บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 ผู้มีปณิธานมิได้อยู่ที่อายุ

            เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นเฟย สองคิ้วของเยี่ยหงก็เลิกสูงขึ้น ความโกรธฉายแววผ่านดวงตาเสิ่นเฟยโอหังเกินไปแล้ว! เรื่องนี้ออกจะมากเกินไปแล้ว!

            หากเสิ่นเฟยคิดลงมือกับเซียวหนิงเอ๋อร์ เยี่ยหงจะต้องยื่นมือเข้ายุ่งอย่างแน่นอน!

            เยี่ยหงทำเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชาคราหนึ่งและจากไป

            เสิ่นเฟยมองตามแผ่นหลังของเยี่ยหง ริมฝีปากคลายยิ้มอย่างเคร่งขรึมอย่าคิดว่าพวกเราตระกูลเสินเซิ่งจะเกรงกลัวพวกเจ้าตระกูลวายุเหมันต์ คิดว่ามีผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานผู้หนึ่งก็ใหญ่โตแล้วหรือสักวันหนึ่งตระกูลเสินเซิ่งจะแทนที่พวกเจ้าตระกูลวายุเหมันต์ให้ได้!

            บนถนน

            “เนี่ยหลี!” เสียงกังวานใสดังขึ้นหนึ่งครั้ง

            เนี่ยหลีหันไปมองตามเสียงนั้น มองเห็นเซียวหนิงเอ๋อร์สวมชุดไหมสีสดใสกำลังยืนห่างออกไปนัยน์ตาเป็นประกายลึกซึ้ง ใบหน้าที่งดงาม รูปโฉมราวหับนางสวรรค์เก้าชั้น

            “ฮ่าๆ หนิงเอ๋อร์ ไม่พบกันหลายวัน เจ้ายังสวยเช่นเดิม!” เนี่ยหลียิ้มให้บางๆนึกถึงเรื่องของหูเหยียนหลันรั่วขึ้นมาก็รู้สึกเงอะงะขึ้นมาเล็กน้อย

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ดวงตาของเซียวหนิงเอ๋อร์ปนแววดีใจ สองแก้มของนางแดงระเรื่อขึ้นมานางหยิบแหวนมิติยื่นให้เนี่ยหลีวงหนึ่ง “หญ้าจื่อหลันที่เจ้าให้ข้าช่วยขายล้วนขายหมดแล้วนี่เป็นเงินที่ได้จากการขายหญ้าจื่อหลัน!”

            ได้ยินคำพูดของเซียวหนิงเอ๋อร์ ลู่เพียวและตู้เจ๋อหันมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าเนี่ยหลีให้เซียวหนิงเอ๋อร์กินน้ำแกงวิเศษอะไรดูท่าทางของเซียวหนิงเอ๋อร์ ช่างว่าง่ายเชื่อฟังเนี่ยหลีนักเพิ่งสู้กับหูเหยียนหลันรั่วมาหยกๆ ไม่คิดจะมาถามหาเรื่องราวกับเนี่ยหลีเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามยังส่งมอบเงินที่ขายหญ้าจื่อหลันที่ขายได้ออกมา

            นี่ นี่... ลู่เพียวและตู้เจ๋อไม่รู้จะพูดอะไรแล้วจริงๆนี่ยังเป็นเทพธิดาคนเดิมอยู่หรือไม่? อย่างไรก็ตามต่อหน้าผู้อื่นเทพธิดาหนิงเอ๋อร์ยังคงเย็นชาและสูงส่งเข้าถึงไม่ได้ แต่กับเนี่ยหลีกลับแตกต่างออกไป

            “ขอบคุณ” เนี่ยหลีรับแหวนมาอย่างไม่เกรงใจกับหนิงเอ๋อร์ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรต้องเกรงใจกัน

            “เทพธิดาหนิงเอ๋อร์ เจ้าสู้กับหูเหยียนหลันรั่วมาจริงๆ หรือ?” ลู่เพียวปากเสียกระพริบตาปริบๆ จ้องมองเซียวหนิงเอ๋อร์

            เซียวหนิงเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมองเนี่ยหลี นางเขินอายเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่มีอันใดมาก ข้าแค่ทะเลาะกับนางสองสามหนเท่านั้น เนี่ยหลีเจ้าชอบแม่นางคนนั้นจริงๆ หรือ?”

            “ไม่ใช่อย่างนั้น สตรีผู้นั้นน่ารำคาญเกินไป อีกหน่อยหลีกเลี่ยงนางก็พอแล้ว!”เนี่ยหลีโบกมือเป็นพัลวันและพูด

            “อ้อ!” เซียวหนิงเอ๋อร์ตอบรับคำหนึ่ง ทว่าในใจแอบโล่งอกหูเหยียนหลันรั่วยั่วยวนตาปานนั้น ทำให้นางรู้สึกกังวลนัก

            “การฝึกในหลายวันนี้ทำให้พวกเราเหงื่อเปียกโชกไปทั้งตัวเนื้อตัวก็เริ่มส่งกลิ่นเหม็นนัก พวกเรากำลังเตรียมตัวไปอาบน้ำเจ้าจะไปกับพวกเราหรือไม่?” ลู่เพียวหัวเราะหยอกล้อ

            “ข้า... ข้าไม่ไป!” เซียวหนิงเอ๋อร์จ้องมองลู่เพียว

            “เจ้าไปกับเนี่ยหลีได้ พวกเราไม่รบกวนพวกเจ้าแล้ว” ลู่เพียวหัวเราะร่า

            ได้ยินคำพูดของลู่เพียว เซียวหนิงเอ๋อร์อายจนหน้าแดงก่ำแล้ว

            “ลู่เพียวเจ้าปากสุนัขนักนะ ในปากมีงาช้างคายไม่ออกอยู่หรืออย่างไรเจ้าอย่าไปสนใจมัน!” เนี่ยหลีตบหัวลู่เพียวทีหนึ่งและหันไปพูดกับเซียวหนิงเอ๋อร์

            “อืม” เซียวหนิงเอ๋อร์พยักหน้าสายตาเอียงอายของนางตรึงใจอย่างไม่อาจบรรยายได้

            “เนี่ยหลี เจ้าไม่เห็นแก่ความเป็นพี่น้องบ้างเลยต่อหน้าเทพธิดาหนิงเอ๋อร์เจ้ากลับว่าข้าปากสุนัขคายงาช้างไม่ออกสนใจความรักมากกว่าผองเพื่อน ข้าไม่ได้คิดแย่งชิงกับเจ้าเสียหน่อย!”

            ขณะเฝ้ามองเนี่ยหลีกับลู่เพียวทะเลาะกัน เซียวหนิงเอ๋อร์อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ข้างกายนางไม่มีเพื่อนเช่นนี้มานานแล้ว ในใจนางพลันคิดถึงเงาร่างของคนผู้หนึ่งนั่นก็คือเยี่ยจื่ออวิ๋น เมื่อครั้งยังเด็ก นางและเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันยิ่งทว่าความห่างเหินระหว่างคนทั้งสองนับวันยิ่งห่างออกไป

            ยิ่งไปกว่านั้น เนี่ยหลีชอบเยี่ยจื่ออวิ๋น!

            เซียวหนิงเอ๋อร์แอบคิดในใจ นางจะไม่ยอมแพ้เยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นอันขาด!

            ไกลออกไป กลุ่มคนกว่าสิบคนกำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ พวกเขาสวมใส่ชุดแบบโบราณผู้นำเป็นชายอายุราวสามสิบปี รูปร่างสูงใหญ่ผมสีเหลืองเล็กน้อยปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง ดวงตาเฉียบคมราวกับเหยี่ยวท่าทางดุร้ายยิ่งนัก

            ชายผู้นั้นกวาดตามองเนี่ยหลี ใต้เปลือกตาสาดแววประหลาดใจ ทว่าก็รีบกลับคืนสู่ปกติสนทนาอยู่กับพรรคพวกสองสามคน เดินผ่านเนี่ยหลีและพวกไป

            สองคิ้วของเนี่ยหลีเลิกสูงเล็กน้อยแววประหลาดใจในดวงตาของคนผู้นั้นย่อมถูกเนี่ยหลีจับได้ เนี่ยหลีครุ่นคิดในใจเขาเคยพบคนผู้นี้มาก่อนหรือ?

            ขณะที่ชายผู้นั้นเดินผ่านเขาไป เนี่ยหลีก็แทบกลั้นหายใจ คนกลุ่มนี้ก็คือคนของสมาคมมืดที่พวกเขาพบในซากเมืองโบราณกู่หลัน

            เนี่ยหลีสีหน้าปกติเดินสวนกัน ไม่แสดงท่าทีอะไรหากเขาแสดงวี่แววประหลาดใจแม้แต่น้อยคงต้องถูกชายหนุ่มผู้นั้นจับได้เป็นแน่บางทีคนพวกนั้นคงจะต้องปิดปากเขาเป็นแน่

            ห่างออกไป ชายหนุ่มผู้นั้นหันกลับมามองเนี่ยหลีคราวหนึ่ง

            “หัวหน้า เจ้าเด็กคนนี้คงจำพวกเราไม่ได้!” ลูกน้องคนหนึ่งด้านข้างพูดขึ้น

            “อืม” ชายหนุ่มตอบพร้อมพยักหน้าเบาๆชายผู้นี้ก็คือผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋านั่นเอง เพราะฐานะพิเศษของเขา เขาจึงต้องระมัดระวังตัวอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในเมืองกวงฮุย

            “พวกเราควรกำจัดเขาหรือไม่?” ลูกน้องอีกคนถามขึ้น

            “ไม่ต้อง!” ผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าพูดพร้อมส่ายหน้าหากพวกเขาฆ่าคนในเมืองกวงฮุยก็จะเป็นปัญหาไม่น้อยหากท่านเจ้าเมืองลงมือตรวจสอบเรื่องราวนี้

            เนี่ยหลีและเซียวหนิงเอ๋อร์ ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวกเดินต่อไปอีกสองช่วงถนนกระทั่งมองไม่เห็นคนเหล่านั้นแล้วเนี่ยหลีจึงผ่อนลมหายใจออกมา

            “หนิงเอ๋อร์ กลุ่มคนเมื่อครู่เป็นใครกันรึ?” เนี่ยหลียิ้มบางๆพร้อมเอ่ยถาม

            “กลุ่มคนเมื่อครู่รึ?” เซียวหนิงเอ๋อร์ย้อนคิดครู่หนึ่งจึงหัวเราะเบาๆพูดขึ้นว่า “นั่นเป็นคนของเหลาสุราไจซิงเหลาสุราไจซิงดูเหมือนจะเป็นกิจการของตระกูลเสินเซิ่ง!” เซียวหนิงเอ๋อร์ไม่รู้ว่าเหตุใดเนี่ยหลีจึงถามคำถามนี้

            เหลาสุราไจซิงรึ? กิจการของตระกูลเสินเซิ่งรึ?เนี่ยหลีพยักหน้าเบาๆ จดจำเรื่องเหล่านี้เอาไว้

            เมืองกวงฮุยแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายทุกแห่งทุกหนเสียจริงดูเหมือนเขาจำต้องเปิดเผยความสามารถบางอย่างเสียบ้างแล้วเพื่อรับประกันความปลอดภัยในชีวิตของตน

            “พวกเราไปสมาคมนักปรุงยาวิเศษกันก่อน!” เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นสถานการณ์ในเมืองกวงฮุยซับซ้อนกว่าที่เขาคิดมากนัก ไม่รู้ว่ามีคนของสมาคมมืดปะปนเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่เท่าไหร่ดูเหมือนเขาต้องระมัดระวังตัวให้มากเนี่ยหลีหวนนึกถึงการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในเมืองกวงฮุยเหล่าผู้กล้าที่ต่อสู้กับสัตว์อสูรจนตัวตายเหล่านั้น พูดแล้วควรจะเป็นผู้ที่เชื่อใจได้

            สิ่งที่เนี่ยหลีคิดจะทำ เกรงว่าคงต้องหาผู้สนับสนุนให้มากขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้!

            ในเมืองกวงฮุยนี้ แม้สมาคมนักปรุงยาวิเศษจะค่อนข้างตกต่ำลงอยู่บ้างแต่ก็ยังเป็นยักษ์ใหญ่ที่ดำรงอยู่ เพียงฐานะต่ำกว่าสามตระกูลหลักเล็กน้อยเท่านั้น

            ในสมองของเนี่ยหลียังมีความรู้ด้านการปรุงยาแปรธาตุอยู่อีกมากมายหากใช้ให้เหมาะสมก็อาจจะสามารถช่วยฟื้นฟูสมาคมนักปรุงยาวิเศษได้หากสมาคมนักปรุงยาวิเศษแข็งแกร่งขึ้น สามารถช่วยบำรุงกำลังแก่เมืองกวงฮุยได้นี่ก็จะนับได้ว่าเป็นผลงานอย่างหนึ่งของเนี่ยหลีต่อเมืองกวงฮุย

            สมาคมนักปรุงยาวิเศษ ที่นี่มีหมู่ตึกมากมายนับไม่ถ้วนลำพังแค่สนามหญ้าของหอด้านหลังก็กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่มากแล้วตรงหน้าเป็นหอขนาดใหญ่หลังหนึ่ง มีนักปรุงยามากมายสวมใส่ชุดหลากสีเดินเข้าๆ ออกๆ

            แม้สมาคมนักปรุงยาวิเศษจะตกต่ำลงไปบ้างแต่ดูจากความโอ่อ่าหรูหราของหมู่ตึกเหล่านี้แล้วก็คงพอจะบอกได้ว่าสมาคมนักปรุงยาวิเศษเคยรุ่งเรืองถึงเพียงใด

            นักปรุงยาแบ่งออกเป็นนักปรุงยาฝึกหัด อาจารย์ และปรมาจารย์แต่ละระดับยังแบ่งออกเป็นสามขั้น ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูง ผู้ฝึกหัดสวมชุดสีเทาอาจารย์สวมชุดสีขาว และระดับปรมาจารย์สวมชุดสีเงินปกติแล้วในสมาคมนักแปรธาตุล้วนเป็นนักปรุงยาฝึกหัด ระดับอาจารย์พบเห็นได้ยากมากบางครั้งก็มีเพียงหนึ่งคนหรือสองคนเท่านั้น

            เพราะความตกต่ำของสมาคมนักปรุงยาวิเศษนั้นบรรดาคนเก่งมีพรสวรรค์จึงไม่อยากเสียเวลากับการปรุงยาอีกต่อไปพวกเขาล้วนมุ่งความสนใจไปที่การฝึกยุทธ์ดังนั้นสมาคมนักปรุงยาวิเศษจึงอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนคนมีนักปรุงยารุ่นเยาว์อยู่เพียงน้อยนิด

            หลังจากที่เข้ามาในสมาคมนักปรุงยาวิเศษ เซียวหนิงเอ๋อร์ ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพรรคพวกกวาดสายตามองไปรอบด้าน พวกเขาไม่ค่อยเข้าใจว่าเนี่ยหลีพามาที่นี่เพื่ออะไร

            เนี่ยหลีค่อยๆ ทบทวนความทรงจำเวลานี้ในสมาคมนักปรุงยาวิเศษมีผู้อาวุโสอยู่ทั้งสิ้นหกคนที่มีอำนาจออกสิทธิออกเสียงทุกเรื่องเป็นผู้เฒ่ากลุ่มหนึ่ง ระดับต่ำสุดเป็นอาจารย์ขั้นกลางคนหนึ่ง อาจารย์ขั้นสูงสองคนส่วนระดับปรมาจารย์นั้น เวลานี้ดูเหมือนว่าสมาคมนักปรุงยายังไม่มีนอกจากผู้อาวุโสทั้งหกคนนี้แล้วยังมีผู้อำนวยการหยางอีกคนหนึ่งซึ่งรับผิดชอบดูแลเรื่องราวต่างๆ ในสมาคมนักปรุงยาแห่งนี้

            ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเมืองกวงฮุยสมาคมนักปรุงยาวิเศษมีส่วนสนับสนุนเป็นอันมาก ในตอนท้ายทุกคนล้วนต่อสู้จนตัวตายอย่างกล้าหาญอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าพวกเขาไม่ใช่พวกเดียวกับตระกูลเสินเซิ่ง

            “สวัสดี พวกเจ้ามีธุระอะไรที่นี่รึ?” แม่นางน้อยคนหนึ่งในชุดเทาเดินเข้ามาสอบถามนางเป็นผู้รับผิดชอบดูแลต้อนรับแขกที่หอใหญ่ของสมาคมนักปรุงยาวิเศษ

            “ข้าอยากเข้าสอบเป็นนักปรุงยา” เนี่ยหลีมองแม่นางน้อยร่างสูงตรงหน้าและยิ้มบางๆ“ไม่ทราบว่าแม่นางชื่ออะไรรึ?”

            เซียวหนิงเอ๋อร์ เอ๋อ ตู้เจ๋อ ลู่เพียว และพรรคพวกพากันมองเนี่ยหลีด้วยความแปลกใจพวกเขานึกว่าเนี่ยหลีมาที่นี่เพื่อหาคน คิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีกลับมาที่นี่เพื่อสอบเป็นนักปรุงยาหรือว่าเนี่ยหลีจะมีความเชี่ยวชาญในการปรุงยาอีกด้วย?

            คลุกคลีอยู่กับเนี่ยหลีมาเป็นเวลานาน เรื่องประหลาดใดๆที่ปรากฏอยู่บนตัวของเนี่ยหลีนั้น ตู้เจ๋อ ลู่เพียว และพรรคพวกต่างไม่แปลกใจอยู่แล้ว

            แม่นางน้อยมองเนี่ยหลีด้วยความแปลกใจเล็กน้อยเด็กหนุ่มที่เดินทางมายังสมาคมนักปรุงยาวิเศษเพื่อเป็นนักปรุงยาเดี๋ยวนี้นับว่าหาได้ยากมากแล้วในเมื่อมีพวกเลือดใหม่เสนอตัวเข้ามา สมาคมนักปรุงยาย่อมต้องยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง

            “พวกเจ้าเรียกข้าว่าเสี่ยวหลันก็ได้ เจ้าจะมาสอบเป็นนักปรุงยาฝึกหัดรึเจ้าเตรียมตัวมาดีแล้วหรือไม่? นักปรุงยาฝึกหัดจะต้องเคยอ่านวิชาพื้นฐานการปรุงยาอย่างน้อยสิบกว่าเล่มมาก่อน!”เสี่ยวหลันยิ้มบางๆหนังสือพื้นฐานการปรุงยาสิบกว่าเล่มนั้นมีตัวอักษรนับร้อยนับพันคำลำพังสิ่งนี้อย่างเดียวก็ไม่รู้ว่ามีกี่คนหมดกำลังใจไปแล้วทว่านี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เมื่อคิดจะเป็นอาจารย์นักปรุงยา หากไม่รู้แม้กระทั่งพื้นฐานและกฎเกณฑ์ในการปรุงยาเช่นนั้นก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้คนแล้ว

            “แม่นางเสี่ยวหลัน ข้าเข้ารับการทดสอบระดับอาจารย์ได้หรือไม่?” เนี่ยหลีจ้องมองเสี่ยวหลันและเอ่ยถาม

            เมื่อเสี่ยวหลันได้ยินคำพูดของเนี่ยหลีเช่นนั้นแล้ว นางงุนงงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงเผลอหัวเราะขึ้นมาและพูดว่า “แม้มิใช่เป็นไปไม่ได้ทว่าเจ้ารู้หรือไม่ การจะก้าวถึงระดับอาจารย์ขั้นต้นได้นั้นจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง? นอกจากหนังสือพื้นฐานการปรุงยาสิบกว่าเล่มนั้นแล้วยังต้องอ่านหนังสือวิจัยศึกษาสมุนไพรต่างๆ อีกนับร้อยเล่ม!” เสี่ยวหลันชำเลืองมองเนี่ยหลีครุ่นคิดว่าเนี่ยหลีโตกว่านางเพียงนิดเดียวต่อให้เนี่ยหลีเริ่มอ่านหนังสือมาตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์มารดาเกรงว่าก็คงไม่อาจอ่านหนังสือเหล่านั้นได้หมด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องความเชี่ยวชาญอาจารย์นักปรุงยาทั่วไปผู้หนึ่งต้องใช้เวลาเป็นนักปรุงยาฝึกหัดหาประสบการณ์นับสิบปีเกรงว่าเนี่ยหลีอาจจะยังไม่เคยจับเตาหลอมยามาก่อนด้วยซ้ำต่อให้สอบผ่านรอบแรกก็ยังมีการปรุงยาในรอบที่สองเกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะสอบผ่าน?

            เนี่ยหลีกลับทำตัวมีเป้าหมายสูงส่งแต่ความสามารถน้อยนิดเสียแล้วไม่รู้จักตั้งใจเล่าเรียนก็คิดจะก้าวครั้งเดียวบินขึ้นถึงฟ้าเชียวหรือ!

            เนี่ยหลีกระพริบตาปริบๆ มองเสี่ยวหลัน “ความรู้ไม่เกี่ยวกับอายุมิใช่หรือ?แม่นางเสี่ยวหลันเพียงพาข้าไปที่ห้องสอบเป็นอาจารย์นักปรุงยาก็พอแล้ว” 

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668