สัปดาห์ต่อมา
เช้านี้คุณนายลัดดาปลุกลูกชายให้เข้ากรุงเทพ ฯ พร้อมกันเพื่อไปแนะนำตัวกับเ้าของเวดดิ้งสตูดิโอที่เป็เพื่อนของคุณนายลัดดาตามที่บอกกับลูกไว้เมื่อวาน
รถเอสยูวีสีดำเคลื่อนออกจากอำเภอปากช่อง มุ่งหน้าสู่กรุงเทพ ฯ เมืองฟ้าอมรโดยมีคุณนายลัดดาที่รับหน้าที่ขับรถเสียเองเพราะเกรงว่าลูกยังไม่คุ้นชินกับการขับรถชิดซ้ายตามกฎจราจรของเมืองไทย ซึ่งแตกต่างกับฝรั่งเศสที่ลูกเคยอยู่มาถึง4 ปี
“แม่...ผมยังไม่อยากทำงานประจำเลย เป็ Freelance ก็ได้นะ รับเป็
จ็อบ ๆ ไป” ลูกชายที่นั่งข้าง ๆ เริ่มต่อรอง
“ทำงานอยู่สตูดิโอเพื่อนฉันนี่แหละเพื่อนฉันเขา้าช่างภาพเพิ่มอยู่พอดี สตูดิโอเขาก็ใหญ่โตไม่ได้ไก่กา”
ก่อนที่ลูกชายจะกลับมาจากฝรั่งเศส แม่ลัดดาได้ไปงานเลี้ยงรุ่นมหาวิทยาลัยได้พบเพื่อนเก่าหลายคน ก่อนจะคุยกับเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็เ้าของสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงานจึงถือโอกาสฝากฝังลูกชายเอาไว้ และเพื่อนก็สนใจเพราะกำลัง้าช่างภาพอยู่พอดี
ที่ Love Lovestudio
คุณนายลัดดาขับรถเอสยูวีคันสีดำเลี้ยวเข้าที่จอดรถด้านหลังLOVE LOVE STUDIO และขอเข้าพบคุณวงเดือนเ้าของเวดดิ้งสตูดิโอแห่งนี้
เมื่อสองสาวยุค 70 ได้เจอกันความเม้าท์มอยจึงบังเกิด ลูกชายได้เพียงนั่งอ้าปากหวอฟังแม่ ๆ พูดคุยกันอย่างออกรสย้อนอดีตสมัยสาว ๆ กระทั่ง ครีมทาหน้าเด้ง ไปจนถึงเครื่องรางของขลังวัดไหนดังก็ยังเอามาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อกันในขณะที่เขากำลังนั่งเขียนใบสมัครงานที่ฝ่ายบุคคลเพิ่งนำเอกสารเข้ามาให้สาบานได้ว่านี่คือการสมัครงาน
“เดือนฉันฝากลูกด้วยก็แล้วกันแนะนำอะไรมันได้ก็แนะนำมันเลย”
“แหม...โชคดีของฉันที่ได้ช่างภาพมือดีจาก มารี่แคลร์ เลยนะ แต่ฉันสงสัยเธอจริง ๆ ทำไมไม่ให้ลูกไปเป็ช่างภาพนิตยสารดังๆในเมืองไทยก็มีตั้งหลายเล่ม”
แน่นอนว่างานนี้คุณนายลัดดาไม่พลาดที่จะหนีบผลงานลูกชายและนิตยสารที่ลูกชายเคยเป็ช่างภาพมาก่อน เอามาอวดเพื่อน เดี๋ยวจะหาว่าคุยต้องหนีบเอาหลักฐานมาด้วย
สัญญาณโทรศัพท์ของชายหนุ่มที่ตั้งแบบสั่นเอาไว้ส่งสัญญาณขึ้นเขาหยิบมันออกมาก่อนจะขออนุญาตผู้ใหญ่ทั้งสองที่กำลังคุยกันอย่างถูกคอออกไปรับโทรศัพท์
“โทษนะครับผมขอไปรับโทรศัพท์แป๊บหนึ่งพอดีเพื่อนโทรเข้ามา” ผู้ใหญ่ทั้งสองพยักหน้า
เมื่อลูกชายก้าวเดินออกไปพ้นประตูห้องผู้เป็แม่จึงกระซิบกระซาบกับเพื่อนสนิทว่า
“บอกตามตรงนะฉันกลัวมันมีเมียเป็นางแบบ เธอเข้าใจหัวอกแม่ใช่มั้ย”ถึงแม้จะมีสามีเป็อเมริกันชนแต่ด้วยความที่ตัวเองเป็คนไทยและเห็นความต่างของวิถีชีวิตของชนชาติอื่นแล้วถ้าเลือกได้ก็อยากได้ลูกสะใภ้คนไทยมากกว่า เพราะดูจะเข้าถึงจิตใจของคนไทยด้วยกันดีกว่า
“แหม...ถ้ายายดาวยังไม่แต่งงานฉันก็จะยกให้เป็ลูกสะใภ้เธออยู่หรอก”
“เป็เ้านายลูกฉันแหละดีแล้วมันเกเรก็ดุว่ามันได้”
“อย่าไปกะเกณฑ์อะไรกับลูกมันเลยดา เขาโตกันหมดแล้วเราเลี้ยงได้ก็เลี้ยงแต่ตัวนั่นแหละ”
“แหมพูดก็พูดได้ แต่ทำเข้าจริง ๆ ก็ยากนะเธอ เออ ฉันว่าจะไปดูคอนโดใกล้ ๆ แถวนี้จะได้มีที่พักเป็เื่เป็ราว ถ้าซื้อเป็บ้านก็ดูจะไกลเกินไปกว่าจะเข้ามาทำงานก็ต้องเจอปัญหารถติดอีกหาที่อยู่ใกล้ ๆ ให้ลูกนี่แหละจะได้เดินทางสะดวก”
“ตรงนี้มีคอนโดเพิ่งสร้างใหม่มีเหลืออยู่ไม่กี่ยูนิต ชื่อคอนโดมายสเปซเห็นดีไซน์เนอร์ของเราก็อยู่ที่นั่นสังคมที่นั่นก็ใช้ได้นะ ราคาก็ไม่แพงมาก ระบบสาธารณูปโภคเขาก็ดีเธอลองไปดูสินี่โครงการนี้” คุณวงเดือนแนะนำพร้อมกับเปิดสมาร์ตโฟนหาข้อมูลคอนโดที่พูดถึงก่อนจะยื่นให้เพื่อนดู
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ร่างสูงจะดันประตูเข้ามานั่งเก้าอี้เดิม
“ว่ายังไงเรา จะมาทำงานให้น้าได้ตอนไหนนี่จะใกล้่คนแต่งงานแล้วงานจะชุกหน่อยต้องให้ช่างภาพอย่างเธอเข้ามาช่วยแล้วล่ะ”คุณวงเดือนหันมาคุยด้วย “เริ่มเดือนหน้าเลยไหม เลยอาทิตย์หน้านี้ก็เดือนใหม่แล้วนะ”
“ได้ครับ แต่ผมขอเข้าช้าสัก 2-3 วันนะครับ”การตัดสินใจของลูกชายทำเอาผู้เป็แม่หันมามองอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ได้ฉันจะรอเธอนะ” คุณวงเดือนพยักหน้ายิ้มรับ
“ทำไมต้องรอ 2-3 วันแกก็เข้าให้มันตรงวันต้นเดือนเลยซิ เขาจะได้ตัดเงินเดือนได้ง่ายๆ” คุณนายลัดดาแย้งขึ้นแม้จะโล่งใจที่ลูกเลือกทำงานที่นี่ ดีกว่าเลือกเป็ฟรีแลนซ์เหมือนอย่างที่คุยกันมาในรถเมื่อเช้าแต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าอะไรหนอที่ทำให้ลูกเปลี่ยนใจ
“ไม่มีปัญหาหรอกน่า ต้องให้เขาปรับตัวก่อนอยู่ฝรั่งเศสตั้ง 4 ปี มาเมืองไทยไม่ถึงอาทิตย์แม่ก็ลากมาทำงานละ”
“ไม่มีปัญหาแน่นะเธอ”คุณนายลัดดาถามซ้ำเพราะรู้สึกเกรงใจเพื่อน
“ไม่มีจ้ะ” คุณวงเดือนยิ้มตอบอย่างใจดีช้าไปสัก 2-3 วัน แต่ได้ช่างภาพมือดีมาอยู่ที่นี่ นานกว่านั้นก็รอได้
ย้อนกลับไปตอนออกมารับโทรศัพท์
ชายหนุ่มออกมาจากห้องคุณวงเดือน กำลังจะเดินไปหาที่นั่งคุยโทรศัพท์กับเพื่อน
“พี่เพ้นท์ ลูกค้าเขาบอกว่าอยากคุยกับดีไซน์เนอร์ค่ะ”เสียงใครคนหนึ่งเรียกดีไซน์เนอร์ที่หน้าประตูห้อง
“อ้อจ๊ะเดี๋ยวพี่ตามไป” เสียงดีไซน์เนอร์ตอบกลับไป
ขายาวของชายหนุ่มหยุดชะงักความทรงจำในสมองแล่นออกมาย้ำเตือนเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อคืนวันก่อนคริสต์มาสปีที่แล้ว“เดี๋ยวนะ ...เพ้นท์....ดีไซน์เนอร์” และ...เสียงนั้นเขาจำได้
“มึง...ออกมาเมื่อไหร่โทรหากูนะ แค่นี้ก่อน” ชายหนุ่มบอกกับเพื่อนไปตามสาย ก่อนจะกดวางสายแล้วหันไปตามเสียงพบด้านหลังของผู้หญิงร่างบางผมยาวเคลียไหล่ มีเสี้ยววินาทีที่เธอหันข้างมา เธอไม่ได้สวมแว่นเหมือนวันที่เขาเจอเธอแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเขาจำเธอได้ไม่มีวันลืม
ร่างบางเดินออกจากห้องดีไซน์เนอร์เข้าไปช่วยเ้าสาวสวมชุดในห้องลองชุดชายหนุ่มรีบเอาโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง ก่อนจะเดินตามไปชะเง้อมองในห้องที่เธอเพิ่งเดินหายเข้าไปเวลาเดียวกันกับประตูห้องถูกผลักออกมาพร้อมร่างผอมของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเดินออกมาจากห้องพอดีเขารีบถามถึงผู้หญิงร่างบางที่เพิ่งเดินเข้าไปในห้องทันที
“น้อง...ดีไซน์เนอร์คนเมื่อกี้ชื่อเพ้นท์ใช่ไหม” อ็อตโต้เอ่ยปากถาม
“ครับพี่เพ้นท์เป็ดีไซน์เนอร์มือ 1 ของที่นี่เลยนะครับคุณลูกค้าคุณลูกค้าจะตัดชุดเหรอครับ” ชายร่างผอมมองเขาั้แ่หัวจดเท้าเข้าใจว่าเขาเป็ลูกค้าที่จะมาตัดชุด
“เปล่า...ผมเป็ช่างภาพ”เขาบอกแค่นั้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องของคุณวงเดือนพร้อมรอยยิ้ม
ร่างผอมมองตาม พลางเกาหัวแกรก ๆ นึกงง “อะไรของเขาวะ”
“เปี๊ยกให้ไปเอาเข็มหมุดมา ไปเอาแล้วยัง” เสียงใสดังมาจากในห้อง
“คร้าบ กำลังไปคร้าบ” เสียงเปี๊ยกดังตอบกลับไปก่อนจะวิ่งไปห้อง
ดีไซน์เนอร์แล้วหยิบของตามที่ดีไซน์เนอร์มือหนึ่งสั่งไว้แล้วรีบวิ่งกลับไปให้
สองแม่ลูกนั่งรถออกมาจาก LOVE LOVE STUDIO ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันคนเป็แม่ดีใจที่ลูกรับงานถ่ายภาพและเลือกเป็พนักงานประจำสตูดิโอในขณะที่ลูกชายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ที่ได้เจอกับใครบางคน...นั่นหมายความว่า...คำอธิษฐานจากหิมะแรกเป็จริง
อีกส่วนหนึ่งก็เพราะเชื่อว่าภาพถ่ายของคู่รักในวันแต่งงานคือความทรงจำดี ๆ ระหว่างกันและกันของคู่รัก ที่แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนภาพความทรงจำเ่าั้จะยังคงอยู่ เขาจึงอยากที่จะเป็ส่วนหนึ่งที่จะทำให้ภาพแห่งความทรงจำนั้นให้ออกมาดีที่สุดนี่เป็สาเหตุที่เขาเลือกที่จะเป็ช่างภาพสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงานของเพื่อนแม่แทนการถ่ายภาพแฟชั่นในนิตยสาร ที่เคยทำมาก่อน
อ็อตโต้ได้แรงบันดาลใจในการถ่ายภาพมาจากผู้เป็พ่อซึ่งเป็ทหารอเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพอยู่ที่เมืองไทยใน่าอินโดจีนและเป็ช่างภาพประจำกองทัพอเมริกันด้วยน่าเสียดายที่พ่อของเขาเสียชีวิตก่อนที่เขาจะได้เป็ช่างภาพเหมือนอย่างที่พ่อหวังไว้เสียอีกแต่เขาก็เชื่อว่าความผูกพันระหว่างเขากับพ่อไม่เคยจืดจางลงเลยแม้แต่น้อยและเขายังได้มีโอกาสใช้ทักษะด้านการถ่ายภาพช่วยเหลือธุรกิจทางฝั่งครอบครัวของพ่อเป็เวลาเกือบ 4 ปี
“เดี๋ยวเราไปดูคอนโดกันเพื่อนแม่บอกว่าซอยข้างหน้าเนี่ยมีคอนโดเพิ่งสร้างใหม่ เหลือไม่กี่ห้องแล้ว”คุณนายลัดดาบอกก่อนจะเลี้ยวรถเข้าซอยตาม GPS บอกทางไปคอนโด
เมื่อไปถึงโครงการคอนโดมายสเปซ พนักงานขายพา 2แม่ลูกเดินชมห้องตัวอย่าง และขึ้นไปดูห้องว่างซึ่งเหลืออยู่เพียง 3ห้องคือห้องเล็กที่อยู่ชั้น 1 กับห้องใหญ่หัวมุมที่อยู่ชั้น 3และอีกหนึ่งห้องอยู่ชั้นบนสุดแม่ลัดดาตัดสินใจเลือกห้องใหญ่ที่อยู่หัวมุมในชั้นที่ 3เพราะถ้าห้องบนสุดก็คงหนีไม่พ้นกับอากาศร้อนตอนกลางวันส่วนห้องชั้นล่างก็เล็กเกินไปสำหรับเขาที่อยากจะทำสตูดิโอถ่ายภาพและห้องมืดสำหรับล้างอัดภาพด้วยตัวเอง
“เอาห้องนี้” คุณนายลัดดาบอกกับพนักงานขายหลังจากเดินดูภายในห้องชุดทุกซอกทุกมุมแล้ว
“หะ ไม่ดูที่อื่นก่อนเหรอคุณนาย” ลูกชายหันมองหน้าผู้เป็แม่อะไรจะตัดสินใจเร็วขนาดนั้น
“ไม่อะ ทำสัญญาเลย” ผู้เป็แม่เอ่ยเมื่อลงมาที่ฝ่ายขายคอนโดพลางหันมาบอกลูกชาย “เอาบัตรเครดิตมา”
“คอนโดผมไม่ใช่เหรอแม่ ทำไมแม่ไม่ให้ผมเลือก”
“เพราะฉันเลือกได้ดีกว่าแกไง ฉันถึงต้องเลือกให้แก” คุณแม่บอกก่อนจะยื่นบัตรเครดิตของลูกชายให้กับพนักงานขายเพื่อจ่ายเป็เงินดาวน์คอนโดพลันสายตาเหลือบไปเห็นเพื่อนของลูกชายเดินเข้ามา
“อ้าวเข้ม อ็อตโต้ โทรหาเหรอลูก”คุณนายลัดดาทักเพื่อนลูกชายที่เดินเข้ามาในฝ่ายขายของคอนโด
เข้มยกมือไหว้แม่เพื่อน ก่อนจะบอกสาเหตุการมาถึงที่นี่“ครับมันบอกให้มาช่วยขับรถให้”
“ดูทำเข้า รบกวนเพื่อน เข้มต้องโดดงานมา แม่ก็ขับรถได้ จะไปไหน GPS ก็บอกทางได้” คุณนายลัดดาหันไปตีต้นแขนลูกชายที่ทำราวกับไม่เชื่อใจว่าแม่จะขับรถในกรุงเทพได้
เข้มเป็ Producer รายการโทรทัศน์ที่มีญาติทางพ่อเป็เ้าของ และอยู่ในตำแหน่งที่คอยดูแลความเรียบร้อยและเช็คงานก่อนออกอากาศไม่ต้องออกกองถ่ายหรือคุมห้องตัดเหมือนเมื่อก่อน เขาจึงพอมีเวลาทำอะไรที่อยากทำได้มากขึ้นเช่นวันนี้เพื่อนโทรมาให้ช่วยไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าคอนโดเขาเพียงขอเวลาคุยงานกับลูกน้อง ก่อนจะนั่งแท็กซี่มาที่นี่ตามโลเคชั่นที่เพื่อนแชร์มาให้เพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนไม่ได้ขับรถที่กรุงเทพนานถึงสี่ปี ความไม่คุ้นชินจึงมีอยู่มากและเพื่อนเขาเองมันก็ห่วงแม่ มันไม่อยากให้คุณนายลัดดาขับรถในกรุงเทพ
“มันไม่อยากให้แม่ลำบากนะครับ แล้วผมก็ไม่ได้ยุ่งอะไร ให้แม่นั่งสบาย ๆ เถอะเดี๋ยวผมขับไปเอง” เข้มบอกกับคุณนายลัดดาก่อนจะหันมาถามเพื่อน“ได้ห้องแล้วเหรอมึง” อ็อตโต้พยักหน้า
“อือ คุณนายลัดดาจองไปเรียบร้อยแล้ว ฟ่าวปานซื้อกับข้าวที่ตลาด” ลูกชายแอบนินทาคุณนายลัดดา
“ก็โครงการนี้เขามีชื่ออยู่แล้ว” แม่ให้เหตุผลการซื้อคอนโดตอนที่มีคนมาอยู่บ้างแล้วก็มีข้อดีอยู่ตรงที่พอเดาออกว่า สังคมเพื่อนบ้านเป็อย่างไรเพราะลูกบ้านเริ่มมาอยู่กันแล้ว ก่อนจะชวนไปซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าห้อง“ไปดูเฟอร์นิเจอร์กัน”
เข้มพาเพื่อนและแม่ของเพื่อน ตระเวนดูเฟอร์นิเจอร์ตามร้านต่างๆ ด้วยความที่อ็อตโต้เป็คนไม่ชอบเฟอร์นิเจอร์แบบเซตเข้าชุดเพราะรู้สึกถูกจำกัดขอบเขตเกินไป เฟอร์นิเจอร์ของเขาจึงมาจากหลาย ๆ ที่โดยมีเพื่อนสนิทขับรถพาไปซื้อเฟอร์นิเจอร์ตามร้านต่าง ๆ ตามสไตล์ที่เ้าของห้องชอบ
เมื่อไปถึงร้านเฟอร์นิเจอร์ผู้เป็แม่เลือกที่จะนั่งอ่านหนังสือรออยู่ที่ห้องรับรองลูกค้าปล่อยให้ลูกชายและเพื่อนช่วยกันเลือกเฟอร์นิเจอร์ตามที่ตัวเองชอบ
เ้าของห้องชุดกางแปลนห้องที่มีรายละเอียดความกว้างความยาวแต่ละด้านออกมาดูก่อนจะใช้ดินสอเขียนรายละเอียดลงไปว่าจะวางเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นไว้ตรงไหน
“มึงเสาร์อาทิตย์นี้ว่างหรือเปล่าไปเกาหลีกับกู” อ็อตโต้เอ่ยปากชวน หลังจากเลือกโซฟาในห้องรับแขกเสร็จ
“อะไรของมึงเกาหลีนะเว้ยไม่ใช่โคราช” เข้มหันมาหาเพื่อนเมื่อได้ยินคำชวนแบบ งง งง
“เออไปกับกูหน่อยกูมีธุระ” อ็อตโต้บอกพลางยื่นบัตรเครดิตให้กับแคชเชียร์
“ธุระอะไรของมึง”
“กูจะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์”
“เชอะอย่างมึงเนี่ยนะเชื่อเื่พวกนี้ด้วย” เข้มหันมาโต้อย่างรู้ทัน
“เออก็เชื่อบ้างเป็สิริมงคล ก่อนกูเข้าทำงานประจำไง” เขาบอกกับเพื่อนก่อนจะหยุดคิดอะไรบางอย่างแค่อึดใจ“อย่าบอกแม่นะ” ประโยคหลังยิ่งทำให้เพื่อนประหลาดใจ
เข้มหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด
“อะไรของมึงมึงต้องมีอะไรปิดบังกูแน่เลย”
“เดี๋ยวถึงเวลามึงก็รู้แหละน่า”เขาบอกก่อนจะเซ็นชื่อลงเอกสารการชำระสินค้าและ นัดกับทางร้านให้มาส่งเฟอร์นิเจอร์ในวันเดียวกัน