บทที่ 128 รอดตาย
หลังจากที่พิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว ทหารเหล่านั้นก็ขออนุญาตหลี่ชิงหมินเพื่อแจ้งต่อผู้ดูแลเสบียง และรับหน้าที่เป็นหัวหน้าทหารในตอนที่ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่อยู่ เพื่อให้อีกฝ่ายตัดสินใจและทำความเข้าใจกับชาวบ้านในเวลาอันน้อยนิดนี้ การเร่งดำเนินการจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
หัวหน้ากองเสบียงที่ควบคุมการแจกจ่ายทรัพยากร เมื่อได้ยินเกี่ยวกับการใช้ผลคันเป็นอาหารได้ แถมทั้งคุณชายหลี่และทหารส่วนหนึ่งได้กินมันด้วยตนเองแล้วก็รีบดำเนินการทันที เหมือนกับทุกๆคน เขารู้ว่าการค้นพบนี้สำคัญมากขนาดไหน คนเรียกชายชราผู้นำหมู่บ้านและเหล่าคนมีอำนาจในหมู่บ้าน 3-4 คนไปด้วย แต่เมื่อชาวบ้านได้ยินว่ามีคนกินผลคันเป็นอาหารได้ พวกเขาก็รีบพากันมาล้อมมุงดูทันที
โชคดีที่ชิงหมินสั่งให้ต้มผลคันเอาไว้จำนวนมาก ดังนั้นจึงมีมากพอสำหรับให้ทุกคนได้ทดสอบ กลุ่มชาวบ้านกล้าๆกลัวๆในคราแรก แต่หลังจากที่พวกเขาได้รับการยืนยันจากทหารแล้วว่าพวกมันกินได้ พิสูจน์โดยพวกเขาเอง ชาวบ้านใจกล้าสองสามคนก็ได้ทดลองมัน
พวกเขาแทบจะไม่มีอาหารตกถึงท้องมานานแล้ว ที่ได้กินดีๆก็มีแค่ข้าวต้มเมื่อเย็นและอาหารมื้อเช้าที่พวกทหารทำให้ หลังจากนี้ยังมีเสบียงที่ได้รับแจกจ่ายอีกเล็กน้อย ถึงอย่างนั้น...เสบียงเหล่านี้จะหมดไปเมื่อไร และพวกเขาจะกลับมาอดตายอีกตอนไหนก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
คนที่พิการสองคนรู้ว่าตนเองเป็นภาระให้แก่ครอบครัวมานาน ถ้าหากว่าสามารถตรวจสอบผลคันเหล่านี้ได้ เช่นนั้นก็ใช้พวกเขานี่แหละเพื่อตรวจสอบ
“พวกเจ้ารีบบอกทันทีเมื่อมีอาการ” ผู้นำหมู่บ้านนับถือน้ำใจของพวกเขา แม้จะอยากเอ่ยปากห้าม เพราะกระทั่งตนเองที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำหมู่บ้านก็ยังไม่กล้ากินผลคัน
เขาเคยเห็นผู้ที่ได้รับพิษจากผลคันมาแล้ว ถึงไม่ตายแต่ก็ทรมานจนร้องขอความตาย กระนั้น....ความสำคัญของเรื่องนี้ก็มีมาก หากมีคนช่วยตรวจสอบยืนยันให้ได้ ต่อไปพวกเขาก็จะใช้ประโยชน์จากผลคันเหล่านี้ทำให้รอดตายไปได้แน่นอน
“ขอรับท่านผู้นำหมู่บ้าน”
พวกเขารับคำอย่างเด็ดเดี่ยว ผู้คนที่มีร่างกายพิกลพิการเหล่านี้ แต่เดิมแล้วเป็นคนเก่งประจำหมู่บ้าน ใช้ชีวิตเป็นนายพรานที่แข็งแกร่ง หากไม่ใช่เพราะพลาดท่าจนทำให้ถูกทำร้าย ชีวิตครอบครัวของพวกเขาจะยากลำบากเช่นนี้ได้อย่างไร แถมยังกลายมาเป็นภาระให้ครอบครัวเสียอีก
ต่อไป ถ้าผลคันเหล่านี้กินเพื่ออยู่รอดได้จริง เช่นนั้นเขาก็จะทำหน้าที่เพาะปลูกอยู่ที่บ้านได้ ที่หมู่บ้านนี้ไม่มีพืชไหนเติบโตได้เลย ทุกวันแสงแดดไม่เคยสาดส่องลงมาอย่างเพียงพอ ดังนั้นต่อให้อยากทำประโยชน์ พวกเขาก็ทำได้แค่หน้าที่ดูแลบ้านเรือน ซักผ้า และเตรียมน้ำให้ให้เต็มโอ่งเอาไว้เสมอเท่านั้น
ชายคนหนึ่งมองดูผลคันร้อนๆในมือ หลายครั้งที่เขาคิดว่าจะทดสอบกินมันด้วยตนเอง แต่ก็เห็นจุดจบของผู้อดอยากที่สุดท้ายแล้วตายเพราะทรมานมากกว่าตายเพราะไม่มีอาหารกิน เขาจึงไม่กล้าที่จะลองมันอีกครั้ง ทว่าครานี้ไม่เหมือนกัน พวกทหารไม่ควรจะโกหก พวกเขาไม่มีเหตุผลให้ต้องทำเช่นนั้น
เขาอ้าปากแล้วกัดเจ้าผลคันร้อนๆคำโต กินเข้าไปคำแรกก็รู้สึกได้ถึงความหวานอ่อนๆและความอ่อนนุ่มของมัน รสชาติเช่นนี้ดียิ่งกว่าโจ๊กที่พวกทหารต้มให้เสียอีก เขาค่อยๆกินมันลงคอ พยายามรับความรู้สึกพิษคันที่ควรจะประเดประดังเข้ามา แต่เมื่อมันไม่เกิดขึ้น เขาจึงกินลงไปอีกคำ และอีกคำ
ท้ายที่สุด ผลคันในมือก็หมดไป ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็จับจ้องรอดูว่าเขาจะลงไปดิ้นทุรนทุรายหรือไม่ แต่ผ่านไปเกือบสามนาที ห้านาที ก็ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ
“เจ้า....รู้สึกอย่างไรบ้าง”
“อร่อย”
“อะไรนะ?”
“มันอร่อยขอรับท่านผู้นำ นอกจากอร่อยแล้ว ข้าก็ไม่รู้สึกอันใดอีก ไม่แม้แต่จะคันเล็กๆน้อยๆด้วยซ้ำ”
“จริงหรือ?” ผู้นำหมู่บ้านไม่อยากจะเชื่อ เขาหันไปหาชายอีกคนที่ได้ลิ้มลองผลคันเหมือนกัน
“เจ้าก็ไม่มีอาการคันหรือ?”
“ขอรับท่านผู้นำ”
ทางนั้นยังสับสนมากกว่า เขาเตรียมใจที่จะลงไปดิ้นพราดๆที่พื้นแล้ว พวกทหารบอกว่าถ้าเขาทดลองแล้วมีอาการคัน เช่นนั้นจะมอบข้าวให้กับครอบครัวของเขาเพิ่ม และอาจจะไปล่าสัตว์บนเขามาให้หนึ่งตัวเป็นการชดเชยด้วย ดังนั้นเขาจึงได้ขอส่งตัวเองเป็นผู้ทดลองในครานี้
ใจหนึ่งอยากจะให้ผลคันออกฤทธิ์ แต่อีกใจ...กลับรู้สึกได้ถึงแสงแห่งความหวังที่น่าประหลาด
หากผลคันนี้กินได้ ต่อไป...พวกเขาจะอดตายอีกหรือ? ผลคันที่ไม่ว่าจะกำจัดเท่าไรก็เติบโตราวกับไม่มีวันหมด ผลคันที่สามารถออกลูกออกผลได้ทั้งปี ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะมีเสบียงอยู่ในมือจนไม่ต้องไปมองหาของบนเขาแล้วหรอกหรือ?
ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เมื่อพวกพ่อค้ามาก็ค่อยออกหาสมุนไพรนำไปขาย สิ่งนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาเสียแล้วใช่หรือไม่
“ข้า ข้าขอลองบ้างได้หรือไม่?” เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนไม่เป็นอะไรเลย แถมทหารก็ยังอยู่ที่นี่จำนวนมาก ผู้คนจึงมีความกล้าขึ้นอีกครั้ง
คนแรกต้องการชิม คนคที่สองที่สามย่อมปรากฏตัวขึ้นมา แม้แต่ผู้นำหมู่บ้านก็ยังรับผลคันไปไว้ในมือ เขาลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็กินมันเข้าไป
เหมือนกับที่ชายทั้งสองรู้สึก ผลคันรสชาติดีมากสำหรับพวกเขาที่ไม่ได้กินอะไรอิ่มท้องเลย จริงอยู่ที่มันไม่ได้มีคุณค่าอะไรสำหรับหลี่ชิงหมินเพราะเขาสามารถกินอาหารที่อร่อยมากกว่านี้ได้หลายสิบเท่า แต่ในใจของชาวบ้านเหล่านี้...ผลคันคือของที่สวรรค์ส่งมา
“สิ่งนี้...ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ได้” ผู้นำหมู่บ้านไม่อยากจะเชื่อ เขามองไปยังหัวหน้ากองเสบียงด้วยความคาดหวัง
“เป็นคุณชายหลี่ที่พยายามคิดเพื่อพวกเจ้า”
“คุณชายหลี่....” ผู้นำมองตามสายตาของเขาและหยุดลงที่ร่างของขุนนางหนุ่มตัวเล็กผู้งดงาม
“คุณชาย ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไรขอรับ ได้โปรดช่วยมอบเส้นทางที่ถูกต้องให้กับพวกเราด้วย ที่ผ่านมา...ใช่ว่าจะไม่มีคนไม่กลัวตาย พวกเขากินผลคันเพื่ออยู่รอด แต่สุดท้ายก็ต้องเจอกับความทรมานที่มากกว่าเดิมเสียอีก ดังนั้นผลคันจึงเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับพวกเราในเวลาที่ผ่านมา”
“ถ้าไม่กำจัดและระมัดระวังเพียงพอ ผลคันก็อาจจะขึ้นไปทั่วหมู่บ้านและสร้างความลำบากให้ก็ได้ มันก็เหมือนกับวัชพืชที่ไม่มีประโยชน์แถมเติบโตเร็ว ทว่า...หากผลคันเหล่านี้สามารถกินเป็นอาหารได้ ต่อไปหมู่บ้านของพวกเราก็ไม่น่าจะต้องเจอกับความยากลำบากอีกแล้ว”
“คุณชายได้โปรดเมตตา ช่วยชีวิตพวกเราชาวบ้านด้วยเถอะขอรับ” ผู้นำหมู่บ้านคุกเข่าลงไปตามความเคยชิน เมื่อต้องพูดคุยกับขุนนางหรือพวกมีอำนาจมากกว่า เขาและชาวบ้านมักจะใช้เข่าของตนเองเพื่อแสดงถึงความจริงใจในการร้องขอความช่วยเหลือ
หลี่ชิงหมินโบกมือให้พวกเขาลุกขึ้น ที่ตนเองแสดงออกเช่นนี้ก็เพื่อช่วยเหลือพวกเขาอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาร้องขออะไรเป็นพิเศษ
“ข้ามาที่นี่กับท่านแม่ทัพใหญ่ก็เพื่อช่วยพวกเจ้าอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาคุกเข่าขอร้องอะไรอีก เวลานี้พวกเจ้าควรจะไปเก็บผลคันมาให้ได้มากที่สุด ข้ามีเวลาที่หมู่บ้านไม่ได้นานนัก จะสอนวิธีจัดการกับพิษของผลคันให้พวกเจ้า หลังจากนั้นเพียงจดจำให้ดีและอย่าประมาท เพราะสุดท้ายแล้ว...ถ้าพวกเจ้าพลาดทำไม่ถูกต้อง ผลคันเหล่านี้ก็ยังมีพิษที่รุนแรงอยู่”
หลี่ชิงหมินอธิบาย ผู้นำหมู่บ้านดีใจมาก เขารีบพยักหน้ารับแล้วสั่งให้ทุกคนในหมู่บ้านไปรวบรวมผลคันมาทันที ซึ่งผ่านไปแค่ครึ่งวันเท่านั้น ชาวบ้านก็กลับมาพร้อมกับผลคันมากมายในมือ
หากสังเกตให้ดี จะพบว่าผลคันที่เคยเติบโตอวดสีสันสวยงาม บัดนี้ถูกเก็บกวาดจนเรียบเตียนเสียแล้ว ชาวบ้านเหล่านี้จากที่เคยมองว่ามันเป็นสิ่งไร้ค่าน่ารำคาญ เวลานี้รีบแย่งกันราวกับกลัวว่าผลคันจะหมดไป
แน่นอนว่าผลคันที่เติบโตได้เองแม้ว่าจะถูกถางออกราวหญ้านั้นจะไม่มีวันหมดไป พวกเขารู้ดี แต่ด้วยความโลภที่มีในใจแล้ว เพียงอยากกอบโกยให้มากขึ้นอีกสักหน่อยก็เท่านั้น
“พวกเจ้านำมันมามากเกินไปแล้ว ข้าจะให้พวกเจ้าทดลองเพียง 10 ผลเท่านั้น ที่เหลือก็เก็บเอาไว้กินวันหลังเถอะ” หลี่ชิงหมินพูดไม่ออก ถ้าต้องต้มผลคันหลายพันลูกนี้ เชื่อเถอะว่าต้องใช้หม้อขนาดเท่าบ้านหนึ่งหลังเลย
เขาถอนหายใจออกมา ให้ทุกคนนำผลคัน 10 ผลมารวมกัน จากนั้นก็ทำเป็นตัวอย่างให้ดู 1 ถังน้ำ โดยวิธีการไม่ได้มีอะไรมากมายเลย แค่แช่ผลคันในน้ำโดยต้องท่วมทั้งหมด หลังจากนั้นก็รอเพียง 15 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ชิงหมินรู้ดีว่าผู้คนที่นี่ไม่มีนาฬิกาและไม่มีทักษะการตรวจสอบเช่นเขา ชิงหมินจึงได้บอกให้ทุกคนนำมันขึ้นมาหลังจากครบ 1 รอบวันเท่านั้น หรือคิดเป็น 24 ชั่วโมง
“ผลคันเหล่านี้ ยิ่งแช่น้ำนานเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะพิษผงคันของพวกมันจะลอยออกมาจนหมด ถึงจะเหลือติดเล็กๆน้อยๆ แต่เมื่อต้มผ่านความร้อน พวกมันก็จะถูกกรองออกไปอีกครั้ง” หลี่ชิงหมินอธิบาย
“อย่างไรก็ตาม ตอนที่แช่ผลคันเหล่านี้ในน้ำ จะต้องใช้ผ้าคลุมเอาไว้ตลอด ห้ามเปิดออกก่อนเวลา 1 วันเป็นอันขาด เพราะทันทีที่พวกเจ้าเปิดออกทั้งๆที่ยังไม่ครบเวลา ตอนนั้นต่อให้ไม่ต้องกินผลคันเข้าไป พวกเจ้าก็จะได้รับพิษของผลคันที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก” เขาอธิบาย
อันที่จริง ผลคันที่ว่านี้เมื่อถูกแช่น้ำ พวกมันก็จะปล่อยแมลงขนาดเล็กที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นออกมา ผงคันที่ยุบยิบแท้จริงแล้วมีชีวิตอยู่ ตอนที่พวกมันถูกน้ำครั้งแรก พวกมันก็จะทนได้เกือบ 10 ชั่วโมง จนกระทั่งผ่านไปชั่วโมงที่ 11 หรืออาจจะน้อยกว่านั้น พวกมันก็จะดีดตัวพุ่งออกมาข้างนอก
ถ้าโชคร้าย มีคนอยากรู้อยากเห็นเปิดดู พวกมันก็จะเข้าไปในปากในระบบหายใจได้ สุดท้ายอาจจะทำให้สูดเอาแมลงเหล่านี้เข้าร่างกายแล้วก็เป็นอันตรายถึงตายได้เลย
อย่าลืมว่าผลคัน 1 ผลก็ยังทำให้ทรมานได้แล้ว หากเป็นแมลงจากผลคันหลายสิบผล ความตายมาเยือนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
ชิงหมินบอกพวกเขาทุกอย่างด้วยความละเอียด ชาวบ้านที่ตั้งใจมั่นในครั้งแรกยังหวาดกลัวอยู่ แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าวิธีการทำนั้นมันไม่ยากเลย ขอเพียงพวกเขาไม่ไปยุ่งกับพวกมันหลังแช่น้ำ แล้วก็รอจนกว่าจะครบรอบ 1 วัน พวกเขาก็สามารถนำไปล้างน้ำสะอาดแล้วก็ต้มกินได้แล้วงั้นหรือ?
วิธีที่ง่ายดายเช่นนี้ ทำง่ายยิ่งกว่ามันฝานของพวกเขาเสียอีก ในระหว่างที่พวกเขาแช่น้ำเอาไว้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้แรงงานใดๆเลย ในขณะที่มันตากแห้งเหล่านั้นยังต้องนำมาบดเก็บเอาไว้เป็นผงในภายหลังอีก
“นี่คือทั้งหมดที่พวกเจ้าต้องทำ แค่ระวังให้มากพอและอย่าประมาท ต่อจากนี้...พวกเจ้าน่าจะมีอาหารเอาไว้กินมากมาย อ้อ แล้วถ้าทำความสะอาดแล้วแต่กินไม่หมด อย่างนั้นก็นำไปบดเป็นผง หรือเอาไปตากแห้งก่อนก็ได้นะ แค่อย่าลืมว่าก่อนกินจะต้องผ่านความร้อนเพื่อทำลายพิษเล็กน้อยๆที่หลงเหลือ”
“หรือถ้าใครไม่กลัว จะกินทันทีหลังล้างสะอาดแล้วก็ได้ พิษที่หลงเหลืออยู่นั้นไม่ได้ทำให้พวกเจ้าทรมานมากนัก อย่างมากก็อาจจะต้องเกาเล็กๆน้อยๆเหมือนกับถูกแมลงสองสามตัวกัด”
นี่ก็แค่เผื่อเอาไว้เท่านั้น หากแช่น้ำนานเกิน 24 ชั่วโมง แมลงพิษในผลคันสมควรจะออกมาจากผลทั้งหมดแล้ว หลังจากที่พวกมันออกมาข้างนอกและได้เจอกับสภาพที่ไม่สมดุลซึ่งเป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตของมัน ไม่เกิน 10 นาที พวกมันก็จะตายทั้งหมด เหลือเพียงฝุ่นดำเท่านั้น
คนในหมู่บ้านตื่นเต้นอย่างมาก พวกเขาขอบคุณหลี่ชิงหมินและมองบุรุษผู้งดงามนี้ราวกับเทพเซียนที่มาเพื่อช่วยเหลือตน สาวงามมากมายเชิดชูเขา แม้ว่าพวกนางจะรู้ว่าคุณชายหลี่คนนี้จะแต่งเป็นภรรยาของผู้อื่น แต่ก็ไม่อาจทำลายความประทับใจเหล่านี้ได้แล้ว
ผู้นำหมู่บ้านอยากจะพากลุ่มคนคุกเข่าให้ชิงหมินอีกสักสองสามครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มตัวน้อยรีบเดินหนีไปก่อน คงจะต้องห้ามกันอีกสองสามยกเป็นแน่
ปัญหาเสบียงในหมู่บ้านขนาดเล็กนี้ถูกแก้ไขทันที และพร้อมกันนั้น...จดหมายที่ส่งผลสัตว์ร้ายชนิดบินได้ก็ไปยังวังหลวงแล้ว เพื่อที่จะขอให้ออกพระราชโองการในการใช้ “พืชผลคัน” เพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชนในหุบเขา เรื่องนี้ยิ่งไปถึงโดยเร็วก็ยิ่งดี
ตอนนี้มีหลายขบวนที่กำลังเดินทางไป หากนำวิธีการใช้งานผลคันที่ขึ้นทั่วไปบนภูเขาไปมอบให้ด้วย เชื่อได้ว่าจะทำให้ชาวบ้านในหุบเขาเหล่านั้นมีเส้นทางในการใช้ชีวิตแบบใหม่
แน่นอนว่าผลงานนี้ยังถูกระบุชื่อว่าเป็น “หลี่ชิงหมิน” และก็ได้สร้างการสั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้ง
………………………………………………