[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 121 สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรเอราเซียน

    ตอนที่ 121 สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรเอราเซียน

    เหลือเวลาอีก 2 วัน

            แสงแดดอันร้อนฉ่ากำลังสาดส่องลงมายังร่างผอมบางที่กำลังเดินไปตามทางเส้นถนนXX ถนนที่สร้างจากยางมะตอยเส้นทางนี้ไร้ยานพาหนะผ่านทางมาจึงเป็นสถานที่จะขอความช่วยเหลือก็ลำบากหลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่ออกจากป่า โพรทาเลียก็เดินทางมานานพอตัวจนมาถึงทะเลทรายอันร้อนฉ่าสุดๆ ยิ่งทำให้เธอนึกถึงบททดสอบอันหฤโหดของแซเทิร์นขึ้นมาทำให้บรรยากาศอันร้อนฉ่านี้ด้อยลงไปเลย แต่โพรทาเลียก็เกลียดอากาศร้อนมาก ๆยิ่งถนนสีดำปะทะกับแสงแดดมันก็ยิ่งร้อนเกินกว่าที่เธอจะรับมือไว้จริง ๆ จนเหงื่อไหลเต็มตัวไปหมดเธอหยุดเดินแล้วยกชวดน้ำที่พกมาด้วยดื่มอย่างรวดเร็ว

             

            “ฮ๊า~ ร้อนเป็นบ้า!!”

            โพรทาเลียตะโกนออกมาดังอย่างสุดเสียงอย่างที่จะตะโกนออกมาเสียงหอบหายใจดังกว่าเสียงใด ๆ รอบตัวดวงตาสีเขียวจ้องมองท้องฟ้าสีฟ้าอย่างเฉื่อยชา แสงแดดก็สาดซัดมาทางเธอก่อนที่จะยกมือปัดแสงแดดนั้น

            “อย่าซัดเจ้าเทพพระอาทิตย์ให้หายไปจริง ๆทำไมต้องให้แดดมันแรงแบบนี้ด้วยนะ!!”

            โพรทาเลียบ่นกับสภาพแวดล้อมรอบตัวของตนเองก่อนจะมองรอบกายของเธอนั้นที่ไม่มีอะไรนอกจากทราย หิน ต้นกระบองเพชรและถนนสีดำที่ทำจากยางมะตอยจนทำให้เธอตั้งคำถามกับตนเองจริง ๆ

            “อยู่ไหนกันนะ? อาณาจักรของโกรอส...”

            โพรทาเลียเอ่ยขึ้นมาก่อนจะยกหนังสือเก่า ๆ ที่ตัวปกทำจากหนังสัตว์ส่วนกระดาษข้างในยับยู่ยี่ไปหมดเธอมองตัวหนังสือที่ไม่ใช่ทั้งภาษาอังกฤษและภาษากรีกแต่อย่างใดมันเป็นภาษาของเผ่าโกรอสแล้วโพรทาเลียก็อ่านมันออก แต่เธอกำลังอ่านจุดที่บอกว่าจะเจอทางเข้าอาณาจักรโกรอสยังไง

            “จงไปยังทิศดวงอาทิตย์ เดินตามถนนสีทองเสียงจะนำทางท่าน...”

            โพรทาเลียเกาหัวอย่างเหนื่อยใจกับทิศที่บอกเพราะเธอเดินมาหลายชั่วโมงแล้วจริงๆ แถมทะเลทรายมีเยอะกว่าอะไร แต่ว่าดีที่มันบอกว่าอยู่ที่ไหน

            “อืมมม...”

            โพรทาเลียกำลังนึกบางอย่างอยู่นั้นพวกเฟอร์ร่าก็โผล่ออกมาตรงหน้าของเธอ

            “มีอะไรกันนะ?”

            “ให้พวกเราออกไปหาให้ไหม?”

            “จริงด้วยนะ พวกเราลอยได้นะ!” ลักซ์เอ่ยพูดขึ้น

            รัลมองลักซ์ที่กำลังลอยไปมาก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ “โพรทาเลียมีรองเท้าเฮอร์มีสแล้วไม่ได้ใช้เหรอ?”

            ทุกคนต่างได้ยินโพรทาเลียก็ถึงกับหน้าถอดสีหน่อย ๆเพราะว่าตัวเธอนั้นลืมสนิทว่ามีของสะดวกสบายอยู่กับตัวนี่น่า

            “โพรทาเลีย เจ้าลืมสินะ...”

            “ใช่...สวมอยู่ก็ลืม...”

            โพรทาเลียกำลังก้มมองรองเท้าที่ใส่อยู่เธอลืมไปว่ารองเท้ามันมีปีกบินได้อยู่ ระหว่างที่กำลังเขินอายอยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาก้องในหูของเธอ

             

            เป้ง~ เป้ง~ เป้ง~

             

            โพรทาเลียระฆังดังมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ทำให้เธอเงยหน้าเพื่อหาต้นตอของเสียงจนทุกคนต่างมองมาที่เธออย่างสงสัยว่าเป็นอะไร

            “มีอะไรหรือ? โพรทาเลีย”

            “พวกเธอไม่ได้ยินเหรอ?” โพรทาเลียเอ่ยถามทุกคน

            “เสียงเหรอ?”

            ทุกคนต่างมองหน้ากันก่อนจะเงียบหูฟังแต่เสียงนั้นไม่ได้ดังเข้าหูพวกอดีตชาติก่อนที่ทุกคนจะลอยมาเกาะบนใบหน้าของโพรทาเลียกันยกใหญ่ก่อนจะเริ่มได้ยินเสียงนั้น

            “เสียงนั้นมาจากไหนนะ?”

            “แต่น่าแปลกที่ไม่จับตัวโพรทาเลียก็ไม่ได้ยินเสียง...”

             

            “แปลว่ามีแค่โพรทาเลียที่ได้ยินล่ะนะ”

            “แต่ว่า...เสียงนี้...มันกำลังเรียกโพรทาเลียสินะ...”รัลเอ่ยถามอย่างสงสัย

            “น่าจะใช่...”

            “แต่น่ากลัวที่ได้ยินเสียงที่ไม่มีตัวตนนะ...” ลักซ์กลอกตาไปมาอย่างสงสัย

            “มันมี...แต่เราแค่ไม่เห็นเท่านั้น...สำหรับพวกโกรอสการที่ผู้ใดได้ยินเสียงที่ดังระหว่างที่กำลังตามหาบางอย่างอยู่นั้นแปลว่าพวกเขาได้รับเชิญให้เข้าไปยังสถานที่แห่งนั้น...”

            “แล้วมันคือที่ไหนนะ?”

            “ไม่รู้สินะ...คงต้องลองเดินไปตามต้นเสียงของระฆังนี้ก่อนละ”

             

            โพรทาเลียเอ่ยคำหนึ่งออกมาสองคำรองเท้าก็กางปีกออกมาก่อนที่เธอนั้นจะลอยไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เธอมองหน้าต้นเสียงว่าตรงไหนยิ่งขยับไปข้างหน้ามากขึ้นเสียงก็ดังขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั่งก็รู้สึกถึงบางอย่างว่ากำลังลอยข้ามอาณาเขตบางอย่างก่อนที่เธอจะลอยไปพบเจอกับสิ่งที่คาดไม่ถึงโพรทาเลียลอยลงพื้นก็ต้องตะลึงกับสถานที่สุดอลังการ บ้านเมืองที่สร้างจากดินเหนียวผสมกับทรายและตรงกลางเมืองมีสิ่งก่อสร้างที่คล้ายปราสาทใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ยิ่งมองก็ยิ่งตะลึงกับสิ่งตรงหน้าที่คล้ายกับภาพวาดในสมุดที่เธอกำลังยกขึ้นมา



    ภาพอาณาจักรเอราเซียน สร้างโดยเว็บ AImy www.bing.com

             

            “ที่นี่ล่ะ...อาณาจักรของพวกโกรอส...เอราเซียน...”

             

            สายลมพัดทรายขึ้นมากระทบใบหน้าของโพรทาเลียเธอหลับตาชั่วขณะก่อนที่จะมีเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งตรงมาทางเธออย่างรวดเร็วและหลายจำนวนที่กำลังวิ่งตรงมาก่อนที่โพรทาเลียจะหันไปมองก็เห็นกลุ่มคนตัวเล็กกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ก่อนที่จะมาล้อมรอบตัวเธอไปหมดทุกคนมีส่วนสูงเพียงแค่สองฟุตกว่า ๆเท่านั้นส่วนสูงประมาณหัวเข่าของเธอนั้นล่ะเธอมองพวกตัวเล็กสีฟ้าชี้หอกมาทางเธออย่างกับเห็นเธอเป็นศัตรูก่อนที่จะมีคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาอย่างเสียงดัง

             

            “เจ้าผู้บุกรุก!! บังอาจเข้ามายังอาณาเขตของเรา!!”

             

            โพรทาเลียหันไปมองเจ้าของเสียงตะโกนนั้นก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นโกรอสเพศชายที่รู้จักแต่เธอจำได้เพียงแค่ว่าอีกฝ่ายนั้นมีนิสัยที่ดูขี้ขลาดไม่สู้คนจนต้องหลบหลังคนอื่น ๆ เสมอแต่คนตรงหน้าของเธอนั้นกับดูมีความกล้ามากกว่าครั้งใด ๆแถมชุดที่อีกฝ่ายใส่นั้นดูเหมือนชุดทหารแบบกรีกที่ใส่ชุดเกราะเต็มยศ แต่อีกฝ่ายดูเหมือนอยู่ในระดับหัวหน้าหน่วยยิ่งน่าสงสัยว่าอีกฝ่ายนั้นมีตำแหน่งอะไรในอาณาจักรแห่งนี้กัน

             

            “ไม่อยากเชื่อจริง ๆ” โพรทาเลียพึมพำออกมาเบาๆ

            “เจ้าผู้บุกรุกจงออกไปจากอาณาจักรเอราเซียนเดียวนี้!!ที่นี่ไม่ต้อนรับให้มนุษย์อย่างพวกเจ้า!!”

            “ไม่ต้อนรับ?” โพรทาเลียเอียงคอมองอย่างสงสัย

            “ถูกต้อง!!ในนามขององค์ชายอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรเอราเซียน”

            “องค์ชาย?” โพรทาเลียขมวดคิ้วอย่างสงสัยที่อีกฝ่ายเอ่ยว่าตัวเองเป็นองค์ชาย

             

            ‘แบบนี้เอง...พวกโกรอสแต่ละคนถึงดูมีมารยาทและอัธยาศัยดีเพราะมีการศึกษาที่สูงกันนี่เอง...เจ้าหมอนี้ถึง...ดูอ่อนแอที่สุดเพราะเป็นพวกสมองมีแต่กล้ามสินะ!!’โพรทาเลียคิด

             

            โพรทาเลียกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องในอดีตของคนรู้จักระหว่างนั้นเองพวกเฟอร์ร่าก็โผล่ออกมาอยู่แถวไหล่ของโพรทาเลีย

            “เจ้าแมลงตัวเล็กนี้ยังจะพูดมาอีกไหม!?” ลักซ์เอ่ยอย่างรำคาญใจ

            “น่าว่า...คงเป็นพวกบ้าน้ำลายนั้นล่ะ?” เซเรน่าเอ่ยขึ้น

            “ข้าว่าเจ้านี้คงเป็นพวกเบ่งอำนาจเห็นว่าตัวเองใหญ่สุดละมั้ง”รัลกำลังปีนเส้นผมของโพรทาเลียขึ้นมาอยู่บนศีรษะของโพรทาเลีย

            “ไม่นึกว่าสมัยนี้ก็ยังมีคนประเภทนี้อยู่สินะ”

            “ไม่ต้องสมัยเจ้าหรอก...สมัยไหนก็มีคนแบบนี้ทั้งนั้นล่ะ”

            โพรทาเลียพึมพำออกมาเบา ๆจนเจ้าโกรอสเพศชายจ้องมองอย่างสงสัยว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่

            “เจ้ากำลังคุยกับใคร!!”

            “หือ?” โพรทาเลียมองรอบ ๆก่อนจะหันมามองอีกฝ่าย “ไม่มีนี่?”

            “แต่เมื่อกี้เจ้าพึมพำบางอย่างอยู่!!หรือว่าเจ้ากำลังร่ายมนตร์ใส่พวกข้า!!”

            “ทำแล้วได้อะไรล่ะ?” โพรทาเลียหยีตามองอย่างสงสัยว่าเจ้านี้มีแต่คิดเออเองหมดเลยนี่น่า

            “เจ้าจะล้างปราดพวกเรานะสิ!!”

            “ห๊า!?”

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกบางอย่างขึ้นมาว่าพวกนี้คงได้คำพยากรณ์บางอย่างแล้วแน่ๆ ว่าจะมีคนบุกรุกเข้ามาพังที่นี่ ตามที่มิเรียเอ่ยเล่าให้ฟัง

            “เฮ้อ...ฉันขอพูดไว้อย่างละกันการที่จะมองว่าคนไหนบุกรุกหรือหลงทางเข้ามามันก็ควรมองอย่างรอบคอบดีกว่าจะเอาอาวุธมาจ่อคนอื่นยังจะดีกว่านะบอเรซ!!”

            “อึ้ก!! ทำไมเจ้าถึงรู้จักข้า!?”

            “ไม่ต้องรู้ดีกว่าว่าฉันรู้จักนายได้ไงแต่ว่าการที่พวกนายกำลังกล่าวหาผู้มาเยือนแบบฉันโดยไม่มีหลักฐานเท่ากับมีความผิดมาตราที่25 ของอาณาจักรเอราเซียน!!”

            “ห๊า! เจ้าพูดอะไร!!เจ้าเป็นคนภายนอกจะรู้จักกฎของอาณาจักรเราได้เยี่ยงใด!!”

            โพรทาเลียหยิบสมุดที่อ่านก่อนหน้าขึ้นมาอีกครั้งแล้วเปิดหน้าที่จำได้ว่าเขียนกฎต่างๆ ที่มียาวจนเกือบปาไปครึ่งหน้าของสมุดเล่มนั้นเธอเปิดจากด้านหลังก่อนมันจะหามาตราที่เธออ่านจนจำได้

            “อะแฮ่ม! มาตราที่1 เมื่อผู้มาเยือนหรือผู้ผลักหลงเข้ามายังอาณาจักรจงต้อนรับพวกเขา แต่พวกนายกับจ่ออาวุธมาทางฉันแถมยังกล่าวหาฉันว่าเป็นผู้บุกรุกอีก โดน 2 กระทงแบบนี้คงไม่ต้องหัวเลยว่าจะเห็นแสงอาทิตย์วันไหนเลยนะ”

            โพรทาเลียพูดจบพร้อมรอยยิ้มที่ฉีกยิ้มออกมาจนพวกโกรอสทหารแต่ละตนถึงกับหน้าซีดเผือดมีโกรอสชายตนหนึ่งที่ใส่แว่นก็รีบเปิดหนังสือที่เขียนกฎอาณาจักรก่อนจะเห็นกฎที่ว่านั้นก็เอ่ยตะโกนออกมา

            "จริงของนาง!! หัวหน้า!! กฎที่นางกล่าวทั้งหมดตรงหมดเลยนะขอรับ!!"

            “ว่าไงนะ!!”

            ทุกคนหันไปมองหัวหน้ากันอย่างตกใจก่อนจะหันมามองผู้มาเยือนกันอย่างช้าๆ ก่อนที่โพรทาเลียจะปิดหนังสือในมืออย่างรวดเร็วเธอยกยิ้มอย่างกับบอกว่าตัวเธอนั้นชนะในครั้งนี้ทุกคนเห็นรอยยิ้มที่แฝงความน่ากลัวอยู่ข้างในก็รีบปล่อยอาวุธในมือแล้วคุกเข่าขอความเมตตาจากเธอทันที

            “ได้โปรดให้อภัยพวกเราด้วย!!”

            “พวกแก!! ลุกขึ้น!!” บอเรซมองทุกคนด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวที่ทุกคนกำลังก้มหัวให้แก่มนุษย์อย่างน่าละอาย "ข้าบอกให้ลุกขึ้น!!"

            “พอได้แล้วท่านพี่!!”

             

            เสียงอันคุ้นเคยตะโกนสุดเสียงจนผู้คนโดยรอบต่างชะงักแล้วหันไปมองก่อนจะก้มทำความเคารพให้แก่คนผู้นี้ดวงตาสีฟ้ากลมกลืนกับสีผิว เครื่องแต่งกายสองชั้น ชั้นแรกเป็นชุดสีขาวชั้นสองด้านนอกจะเป็นเสื้อคาดตัวที่มีสีเนื้ออ่อน ๆแต่นอกจากโกรอสชายหนุ่มที่กำลังเดินมานั้นก็มีชายชราที่ใบหน้าอันชรา ผมสีขาวเทายาวดวงตาสีฟ้าอ่อนเครื่องแต่งกายคล้ายกับโกรอสชายแต่เป็นชุดทรงยาวถึงเท้าพร้อมกับไม้เท้าที่แกะสลักจากไม้เธอจำใบหน้าของชายชราได้ดีก่อนที่อีกฝ่ายจะเสียไปเมื่อหลายปีก่อนหลังจากที่เข้ามาอยู่บนเกาะ

             

            “ปู่...กาเซียน...” โพรทาเลียพึมพำออกมา

            พวกเขากำลังเดินตรงมาหาทางนี้ บอเรซเห็นครอบครัวของตนเองที่กำลังเดินตรงมาแต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ผู้เป็นบิดาและน้องชายด้วยสายตาไม่พอใจ

            “เสด็จพ่อ...เจคอบ!” บอเรซเอ่ยชื่อน้องชายก็หันไปมองด้วยสายตาไม่พอใจ “เจ้าเอาเรื่องข้าไปบอกเสด็จพ่อสินะ!! หน้าไม่อาย!!”

            “…”

            “หุบปาก!! บอเรซ!! คนที่หน้าไม่อายคือเจ้าต่างหาก!!”

            “เสด็จพ่อ...” บอเรซมองคนเป็นบิดาตะคอกใส่ตนแบบนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ “มีตรงไหนที่ข้าทำสิ่งหน้าไม่อายกัน!!ข้าช่วยปกป้องจากผู้บุกรุกนะ!!”

            “แต่ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว!!ว่าจงรอบคอบและใช้ความคิดมากกว่านี้!!ถ้าคนที่มาเป็นแค่บุคคลทั่วไปจะทำเยี่ยงใด!!”

            “แต่ว่า!! คนผู้นี้ดูออร่าของมันสิ!!ออร่าที่ดูไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไปด้วย!!” บอเรซชี้มาทางโพรทาเลีย

            สิ่งที่บอเรซเห็นจากตัวโพรทาเลียเป็นออร่าที่เบ่งประกายถึงพลังอันหลากหลายออกมาจากตัวเธอทำเอาโพรทาเลียคิดเลยว่ารอบตัวเธอมีอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ แต่คงเพราะเธอมีพลังของอดีตชาติอยู่ร่างกายทำให้เธอดูเป็นคนที่ทรงพลังยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไปเป็นแน่

            “พอได้แล้ว!! เจ้าจงกลับไปซะ!ก่อนที่ข้าจะสั่งลงโทษเจ้า!”

            “แต่ว่าตามคำพยากรณ์จะมีผู้บุกรุกเข้ามาทำร้ายอาณาจักรเรานะ!!เสด็จพ่อจะยอมให้มันเข้ามาหรือไง!!”

            “บอเรซ!!”

            “อึ้ก!!” บอเรซกำหมัดอย่างเจ็บใจก่อนจะตะโกนสั่งลูกน้องของตนเอง “ทุกคนกลับ!!”

            เหล่าทหารทุกนายได้ยินคำสั่งก็รีบเก็บอาวุธของตนเองแล้วเตรียมตัวถอยกลับกันอย่างรวดเร็วโพรทาเลียโล่งใจที่หนึ่งเรื่องหมดไปได้แต่ยังมีอีกเรื่องที่ตรงหน้ายังไม่ไปไหนชายชรามองหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะกล่าวคำขอโทษออกมา

            “ข้าขออภัยอย่างยิ่งที่คนของข้าก่อเรื่องกับเจ้า ผู้มาเยือน”

            โพรทาเลียส่ายหัวอย่างช้า ๆ “ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยนะ”

            “แต่ยังไงให้ข้าแสดงความรับผิดชอบต่อลูกชายของข้าเสียหน่อยเถอะ”

            “อ๊า...งั้น…ช่วยฟังคำขอของฉันได้ไหมล่ะ?”

            “ฟังคำของั้นเหรอ?”

            “ใช่...ฉันเคยได้ยินมาว่าพวกท่านมีสตรีศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหมล่ะ?”

             

            โพรทาเลียจำได้ดีเลยว่าในชนเผ่าโกรอสจะมีคนผู้หนึ่งที่ทุกคนจะเรียกว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์อยู่ตามคำบอกเล่าของพวกมิเรียเคยเล่าให้ฟังแถมคนคนนี้ที่ทุกคนพูดถึงยังเป็นบุคคลที่มีพลังในการรักษาอีกตอนแรกก่อนมาเธอก็ลองหลายวิธีในการรักษาอีกฝ่ายแต่พลังของเธอกับช่วยไม่ได้สักอย่างจนเธอต้องหาวิธีอื่นจนจำได้ว่ามีที่นี่ที่จะช่วยเธอได้โดยไม่ต้องหวังพลังของทวยเทพ

             

            “!!” องค์ราชาได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะพินิจเล็กน้อยแล้วเอ่ยบางอย่างออกมา“ขอโทษด้วยแต่เราคงทำให้ไม่ได้!!”

            “เอ๊ะ? ท่านหมายถึงอะไร?” โพรทาเลียเอียงคออย่างสงสัยกับคำพูดอีกฝ่าย

            “คนผู้นั้นเป็นสิ่งสำคัญของอาณาจักรเราเราไม่สามารถยกนางให้เจ้าได้!”

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นก็แอบขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมา “ใครบอกว่าฉันต้องการให้ท่านยกสตรีศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ฉันกัน!!”

            “อ๊ะ!!”

            องค์ราชาตกตะลึงกับคำพูดหญิงสาวที่เขาเผลอคิดไปเองเขานึกว่าหญิงสาวต้องการตัวของสตรีศักดิ์สิทธิ์เพราะส่วนใหญ่ผู้คนที่ได้รู้จักสตรีศักดิ์สิทธิ์มีแต่ต้องการตัวอีกฝ่ายอย่างเดียวพวกเหล่าผู้ติดตามเห็นท่าทางอันน่าอับอายเช่นนี้ขององค์ราชาก็ได้แต่กู้หน้าให้แก่องค์ราชาก่อนจะชี้หน้าของหญิงสาวตรงหน้า

            “บังอาจ!เจ้ากล่าวหาว่าองค์ราชาของเราเข้าใจในสิ่งที่เจ้ากล่าวผิดฤๅ”

            “อ้าว? ก็มันจริงนี่น่าฉันยังไม่ได้กล่าวเลยว่าต้องการตัวของคนผู้นั้นฉันแค่ต้องการยืมหลังของคนผู้นั้นก็เท่านั้น!!”

            “พลัง?” องค์ราชาทวนคำพูดของอีกฝ่าย

            “ใช่ ฉันแค่ต้องการยืมพลังเท่านั้น!!”

            “โกหก!! ไม่มีใครเชื่อเจ้าหรอกนะ!! องค์ราชามนุษย์ผู้นี้ต้องการดูดพลังของสตรีศักดิ์สิทธิ์แน่ ๆ”

            “จริงขอรับ!!นางต้องไม่ใช่คนดีอย่างที่องค์ชายบอเรซกล่าวแน่ ๆ”

            โพรทาเลียจ้องมองพวกนี้ที่กล่าวหาว่าเธอนั้นอาจจะเป็นศัตรูที่จ้องจะเอาพลังของสตรีศักดิ์สิทธิ์แน่ๆ จนเธอนั้นปวดหัวขึ้นมาทันทีแต่ไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่กำลังปวดหัวพวกองค์ชายที่อยู่ข้างหลังก็มองกันอย่างสงสัย

            “พวกอาวุโสเป็นแบบนี้ตลอดจนน่ารำคาญชอบกล...”

            “ไม่ใช่แค่ท่านพี่นะ น้องก็เช่นกัน” โกรอสชายอีกคนเอ่ยพูดขึ้น

            “เฮ้อ...สงสาร...มนุษย์ผู้นี้จริงๆ”

            โพรทาเลียทำหน้าคิ้วขมวดเป็นอย่างมากเธอกำลังครุ่นคิดว่าจะทำไงให้พวกนี้เลิกโวยวายก่อนที่ตัวเธอนั้นจะนึกบางอย่างขึ้นมาถึงคำพูดของเจคอปที่จะส่งมอบสิ่งหนึ่งให้ก่อนจะแยกทางกัน

             

            ‘เจ้าจงเก็บเอาไว้เพื่อสักวันมันจะช่วยเจ้าได้’ เจคอปกล่าวพร้อมกับยื่นบางอย่างใส่มือของเธอ

             

            นั้นทำให้เธอนึกถึงสิ่งนั้นก่อนจะจำได้ว่าเก็บไว้ในกระเป๋าคาดเอวเธอก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าคาดเอวอย่างรวดเร็วทำให้การกระทำของเธอนั้นเป็นที่จับตาของพวกผู้ติดตาม

            “องค์ราชารีบหนี!! นางผู้นี้กำลังหยิบอาวุธออกมาแน่ ๆขอรับ!!”

            “จริงด้วยขอรับ!! รีบหนีเร็วขอรับ!!”

            พวกผู้ติดตามรีบดึงตัวองค์ราชาออกจากตรงนั้นแต่ตัวเขาไม่ขยับไปไหนเพราะท่าทางของหญิงสาวนั้นเหมือนหาของมากกว่าจะหยิบอาวุธมากกว่า เขาเลยไม่คิดจะหนีแต่คนเป็นลูกรำคาญพวกผู้ติดตามจึงเข้าไปตักเตือนเสียหน่อย

            “นี่!! พวกคุณใจเย็น ๆ ก่อนสิ!!”

            “องค์ชายจะให้ใจเย็นได้ไง! ท่านใจเย็นเกินไปแล้ว!!”

            “เกิดนางชักดาบขึ้นมาทำไง!?”

            “ถ้าชักดาบก็คงชักไปนานแล้ว ข้างกายนางก็มีดาบนะ!!”

            เจคอปชี้ไปที่ข้างเอวของหญิงสาวก็เห็นว่าข้างเอวมีดาบอยู่ถ้าอีกฝ่ายจะฆ่าพวกเขาไม่หยิบดาบข้างเอวดีกว่าหรือไง พวกเขาถกเถียงกันจนกระทั่งโพรทาเลียจับของที่ต้องการได้แล้วเธอก็รีบหยิบขึ้นมาพร้อมกับโชว์ให้พวกคนตรงหน้าเห็น

            “สิ่งนี้พอจะทำให้ท่านช่วยเราเจอกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ไหมล่ะ?”

            ทุกคนต่างตกตะลึงกับสิ่งของที่อีกฝ่ายนำออกมาสร้อยคอทองคำบริสุทธิ์ที่มีตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์อยู่ตรงกลางพร้อมกับลวดลายอันประณีตเจคอปที่มองสร้อยนั้นก็ตกตะลึงเช่นกันก่อนจะก้มมองสร้อยที่ตนเองใส่

             

            ‘ทำไม...สร้อยนั้น...คล้ายกับของที่เราใส่อยู่?’เจคอปคิด

             

            โพรทาเลียมองทุกคนก็ตะลึงกันยกใหญ่จนตัวเธอเองนั้นต้องเอ่ยบางอย่างขึ้นมาให้พวกคนตรงหน้าได้สติกลับมา

            “อะแฮ่ม! ทีนี้ฉันขอใช้สิทธิ์จากสร้อยเส้นนี้ได้หรือไหม?องค์ราชากาเซียน!!”

            “!!”

            ทุกคนต่างตะลึงที่หญิงสาวปริศนาที่โผล่มาทำท่ารู้จักสิ่งต่างๆ ของที่นี่แถมยังมีตราสัญลักษณ์ราชวงศ์รวมไปถึงรู้จักพระนามขององค์ราชายิ่งทำให้องค์ราชาประหลาดใจที่หญิงสาวตรงหน้ารู้จักตน

            “นี่เจ้ารู้จักเรางั้นฤๅ”

            “ความลับ สิ่งบางอย่างท่านอย่าพึ่งรู้ดีกว่าในตอนนี้”

            “สามห้าว!! แปลว่าเจ้าโกหกเจ้าสามารถอ่านใจคนอื่นจนรู้พระนามขององค์ราชาแน่ ๆ!!”

            “ใช่ ๆ!!”

            พวกผู้ติดตามให้ท้ายกันจนทำเอาองค์ราชาส่ายหัวเบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยบางอย่าง

            “พวกเจ้าช่วยหุบปากสักครู่หนึ่งได้หรือไหม!!”

            น้ำเสียงอันดุดันอย่างไม่ต้องตะโกนก็ทำให้พวกผู้ติดตามหงอยไปอย่างรวดเร็วก่อนที่องค์ราชากาเซียนจะหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้าต่อ

            “รู้สึกวันนี้เป็นวันโชคไม่ดีของข้าเสียจริงมีแต่ลูกและบริวารที่ไม่ได้เรื่องแบบนี้”

            “ฉันไม่ถือสาท่านหรอกนะ”

            “ขอบคุณจริง ๆ ที่ไม่ถือสา...งั้น...มิเรีย”

            องค์ราชาเอ่ยนามของคนคนหนึ่งออกมาทำเอาโพรทาเลียตาลุกวาวขึ้นมาก่อนที่เจ้าของนามนั้นจะค่อย ๆเดินตรงมาทางนี้ด้วยเครื่องแต่งานชุดกระโปรงยาวมีผ้าคลุมหน้าทั้งตัวเหลือเพียงให้เห็นแค่ดวงตาสีน้ำเงิน

            “ถวายบังคม องค์ราชา” มิเรียจับชายกระโปรงทั้งสองข้างแล้วย่อตัวเล็กน้อย

            “ผู้มาเยือนนางผู้นี้คือสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าอยากเจอ มิเรีย”

             

    จบตอนที่ 121 โปรดติดตามตอนที่ 122ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530