งานเลี้ยงชมบุปผาที่จวนตระกูลโจวจัดขึ้นไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนอยากมาร่วมงานเพราะนอกจากจะมาแสดงความภักดีต่อเสนาบดีฝ่ายซ้ายแล้ว ยังถือโอกาสนี้มาพบปะกับเหล่าผู้คนในสังคมชนชั้นสูงเผื่อได้ผูกมิตรไว้เป็ประโยชน์ในอนาคต
ทว่าแขกที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานในครั้งนี้กลับมีบุคคลที่ทุกคนไม่คาดคิดโผล่มาด้วยตอนนี้สายตาทุกคู่จึงตกอยู่กับสตรีร่างบางที่เพิ่งเดินปรากฏกายเดินเข้ามาในงาน
สตรีในชุดสีม่วงเข้มปักลายมวลผีเสื้อบินวนอยู่เหนือจวี๋ฮวาชายกระโปรงดิ้นด้วยสีทอง ตอกย้ำถึงสถานะของผู้สวมใส่ว่าต้องเป็ผู้มีเงินมีความมั่งคั่งมากเพียงใด
ดวงตาเรียวที่ใช้กวาดมองผู้คนอย่างไร้ความหวาดเกรงยิ่งเสริมให้ใบหน้าสวยของหญิงสาวดูเย่อหยิ่งแต่ก็แอบแฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนชวนให้บุรุษที่มองอยู่ลุ่มหลง
ผิดกับทางฝั่งสตรีที่คิดสวนทางพวกนางล้วนเต็มไปด้วยความเกลียดชังและริษยาแม้จะเพิ่งเคยเห็นหน้าอีกฝ่ายเป็ครั้งแรกก็ตาม
'นั่นใครกัน'
'นายหญิงมู่หรงอย่างไรเล่า พวกเ้าไม่รู้จักหรือ'
'มู่หรง มู่หรงใดกัน อย่าบอกนะว่ามู่หรงตระกูลที่ครองเขตการค้าอันดับหนึ่งอยู่ในตอนนี้'
'จะมีมู่หรงไหนได้อีก'
'เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยพบหน้า ไม่คิดว่านายหญิงมู่หรงที่ท่านพ่อเคยพูดถึงจะเป็สตรีที่อายุน้อยเช่นนี้ ทั้งยัง..."
น้ำเสียงที่ขาดหายไปทดแทนด้วยแววตาที่แสดงออก ทำให้บุรุษทุกคนที่ยืนร่วมวงสนทนาต่างรับรู้ได้เหมือนกัน
'แต่นางปักหลักอยู่ที่เมืองไฉ่หนานมิใช่หรือ เหตุใดถึงมาโผล่ที่นี่ได้เล่า'
'ได้ข่าวว่าอันโหวฮูหยินตั้งครรภ์ใกล้คลอด นางที่เป็พี่สาวคงมาดูแต่ทำไมถึงมาร่วมงานนี้ด้วยได้ คงต้องหาคำตอบกันอีกที'
เสียงกระซิบที่สนทนาไปในทิศทางเดียวกันดังแว่วอยู่ตลอดทางที่หญิงสาวเดินผ่าน กระทั่งมานั่งยังตำแหน่งที่สาวใช้ในจวนชี้นำด้านหลังก็ยังมีเสียงเอ่ยถึงนางให้ได้ยินไม่ขาด
ริมฝีปากบางคลี่รอยยิ้มเจือปนหัวเราะในลำคอหลังนางแสร้งมองไปทางต้นตอของเสียง กลุ่มคนที่ขยับปากพูดไม่หยุดก่อนหน้าก็เกิดอาการชะงักค้างก้มหน้าหนี พากันปิดปากเงียบรู้จักสงบคำลงคล้ายกำลังหวาดกลัวจะถูกปีศาจร้ายจับกิน
"นายหญิงมู่หรงมาถึงแล้วหรือ กำลังรออยู่เลย"
มู่หรงเยว่หรานเงยหน้ามองสตรีวัยกลางคนที่เดินเข้ามาทักนางก่อนจะหันไปหาคนสนิท เชิงเป็คำถามว่าคนตรงหน้าเป็ใคร หลังจากได้รับคำตอบถึงค่อยหันมาหาอีกฝ่ายพร้อมคลี่รอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา
"ต้องขออภัยโจวฮูหยินด้วยเ้าค่ะ พบกันครั้งแรกก็เสียมารยาทแล้วพอดีคนของข้าไม่คุ้นชินกับหนทางในเมืองหลวงทำให้เสียเวลาไปไม่น้อยกว่าจะหาจวนสกุลโจวเจอ"เยว่หรานลุกขึ้นย่อกายรับผิดกับโจวฮูหยินแสดงออกต่อคนที่มีอายุมากกว่าด้วยมารยาทที่ควรมี
"ไม่เป็ไร ๆ ไม่ได้เลยเวลานานเสียเมื่อไหร่ ไป ไปนั่งข้างหน้ากันดีกว่าสาวใช้ไม่รู้ความ จะให้นายหญิงมู่หรงมานั่งปลายแถวเช่นนี้ได้อย่างไร"โจวฮูหยินที่ได้รับหน้าที่มาต้อนรับอีกฝ่ายสนทนาด้วยความสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน ทั้งที่เป็ครั้งแรกที่ได้พบกับนายหญิงมู่หรงต่อหน้า
ตามจริงฐานะของอีกฝ่ายไม่คู่ควรให้นางต้องออกหน้ามาต้อนรับด้วยซ้ำ หากไม่เพราะเป็คำสั่งของสามีที่้าให้นางดึงนายหญิงมู่หรงมาเป็พวกให้จงได้ นางคงไม่ต้องมาปั้นยิ้มเช่นนี้
ก่อนหน้าพอนางได้รู้ถึงกำหนดการมาเมืองหลวงของอีกฝ่ายจึงไปแอบซุ่มดูว่านายหญิงมู่หรงที่คนพูดถึงมีหน้าตาอย่างไร มีความสำคัญมากแค่ไหนสามีถึง้าดึงมาใช้งาน
แต่หลังได้เห็นทำให้นางต้องรู้สึกประหลาดใจว่าสตรีตรงหน้าใช่คนเดียวกันกับที่สืบหาข้อมูลมาหรือไม่
นายหญิงมู่หรงที่ได้รับข้อมูลมาเป็ผู้นำตระกูลมู่หรงในปัจจุบัน จัดการกิจการทุกอย่างด้วยตนเองใช้เวลาแค่เพียงห้าปีก็สามารถทำให้การค้าภายใต้ชื่อมู่หรงไต่ขึ้นมาเป็อันดับหนึ่งของแคว้นได้
ทว่าสตรีที่เห็นตรงหน้าเป็เพียงเด็กสาวที่อายุมากกว่าบุตรสาวนางไม่กี่ปี แม้มีท่าทีดูน่าเกรงขามแต่ก็ยังดูบอบบางไม่ต่างจากตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ จนนางเริ่มลังเลว่าสิ่งที่คนพูดกันมันเป็เื่จริงหรือไม่
แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องทำตามคำสั่งสามีนางจึงจัดงานชมบุปผานี้ขึ้นมา พร้อมวางแผนการบางอย่างก่อนจะส่งเทียบเชิญไปหานายหญิงมู่หรงยัดเหยียดเงินก้อนโตให้เถ้าแก่ร้านในกิจการมู่หรงที่สนิทด้วยเป็ตัวกลางเพื่อแนะนำให้นายหญิงมู่หรงตอบรับมาร่วมงาน
เมื่อคิดถึงเื่นี้ก็ยิ่งทำให้โจวฮูหยินเจ็บแค้นใจหากเป็ปรกตินางจัดงานเลี้ยงเมื่อใด ย่อมมีแต่คนอยากมาร่วมงานรอคอยเทียบเชิญอย่างใจจดใจจ่อ
แต่นายหญิงมู่หรงคนนี้เป็เพียงคนที่อยู่ในชนชั้นพ่อค้า กลับทำให้นางต้องลงทุนลงแรงไปไม่น้อยหลังแผนการสำเร็จเมื่อใด รับรองว่านางต้องเอาคืนให้สาสมอย่างแน่นอน
"ท่านพี่ นายหญิงมู่หรงมาแล้วเ้าค่ะ"โจวฮูหยินลอบกำฝ่ามือในชายแขนเสื้อแน่นหลังเห็นแววตากับรอยยิ้มของสามีที่ส่งให้กับนายหญิงมู่หรง
นางที่รู้จักสามีดีย่อมรู้มันหมายความว่าอย่างไร
"ใต้เท้าโจว ยินดีที่ได้พบเ้าค่ะ"ใบหน้าสวยยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มตามมารยาทถึงจะรู้สึกรังเกียจแววตาของอีกฝ่ายที่มองมายังนาง
"ที่แท้นายหญิงมู่หรงงดงามถึงเพียงนี้ เป็เกียรติยิ่งนักที่ได้พบ"
เยว่หรานแสร้งแสดงความเขินอายพอเป็พิธีแต่ไม่คิดสานต่อบทสนนาให้ยืดยาว ปล่อยให้ใต้เท้าโจวกับภรรยาพูดในสิ่งที่้าพูดออกมาให้หมด
นางก็อยากรู้เหมือนกันว่าจุดประสงค์ที่คนพวกนี้้าคืออันใด ถึงได้ยอมเสียเงินหลายพันตำลึงเพื่อยัดให้ลุงอู๋ออกหน้าให้นางมางานนี้ให้จงได้
หญิงสาวนั่งลงยังที่ใหม่ที่จัดให้ห่างจากผู้เป็เ้าของงานแค่เพียงสองตำแหน่งอยู่ใกล้ชิดเสียกว่าภรรยาขุนนางตำแหน่งสูงในราชสำนักส่งผลให้ตอนนี้สายตาทุกคู่ที่แฝงไปด้วยคำถามจึงตกมาอยู่ที่นาง
เยว่หรานนั่งดูเหล่าต้นไม้ที่ถูกขนมาให้ชมความงามของธรรมชาติก่อนปลายหางตาจะสังเกตเห็นถึงความผิดปรกติบางอย่างจนกระทั่งชายกระโปรงถูกสาวใช้ทำกาสุราหกใส่
"ตายจริง นายหญิงมู่หรงเป็อย่างไรบ้าง นังบ่าวซุ่มซ่ามทำกระโปรงนายหญิงเปียกหมดแล้ว"
"จริงด้วยเ้าค่ะ ไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่าเ้าค่ะ ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้วปะเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้"
เยว่หรานแทบจะกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่แค่เพียงชายกระโปรงนางเปียกเล็กน้อยสองแม่ลูกสกุลโจวก็ร้องโหวกแหวกโวยวายกันยกใหญ่ฝ่ามือทั้งผลักทั้งดันหมายให้นางเดินตามสาวใช้ไปเปลี่ยนชุดให้จงได้
แผนการที่วางไว้คงเริ่มแล้วสินะ