ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 2 บทที่ 46 เอาชนะคนเลวด้วยความสามารถที่แท้จริง

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยรู้สึกว่าถ้อยคำพูดของจิ่งเยี่ยนกุยต่อหน้าฟางเสียนจือเมื่อกี้ทำให้หล่อนเสียศักดิ์ศรีอย่างมาก ใบหน้าถึงกับแดงเล็กน้อย แต่ก็ยังตอบว่า “ข้อสอบที่พี่ทำเมื่อกี้ง่ายกว่าข้อสอบนี้ตั้งเยอะ ถ้าหนูทำข้อสอบของพี่ หนูต้องได้เก้าสิบคะแนนขึ้นไปแน่”

            จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มหวานแล้วลงมือลบตัวอักษรที่เขียนด้วยดินสอในข้อสอบที่เธอเพิ่งทำเสร็จ “ได้สิ งั้นเธอลองทำตอนนี้เลย!”

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยฮึดฮัดออกมาเบาๆ แล้วนั่งลงเริ่มทำข้อสอบ ตอนที่ทำข้อสอบปรนัยและเติมคำก็ไม่มีปัญหามากนัก แต่พอถึงโจทย์เรขาคณิตและโจทย์ปัญหาการประยุกต์ด้านหลัง เธอก็ถึงกับงง โจทย์ที่ดูเหมือนง่ายนั้นกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

            โจทย์คณิตศาสตร์แบบนี้ ถ้าทำได้ก็คือได้ ถ้าทำไม่ได้ก็คือไม่ได้ ไม่เหมือนโจทย์วิชาภาษาที่ยังเขียนเยอะๆ เพื่อเรียกคะแนนสงสารได้

            สีหน้าของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเริ่มซีดเซียว เธอต้องการเอาชนะจิ่งเยี่ยนกุยเพื่อให้ฟางเสียนจือประทับใจในความฉลาดของเธอ แต่ข้อสอบฉบับนี้กลับตบหน้าเธออย่างแรง

            ครึ่งชั่วโมงต่อมา จิ่งเยี่ยนกุยพูดเสียงเรียบ “หมดเวลา เก็บข้อสอบ”

            ข้อสอบด้านหลังแทบไม่ได้ทำ อย่าว่าแต่เก้าสิบเลย ห้าสิบคะแนนก็ยังไม่ถึงเลย

            ฟางเสียนจือถือปากกาติ๊กเครื่องหมายถูกผิด ก่อนจะพูดว่า “สี่สิบสามคะแนน”

            จิ่งเยี่ยนกุยหยิบข้อสอบของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยขึ้นมาดู “โอ้โห ไหนล่ะที่บอกว่าจะได้เก้าสิบคะแนน? ได้แค่สี่สิบสามเองเหรอ เสี่ยวเยวี่ย ตอนนี้ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าทุกครั้งที่สอบเสร็จ ตอนนั้นเธอบอกแม่ว่าตัวเองได้สามอันดับแรกของห้อง เธอสอบได้ยังไงกัน”

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยกัดฟันพูดว่า “ยังไงก็ดีกว่าพี่ที่สอบได้ที่โหล่ของห้อง!”

            “ฉันไม่เคยปิดบังเรื่องที่ตัวเองสอบได้ที่โหล่ของห้องเลย ถ้าเธอต้องทำงานหนักอย่างที่ฉันทำทุกวันนะ อย่าว่าแต่สอบได้ที่โหล่เลย ฉันว่าเธอคงเรียนไม่จบด้วยซ้ำ” จิ่งเยี่ยนกุยพูดเสียงเรียบ “ที่เธอวิ่งโร่เข้ามาทำข้อสอบวันนี้ ก็แค่อยากพิสูจน์ว่าตัวเองฉลาดกว่าฉันไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ก็ไม่เห็นจะเก่งเท่าไหร่เลย”

            ตอนที่เธอพูดคำว่า “ก็ไม่เห็นจะเก่งเท่าไหร่เลย” น้ำเสียงก็เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน จิ่งเสี่ยวเยวี่ยพลันโมโหขึ้นมาทันที “จิ่งเยี่ยนกุย แกหมายความว่ายังไง?”

            “ในที่สุดก็เรียกฉันว่าจิ่งเยี่ยนกุยแล้ว” จิ่งเยี่ยนกุยเอามือทาบอก “ปกติเธอชอบเรียกฉันแบบนี้ตลอด วันนี้กลับเสแสร้งเรียกฉันว่าพี่ ฉันตกใจแทบตายเลย ไม่รู้ว่าเธอจะเริ่มบ้าแกล้งฉันเมื่อไหร่อีก”

            ใบหน้าของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยบิดเบี้ยว ถ้าฟางเสียนจือไม่อยู่ตรงนี้ เธอคงลงใส่เดี่ยวจิ่งเยี่ยนกุยไปแล้ว

            ตอนนี้เธอทำได้แค่อดทน ภายในดวงตามีน้ำตาคลอเล็กน้อย “พี่คะ พี่กลั่นแกล้งให้ฉันโกรธแบบนี้ มันสนุกมากหรือไง?”

            พูดจบก็หันไปมองหน้าฟางเสียนจือทั้งน้ำตาคลอ “พี่ฟาง เมื่อกี้พี่ก็เห็นแล้ว พี่สาวของหนูทำอะไรเองไม่เป็น แต่กลับเอาข้อสอบยากๆ มาให้ทำ พอหนูทำไม่ได้ ก็มาแกล้งหนู!”

            ตอนที่พูดเธอก็มองหน้าฟางเสียนจือตลอด ขอแค่เขาแสดงท่าทีว่าเข้าข้างเธอ เธอก็จะกระโจนเข้าไปซบอกเขาทันที

            ปรากฏว่าฟางเสียนจือกลับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “มันเป็นข้อสอบของชั้นมัธยมต้น”

            ใบหน้าของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ฟางเสียนจือยังพูดเสริมว่า “ข้อสอบบทแรกที่เยี่ยนกุยให้เธอทำเป็นข้อสอบของชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม”

            สีหน้าของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยดูไม่ได้เลย ฟางเสียนจือหยิบข้อสอบที่เธอเพิ่งทำเสร็จขึ้นมาดู “ส่วนฉบับนี้เป็นข้อสอบของชั้นมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง”

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยไม่เคยรู้สึกอับอายขนาดนี้มาก่อน เธอทนไม่ไหวจึงหันหลังเดินออกไป

            จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะออกมาอย่างไร้เมตตา ข้อสอบพวกนั้นเป็นของชั้นมัธยมต้นก็จริง แต่เป็นข้อสอบคณิตศาสตร์โอลิมปิก ฟางเสียนจือคิดว่าเธอเรียนคณิตศาสตร์ต้องฝึกวิธีการคิดก่อน ดังนั้นข้อสอบที่นำมาให้จึงเป็นข้อสอบคณิตศาสตร์โอลิมปิกทั้งหมด

            ด้วยระดับของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่แย่ขนาดนั้น คิดจะมาเหยียบย่ำเธอเพื่อสร้างความประทับใจให้ฟางเสียนจือ เรียกได้ว่าเพ้อฝันเสียจริง! ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นคนไม่เอาไหนเรื่องการเรียน แต่ก็ยังซัดจิ่งเสี่ยวเยวี่ยให้เหลือเพียงเศษผงได้ในพริบตา!

            เธอหันไปเห็นฟางเสียนจือมองเธอด้วยรอยยิ้มไม่คล้ายยิ้ม เธอรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองขึ้นมา “มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

            รอยยิ้มในดวงตาของฟางเสียนจือฉายแววลึกซึ้งขึ้น “เปล่า”

            จิ่งเยี่ยนกุยคิดในใจ “ถ้าไม่มีอะไร แล้วมองฉันแบบนั้นทำไม?”

            แต่แล้วหยางหว่านซิ่วก็ตะโกนมาจากข้างนอกว่า “เยี่ยนกุย เสี่ยวฟาง มากินข้าวได้แล้ว!” 

            ตอนที่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยมา เธออยากจะมาห้าม แต่ตอนนั้นเธอกำลังก่อไฟทำกับข้าวอยู่ ไม่สามารถละมือจากเตาได้ หลังจากที่จัดการเรื่องนั้นเสร็จ ก็เห็นจิ่งเสี่ยวเยวี่ยนั่งทำข้อสอบอย่างเรียบร้อย

            หยางหว่านซิ่วรู้ทันความคิดของจิ่งเสี่ยวเยวี่ย ตอนนั้นเธอรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ดีที่จะไล่หลานสาวออกไป จึงกลับไปที่ครัวและทำอาหารต่อ

            แต่ทำอาหารยังไม่ทันเสร็จ ก็เห็นจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเดินออกจากห้องไปพร้อมกับสีหน้าไม่สู้ดี เธอรู้สึกงุนงง จิ่งเยี่ยนกุยกับฟางเสียนจือทำอะไรให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยกลับไปงั้นหรือ?

            หลังจากที่ฟางเสียนจือกลับไปแล้ว หยางหว่านซิ่วก็ถามสิ่งที่กวนใจของเธอ จิ่งเยี่ยนกุยจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าวๆ เธอถึงกับหัวเราะออกมา แต่หลังจากนั้นกลับรู้สึกหม่นหมองลงเล็กน้อย “ถ้าเสี่ยวเยวี่ยยังไม่รู้จักปรับปรุงตัว วันหน้าคงต้องเจอเรื่องใหญ่แน่นอน”

            จิ่งเยี่ยนกุยคิดว่าหยางหว่านซิ่วมีความคิดก้าวหน้ามาก ราวกับรู้ชะตาชีวิตของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยล่วงหน้า

            ชาติที่แล้วจิ่งเสี่ยวเยวี่ยรักความสบาย หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งแรกไม่ติด ต้องเรียนซ้ำอีกหนึ่งปี แต่ก็สอบได้แค่ระดับอนุปริญญา คนอื่นไปโรงเรียนก็ตั้งใจเรียน แต่เธอไปโรงเรียนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับวิศวกรของหน่วยงานแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้โรงเรียน

            วิศวกรคนนั้นแต่งงานแล้ว ภรรยาก็มีเส้นสายและอารมณ์ร้าย อีกทั้งยังจับได้คาหนังคาเขา จึงหย่าขาดจากกันแล้วไล่สามีคนนั้นออกจากบ้านไปโดยไม่ให้อะไรเลย

            ในยุคสมัยนั้น การเกิดเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายมาก ทางโรงเรียนจึงไล่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยออก ส่วนวิศวกรคนนั้นก็ถูกไล่ออกจากที่ทำงานเพราะเรื่องความประพฤติไปด้วย จึงไร้ที่อยู่และสิ้นเนื้อประดาตัว 

            อีกทั้งจิ่งเสี่ยวเยวี่ยไม่ใช่คนที่ทนความลำบากได้ จึงทิ้งวิศวกรคนนั้นไป แล้วยังไปตีสนิทกับเจ้าของบ้านเช่า วิศวกรคนนั้นคิดว่าตัวเองคือรักแท้ของจิ่งเสี่ยวเยวี่ย แต่พอรู้ว่าจิ่งเสี่ยวเยวี่ยไปมีสัมพันธ์กับเจ้าของบ้านเช่า จึงโกรธจนฆ่าจิ่งเสี่ยวเยวี่ยตาย

            เรื่องนี้เป็นที่ฮือฮามากในชาติที่แล้ว และยังขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์

            นิสัยกำหนดชะตาชีวิต ถ้าจิ่งเสี่ยวเยวี่ยยังมีนิสัยและความคิดแบบนี้ วันหนึ่งจะต้องตายด้วยเรื่องแบบนั้นก็ไม่แปลก

            แต่ตอนนี้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยจับจ้องฟางเสียนจืออยู่ ซึ่งทำให้จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกขยะแขยงมาก

            ชาติที่แล้วฟางเสียนจือเป็นคนที่เย็นชามาก ปกติไม่ค่อยได้อยู่ในหมู่บ้าน ทำให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้ ทั้งสองคนเลยแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กัน แต่เพราะว่าเธอได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ รวมถึงมีสัญญาหมั้นกับฟางเสียนจือ คงทำให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยคิดว่าตัวเองอาจมีโอกาสชิงฟางเสียนจือมาเป็นของตนเองได้

            จิ่งเยี่ยนกุยยังรู้ด้วยว่า การย้อนกลับมาเกิดใหม่ของเธอจะก่อให้เกิดปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกและจะเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง จิ่งเสี่ยวเยวี่ยอาจจะไม่ต้องประสบกับชะตาชีวิตแบบชาติที่แล้วก็ได้ แต่ก็อาจจะนำปัญหาใหม่ๆ มาให้เธอเหมือนกัน

            หลังจากที่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยออกจากบ้านเก่าด้วยความโกรธแค้น เจอใครก็อยากจะอาละวาดใส่ ทว่าเรื่องที่เธอแอบอู้วันนี้ก็ทำให้จิ่งเจี้ยนกั๋วโกรธเหมือนกัน พอตอนนี้เขาเห็นเธอกำลังเดินผ่านคันนาก็รีบร้องเรียกทันใด “แกจะไปไหน? ยังไม่รีบมาดำนาอีก!”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663