ในเช้าวันพุธ, รัฐภูมิตื่นแต่เช้าเป็พิเศษ
เขาสำรวจค่าสถานะของเขาตามปรกติ
ตอนนี้ทักษะร้องเพลงของเขาไปถึงขั้นที่ 5
แล้ว เขาไม่รู้ว่าคะแนนนี้เต็ม 10 หรือ 100
แต่อย่างน้อยเขาควรไปให้ถึงขั้น 10 ก่อน
เมื่อวานเขาคุยกับผู้จัดการหลายเื่รวมไปถึงเื่เพลงใหม่ที่เขาจะเขียนให้ด้วย
เพลงที่เขาเตรียมไว้สำหรับเธอคือเพลงประจำตัวของเพื่อนสนิทเขาที่เวลาไปร้องคาราโอเกะ
"อยากร้องดังดัง"
เป็เพลงที่ อีฟ ปานเจริญ หรือ ปาล์มมี่
ในโลกของเขาร้อง เป็เพลงแจ้งเกิดของเธออีกต่างหาก โลกนี้ไม่มีเพลงนี้อยู่
แต่ปาล์มมี่สมัยสาวนั้นมีอยู่ที่โลกนี้
เขาคิดว่าเพลงนี้ล่ะที่เหมาะกับเธอไม่ใช่เพลง สามซ่าที่บริษัทอย่างให้เธอร้อง
เขาค่อยๆ จดจำรายละเอียดของเพลง
และเริ่มเขียนลงสมุดบันทึก "ไม่รู้ว่าเป็อะไร
คล้ายคล้ายโลกมันเปลี่ยนไป...."
เมื่อเขาเขียนเสร็จ
ก็นึกไปถึงเงินที่เมื่อวานผู้จัดการให้เขามาเป็เงิน 20,000
บาท แต่จะไปหักรายได้ของเขาในอนาคต
แต่ว่าเส้นทางที่เขาเดินกลับมาที่พักเขาลืมแวะธนาคาร
เขาจำเป็ต้องหาตู้ ATM ใกล้ๆ นี้เพื่อถอนเงินออกมา
ทัศนคติของรัฐภูมิที่มีต่อเงินสามารถอธิบายได้จากสีหน้าของเขาเวลากดเงินออกจากตู้
ATM แววตาของเขาประดุจคนที่คนพบสัจธรรม
เขากำลังจะเรียก Grab เพื่อไปบริษัท
แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน และสายที่เรียกเข้ามาคือ
"แม่"
รัฐภูมิที่มาอาศัยอยู่ในร่างของลูกชายเขานั้น
ไม่อยากจะเจอกับแม่ของเ้าของร่างคนเดิมในตอนแรก แต่การอยู่ในร่างนี้นานๆ
ทำให้เขายอมรับว่าเขาไม่อาจกลับไปที่โลกเดิมได้แล้ว
เขาจึงต้องใช้ชีวิตให้สมบทบาทในโลกนี้
เขาไม่ลังเลที่จะรับโทรศัพท์
แต่แม่ไม่ได้รอให้รัฐภูมิมีโอกาสพูด: ให้เดาว่าตอนนี้แม่อยู่ที่ไหน? "
รัฐภูมิมีลางสังหรณ์ว่าแม่เขามาแล้ว:
"คุณไม่ควรมาที่กรุงเทพ"
"โอ้, ฉลาดจริงๆ
แม่อยู่ที่สถานีรถไฟบางซื่อ ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน เดี๋ยวแม่จะไปหา"
แม่เป็คนร่าเริงและมองโลกในแง่ดี
อย่างไรก็ตามการบุกมาหาลูกแบบที่ไม่ให้ตั้งตัวก็ทำให้เขารู้สึกลำบากใจเหมือนกัน
รัฐภูมิตัดสินใจว่าเขาต้องไปรับแม่
เขาเปลี่ยนหมุดปลายทางใน Grab ไปที่สถานีรถไฟบางซื่อ
..........
ปาล์มมี่ที่ตอนนี้กำลังฝึกร้องเพลงใหม่ของเธอที่พี่อ้อยเป็คนแต่งให้
อย่างตั้งใจ
แต่ในใจของเธอนั้นเพลงแนวนี้ยังไม่ใช่สำหรับเธอ
มันดูไม่เป็ตัวของเธอเอง
มีหลายครั้งที่เธออยากจะลองบอกพี่อ้อยและผู้จัดการกวงว่าขอเปลี่ยนสไตล์เพลงได้ไหม
แต่เธอรู้ฉากจบของคำถามนี้ดีกว่าใคร
ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนได้
บริษัทลงทุนไปกับการร้องเพลงของเธอจำนวนมหาศาล
และตอนนี้เธอก็ร้องเพลงนี้ได้เป็อย่างดีแล้ว
..........
หลังจากที่เขามาถึงสถานีรถไฟ
เขารีบโทรหาแม่เพื่อมารับเธอ
แต่ก็ต้องหาอยู่นานเพราะแม่ไม่คุ้นกับอะไรสักอย่างการสอบถามจุดที่แม่ยืนรอจึงเป็ไปได้ยากมาก
อย่างไรก็ตาม, เขาดีใจมากที่เขามารับแม่ ไม่งั้นตัดสินจากเหตุการณ์เมื่อกี้ให้แม่มาหาเองไม่น่าจะหาเขาเจอได้
ในรถเขาและแม่
พูดคุยกันเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขา
แม่ได้รู้แล้วว่าได้รับเลือกให้อยู่ในกลุ่มสมาชิกสามคน และกำลังจะเข้าร่วมใน
"Artist Trainee"
แม่ของเขาดีใจมาก นี่เป็ครั้งแรกในรอบ 2
ปีที่เขามีข่าวดีเกี่ยวกับงาน ปรกติแล้วจะมีแต่ขอเงินใช้
มีแค่พักหลังมานี้ที่ลูกของเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองในทิศทางที่ดีขึ้น
แม่แกล้งหยอกเขา
"เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งไม่โทรบอกอะไรแม่แล้วนะ
เมื่อก่อนนิดหน่อยก็รีบบอก"
รัฐภูมิทำได้เพียงแค่อธิบายอย่างอดทน:
"่นี้ผมยุ่งมากๆ ผมเลยลืมไปและเมื่อผมเห็นแม่มาที่กรุงเทพผมเลยรีบมารับแม่
ต่อไปผมสัญญาว่าจะโทรหาแม่ทุกสัปดาห์"
แม่ของเขาคลายกังวลและตอบกลับ"ไม่ต้องโทรมาทุกสัปดาห์หรอก
แค่มีเื่ใหญ่ๆ ก็บอกกันบ้าง"
เขารู้สึกได้ว่าแม่คงทะเลาะกับพ่อ
ในความทรงจำของเ้าของร่างเก่านั้น แม่และพ่อของเขาทะเลาะกันบ่อย
รัฐภูมิแอบส่งข้อความไปหาพ่อและบอกว่าแม่มาที่กรุงเทพ
เขาอยู่กับแม่แล้ว ไม่ต้องกังวล
........
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
และหมายเลขผู้โทรคือ “ผู้จัดการ”
ผู้จัดการโทรตามเขา:
"รีบขึ้นไปที่สตูดิโอที่ชั้นแปดของบริษัท วันนี้พี่อ้อยมีเวลาว่างที่จะช่วยคุณทำเดโมให้เสร็จ"
รัฐภูมิไม่ได้บ่นเกี่ยวกับการเรียกเขาบริษัทที่คาดเดาไม่ได้แบบนี้
เพราะมันมีเหมือนกันในทุกวงการ ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่สูง
หัวหน้าจะสามารถเรียกคุณได้เสมอ
เขาดูเวลาและคำนวณแล้ว
ถ้าเขาส่งแม่กลับบ้านและไปบริษัท เขาจะไปไม่ทันแน่ๆ
แต่การส่งแม่กลับบ้านอาจทำให้แม่ไม่สบายใจ เพราะเวลานี้แม่อาจ้าเพื่อน
แต่ถ้าพาแม่ไปด้วยเขากลัว พี่อ้อย และ ผู้จัดการ จะไม่พอใจ
แม้ว่าเขาจะรู้ว่ามันไม่เหมาะสม
แต่เขาก็ยังพาแม่ของเขาไปที่สตูดิโอบันทึกเสียงชั้นแปด
โชคดีที่พี่อ้อยและผู้จัดการยังไม่มา
หลังจากที่ผู้จัดการมาถึง, เขาอธิบายกับผู้จัดการว่าทำไมเขาถึงพาแม่มาที่นี่
ผู้จัดการก็ใจดีและทักทายแม่ของเขา
ผู้จัดการเรียก นิภา และปล่อยให้
นิภาอยู่เป็เพื่อนแม่ของเขา
รัฐภูมิรู้สึกขอบคุณผู้จัดการมากและนับถือเขามากขึ้น
เป็การยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว **** ในสตูดิโอไม่สะดวก
ในทางกลับกันฉันซื้อหัวใจของตัวเองและของแม่ ฉันรู้สึกว่าถ้าฉัน้าออกจาก
ผู้จัดการ ในอนาคตถ้าฉันไปหาตัวแทนคนอื่นแม่ของเธออาจจะพูดจากมุมมองของ ผู้จัดการ
เมื่อทุกอย่างถูกจัดสรรเรียบร้อย
รัฐภูมิก็เตรียมบันทึกเพลง เขาไม่รู้อะไรมากนักเพราะเขาเป็เด็กฝึกหัดที่ไม่เคยอัดเพลงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เนื่องจาก "เพลงของขวัญ"
เป็ของ รัฐภูมิ เขาจึงได้เลือกจังหวะของเพลงด้วยตัวเอง
การบันทึกเป็ไปอย่างราบรื่นและซาวด์เอ็นจิเนียร์รู้สึกประหลาดใจที่การบันทึกเสียงครั้งแรกของ
รัฐภูมิ มันอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะการร้องเพลงปรกติและการร้องเพลงในห้องอัดยังคงมีความแตกต่างกันมากโดยเฉพาะอีกฝ่ายเป็แค่เด็กที่เพิ่งเข้าห้องอัดครั้งแรก
เขาไม่ตื่นสนามเลย และเข้าใจเพลงที่เขาร้องเป็อย่างดี จังหวะต่างๆของเสียง
เขากับจังหวะตัวโน๊ตสุดๆ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย
ผู้จัดการก็ได้รับข่าวของปาล์มมี่
ทำให้เขาต้องรีบร้อนออกจากห้องไป เขาเรียกพี่อ้อยและรัฐภูมิ
ตามไปที่สนามบินกับเขาด้วย