หนึ่งคำขอ แลกกับอายุขัย...
เป็คำปรารถนาที่หนักหนาเหลือเกิน ไม่มีใครรู้ว่าตนเหลือเวลาอยู่เท่าไหร่ แต่อาจารย์มักบอกว่า ตนมีเส้นชีวิตที่ยืนยาวนัก
ยอมแลกหรือจะตายตอนนี้ ไม่ต้องคิดมากก็รู้ว่าควรเลือกหนทางใด
เปลี่ยนเป็ยาถอนพิษทลายปราณกับยาฟื้นกำลังได้หรือไม่
แม้แต่กำลังจะเปล่งเสียง นางก็ไม่เหลือแล้ว...
「ยาถอนพิษทลายปราณโดยเฉพาะ อายุขัยหนึ่งเดือน ยาฟื้นกำลัง อายุขัยสามวัน ยืนยันความ้าหรือไม่」
...้า
ต่างหูหยกเปล่งแสงสีเขียวอีกครั้ง เม็ดยาสองเม็ดปรากฏขึ้นตรงหน้า เหอซือซือคว้าเข้าปากทันที
นางหลับตาดูดซับครู่หนึ่ง วรยุทธ์และเรี่ยวแรงกลับคืนมาเต็มร้อยส่วน ทว่าพละกำลังที่ได้กลับมาเพราะฤทธิ์ยา คงอยู่ได้เพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
ต้องรีบแล้ว
ต่างหูหยกถูกสวมแทนต่างหูเดิมที่ถอดออก ง้าวข้างกายกลับเข้ามืออีกครั้ง กายบางในชุดขาวเปื้อนโลหิตพลิ้วไหวรวดเร็วมุ่งหน้าสู่ชายแดนแคว้นเหลียนที่อยู่ใกล้สุด ตามคำแนะนำของศิษย์พี่ร่วมสำนัก
ชาวยุทธ์จะหลีกเลี่ยงชาวเมือง หากเข้าไปในแคว้นได้ก็น่าจะวางใจลงได้ระดับหนึ่ง
หญิงสาวจดจ่อกับการเคลื่อนไหว ในหัวปรากฏข้อความ นางไม่ได้สนใจนัก ค่อยให้ความสนใจทีหลังก็ได้
「ยืนยันผู้ หยกเขียวบันดาลฝันจะไม่มอบความปรารถนาให้ผู้อื่นนอกเหนือจากผู้ สิ้นสุดการเมื่อถอดต่างหู」
ค่ำคืนแสนยาวนานใกล้สิ้นสุด ปลายขอบฟ้าเริ่มทอแสงสีทอง
กายที่ฝืนทนมาทั้งคืนเริ่มฝืนต่อไม่ไหว การเคลื่อนไหวเชื่องช้าจนกลายเป็เดินลากเท้า ผลจากเม็ดยาฟื้นกำลัง สิ้นฤทธิ์ไปนานแล้ว ที่ผ่านมาล้วนอาศัยกำลังใจ
ระหว่างทางที่ผ่านมา พบเจอกลุ่มคนโฉดอยู่บ้าง ราวกับพวกมันคาดการณ์เอาไว้แล้วจึงวางกำลังคนไว้แถวชายแดนของแคว้นใกล้เคียง
เหอซือซือปะทะกับคนนับสิบเพียงผู้เดียว แม้เอาชนะมาได้ แต่าเ็หนักหนาสาหัส ทั่วร่างไม่มีส่วนใดไร้าแ ทั้งยังาเ็ภายใน เส้นลมปราณและอวัยวะภายในบอบช้ำอย่างหนัก พลังยุทธ์เรรวนแทบจะรีดเค้นไม่ได้แล้ว
นางเร่งรีบเดินทางจนไม่มีเวลาพัก เื่รักษาตัวเป็ไปไม่ได้เลย อาการาเ็ภายในต้องใช้เวลาในการรักษา อาศัยเพียงโอสถคงไม่ไหว
โอสถเลิศล้ำก็ใช่ว่าจะดี ร่างกายนางรับไม่ไหว แทนที่จะหาย นางได้ตายก่อนแน่
ชายแดนแคว้นเหลียนอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลแล้ว เส้นทางค่อนข้างสลับซับซ้อน พักเอาแรงสักประเดี๋ยวก็คงได้
เหอซือซือนั่งลง เอนแผ่นหลังเหนื่อยล้าพักพิงต้นไม้ใหญ่
หยกเขียว ข้ามีคำขอ
「เชิญเ้านายบอกคำขอ」
เ้านาย?
รักษาร่างกายของข้า
「คำขอไม่สัมฤทธิ์ผล เนื่องจากคำขอไม่ตรงตามเงื่อนไข ระบุว่าเป็ไปไม่ได้」
หมายความว่าอย่างไร
บอกเงื่อนไขการใช้งานมา
「รับทราบ หยกเขียวบันดาลฝันจะทำให้คำปรารถนาเป็จริง ทว่ามีเงื่อนไขดังนี้ สิ่งนั้นต้องเป็สิ่งที่จับต้องได้ เป็รูปธรรมเท่านั้น ไม่สามารถทำให้สิ่งที่เป็นามธรรมสัมฤทธิ์ผลได้」
「สิ่งนั้นต้องไม่เกินกว่าอายุขัยของผู้ขอ」
「ไม่สามารถฟื้นคืนชีพสิ่งมีชีวิต ย้อนวัย หรือย้อนกาลเวลาได้」
ไม่มีของวิเศษใดฝ่าฝืน์ได้ เหอซือซือยิ้มเย้ยหยันตัวเองที่โลภมากเกินไป
ตอนข้าสวมต่างหู เ้าบอกว่าข้าเป็ผู้ ผู้อื่นจะไม่สามารถขอความปรารถนาได้ เช่นนั้นเหตุใดตอนแรกข้าจึงขอได้
「เมื่อสวมใส่ต่างหูจึงจะเป็ผู้ เป็การจำกัดให้ผู้ขอเป็ผู้เท่านั้น หากถอดออกจะสิ้นสุดการ ผู้อื่นจะสามารถขอความปรารถนาได้ ไม่เกี่ยวว่าได้หยกหรือไม่ เ้านายโปรดระวังความจริงข้อนี้ด้วย」
เหอซือซือกระจ่างแล้วทั้งข้อจำกัดและการใช้งาน หยกวิเศษชิ้นนี้ต้องเป็สิ่งที่ทั่วหล้าตามล่าแน่นอน
หยกเขียว เ้าทำให้ตัวเองไม่เด่นสะดุดตาคนได้หรือไม่
ให้เปล่งแสงสีเขียวส่องประกายกระแทกตาคนทุกครั้งที่ใช้งานก็ไม่ไหว เด่นเกินไป สะดุดตาเกินไป อันตรายนัก...
「แน่นอน หยกวิเศษเช่นเราทำได้ ไม่เปล่งแสง ไม่สะดุดตา มีอย่างอื่นอีกหรือไม่」
เหอซือซือหัวเราะการตอบโต้ที่เริ่มมีชีวิตชีวาต่างจากตอนแรก ไม่มีเสียงให้ได้ยินแต่รับรู้ได้ว่ามันกำลังโอ้อวดตัวเองอยู่
นางกำลังจะขอยารักษาาแภายนอกมาใส่แผลใหญ่สองสามแห่ง ก่อนที่เืจะไหลจนไร้เรี่ยวแรง หูพลันได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้างเสียก่อน มือคว้าง้าวมากำแน่นพร้อมลุกขึ้นนั่งในท่าเตรียมสู้
“อาเล่อกลับมา!”
เสียงร้องเรียกอย่างเสียขวัญของสตรีดังขึ้นก่อนที่ศีรษะเล็ก ๆ จะโผล่พ้นพุ่มไม้ออกมา
ทำให้ง้าวของข้าย่อขนาดลงเดี๋ยวนี้!
「ยืนยันคำขอ」
ง้าวสีขาวย่อขนาดลงจนเหลือขนาดเท่าปิ่นปักผมอันหนึ่ง เหอซือซือจ่ายด้วยเวลาชีวิตหนึ่งนาทีน้อยนิดจนแปลกใจ นางกำง้าวขนาดย่อไว้ในมือก่อนจะฉวยโอกาสตอนเอ่ยถามเด็กน้อย เสียบด้ามง้าวอันจิ๋วบนมวยผม
“เ้าเป็ใคร!”
เด็กน้อยสะดุ้งใ หันขวับมามอง สายตาฉายความกลัวก่อนจะเปลี่ยนมาเบิกกว้าง
“ท่านแม่ตรงนี้มีคนด้วย เืท่วมเลย”
“อะไรนะ!”
เสียงฝีเท้าเหมือนจะมีหลายคน เหอซือซือหลุบตาลงครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ พลันเปลี่ยนท่าทีเป็สตรีบอบบางน่าสงสารทันที
เด็กผู้ชายคนนั้นแหวกพุ่มไม้กำลังจะเดินมาหา แต่ถูกสตรีนางหนึ่งคว้าเอาไว้แล้วดึงเขาถอยหลัง พร้อมจ้องมองมายังตนด้วยความหวาดระแวง
ฉับพลันบุรุษร่างใหญ่สี่ห้าคนก็ก้าวออกมาขวางหน้าสตรีกับเด็กไว้ ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้พร้อม มีทั้งมีดพร้า ขวาน และธนู
“เ้าเป็ใคร มาจากที่ใดกัน!” บุรุษผู้หนึ่งถาม ภาษาที่เปล่งออกมาเป็ภาษาชนเผ่า
ชนเผ่าแถบนี้ไม่ได้อยู่เป็กลุ่มก้อน มักกระจายเป็หมู่เหล่าเร่ร่อนไปทั่ว โชคดีที่เหอซือซือมีความสามารถทางภาษา นอกจากภาษากลางที่ใช้ทั่วไปแล้ว ภาษาของชนเผ่า นางก็พูดได้ นางจึงเลือกสวมรอยเป็คนชนเผ่าเช่นกัน กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นเพื่อกลบเกลื่อนความไม่คล่องแคล่วของภาษา
“ข้า ข้าหนีพวกชาวยุทธ์ ครอบครัว...ถูกฆ่า ข้าหนีมาเพียงคนเดียว” น้ำตาเม็ดโตร่วงจากดวงตา เสียงสะอื้นไห้ของสตรีน้อยช่างน่าสงสารจับใจ
อาวุธในมือเหล่าชายฉกรรจ์ค่อย ๆ ลดต่ำลง พวกเขามองกัน ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ
พวกชนเผ่ามีสำนึกรักพวกพ้องอย่างมาก ไม่มีทางทอดทิ้งพวกเดียวกันแน่
เด็กชายเดินเข้ามาพร้อมมารดา เอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“พี่สาวเป็อย่างไรบ้าง เื เืเต็มตัวท่านเลย”
“คนอื่น ๆ เล่า นอกจากเ้าแล้ว คนในเผ่าไปไหนหมด” มารดาของเด็กเอ่ยถาม
เหอซือซือทำหน้าเศร้า นึกถึงบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องและอาจารย์ในสำนัก ความโศกเศร้าก็แผ่กระจายออกมา
นางส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ ครอบครัวช่วยให้ข้าหนี พวกเขา... ส่วนคนอื่น ๆ ก็หนีไปต่างทิศไม่รู้ว่าอยู่ที่ใดบ้าง”
อีกฝ่ายชะงัก รู้ตัวว่าถามจี้ใจคนเสียแล้ว จึงใช้ผ้าสีหม่นที่สะอาดซับเืตรงไหล่ที่ดูแล้วลึกเอาการ “าแลึกไม่น้อย เ้าทนหน่อย ข้าจะใส่ยาให้”
“อึก...” เหอซือซือกัดฟันทน
ผงยาที่อีกฝ่ายใส่ให้ ทั้งแสบทั้งคัน แต่หยุดเืได้ชะงัดนัก
กลุ่มอพยพนี้มีคนราวยี่สิบกว่าคน เป็บุรุษร่างใหญ่แปดเก้าคน พวกเขาถืออาวุธครบมือ ยืนกระจายตัวให้สตรี เด็กและคนชราอยู่ในวงล้อม
“เร็วหน่อย เราอยู่ตรงนี้นานไม่ได้” ชายวัยกลางคนที่น่าจะเป็ผู้นำกลุ่มกล่าวขึ้น ใบหน้าเคร่งเครียดสุดขีด
มีคนเจ็บอยู่ตรงนี้ นั่นหมายความว่าผู้ไล่ล่าต้องอยู่แถวนี้เช่นกัน
สตรีสองสามคนเข้ามาช่วยทำแผล หนึ่งในนั้นมีหญิงชราที่เส้นผมบนศีรษะขาวเกือบทั้งหัว มือเหี่ยวย่นยื่นมาจับศีรษะนาง พลิกดูาแตรงขมับอย่างอ่อนโยน
หลังทำแผลเสร็จแล้วจึงเอ่ยถาม “มีแผลตรงไหนอีกหรือไม่”
เหอซือซือส่ายหน้าจ้องมองหญิงชราแล้วน้ำตารื้น รอยยิ้มปลอบโยนช่างเหมือนอาจารย์ของตนเหลือเกิน
แม้รอบกายแผ่บรรยากาศเ็าแต่ใจดีและอ่อนโยนต่อพวกนางเป็ที่สุด
“อย่าร้อง จากนี้ ไปกับพวกเรา”
เด็กเล็กช่างซุกซน เห็นใบหน้าพี่สาวปิดผ้าบังไปครึ่งหน้าก็ถามด้วยความสงสัย “พี่สาว ใบหน้าท่านเป็อะไร เหตุใดจึงต้องใส่ผ้าปิดด้วย”
เหอซือซือผวาจับผ้า เห็นสายตาสงสัยหลายคู่จับจ้องมา แรงกดดันจากเหล่าบุรุษถาโถมใส่ พวกเขายังคงมีความระแวง มือที่จับผ้าไว้ค่อย ๆ ปลดออก
เผยใบหน้างามล้ำอย่างหาใดเปรียบมิได้ ดวงตาสวยคมหลุกหลิกไม่มั่นใจทั้งยังหวาดระแวงอย่างรุนแรง
“ท่านแม่ให้ข้าสวมไว้ บอกว่า...บอกว่าใบหน้าข้า...พวกนั้นจะทำมิดีมิร้ายข้าก็เพราะใบหน้าเช่นนี้ ครอบครัวของข้า...จึงได้...”
เหอซือซือกุเื่โกหกอย่างหน้าตาย แม้ติดขัดบ้างเพราะเพิ่งคิดเมื่อครู่ แต่คนอื่นก็เข้าใจว่าสตรีแสนงดงามนางนี้ผ่านเื่ราวะเืใจมา