เมื่อบัลลังก์แห่งแสงสำแดงพลังพื้นที่หลายร้อยกิโลเมตรของทะเลดวงดาวพลันถูกน้อมไปด้วยแสงสีทองก่อนที่จะค่อยๆเลือนหายไป ช่วงเวลลานี้ทั้งสามตระกูลของทะเลดวงดาวไม่อาจจะทนต่อความผิดปกตินี้ได้ผู้นำตระกูลและเหล่าผุ้อาวุโสจึงเร่งรุดมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และสิ่งที่เขาเห็นคือหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่กลางอากาศ ส่วนอีกด้านคือเทพธิดาแห่งราตรีที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความพลันพรึงพร้อมก้วยตบะเลือนขึ้นไปอยู่ในระดับเทพบรรพกาลเพื่อรับแรงกดดันของเฟยหรงเอาไว้
"ที่แท้ก็ผู้ถือครองบัลลังก์ราชัน เหนือความคาดหมายจริง"หลังจากสงบใจได้เทพธิดาแห่งราตรีจีเหยาก็กลับมานิ่งเฉยอีกครั้ง ในเวลานี้หากใช้พลังแค่เทพอมตะขั้นปลายมีหวังได้โดนเด็กถอนหงอกเอาเป็นแน่แท้ อีกทั้งด้วยพลังแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์นี้มันเป็นสิ่งที่นางแพ้ทางอย่างชัดเจนแม้แต่เลื่อนระดับมาอยู่เทพบรรพกาลขั้นต้นนางยังไม่มั่นใจเลยว่าจะชนะชายคนนี้ได้หรือเปล่า
'คงต้องเอาจริงกันหน่อย'จีเหยาเอ่ยออกมาในใจ เคียวสีดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาในมือขวาของนาง เมื่อมันถูกนำออกมามิติรอบข้างราวกับถูกกลืนกิน เฟยหรงที่เห้นก็ถึงกับคิ้วขมวดไม่ได้เนื่องจากกระแสลมปราณเองก็โดนเคียวนั้นดูดกลืนไปเช่นกัน อาวุธที่เทพธิดาแห่งราตรีถือนั้นนับว่าไม่ใช่อาวุธธรรมดาๆเป็นแน่แท้
"ตอนแรกข้าคิดว่าท่านเป็นมือกระบี่เสียอีก ไม่คิดว่าจะใช้อาวุธชนิดอื่นได้"เฟยหรงกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ แต่ทว่ามันกลับทำให้เทพธิดาผู้งดงามหงุดหงิดอย่างช่วยไม่ได้นี่นางเกิดมาก่อนชายหนุ่มมาตั้งหลายล้านปี แต่เจ้าเด็บบ้านี่พูดเหมือนตัวเองเป็นผู้อาวุโสแล้วนางเป็นผู้เยาว์อย่างไรอย่างนั้น
มือของนางพลันควงเคียวสีดำอย่างคล่องแคล่วพร้อมใช้ออกด้วยย่างเก้าแห่งราตรีที่แสนจะรวดเร็ว เพียงพริบตาคมเคียวของนางก็ฟาดเข้าใส่เฟยหรงอย่างต่อเนื่องราวกับต้องการจะสั่งสอนเจ้าเด็กนี่ให้รู้ว่าใครเป็นใคร แต่ทว่าเฟยหรงเอาก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดที่การโจมตีเพียงแค่นี้จะล้มเขาด้วย
ด้วยตอนนี้เผยพลังของบัลลังก์ราชันด้วยยิ่งแล้วใหญ่พลังของเขาทัดเทียมกับเทพบรรพกาลขั้นต้นเช่นเดียวกับพลังที่จีเหยาใช้ในตอนนี้ มือของเขามีลูกบาศก์สีทองอร่ามปรากฏขึ้นมาจากที่ใดก็ไม่รู้และสร้างโล่แห่งแสงป้องกันการโจมตีของนางได้อย่างทันท่วงที ลูกบาศก์นี้คือลูกบาก์แห่งแสงหนึ่งในอาวุธเทพของเขานั่นเอง
"เทวาประทานพร"เฟยหรงใช้ออกด้วยทักษะประจำอาวุธในทันที เมื่อผสานเข้ากับบัลลังก์ราชันแห่งแสงของเขาแล้วนั้นศักยภาพของเฟยหรงเพิ่มพูนขึ้นมาอย่างมหาศาลแต่กลับกันจีเหยากลับรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลงเรื่อยๆ เนื่องด้วยผลจากการยังยั้งของบัลลังก์ราชันแห่งแสงที่ใช้ร่วมกับลูกบาศก์แห่งแสงนั่นเอง
"ทักษะที่น่ารำคาญ"เคี้ยวสีดำในมือของนางฟาดใส่เฟยหรงไม่ยังอำนาจในการดูดกลืนของนางเมื่ออยุ่ต่อหน้าอำนาจเพิ่มพูนและยับยั้งของบัลลังก์แห่งแสงมันทำให้ความรุนแรงของการโจมตีลดลงอย่างชัดเจนแต่ถึงกระนั้นเฟยหรงก็ยังถอยร่นไปเรื่อยๆ ในขณะที่นางโจมตีร่างกายของนางเริ่มหนักอึ้งมากขึ้นเรื่อยๆการเคลื่อนไหวเริ่มช้าลงอย่างชัดเจน
"ย่างก้าวแห่งราชัน!"ใช่ ขณะที่เฟยหรงถูกโจมตีทักษะนี้ก็ใช้งานตลอดเวลา ดังนั้นยิ่งเฟยหรงถอยหล่นและก้าวเท้ามากเท่าไรแรงกดดันบริเวณรอบตัวของเขาก็เพิ่มขึ้นมาเท่านั้นและนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้จีเหยานางช้าลงอย่างเห็นได้ชัดเจนนี้
"ท่านผู้อาวุโสท่านพลังพลังตบะอีกหน่อยก็ได้นะขอรับ"เฟยหรงกล่าวท้าทาย ในเวลานี้ชายหนุ่มรู้สึกสนุกจริงๆที่ได้สู้กับคนที่แข็งแกร่งเช่นนาง นี่ขนาดเขายับยั้งและลดทอนพลังของนางเอาไว้ยังแข็งแกร่งขนาดนี้ นี่ทำให้จิตใจที่กระหายการต่อสู้ของเฟยหรงถูกกระตุ้นขึ้นมาในขณะนี้ และบังเกิดความท้าทายใหม่ๆขึ้นในใจ เขาอยากรู้ว่าความสามารถของตัวเองในตอนนี้จะรับมือตบะสูงสุดได้ที่เท่าไรดังนั้นนี่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการวัดพลังของตนเอง
"หนอย เจ้าเด็กอวดดี!"จีเหยาได้ยินก็รู้สึกหงุดหงิดเอามากๆตบะของนางขึ้นมาถึงเทพบรรพกาลขั้นกลางในที่สุด อีกทั้งเคียวสีดำของนางก็แผ่ออร่าที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่านัก น่ากลัวถึงขนาดที่เฟยหรงต้องกลืนน้ำลายอย่างช่วยไม่ได้เลยทีเดียว
"เห้อๆเอาจริงหรือนั่น?? เจ้าหนุ่มนั่นท้าทายเทพธิดาแห่งราตรีของเราจนนางโกรธขึ้นมาซะแล้ว"เป่ยฮ่าวหลานและหยุนจินยืนไว้อาลัยให้เฟยหรงในทันที เจ้าเด็กนี่ปากไม่อยู่สุขจริงๆ บอกตามตรงแม้เฟยหรงจะมีบัลลังก์ราชันแต่ถึงอย่างไรตบะของเขาก็ยังคงเป็นเทพอมตะขั้นต้นถึงจะน่ามหัศจรรย์ที่สู้ข้ามขั้นได้ถึงระดับเทพบรรพกาลขั้นต้น แต่ทั้งเป่ยฮ่าวหลานและหยุนจินก็สัมผัสได้ว่านั่นคือขีดจำกัดสูงสุดของเฟยหรงแล้ว
แต่ทว่าตอนนี้เจ้าหนุ่มนี่คิดจะทำลายขีดจำกัดของตนเองโดยการใช้เทพธิดาแห่งราตรีเป็นตัวกระตุ้น แน่นอนหากเป็นผู้อื่นอาจจะทำได้แต่นั่นคือเทพธิดาแห่งราตรีจีเหยาเชียวนะ ในสามพี่น้องหญิงงามคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอารมร์ร้อนอย่างถึงที่สุดและไม่ชอบให้คนมาท้าทาย แล้วนี่คือสาเหตุว่าทำไมเป่ยฮ่าวหลานและหยุนจินถึงได้ยืนไว้อาลัยให้กับหนุ่มน้อยผู้น่าสงสารอย่างเฟยหรง
"ฟุ๊บ!!"
'หายไปแล้ว แถมสัมผัสถึงการมีอยู่ไม่ได้!'เฟยหรงผงะขึ้นในทันใดเพียงแค่การเคลื่อนไหวของนางเขายังมองไม่ออกแม้แต่น้อยจนแค่เสียววินาทีเท่านั้นเฟยหรงจับสัมผัสอันเบาบางของนางได้และปล่อยกรงเล็บมังกรออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล การโจมตีนั่นทะลุผ่านไปอย่างง่ายดายราวกับนางไม่ได้อยู่ตรงนั้น เฟยหรงเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังและมันก็เป็นดังที่เขาคิดไว้จริงๆ
"เปรี้ยง!"
"ตูม!!"
เคียวสีดำของจีเหยาฟาดใส่เฟยหรงอย่างจังจากด้านหลัง อีกทั้งมันยังทะลุเกราะป้องกันอย่างง่ายดายและปะทะกับเกราะเทพมังกรของเขาเต็มๆจนชายหนุ่มกระเด็นออกไปไกล หากไม่ใช่เพราะเกราะเทพมังกรนิรันทร์กาลป้องกันเอาไว้การโจมตีนี้น่าจะทำให้เฟยหรงบาดเจ็บหนักเลยทีเดียว
"อั๊ก!"
เฟยหรงกระอักเลืดในทันใด ด้านหลังของเขาเกาะเทพมังกรกลับมีลอยฉีกขาดอย่างชัดเจนและมีแผลยาวจากการโดนฟัน เฟยหรงที่เห็นไปมองนั้นอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจและตกตะลึง "คมขนาดนี้เชียว!"
"หึๆ เจ้าเด็กอวดดี คมเคียวของข้าผ่าได้แม้กระทั้งมิติ เกราะของเจ้าแข็งแกร่งก็จริงแต่ทว่าตบะของเจ้ายังอ่อนแอนัก ไม่แปลกที่ข้าจะฟันเข้า"กล่าวจบนางก็หายไปจากสายของเฟยหรงอีกครั้งมาโผล่ตรงหน้าของเฟยหรงและฟาดเคียวใส่อีกครา เฟยหรงรีบใช้ลูกบาศก์แห่งแสงเรียกโล่แสงออกมาก็ถูกเคียวนั้นฟันหายไปอย่างง่ายดายก็นางก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย เฟยหรงจึงใช้โอกาศนี้ปลีกตัวออกมาจากการหญิงงาม
"อันตรายจริงๆโดนไม่อีกทีไม่สามารถประเมิณความเสียหายได้"เฟยหรงอุทานออกมา เขาใช้ทุกไม้ตายที่เป็นไปได้ไปจนเกือบหมดแล้ว หรืออาจจะเรียกได้ว่าหมดมุขอย่างแท้จริง
เฟยหรงเรียกใช้คฑาแห่งการเยี่ยวยาในทันทีและเรียกใช้งานทักษะในการเยี่ยวยา เพียงแค่ชายหนุ่มกระแทกคฑาลงไปที่ห้วงอากาศแสงสีเขียวก็ปกคลุมร่างกายของเขาและรักาาแผลที่ถูกฟันเมื่อครู่อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันนั้นเองซงอวี่ฉางที่กำลังมองดูการต่อสู้พลันถูกกระตุ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว แน่นอนอาวุธเทพนั้นถูกสร้างมาคู่กับบัลลังก์ราชันการที่นางจะแสดงอาการก็ไม่แปลกแต่อย่างใด
"ความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้ บัลลังก์ราชันของข้ากำลังเรียกหาอาวุธชิ้นนั้น"มืออันเรียวงามกุมไปที่หัวใจโดยพลันสายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ถือไม้คฑาแห่งการเยียวยาด้วยแววตาที่เปล่งประกาย
"หืม ของเล่นเยอะดีนี่ แต่เจ้าจะรับมือข้าได้มากเท่าไรกันนะ"จีเหยากล่าวขึ้นใบหน้าของนางเองตอนนี้ก็ปรากฏรอยยิ้มเช่นกัน การได้กลั่นแกล้งเด็กคนนี้ทำให้นางสนุกมากเลยทีเดียว
"เหอะๆข้ายังมีอะไรให้ท่านประหลาดใจอีกเยอะ จะลองดูก็ได้"เฟยหรงกล่าววงแหวนเทพประทานพรของเขาปรากฏออกมาด้านหลังในทันที อาวุธเทพทั้งสองของเขาหายไปรวมถึงมงกุฏราชันแห่งแสงด้วย
"อะไร จะยอมแพ้แล้วหรือ"จีเหยาอดไม่ได้ที่จะเอ๋อออกมา แต่ทว่าในวินาทีเดียวกันนั้นนางกลับต้องดวงตาเบิกกว้างเนื่องจากการปรากฏตัวของหมาป่าสีดำขนาดใหญ่พร้อมด้วยมงกุฏแห่งราชันสีดำสนิทที่อยู่บนศรีษะของชายหนุ่ม นี่หมายว่าอะไร?/ ไม่ใช่ว่าชายหนุ่มคนนี้มีสองบัลลังก์ราชันหรอกหรือ
"ในเมื่อท่านชอบถนัดเรื่องพลังแห่งความมืดและการดูดกลืนนัก ข้าจะก็จะเอาชนะท่านด้วยพลังเดียวกันให้ดู"เฟยหรงยกยิ้มร่า การต่อสู้ที่สนุกเช่นนี้เฟยหรงย่อมทุ่มสุดตัว และอยากจะเอาชนะให้ได้แม้ว่าอีกฝ่ายจะใช้พลังเพียงเสี้ยวเดียวก็ตามทีแต่นางก็สู้กับเขาอย่างเต็มที่ ดังนั้นตัวเขาจะสู้แบบครึ่งๆกลางๆได้อย่างไร หมาปีสีดำกลับกลายเป็นบัลลังก์ราชันในทันใดนั้นเฟยหรงก้าวเดินขึ้นไปและนั่งลงมองไปยังจีเหยา นี่คือการสู้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันอย่างแท้จริง ในเมื่อจีเหยาถนัดเรื่องการดูดกลืนเฟยหรงก็จะใช้การดูดกลืนเช่นเดียวกัน