ตอนที่ 22 : ข้าขอโทษ... ข้าทำเขาหลุดมือ
“เคล็ดวิชานี้… ใช้ได้นี่นา!!! แต่ถ้าใครกล้าเข้ามาอีก ข้ารับรองได้ว่า ข้าคงจะใ จนเผลอออกแรงที่มือมากไป อาจทำให้คุณชายม๋ออู๋เสีย ต้องตายก็เป็ได้” รันฟงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“เ้า... เ้า!!! ทุกคนถอยออกมาก่อน... ม๋อฟาหยางเ้าก็จงรีบถอยออกมาซะ!!!” ประมุขม๋อเป่ยโกรธจนหน้าแดง รีบะโออกไปทันที... ม๋อฟาหยางดูเหมือนจะลังเลว่าจะถอยดีหรือไม่
รันฟงเทียนยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ม๋อฟาหยางข้าได้ยินข่าวลือ ในเมืองมาเมื่อเช้า ว่าเ้านอนทับบนตัว ของภรรยาท่านประมุขม๋อเป่ยนี่ แถมตอนนี้ยังทำร้าย บุตรชายของเขาอีก เ้าช่างยอดเยี่ยมนัก... ส่วนเคล็ดวิชาที่เ้าใช้ ดูเหมือนจะทำให้ฝีมือของเ้านั้น สูงมากกว่าท่านประมุขม๋อเป่ยไปแล้ว”
ประมุขม๋อเป่ยหันมามอง ม๋อฟาหยางด้วยสายตาที่เ็าขึ้น
“เ้า... เ้า...!!! อย่าพูดจาไร้สาระ ข้าจงรักภักดีต่อท่านประมุขเสมอมา ทั้งหมดเป็เพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น” ม๋อฟาหยางรีบกล่าวปฏิเสธทันที
“เหรอ!!! ข้าเชื่อเ้าก็ได้ เหตุบังเอิญมักเกิดขึ้นกับคน ๆ เดียวเสมอ!!!” รันฟงเทียนกล่าวและพยักหน้าอย่างเชิงว่าเข้าใจ
ม๋อเจียนเจี๋ยที่ยืนคุมเชิง เชี่ยหลีเนียงอยู่ ก็หันมามองที่รันฟงเทียน แล้วขมวดคิ้ว เพราะั้แ่เริ่มต่อสู้ เขายังไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่า รันฟงเทียนใช้วิชาท่าร่างชนิดใด
“อ่า... อ่า... อ๊อก!!! ท่านพ่อช่วยข้าด้วย” ม๋ออู๋เสียฝืนพูดอย่างยากลำบาก... เขารู้สึกว่ากางเกงเริ่มเปียกแล้ว กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์โชยออกมา ลอยเข้าสู่จมูกของรันฟงเทียน
รันฟงเทียนที่สูดกลิ่นเหม็น จากตัวม๋ออู๋เสียเข้าไป จึงพลั้งมือโยนเขา ทิ้งออกไปทันที
“ตุบ!!!”
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้แต่นั่งเงียบ ไม่มีใครกล้าขยับ เพราะไม่มีใครรู้ว่ารันฟงเทียน จะใช้ลูกไม้อะไรอีก ถึงกล้าโยนม๋ออู๋เสียออกมาเอง
รันฟงเทียนตั้งสติได้ จึงเดินไปดึงเชี่ยอิงอิง ไปอยู่ด้านหลังของเชี่ยหลีเนียง และรีบกล่าวว่า “ท่านป้าเชี่ย ขอโทษด้วย… ข้าทำเขาหลุดมือ โปรดปกป้องข้าด้วย”
เชี่ยหลีเนียงคิ้วกระตุก ในใจคิดอยากจะตี เ้าเด็กคนนี้ใจจะขาด กล่าวขึ้นมาว่า
“เฮ้อ!!! ช่างเถอะ เ้าก็เล่นสนุกมาพอแล้ว ข้ารู้ว่าจริง ๆ ถ้าเ้าอยากจะหนี ก็คงไม่มีใครในที่แห่งนี้ หยุดเ้าได้จริงหรือไม่”
รันฟงเทียนยักไหล่และจูงมือเชี่ยอิงอิง จากนั้นก็กล่าวว่า “ตระกูลม๋อ… พวกเ้า้าอะไรจากข้าอีกหรือ เงินข้าก็จ่ายให้พวกเ้าไปแล้ว จำนวนเงินสิบห้าล้านเหรียญทองนั่น ยังไม่พอชดเชยทรัพยากร ที่ข้าและน้องอิงเคยใช้อีกงั้นรึ ทำไมพวกเ้าถึงยังตามราวีข้าไม่เลิกรา ข้าบอกพวกเ้าไปแล้วว่า ต่อจากนี้ข้าไม่ใช่ ม๋อเทียน แต่ข้าคือ รันฟงเทียน และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเ้าอีก”
“หุบปาก!!! เด็กน้อยอย่างเ้า จะไปเข้าใจอะไรได้ ตระกูลม๋อไม่ใช่ที่ที่เ้า จะมาหาประโยชน์ และพาคนในตระกูลของข้า แยกจากออกไปได้ตามใจชอบ” ม๋อเจียนเจี๋ยกล่าวอย่างชอบธรรม
หลาย ๆ ตระกูลที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ ก็พยักหน้าให้กับคำกล่าว ของม๋อเจียนเจี๋ย แต่มีบางคนในตระกูลม๋อ ที่รับรู้เื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็อย่างดี จึงได้แต่พากันก้มหน้าอย่างละอายใจ
“ม๋อเจียนเจี๋ย... ข้า... รันฟงเทียนเป็คนมีคุณธรรมมากพอ!!! ใครดีกับข้า ข้าก็ดีตอบ!!! ใครร้ายกับข้า ข้าก็จะเหยียบพวกมันให้จมดิน!!! เ้าก็เหมือนผีออกมาจากหลุม ทำตัวเป็คนดีมีคุณธรรม!!!”
“เ้ารู้เื่ของข้ามากแค่ไหนกัน!!! ตอนที่ข้าถูกตามไล่ล่า ที่นอกเมืองจนต้องาเ็สาหัส พลังยุทธเกือบจะสูญสลาย หายไปจนหมดสิ้น เ้าอยู่ที่ไหน!!! พวกเ้าพยายามปกป้องข้าหรือไม่??? พวกเ้าทำเหมือนกับข้า เป็กองมูลสัตว์กองหนึ่ง!!! มีแต่ท่านป้าเชี่ยเท่านั้น ที่ออกไปตามหาโอสถจากเมืองอื่น เพื่อนำมันมารักษาข้า!!! สุดท้ายก็พวกเ้าอีกนั่นแหละ ที่แย่งโอสถเม็ดนั้นไปให้แก่ม๋ออู๋เสีย เพื่อเพิ่มพลังปราณให้กับมัน”
“พวกเ้ายังจะบอกว่าข้า คือคนไร้ประโยชน์ แทบจะโยนข้า ออกจากตระกูลด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้ ข้าต้องยอมรับชะตากรรม ที่พวกเ้าเขียนให้ข้าหรืออย่างไร”
“พอกันที... ตระกูลม๋อ ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว กับความไม่เป็ธรรมของพวกเ้า!!! ข้าจึงเลือกเดินจากมาอย่างโดยดี… ชะตากรรมของข้า ข้าจะต้องเป็ผู้เขียนมันขึ้นมาด้วยตนเองเท่านั้น”
“ฟังให้ดีตระกูลม๋อ... ข้ารันฟงเทียน!!! ถ้าพวกเ้ายังไม่หยุด ข้าจะลงมือสังหารใครก็ตาม ที่เข้ามาขวางเส้นทางของข้า ข้าจะไม่มีความปราณีกับผู้ใดอีกต่อไป ท่านป้าเชี่ยข้าขอโทษ แต่ข้าคงทนได้เท่านี้จริง ๆ ” รันฟงเทียนแววตาแปรเปลี่ยน จากที่ดูสนุก กลับกลายเป็คนเ็า จนน่าขนลุก แม้แต่เชี่ยอิงอิง ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นางยังรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว
รัศมีพลังปราณของรันฟงเทียน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันแผ่กระจายราวกับพายุ ผู้ที่มีพลังยุทธขอบเขตก่อเกิดกายาทั้งหมด ต่างทรุดลงกับพื้นทันทีที่สบตาเขา
เ้าเมืองจันทร์ล่องที่นั่งชมเื่ราวอยู่ ถึงกับใพลันลุกขึ้นทันที เมื่อได้ัักับแรงกดดันของเขา
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น ต่างมองตระกูลม๋อ ด้วยสายตาที่ดูแคลน เมื่อทราบความจริง จากปากของรันฟงเทียน
“นี่ใช่ตระกูลม๋อที่สูงส่งจริง ๆ งั้นหรือ”
“ข้าไม่ชอบั้แ่ที่พวกมันคอยข่มเหงผู้คนแล้ว”
“.........”
เสียงซุบซิบนินทาของชาวเมือง ดังขึ้นเรื่อย ๆ ความคิดของพวกเขาส่วนใหญ่นั้น ชื่นชมรันฟงเทียนเป็อย่างมาก ที่กล้าลุกขึ้นสู้โดยไม่เกรงกลัวความตาย
ม๋อเจียนเจี๋ยตอนนี้ ทั้งโกรธ ทั้งผิดหวังต่อตระกูลม๋อ เขาหันไปมองม๋อเป่ย!!! แต่ม๋อเป่ยกลับหลบตาของเขาทันที นั่นหมายความว่า สิ่งที่รันฟงเทียนกล่าวมาทั้งหมดนั้น ล้วนแต่เป็ความจริง เขาถอนลมหายใจและกล่าวขึ้นว่า
“เฮ้อ!!! เ้าเด็กเปรตเ้าไปได้... แต่เชี่ยหลีเนียงต้องอยู่”
“ไม่!!! ท่านป้าเชี่ยต้องไปกับข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้ตระกูลม๋อ ที่ไร้ซึ่งความยุติธรรม มารังแกครอบครัวที่เหลืออยู่ของข้า” รันฟงเทียนกำลังจะเดินมาด้านหน้า ก็มีมือหนึ่งมาจับไหล่เขาไว้และกล่าวว่า
“ม๋อเจียนเจี๋ย... เ้า้าอะไร!!! เ้าจงอย่าบีบบังคับข้า เพราะข้าก็ไม่อยาก ทำร้ายคนในตระกูลม๋อ และข้าก็ไม่มีปัญญาไปหยุด เ้าเด็กน้อยคนนี้ด้วย เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ยังเป็บทเรียนไม่พอสำหรับเ้าอีกหรือ เ้าก็แก่มากแล้วน่าจะคิดได้ ถ้าเขา้าฆ่าพวกเ้าจริง ๆ ป่านนี้พวกเ้า คงตายกันไปหมดแล้ว คงไม่มีหน้ามายืน อยู่ตรงนี้ได้หรอก” เชี่ยหลีเนียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
เ้าเมืองส่วนใหญ่ไม่ใช่คนโง่ พลันเข้าใจทันทีว่า เหตุการณ์ในตระกูลม๋อเมื่อคืนเกิดจากใคร เมื่อรู้ความจริงทุกคนต่างหนาวสั่น เพราะความสามารถของรันฟงเทียนนั้น น่าตกตะลึงจนเกินไป นี่... ถ้าเขาไม่พอใจตระกูลไหน... แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว
“เห๊อะ!!! เชี่ยหลีเนียง ในทวีปแห่งนี้ ใครหมัดใหญ่กว่าถึงจะมีสิทธิ์พูด!!!” ม๋อเจียนเจี๋ยกล่าว พร้อมพุ่งตัวเข้าใส่เชี่ยหลีเนียงทันที
“เพลงดาบสายลม”
เพลงดาบอันรวดเร็วดั่งสายลมพัดผ่าน เป็การวาดใส่ โดยไม่มีการพลิกแพลงการใช้กระบวนท่าแต่อย่างใด
เมื่อเพลงดาบใกล้จะถึง ตัวของเชี่ยหลีเนียง นางจึงยกกระบี่ขึ้น ออกกระบวนท่า ที่เหมือนกับสายน้ำ... กระบี่และดาบปะทะกัน ประกายแสงสีเขียวและสีฟ้า แผ่ลุกลามไปเบื้องหน้าพร้อมด้วยเสียงดัง
“เคร้งงง”
ดาบของม๋อเจียนเจี๋ย กลับเป็ฝ่ายเบนเบือนไป สีหน้าของเขานั้น แสดงอาการเ็ปรวดร้าว เมื่อร่างท่อนบนของเขา ถูกพลังปราณที่แฝงมา กับเพลงกระบี่ของฝ่ายตรงข้าม อัดกระแทกจนถอยร่น
เชี่ยหลีเนียงแสดงสีหน้าเรียบเฉย พร้อมทั้งปล่อยฝ่ามือข้างซ้ายออกมา ฝ่ามือนี้เคลือบประกายแสงสีฟ้า เป็ชั้น ๆ อัดกระแทกเข้า ตรงหน้าท้องของม๋อเจียนเจี๋ย ทว่าครานี้ มิใช่เพียงฝ่ามือธรรมดา ฝ่ามือข้างซ้ายของนาง ใช้ออกกระบวนท่า ที่นางเพิ่งทำความเข้าใจ ก่อนที่จะออกจากโรงเตี๊ยม
“ฝ่ามือคลื่นวารี !!!”
“ตู้มมมมม!!!”
ฝ่ามือโจมตีเข้าตรงตำแหน่ง หน้าท้องของม๋อเจียนเจี๋ย และจมลึกลงไป สีหน้าของม๋อเจียนเจี๋ย พลันแปรเปลี่ยนเป็ซีดขาว ราวกับกระดาษในฉับพลัน เขาถูกกระแทกลอยถอยไป พร้อมเสียงครวญครางแ่เบา ร่างของเขาหมุนคว้าง กลางอากาศหลายรอบ ก่อนกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง
“พรวด!!!”
โลหิตในช่องอกของเขาปั่นป่วน เขาถึงกับอาเจียนเืออกมา เป็เส้นสาย ใบหน้าคว่ำลงบนพื้น พร้อมด้วยสองมือ กอบกุมอยู่ตรงตำแหน่งท้องน้อย ไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกต่อไป
“ผู้าุโสูงสุด!!!”
“ท่านม๋อเจียนเจี๋ย!!!”
ผู้าุโตระกูลม๋อสองคน รีบเร่งมาช่วยพยุงม๋อเจียนเจี๋ย... ออกมาทางกลุ่มตระกูลม๋อ ทุกคนในตระกูลม๋อ ล้วนรู้สึกวุ่นวายในจิตใจ เพราะม๋อเจียนเจี๋ยนั้น มีอายุมากกว่าเชี่ยหลีเนียง ในขณะเดียวกันเ้าเมืองจันทร์ล่อง ก็ััพลังปราณของเชี่ยหลีเนียงได้ และอุทานว่า “พลังปราณระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดจิต เป็ไปได้อย่างไร หรือว่าจริง ๆ แล้ว นางซ่อนพลังปราณมาโดยตลอด”
เสียงของเ้าเมืองจันทร์ล่อง ดังพอที่จะทำให้ทุกคนได้ยิน แต่ถึงกระนั้น… ความแปลกใจก็ไม่ได้มีแค่ การที่นางซ่อนพลังปราณไว้ แต่ว่าระดับพลังของม๋อเจียนเจี๋ยนั้น ก็อยู่ที่ระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดจิตเช่นกัน แม้ว่าเขาอาจจะไม่สามารถเอาชนะนางได้ แต่เขาก็น่าจะต้านทานไว้ได้ชั่วระยะหนึ่ง ทว่าเมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากัน แค่กระบวนท่าแรก ม๋อเจียนเจี๋ยกลับถูกทำร้ายอย่างสาหัส
“ยังมีใครอีกหรือไม่!!! ที่จะขวางพวกข้า” เชี่ยหลีเนียงะโออกไป การต่อสู้กับม๋อเจียนเจี๋ยนั้น ั้แ่ต้นจนจบ มันมิได้สิ้นเปลืองเรี่ยวแรง ของนางเลยแม้แต่น้อย
การถูกโค่นลงภายในสองกระบวนท่า สร้างความวิตกกังวล แก่ตระกูลม๋อทั้งหมด ไม่มีผู้ใดหาญกล้า ออกมาเผชิญหน้ากับนาง นี่ล้วนสืบเนื่องมาจากม๋อเจียนเจี๋ย ที่นับว่าเป็ผู้มีพลัง และฝีมือแข็งแกร่งที่สุด ในบรรดาผู้าุโของตระกูลม๋อ ถ้าเหล่าผู้าุโคนอื่น ๆ ยังดึงดันต่อไป ก็มีแต่จะสร้างความอัปยศ ให้แก่ตนเองเพิ่มขึ้นก็เท่านั้น
“เอาล่ะ!!! เชี่ยหลีเนียงและรันฟงเทียน เ้าจากไปได้แต่ม๋ออิงต้องอยู่ต่อ เพราะนางก็มีสายเืตระกูลม๋อเช่นกัน ถ้า้าออกไปจากตระกูล ก็จะต้องประลองกับรุ่นเยาว์ ทั้งหมดให้ชนะเสียก่อน” ประมุขม๋อเป่ยกล่าวและอมยิ้ม
เขาคิดจะรั้งเชี่ยอิงอิง เพื่อให้เชี่ยหลีเนียงอยู่ในตระกูลต่อ เพราะพลังยุทธของนางมีมากที่สุด ถ้าเป็ฝ่ายเดียวกัน รวมกับผู้าุโสูงสุด เมืองจันทร์ล่องก็ต้องตกเป็ของเขา
รันฟงเทียนขมวดคิ้ว เขารู้ว่าม๋อเป่ยคิดอะไร แต่เขาก็พยักหน้าให้เชี่ยอิงอิง นางเห็นดังนั้น ก็เดินออกมาด้านหน้า และกล่าวว่า “ข้าพร้อมแล้ว ใครจะเป็คนแรก??? ”
“ข้าเอง!!! ม๋อห่าวหราน อายุ 16 ระดับ 8 ขอบเขตก่อเกิดกายา โปรดชี้แนะด้วยน้องม๋ออิง” ม๋อห่าวหรานเดินออกมา เพื่อที่จะเอาคืนเชี่ยหลีเนียง