ข้าอยากจะเห็นนักว่าพวกมันจะทำอย่างไร"
ในยามสาย ณ ศาลาฤดูใบไม้ร่วงภายในสวนส่วนตัวของตระกูลจ้าว จ้าวคังกำลังนั่งล้อมวงอยู่กับเยาวชนระดับหัวกะทิของตระกูลจ้าวและตระกูลเฉิน บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการสมคบคิด
"นายน้อยจ้าว... เื่การแข่งขันในอีกเจ็ดวัน พวกเราตระกูลเฉินพร้อมหนุนหลังท่านอย่างเต็มที่" เฉินเหมยเอ่ยด้วยรอยยิ้มประจบพลางรินน้ำชาให้จ้าวคัง "ข้าได้สั่งให้คนของตระกูลเฉินห้าคนที่มีพลังระดับเริ่มต้นขั้นสูงสุด คอยติดตามท่านในป่า หากเจอคนของตระกูลมู่หรือตระกูลหลิน... พวกเราจะจัดการตัดกำลังพวกมันทันที"
จ้าวคังยกชาขึ้นจิบ ใบหน้าแฝงรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ดีมากเหมยเอ๋อร์... แต่เป้าหมายหลักของเราครั้งนี้คือไอ้ขยะหลินเฟิง ข้าได้รับรายงานจากคนของสำนักอสรพิษทมิฬแล้วว่า พวกมันส่งยอดฝีมือสิบคนไปวางค่ายกลดักซุ่มอยู่ที่ 'หุบเขาไร้เสียง' ซึ่งเป็เส้นทางบังคับผ่านเพื่อไปยังจุดล่าสัตว์ิญญาระดับสูง"
มันหัวเราะเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง "ทันทีที่มันเข้าไปในหุบเขา มันจะถูกพิษอสรพิษจนเคลื่อนไหวไม่ได้ จากนั้นข้าจะเป็คนเดินเข้าไปตัดหัวมันด้วยตัวเองต่อหน้าคนของสำนักมาร เพื่อประกาศให้คนทั้งเมืองรู้ว่าใครคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองชิงหยาง!"
"นายน้อยจ้าวปราดเปรื่องยิ่งนัก" เยาวชนตระกูลจ้าวคนหนึ่งเอ่ยชม "ตระกูลหลินในตอนนี้มีเพียงหลินเฟิงคนเดียวที่เข้าแข่งขัน หากมันตายไป ตระกูลหลินก็หมดสิ้นผู้สืบทอด ผู้นำตระกูลหลินซู่ซู่ย่อมต้องตรอมใจตาย และหนี้สินห้าพันก้อนนั้นก็จะทำให้เรายึดคฤหาสน์มาได้ในพริบตา"
ในกระดานการเมืองของเมืองชิงหยาง ตระกูลจ้าวและตระกูลเฉินได้รวมตัวเป็พันธมิตรอย่างเหนียวแน่นเพื่อหวังกลืนกินตระกูลหลินและกดดันตระกูลมู่ ส่วนตระกูลมู่นั้นค่อนข้างรักสงบและดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าเป็หลัก พวกเขาจึงไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดอย่างชัดเจน ทว่าการแข่งขันครั้งนี้จะกลายเป็จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำลายความสงบสุขจอมปลอมทั้งหมดลง
วันต่อมา ณ ลานฝึกซ้อมขนาดั์ของหอศึกษาิญญาคราม นักเรียนผู้ใช้ิญญาทุกคนมารวมตัวกันเพื่อรับฟังกฎเกณฑ์สุดท้ายและการจับฉลากแบ่งกลุ่มเดินทางขั้นต้น
อาจารย์มู่หยงยืนอยู่บนแท่นศิลา ใบหน้าเคร่งขรึม "การแข่งขันล่าสัตว์ิญญาครั้งนี้ ค่อนข้างอันตราย ป่าหมอกทมิฬเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและภูมิประเทศที่ซับซ้อน ทางการจะมอบ 'ป้ายหยกช่วยชีวิต' ให้ทุกคนคนละหนึ่งชิ้น หากพวกเ้าเผชิญอันตรายถึงชีวิต จงบดขยี้ป้ายหยกนี้ พลังค่ายกลจะเคลื่อนย้ายพวกเ้าออกมาภายนอกทันที ทว่านั่นหมายความว่าคะแนนทั้งหมดของพวกเ้าจะกลายเป็ศูนย์!"
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "และจำไว้... แม้การแข่งขันจะอนุญาตให้มีการแย่งชิงคะแนนกันได้ แต่ห้ามมิให้มีการ 'สังหารชีวิต' เพื่อนร่วมสำนักเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกลงโทษตามกฎหมายของอาณาจักรอย่างสถานหนัก!"
"รับทราบครับ/ค่ะ!" เสียงตอบรับดังกระหึ่ม
ทว่ากฎเกณฑ์เหล่านี้สำหรับจ้าวคังและสำนักอสรพิษทมิฬแล้ว มันเป็เพียงเื่ตลก ในป่าลึกที่เต็มไปด้วยหมอกหนาและการลอบสังหารด้วยพิษ การบดขยี้ป้ายหยกช่วยชีวิตจะทำได้ทันท่วงทีได้อย่างไรหากถูกตัดหัวในพริบตา?
หลังจากการจับฉลากเสร็จสิ้น หลินเฟิงเดินแยกตัวออกมาเตรียมจะกลับที่พัก ทว่าจ้าวคังและกลุ่มพันธมิตรก็เดินมาขวางหน้าเขาไว้เช่นเคย
"หลินเฟิง..." จ้าวคังเอ่ยเสียงต่ำพลางมองสำรวจหลินเฟิงด้วยสายตาดั่งพญาแร้ง "เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วนะ... ข้าหวังว่าเ้าจะไม่ปอดแหกจนขอยอมแพ้ก่อนเข้าป่าล่ะ ข้าอุตส่าห์เตรียม 'ของขวัญชิ้นใหญ่' ไว้ต้อนรับเ้าในป่าหมอกทมิฬอย่างดีเชียว"
หลินเฟิงหยุดเท้า เขาหันมามองจ้าวคังตรงๆ แววตาสงบนิ่งไร้ความหวั่นไหวใดๆ ทว่าในสายตาของจ้าวคัง ความนิ่งสงบนี้กลับดูน่าหมั่นไส้และน่ารังเกียจที่สุด
"นายน้อยจ้าว... ของขวัญที่ท่านเตรียมไว้ ข้าหลินเฟิงจะรับไว้ทั้งหมดอย่างแน่นอน" หลินเฟิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ แฝงความนัยลึกล้ำ "แต่ข้าเกรงว่า... ผู้ที่จะไม่ได้กลับออกมาส่งของขวัญชิ้นต่อไป อาจจะเป็ตัวท่านเองมากกว่า"
"เ้า...! ปากดีไปเถอะ! ในป่าแห่งนั้น พลังและจำนวนคนคือสิ่งตัดสิน ขยะพร์นภาที่สี่อย่างเ้าจะทำอะไรได้?!" เฉินเหมยตวาดใส่ด้วยความฉุนเฉียว
หลินเฟิงไม่สนใจจะโต้เถียงกับคนโง่เขลาเหล่านี้อีก เขาเบี่ยงตัวเดินผ่านพวกมันไปอย่างเฉยชา ในใจของเขาบัดนี้กำลังเปิดใช้งานตราประทับิญญามรรคาที่ฝังไว้ในตัวสมุนสำนักอสรพิษทมิฬทั้งสองคนเมื่อวันก่อน สัญญาณิญญาระบุชัดเจนว่าพวกมันกำลังเคลื่อนไหวอยู่บริเวณแนวชายป่าหมอกทมิฬจริงๆ แผนการจัดทัพเงาของพวกมันถูกหลินเฟิงล่วงรู้จนหมดสิ้น
ในค่ำคืนสุดท้ายก่อนวันแข่งขัน หลินเฟิงได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่งส่งตรงมาจากหอการค้าเมฆาคราม ผู้ส่งคือมู่หรงชิง จดหมายระบุให้เขาไปพบที่หอสุราเลิศรสที่ตั้งอยู่มุมเงียบของเมือง
เมื่อหลินเฟิงไปถึงในห้องส่วนตัวชั้นบน มู่หรงชิงในชุดไหมสีฟ้าครามกำลังนั่งรออยู่ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"สหายหลินเฟิง... ท่านมาแล้ว" มู่หรงชิงรีบเอ่ยทันทีที่เห็นหน้าเขา "ข้ามีข่าวร้ายจะบอก... สายข่าวของหอการค้าเมฆาครามตรวจพบว่า ตระกูลจ้าวได้สมคบคิดกับสำนักอสรพิษทมิฬ พวกมันลักลอบนำยอดฝีมือลอบสังหารสิบคนเข้าสู่ป่าหมอกทมิฬั้แ่วันนี้แล้ว! เป้าหมายของพวกมันคือการลอบสังหารท่านในการแข่งขัน!"
นางมองหลินเฟิงด้วยแววตาห่วงใย "พลังของพวกมันส่วนใหญ่อยู่ระดับก่อตั้ง และมีผู้าุโโมระดับหลอมรวมขั้นสูงสุดคอยคุมอยู่วงนอก... การแข่งขันครั้งนี้อันตรายเกินไปสำหรับท่าน ข้าแนะนำให้ท่านถอนตัวชั่วคราว ข้าสามารถใช้สิทธิ์ของตระกูลมู่หรงส่งท่านเข้าศึกษาต่อที่เมืองหลวงได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านการแข่งขันนี้!"
ข้อเสนอของมู่หรงชิงช่างเปี่ยมไปด้วยความหวังดีและอำนาจเงินตรา การได้เข้าเมืองหลวงโดยตรงคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ทว่าหลินเฟิงกลับส่ายหน้าเบาๆ แววตาของเขาเฉียบคมดุจใบมีด
"แม่นางมู่หรงชิง... ขอบคุณในความหวังดีของท่าน" หลินเฟิงยกจอกสุราขึ้นจิบ "แต่หากข้าหนีไปในตอนนี้ ตระกูลหลินและท่านแม่ของข้าที่อยู่เมืองชิงหยางจะตกลงสู่สถานการณ์ยากลำบากทันที ตระกูลจ้าวจะใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างบดขยี้ตระกูลข้า... และที่สำคัญ ข้าหลินเฟิงไม่เคยมีนิสัยหนีศัตรู"
เด็กหนุ่มสบตาหญิงสาวตรงๆ แผ่กลิ่นอายพลังิญญาระดับแก่นแท้ขั้นต้นที่แฝงไปด้วยความกดดันอันยิ่งใหญ่ออกมาจางๆ "พวกมันคิดว่าป่าหมอกทมิฬคือกับดักที่จะฝังข้า... แต่พวกมันหารู้ไม่ว่า ข้าต่างหากที่จะเปลี่ยนป่าแห่งนั้นให้เป็โรงชำแหละอสรพิษ!"
มู่หรงชิงััได้ถึงพลังกดดันระดับแก่นแท้ของหลินเฟิงที่หนาแน่นกว่าเดิมก็นิ่งอึ้งไป จิติญญาเทพวารีในร่างของนางสั่นสะท้านด้วยความเลื่อมใส *'เด็กหนุ่มคนนี้... ช่างน่ากลัวและลึกล้ำยิ่งนัก พลังของเขาก้าวหน้าขึ้นอีกแล้วในเวลาไม่กี่วัน และความเด็ดเดี่ยวนี้... นี่คือลักษณะของัหลับที่กำลังจะตื่นขึ้นชะล้างโลกมนุษย์ชัดๆ!'*
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ยิ้มออกมาอย่างงดงาม "ในเมื่อสหายหลินมีความมั่นใจขนาดนี้ ข้ามู่หรงชิงก็จะขอนั่งชมการแสดงของท่านอยู่ภายนอก... นี่คือ 'ยาถอนพิษอสรพิษทมิฬสิบส่วนบริสุทธิ์' สามขวดที่ข้าสกัดขึ้นมาเองกับมือ จงรับไว้เผื่อระวังตัวจ้ะ"
หลินเฟิงรับขวดโอสถมาเก็บไว้ในอก "ขอบคุณแม่นางมู่หรงสัญญาการค้าของเรา... หลังจากข้ากลับมาจากป่า ข้าจะนำสมุนไพรระดับสูงและโอสถชุดใหม่มาส่งให้ท่านแน่นอน"
เช้าตรู่วันต่อมา ณ ประตูทิศใต้ของเมืองชิงหยาง แสงอาทิตย์แรกสาดส่องผ่านมลหมอกหนาทึบที่ลอยมาจากป่าลึก ขบวนรถม้าของเ้าเมือง ขุนนาง และผู้นำตระกูลใหญ่จอดเรียงรายอยู่อย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของประชาชนนับหมื่นที่มาร่วมชมพิธีเปิด
เยาวชนผู้ใช้ิญญากว่าห้าสิบคนในชุดเครื่องแบบยืนตั้งแถวอย่างเป็ระเบียบหน้าทางเข้าป่า ทุกคนต่างพกพาอาวุธและเตรียมความพร้อมมาเต็มที่ จ้าวคังยืนอยู่หัวแถวด้วยท่าทางผยอง แววตาของมันจับจ้องมาที่หลินเฟิงที่ยืนอยู่ท้ายแถวเพียงลำพังดั่งผู้ล่ามองเหยื่อ
บนปะรำพิธี เ้าเมืองหม่าลุกขึ้นยืน เสียงของเขาดังก้องกังวานด้วยพลังิญญา "เยาวชนแห่งเมืองชิงหยางทุกคน! บัดนี้ถึงเวลาพิสูจน์ฝีมือและความกล้าหาญของพวกเ้าแล้ว ระยะเวลาการแข่งขันคือสามวันสามคืน ผู้ที่ล่าสัตว์ิญญาและสะสมคะแนนได้สูงสุดจะเป็ผู้ชนะ!... เริ่มการแข่งขันได้!"
*โฮกกกกก!*
เสียงแตรเขาสัตว์ดังสนิทขึ้นเป็สัญญาณเปิดฉาก เยาวชนนับห้าสิบคนต่างทะยานร่างพุ่งเข้าสู่ชายป่าหมอกทมิฬอย่างรวดเร็วราวกับฝูงลูกศรที่หลุดจากแล่ง
หลินเฟิงก้าวเท้าเดินเข้าสู่ชายป่าอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อน ลมหายใจของเขาคงที่ มือขวากระชับด้ามกระบี่เพลิงมรรคาเบาๆ เื้ัใบหน้าอันสงบนิ่งนั้น จิติญญาของเขากำลังเชื่อมต่อกับป่าแห่งนี้ผ่านิญญามรรคาภพ
*‘เ้าหนู... สุนัขรับใช้ของตระกูลจ้าวและตระกูลเฉินเริ่มแยกย้ายกระจายกำลังล้อมหน้าล้อมหลังเ้าแล้ว ส่วนพวกอสรพิษทมิฬสิบคนกำลังรออยู่ที่หุบเขาไร้เสียงด้านหน้าราวห้าลี้’* ิญญามรรคาภพรายงานรายงานสถานการณ์สดในสมอง
หลินเฟิงยกยิ้มมุมปาก แววตาสาดประกายสังหารอันเยือกเย็น "ดีมาก... ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมซ่อนหา ข้าก็จะเริ่มจากเด็ดหัวพวกสุนัขเฝ้ายามรอบนอกก่อน แล้วค่อยไปล้างบางพวกอสรพิษในหุบเขา!"
เด็กหนุ่มเร่งความเร็วร่างพุ่งวูบหายเข้าไปในมลหมอกหนาทึบทันที การเดินทางแห่งโลหิตและการพลิกผันโชคชะตาในสมรภูมิป่า
หมอกทมิฬ... ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการแล้ว!