“ พี่มองอะไรอย่างนั้นเหรอคะ ”
แอลลี่ตื่นมาในตอนเช้า เธอพบว่าพี่ชายกำลังนั่งตาลอยราวกับมองบางอย่างที่เธอมองไม่เห็น
“ ตอนเดินทางมาที่นี่เพื่อนฉันคนหนึ่งใช้ปืนฆ่าซอมบี้ ก่อนลงจากรถเธอบอกให้ฉันลองฆ่ามันดู ตอนแรกฉันไม่กล้าเพราะคิดว่าพวกเขาอาจจะกลับมาเป็คนได้ แต่เมื่อคืนฉันฆ่าสุนับซอมบี้ไปแล้วมีบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวฉัน ”
แอลลี่ทำหน้างุนงงเธอไม่รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับพี่ชาย หากเป็แรงมหาศาลและนิ้วมือแปลกๆคงไม่ใช่เพราะพี่ชายของเธอแสดงให้เห็นก่อนฆ่าสุนัขซอมบี้ มันจึงต้องมีสิ่งที่ไม่เข้าใจมากกว่านั้นปรากฎอย่างแน่นอน
“ แล้วสิ่งนั้นมันคืออะไรเหรอคะ ”
“ มีตัวเลขบางอย่างโผล่ขึ้นมากลางอากาศ ตัวเลขแรกยังคงเป็ 0 มีเครื่องหมาย % ต่อหลัง ส่วนอีกตัวเลขขึ้นมาเป็ 20 มีเครื่องหมาย % ปรากฎข้างหลังของมัน”
“ พี่เห็นแค่พี่คนเดียวเหรอคะ หรือว่าเห็นของคนอื่นด้วย ”
“ ตอนแรกฉันมองเห็นแค่ตัวเลขบนร่างของฉัน แต่พอลองเพ่งมันอยู่นาน ฉันก็เริ่มมองเห็นตัวเลขบนศีรษะของคนอื่น อย่าพึ่งไปบอกใครล่ะ ”
โยฮันมองน้องสาวที่พยักหน้าเข้าใจ เดิมทีเขาคิดว่าจะเดินทางลงจากตึกในตอนนี้เลย หากอยู่นานเกินไปจะต้องมีปัญหาตามมาแน่นอน กลุ่มนักเรียนที่ออกไปหาเมื่อกลางดึกมองเขาตลอดทั้งคืนทำให้เขารู้ว่านักเรียนกำลังวางแผนบางอย่าง
นอกจากนั้นแล้วยังมีนักเรียนชายราวสิบคนเข้าไปรวมกลุ่มกันกับกลุ่มที่ลงไปหาอาหาร ท่าทางของแต่ละคนไม่ธรรมดา เขาสามารถบอกได้ว่าคนกลุ่มนี้จะต้องเป็เด็กมีปัญหาภายในโรงเรียนอย่างแน่นอน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็สิ่งที่ทำให้นักเรียนเหล่านี้คิดทำเื่บ้าๆ
แต่ดูเหมือนว่าความสงสัยจะทำให้เขาต้องอยู่บนดาดฟ้าตึกไปก่อนอีกสักระยะ ตัวเลขบนศีรษะนักเรียนและคุณครูแต่ละคนแสดงค่าต่างกันทำให้เขาต้องหาคำตอบจากมันสักระยะหนึ่ง เพียงแต่ว่าตัวเลขกลับหยุดนิ่ง ไม่มีตัวเลขของใครเพิ่มขึ้นเขาจึงชวนน้องสาวเดินลงจากตึก
“ แอลลี่ เธอหิวหรือยัง ”
“ หนูหิวมากเลยพี่ หิวั้แ่เมื่อคืนแล้ว ”
“ งั้นไปกันเถอะ เราจะไปหาอะไรกิน ”
“ แล้วพวกเขาล่ะ ”
แอลลี่อยากรู้ว่าพี่ชายจะทำอะไรกับนักเรียนบนดาดฟ้า พี่ชายของเธอกลับส่ายหน้าไม่ตอบคำถามเธอจึงเข้าใจว่าพี่ยังไม่พร้อมจะเอ่ยอะไรออกมาในตอนนี้จึงเดินตามไปก่อน ในระหว่างนั้นเองนักเรียนกลุ่มที่รวมตัวกันกลับเข้ามาขวางพลางสอบถามด้วยใบหน้ากังวล ซึ่งมันเป็ใบหน้าที่โยฮันรู้ว่าแกล้งแสดงออกมา เขานั้นรู้ดีว่าเด็กนักเรียนเหล่านี้กำลังจะทำให้เขากลายเป็คนที่ถูกเกลียดจากความ้าเดินลงไปยังชั้นล่างโดยอ้างความปลอดภัย
“ พี่ชาย คุณจะไปไหน ตอนเช้าเสี่ยงมากที่ซอมบี้จะเห็นพี่ ผมว่าเราควรจะอยู่ข้างบนนี้จะดีกว่า เราตกลงกันเอาไว้แล้วว่า่กลางคืนค่อยเดินทางลงไปหาอาหาร”
“ ใช่แล้วพี่ ไว้เดินทางลงไปตอนกลางคืนน่าจะดีกว่า อีกอย่างเราได้แบ่งคนแล้ว หากเดินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่รู้ทางมีหวังโดนเล่นงานแน่ ”
เด็กหลายคนพูดเสริม เพียงแต่ว่าคนที่พูดกลับเป็เด็กเกเรที่รวมตัวกันหน้าประตูทางขึ้นลงดาดฟ้าตึก ในมือบางคนถือท่อนเหล็ก แม้จะไม่ได้แสดงออกถึงภัยคุกคาม ท่อนเหล็กในมือกลับพร้อมจะฟาดมาที่เขาทุกเมื่อ
“ ฉันดีใจด้วยที่พวกนายปรับตัวตามสถานการณ์ได้ทัน เอาล่ะ งั้นช่วยถอยไปหน่อย อย่าลืมสิว่าใครทำให้พวกน้องๆได้ขึ้นมาหลบที่นี่อย่างปลอดภัย ”
โยฮันเน้นคำว่า น้องๆ มันคือหนึ่งในสิ่งที่เขาเน้นย้ำเพื่อให้อีกฝ่ายไม่ลืมว่าความปลอดภัยตลอดมาใครเป็คนสร้างขึ้น หลังจากพูดจบเขาไม่สนใจเลยว่าใครจะขวาง เพียงก้าวไปข้างหน้าเด็กนักเรียนชายหลายคนล้วนแล้วเดินหลีกทางให้กับเขาเมื่อนึกไปถึงเื่ที่เขาจับร่างสุนัขซอมบี้ 4 ขาลงกับพื้นแล้วหักคอมัน
“ พี่ ท่าทางพวกเขามันอะไรกันคะ หนูรู้สึกกลัวยังไงไม่รู้ ”
แอลลี่เอ่ยปากถามพี่ชายหลังจากเดินมาถึงชั้น 4 ท่าทางของเด็กที่เฝ้าประตูทางขึ้นลงดาดฟ้าทำให้เธอกลัวเล็กน้อยราวกับกำลังจะเดินผ่านกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมหลังเลิกเรียน
“ มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก พวกเขาก็แค่้าควบคุมดาดฟ้าเอาไว้เท่านั้น อีกสักหน่อยคงมีการใช้ของกินสั่งให้คนทำตาม ”
“ แบบนี้นักเรียนหญิงจะไม่เป็อันตรายงั้นเหรอคะ ”
แอลลี่เคยดูหนังและซีรีย์มาหลายเื่ หนังเกี่ยวกับวันสิ้นโลกมีให้ดูจนยากจะนับนิ้วได้ หลายเื่พยายามแสดงให้เห็นความหลากหลายทางความคิดของผู้คนในสถานการณ์สิ้นหวัง บางคนสติแตกควบคุมตนเองไม่ได้ บางคนปรับตัวตามสถานการณ์ได้ทันแล้วพยายามหาผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดจากมัน แต่ก็มีอีกบางกลุ่มหาผลประโยชน์ในทางที่ผิดเช่น ข่มขู่ผู้ที่อ่อนแอกว่าด้วยอาวุธที่ตนเอง หากใครมีปืนหรือมีดจะทำให้เหนือกว่า ผลสุดท้ายหนังทุกเื่ที่ดูมาจะมีผู้รอดชีวิตเพียงเล็กน้อยหลังจากผ่านพ้นปัญหาหลายอย่างมาได้
โยฮันหันมองน้องสาว อีกฝ่ายไม่ได้ขอร้องให้เขาช่วยแต่อย่างใด เธอเพียง้าฟังความคิดเห็นเท่านั้น เขาไม่มีความคิดที่จะแบกรับปัญหาเอาไว้เพียงคนเดียวเช่นกัน แต่ก็ต้องช่วยสักเล็กน้อยเพราะอย่างไรตนเองก็มีพลังแปลกๆที่สามารถช่วยได้
“อันตรายเกิดขึ้นแน่ วิธีที่น่าจะแก้ปัญหาหลายๆอย่างได้คือต้องไล่พวกเขาออกไปจากตึกเท่านั้น แต่มันก็เป็แค่การแก้ปัญหาเบื้องต้น คนพวกนี้พยายามดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ต่อให้เราจะไล่พวกเขาไปแล้วก็ตามสุดท้ายพวกเขาก็จะกลับมาเพราะ้าหลายๆอย่างจากกลุ่มที่สงบ ”
“ ช่วยไม่ได้เลยสินะคะ ตอนแรกหนูอยากให้พี่ช่วยพวกเขาแก้ปัญหาอาหารก่อนไป แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็การช่วยให้คนที่มีความคิดชั่วๆได้ในสิ่งที่พวกมัน้าง่ายขึ้น เราคงทำได้แค่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามธรรมชาติ ”
โยฮันลูบหัวน้องสาว เป็เื่ผิดปกติที่น้องสาวของเขาจะมีความคิดที่ใช้หลักเหตุและผล เดิมทีเขานึกว่าเด็กสาว ม.6 จะพยายามขอให้เขาช่วยเหลือคนอื่นๆจนพี่ชายลำบาก เธอกลับนึกถึงหลักความเป็จริงแล้วพยายามดึงตัวเองออกมาจากปัญหา หากเธอยังไม่รู้วิธีเอาตัวเองให้รอด เธอก็ไม่ควรจะช่วยใคร ทุกคนควรจะหาวิธีแก้ปัญหาให้ตนเอง
“ ว่าแต่ ตัวเลขที่พี่เห็น พี่พอจะรู้หรือยังว่ามันเป็ตัวเลขอะไร ”
“ ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ฉันเห็นมี 2 สีด้วยกัน สีแดงฉันคิดว่าน่าจะเป็อัตราการติดเชื้อไวรัสซอมบี้ นักเรียนแต่ละคนล้วนแล้วมีค่านี้ จะมากจะน้อยน่าจะขึ้นอยู่กับการรับเชื้อเข้าไป ”
“ หมายความว่าพี่มองเห็นว่าใครจะกลายเป็ซอมบี้ได้อย่างนั้นเหรอคะ แล้วบนดาดฟ้ามีใครจะกลายเป็ซอมบี้ไหม ”
“ มีนักเรียนชายคนหนึ่ง ตัวเลขสีแดงของเขาพุ่งไปถึง 80 % แล้ว ฉันคิดว่าถ้าเรากลับขึ้นไปดูแล้วพบว่าเขาเป็ซอมบี้ก็ยืนยันได้ว่าตัวเลขสีแดงบอกถึงอัตราการติดเชื้อ ”
“ แล้วสีเขียวล่ะ ”
“ ฉันยังไม่รู้ ตัวเลขสีเขียวบนศีรษะของทุกคนยังคงเป็เลข 0 แต่สำหรับฉันเป็ 20 % ของเธอก็ยังเป็ 0 ”
“ เอ แล้วมันจะเป็ตัวเลขอะไรกันนะ ” แอลลี่พยายามใช้สมองของเธอวิเคราะห์ตัวเลขสีเขียว ตัวเลขสีแดงคืออัตราการติดเชื้อ ตัวเลขสีเขียวของทุกคนกลับยังไม่ขยับออกจาก 0 ยกเว้นพี่ชายของเธอ
ถ้าหากเป็ตัวเลขความหิว หลายคนได้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเมื่อ่กลางดึก เธอและพี่ชายรวมไปถึงคุณครูไม่ได้กิน ค่าตัวเลขนี้กลับเป็ 0 % สำหรับพี่ชายของเธอมีมากถึง 20 % เธอจึงคิดว่ามันจะต้องไม่ใช่ค่าความหิวแน่นอน
หากเป็พลังชีวิตเหมือนในเกมส์ ความเป็ไปได้กลับมีอยู่ แต่มันควรจะแสดงตัวเลข 100 % ไม่ใช่ 0% เช่นนั้น ถ้าหากว่าค่าพลังชีวิตนับที่ 0 % ไป 100 % พี่ชายของเธอที่มีตัวเลข 20 % ควรจะแสดงอาการาเ็ออกมามากกว่านี้ นอกจากนั้นแล้วยังมีคนอื่นบนดาดฟ้าาเ็จากการวิ่งและหลบหนี ตัวเลข้าศีรษะของพวกเขากลับเป็ 0
“ พี่คะ หรือว่ามันจะเป็ตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าซอมบี้ ”
โยฮันลูบคางตนเอง มีความเป็ไปได้ที่ตัวเลข 20 % ของเขาจะเกี่ยวข้องกับซอมบี้
“ แล้วถ้ามันเต็ม 100 % จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ”
แอลลี่ส่ายหน้า เธอไม่รู้เช่นกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แม้จะรู้ว่าคำพูดของพี่ชายไม่ใช่คำถามแต่เป็คำสบถที่เกิดจากความสงสัยก็ตามที
“ เราคงไม่สามารถเข้าใจมันได้ ไว้หาคำตอบของมันทีหลังไหมคะ ว่าแต่ตอนนี้พี่จะพาหนูไปไหน ”
“ ไปหาของกิน ตามมาเร็ว ”
โยฮันหันมองขึ้นไป้า เขาได้ยินเสียงรองเท้าของคนที่เดินตามลงมา อีกฝ่ายกำลังแอบอยู่เงียบๆรอดูเขาและน้องสาวที่เดินลงมาจากดาดฟ้า เมื่อคืนเขาพยายามปิดบังไม่ให้ทุกคนรู้ว่าเขาและแอลลี่เป็อะไรกัน แต่ตอนนี้เขาไม่จำเป็ต้องปิดบังความสัมพันธ์เพราะมันไม่ได้สร้างปัญหาให้เขาในระยะยาว
“ เธอรู้ไหมว่าห้องพักครูอยู่ที่ไหนบ้าง ”
ขณะเดินโยฮันสอบถามน้องสาวเกี่ยวกับห้องพักครู ต่อให้เขาจะเคยเรียนที่นี่ หลายอย่างกลับเปลี่ยนไป ห้องพักครูก็เช่นเดียวกัน การที่เขาต้องไปที่นี่ ไม่ใช่การไปหาอาหาร เขา้าไปยืนยันตัวครูผู้ชายเท่านั้นว่าร่วงตกลงไปตายหรือว่าเกิดการต่อยตีจนอีกฝ่ายตาย
เมื่อเดินทางมาถึงชั้น 2 ตามที่น้องสาวบอก โยฮันพบว่าประตูทางเข้าแตกจากการถูกกระแทก มันไม่ใช่ประตูที่ทำจากไม้หรือเหล็กทั้งบาน 90 % ของประตูคือกระจกมีรอยทุบแตก มันไม่จำเป็เลยที่ครูทอมจะต้องไต่ไปทางหน้าต่างเพื่อเข้าไปเปิดประตูจากด้านใน
หากบอกว่าครูทอมทำเพื่อลดการใช้เสียงที่เกิดจากการทุบทำลาย โยฮันยืนยันเลยว่าความคิดนี้เป็ความคิดที่ไม่เลว มันสามารถป้องกันการตื่นตัวของซอมบี้ที่ตอบสนองต่อเสียงได้ เพียงแต่ว่าบานประตูเข้าห้องพักครูถูกเขาพังไปก่อนหน้าแล้วเพราะการตามหาตัวน้องสาว มันจึงไม่จำเป็ที่ครูทอมจะต้องปีนเข้าทางหน้าต่างเพื่อไปเปิดประตู
หลังจากเดินเข้ามาในห้อง จมูกของเขาก็ได้กลิ่นเืจางๆ โยฮันจึงมองไปยังไม้ท่อนหนึ่งวางเอาไว้ภายในห้อง แม้สภาพของมันจะไม่มีสิ่งใดสะดุดตา เมื่อเขาพลิกอีกด้านของไม้ขนาดเท่าท่อนแขนขึ้นมาดูพบว่ามีรอยเืเปื้อนอยู่
“ รอยเืนี่คะ ”
“ ใช่ ดูเหมือนว่ามันจะฟาดอะไรสักอย่าง ที่แน่ๆคงไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้กับซอมบี้ ”
โยฮันมองไปยังส่วนหนึ่งของห้องพักครู เขาพบเห็นถังสแตนเลสมีเถ้าถ่านสีดำจากการจุดไฟเผา ในตำแหน่งนี้คงจะเป็จุดที่ใช้ต้มบะหมี่เพื่อนำขึ้นไปให้ทุกคนกินประทังความหิว
ด้านข้างถังมีถ้วยมาม่าอยู่ราว 12 ถ้วยแล้วยังมีร่องรอยการแกะซองขนมและขวดน้ำที่เหมือนจะมีมากกว่าที่นำขึ้นไปบนดาดฟ้า เพียงเท่านี้ก็ทำให้โยฮันรู้ว่ากลุ่มคนที่ลงมาคงจะใช้ที่นี่นั่งพักปรับสภาพจิตใจ หลังจากรู้ว่าทำอะไรลงไป
“ ตามมาเร็ว อย่าห่างจากฉันเกิน 3 เมตร ”
โยฮันก้าวขาข้ามรั้วกั้นเพื่อลงไปยังระเบียงชั้น 2 ไล่ตามรอยลากบนพื้นเหมือนจะมีใครถูกลากออกมา เมื่อเขาก้าวขาเดินลงมายังระเบียงชั้น 2 จึงชะโงกหน้าออกไปดูด้านล่างเพื่อดูว่ามีซอมบี้ครูทอมอยู่หรือไม่ ทันใดนั้นเขาก็พบเข้ากับชายสวมเสื้อสีเหลืองนำชายเสื้อเหน็บเข้าไปข้างเอวกำลังยืนครางอยู่ห่างไม่ไกลออกไป โยฮันก็เข้าใจได้เลยว่าครูคนนี้ไม่ได้ร่วงตกลงไปตาย เขาถูกลากมาโยนทิ้ง
เขามั่นใจว่าเป็เช่นนี้ก็เพราะว่าบนหน้าผากของครูทอมมีรอยบุบยุบลงไป ร่องรอยนี้น่าจะมาจากแรงกระแทกที่เกิดจากการร่วงตก เพียงแต่ว่าเขากลับมีเืออกด้านหลังศีรษะ ดูเหมือนว่าจะถูกทุบหัวแล้วโยนลงไปหลังจากนั้นทำให้หน้าผากฟาดเข้ากับพื้น ก่อนจะถูกรุมฉีกกระชาก
“ นั่นครูทอม! ”
“ อืม ฉันเห็นแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะถูกฆ่า เอาล่ะ ไปหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยตกลงกันใหม่ว่าเราจะทำอะไรกับที่นี่ดี ”.