พอองค์ชายน้อยหลับภารกิจต่อไปก็คือการสืบหาคนร้ายที่อยู่เื้ัการตายของพระสนมกุ้ยเฟย จะเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าคนร้ายพวกนั้นจะลงมือฆ่านางกับลูกอีกครั้งเมื่อไหร่ ถ้ายิ่งนิ่งนอนใจคนร้ายที่อยู่ในมุมมืดจะยิ่งได้ใจคิดว่านางอ่อนแอทำร้ายได้ง่าย ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็การย้ำเตือนพวกมันว่าบุตรีเพียงคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายซ้ายอีกทั้งมีพี่ชายร่วมมารดาเป็ถึงแม่ทัพใหญ่นั้นไม่ได้มีแค่เกียรติยศแต่มากด้วยอำนาจที่ไม่ใช่ใครก็จะมารังแกเอาได้ง่ายๆ
“ซิงเออร์เ้ามาเฝ้าองค์ชายน้อยอย่าให้ตื่นปล่อยให้บรรทมชักสามถึงสี่ชั่วยามอย่าให้ผู้ใดมารบกวน ข้าจะออกไปนอกตำหนักถ้ามีผู้ใดมาบอกว่าข้าบรรทมกับองค์ชายน้อยไม่ให้ผู้ใดเข้ามารบกวนเป็อันขาดจนกว่าข้าจะกลับมาเข้าใจหรือไม่”
“พระสนมจะเสด็จไปที่ใดหรือเพคะ ให้นางกำนัลไปด้วยไหมเพคะ” ซิงซิงมองนางด้วยสายตาเป็ห่วง แต่นางก็ต้องอยู่ดูแลองค์ชายน้อยตามรับสั่งของพระสนมกุ้ยเฟยจึงไปด้วยไม่ได้
“ไม่ต้อง ข้าจะไปผู้เดียวเ้าไม่จำเป็ต้องรู้ว่าข้าจะไปไหนขอเพียงระหว่างข้าไม่อยู่เ้าจงเฝ้าองค์ชายน้อยเอาไว้อย่าให้ผู้ใดเข้ามารบกวนการนอนหรือแม้กระทั้งทำอันตรายเขาเข้าใจหรือไม่” ด้วยสถานที่ในวังหลังที่ซับซ้อนยากจะคาดเดาจิตใจผู้คนนั้น ทำให้นางอดที่จะห่วงเ้าซาลาเปาน้อยไม่ได้ถึงแม้จะฝากเอาไว้กับบุคคลที่ไว้ใจได้มากผู้หนึ่ง
“หม่อนฉันจะดูแลองค์ชายน้อยด้วยชีวิตเพคะพระสนม” ซิงซิงพูดด้วยความจริงจังนางรับใช้พระสนมมาั้แ่จวนท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายเป็เพื่อนเล่นกันมากับพระสนมั้แ่แปดหนาวรักพระสนมยิ่งกว่าชีวิต เมื่อยามมีภัยเช่นนี้นางย่อมไม่กลัวที่จะตายแทนนายเหนือหัวอย่างภักดี
“ข้าเชื่อเ้า” นางรีบเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดเพื่อปลอมตัวเป็นางกำนัลไม่ให้เป็ที่สงสัย ด้วยประสบการณ์ในการทำงานเป็ตำรวจสายสืบมานานกว่าสิบปีนางย่อมเชี่ยวชาญมากกว่าจะติดสินบนขันทีหรือนางกำนัลให้เป็หนอนบ่อยไส้ไปสืบข่าวให้กับนาง การจะใช้คนไม่คุ้นเคยในสถานที่แห่งนี้ย่อมเสี่ยงที่คนร้ายจะไหวตัวทันเสียก่อน
เวลาหลายเดือนที่นางมาอาศัยในสถานที่แห่งนี้เริ่มคุ้นชินกับเส้นทางต่างๆภายในวังมากขึ้น เส้นทางลับที่ค้นพบเห็นจะมีประโยชน์กับนางที่ต้องออกจากวังหลวงไปตามหานางกำนัลผู้หนึ่งที่หายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากนางฟื้นได้เพียงสามวันเมื่อหลายเดือนก่อน
เส้นทางลับที่ว่าคือใต้สะพานข้างกำแพงหลังอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานๆพันธุ์จากทั่วสารทิศที่นำเอามาปลูกไว้ยังอุทยานหลวงแห่งนี้ ที่นางรู้ว่ามีสถานที่เช่นนี้ซ่อนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้แสนสวยราวกับอยู่ใน์แห่งนี้เพราะบังเอิญออกมาเดินชมนกชมไม้เมื่อเดือนที่แล้วเลยแอบออกมาสำรวจเอาไว้และพบว่าข้างสะพานมีแผ่นหินขนาดใหญ่ที่สามารถเลื่อนออกแล้วเป็รูขนาดใหญ่คล้ายมีสัตว์มาขุดเอาไว้ แต่ความจริงคงเป็ฝีมืุ์ที่ขุดจนมันสามารถทะลุออกไปนอกกำแพงวังหลวงได้ในระยะทางเกือบหนึ่งกิโลเมตรคนผู้นั้นที่ขุดเอาไว้จะเป็ผู้ใดนางก็ไม่สามารถทราบได้ แต่ยังคงนับเป็โชคดีของนางที่บังเอิญพบเข้ากับสถานที่แห่งนี้
พอพ้นจากทางลับก็เดินลักเลาะตามทางที่ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ทึบ ข้างทางมีกระลอกตัวเล็กๆสองตัววิ่งไล่กันไปมา อีกทั้งมีไก่ป่าประมาณสิบตัวกำลังจิกกินผลไม้สุกจนเน่าหล่นจากต้นไม้ใหญ่ก็ยังมีให้พบเห็น สามารถคาดเดาได้ว่าป่าแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก อีกทั้งยังไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์จะผ่านเข้ามาทางนี้ ด้วยความที่โลกก่อนนางเคยได้รับภารกิจล้อมทะลายแหล่งผลิตยาเสพติดที่มักจะมีฐานการผลิตกันตามป่าลึกเส้นทางซับซ้อนห่างไกลจากในเมือง เพื่อหลบเ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารจะตรวจพบได้ง่าย นางเลยค่อนข้างจะชำนาญการเดินป่าและรู้วิธีการเดินออกจากป่าลึกโดยสังเกตสัญญาลักษณ์ตามต้นไม้หรือก้อนหินตามทางเดินที่คนสร้างทางลัดอาจจะต้องทำสัญลักษณ์เอาไว้เพื่อป้องกันการเดินหลงป่าจากพืชชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านตามชนบทชอบเรียกว่าเครือเขาหลงหรือจะเรียกว่าเถาวัลย์หลงก็ได้ พืชชนิดนี้เหมือนเป็ความเชื่อของคนโบราณที่มักจะเล่าต่อกันมาถึงความเร้นลับของมันที่แฝงอยู่ในป่าลึกที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สีเขียวขจีอันสวยงามร่มรื่นของธรรมชาติแต่ใครจะรู้ว่ามันมีกลลวงอันลึกลับของธรรมชาติซ้อนอยู่ ครั้งแรกที่เข้าทำงานในหน่วยพลร่มรบพิเศษนางเคยหัวเราะจ่าสาโรจน์บุคคลที่มีอายุเกือบห้าสิบปีกับเื่เล่าที่เหมือนเป็เพียงนิทานหลอกเด็กจบใหม่ไฟแรงอย่างนาง แต่พอได้เข้าป่าและเดินหลงอยู่สามวันสามคืนวนอยู่ที่เดิมไม่สามารถหาทางออกไปไหนได้ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตามที่เรียนมา จากนั้นก็ทำให้นางเชื่อเื่เครือเขาหลงโดยไม่ปริปากออกมาเป็การลบหลู่อีกเลย
สัญลักษณ์ตามต้นไม้ที่ไม่ใช่ใครก็จะสามารถสังเกตหรือดูออกได้ง่ายว่ามันคือสัญญาลักษณ์ที่เป็ฝีมืุ์ทำขึ้นหาใช้สัตว์ป่าทำ แต่นับว่าโชคดีเพราะสัญลักษณ์ที่นางเห็นชั่งดูคุ้นเคยเหมือนใครคนนึงที่นางเคยร่วมงานกับเขาเมื่อหลายปีก่อน บุคคลที่โดนคนร้ายฆ่าระหว่างปฏิบัติหน้าที่
นางเดินตามสัญลักษณ์ไปเรื่อยอยู่ๆก็มีงูเห่าโผล่มาขวางหน้านางเอาไว้ เ้างูเห่าตัวใหญ่กว่าสองเมตรลำตัวยาวสีดำตาแดงอสรพิษร้ายมันชูคอแผ่แม่เบี้ยขู่นาง เมื่อเดินมาจนจะพ้นเขตป่าทึบสู่ถนนที่ได้ยินเสียงชาวบ้านคุยกันและรถม้าที่สัญจรอยู่ริบหรี่
“ไปซะ! ข้าเพียงเดินผ่านทางมาเท่านั้นไม่คิดจะทำอันตรายอันใดเ้าหลีกทางให้ข้าเถอะ" นางจ้องดวงตาแดงเข้มของอสรพิษร้ายอย่างไม่เกรงกลัว
“ฟู่ๆ” เ้าอสรพิษร้ายมันทำเสียงขู่ฟู่หมายเอาชีวิตนาง ส่วนนางก็เตรียมมีดถ้ามันฉกนางก็จะตัดหัวฆ่ามันซะ แต่อยู่มันก็หมอบหัวลงแล้วเลื่อยหนีเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว นางมองตามหางของอสรพิษตัวใหญ่อย่างนึกขบขันสงสัยมันจะกลัวนาคีอย่างฉันแน่ๆ เดี๋ยวนะฉันมาอยู่ในร่างของสนมกุ้ยเฟยไหนเลยจะเป็เ้าแม่นาคีในตำนานไปได้ผิดเื่แล้ว เอาละเลิกไร้สาระรีบออกไปจากป่าก่อนที่จะมีสัตว์ร้ายตัวอื่นโผล่ออกมาอีกครั้ง เดินลัดเลาะจนมาพบข้าวบ้านที่เป็พ่อค้าแม่ค้าหามเล่ที่เดินแบกตะกร้าใบใหญ่บนหลังสามคนเดินคุยกันอยู่ข้างหน้านาง
“ท่านลุง ท่านป้า ข้าขอถามทางไปหมู่บ้านชิวพวกท่านพอจะรู้จักทางไปหรือไม่” นางรีบเข้าไปถามก่อนที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้วันนี้นางต้องได้ความคืบหน้าของเบาะแสไม่มากก็น้อยจะต้องไม่กับไปมือเปล่าเหมือนหลายเดือนที่ผ่านมา
“เ้าจะไปทำอะไรที่นั้นเหรอแม่นาง แต่งตัวไม่เหมือนคนแถวนี้เลยเ้าพึ่งเข้ามาเมืองหลวงรึ”
“พอดีข้าได้ยินเขาลือกันว่าที่นั้นมีหมอเทวดาที่สามารถรักษาได้ทุกโรค ท่านแม่ที่ชราของข้าป่วยหนักหาหมอมารักษามากมายก็รักษาไม่หาย พอข้าได้ยินข่าวว่าหมู่บ้านชิวมีหมอเทวดาข้าเลยรีบออกมาตามหาหมอที่ว่าเ้าค่ะท่านลุง”
“เอ๊ะที่นั้นมีหมอด้วยรึข้ารู้เพียงว่าที่นั้นอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปทางเหนือ เ้าเดินไปพร้อมกับพวกข้าไปตลาดแล้วไปถามเกวียนลารับจ้างจะขึ้นไปหมู่บ้านนั้นตลอดทั้งวัน หมู่บ้านชิวเป็หมู่บ้านที่ปลูกลูกท้อแหล่งใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงผู้คนชอบขึ้นไปซื้อขายลูกท้อที่นั้นกันเดินทางสะดวกนั้นเพียงแต่เ้าต้องมีเงิน แต่ข้าไม่รู้ว่าที่นั้นมีหมอเทวาอาศัยอยู่ด้วย ถ้าหมอเก่งขนาดนั้นข้าจะได้พาภรรยาที่บ้านไปรักษาโรคร่างกายอ่อนแอของนางบ้างแม่นาง”
“ขอบคุณที่บอกทางเ้าค่ะท่านลุง แต่ข้าก็เพียงได้ยินคนจากหมู่บ้านของข้าเล่าลือกันมายังไม่เคยพบท่านหมอผู้นั้นเหมือนกัน แต่ก็อยากไปตามหาจะมีหมอจริงนั้นหรือไม่นั้นยังไม่ทราบแน่ ขอเพียงมีความหวังข้าก็จะทำทุกอย่างเ้าค่ะ” นางแถระดับสิบแสดงละครตลบตาพ่อค้าแม่ค้าหวังว่าจะไม่มีคนสงสัยนางนะ
“เ้าชั่งเป็ลูกที่กตัญญูนักแม่นาง ถ้าข้ามีลูกสาวและจิตใจดีเช่นเ้าคงเป็วาสนานัก”
“ขอบคุณท่านป้าที่ชมเ้าค่ะ” นางเพียงยิ้มขอบคุณ เดินทางไม่นานก็มาถึงตลาดของเมืองหลวง ตลาดเต็มไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของและร้านค้าทั้งแบบวางแผลงขายตามทางเท้า ทั้งมีหน้าร้านใหญ่โต เหลาอาหาร หอสุรา ร้านผ้าพัน ร้านขายเครื่องประดับ บรรยากาศสวยมีมนต์สะกดเหมือนในหนังที่เคยดูในชาติภพก่อน แต่กลิ่นอายที่ััได้ชั่งรู้สึกดีนัก
…………………………………………………………………
ฝากกดติดตามด้วยนะ