Chapter 4
“นี่! เมื่อไรนายจะคืนโทรศัพท์ให้ฉันซักทีละ” ฉันได้แต่ยืนชักดิ้นชักงออยู่บนทางเท้า นี่ก็เวลาล่วงเลยจะสองทุ่มแล้ว ฉันอยากพักแล้วซิ ตาเริ่มจะปิดแล้วด้วยนะ “เดี๋ยวซิ ผมขอส่งภาพของผมที่ถ่ายไว้ในมือถือของคุณก่อนไม่ได้เหรอ หรือคุณอยากจะเก็บภาพของผมไว้ในเครื่อง” “แหวะ ไม่เอาหรอก” ฉันแลบลิ้นให้เขา แต่เขากลับหัวเราะใส่ฉันซะงั้น “เดี๋ยวอีกหน่อย เราสองคนคงจะมีภาพคู่เหมือนคนอื่นบ้างนะ” ชายหนุ่มพูดทีเล่นทีจริงทั้งที่ตัวเองยืนถือโทรศัพท์ในมือถึงสองเครื่อง “พูดอะไรของนาย ใครอยากจะมีภาพคู่กันละ” ฉันได้แต่บิดตัวไปมาด้วยความเขิน ต่อให้ปากปฏิเสธไปแบบนั้น แต่ในอกข้างซ้ายของฉันมันเต้นตึกตัก ๆ จนแทบจะออกมาจากอกแล้ว “ผมแค่พูดเล่นหรอกนา ไม่เห็นจะต้องหน้าแดงขนาดนั้นเลย” เขายังกดโทรศัพท์ตรงหน้าเหมือนเดิม แต่เงยหน้าขึ้นมองมาทางฉันเป็นพัก ๆ “อะ...อะไร ใครหน้าแดง ไม่มี๊ ไม่มียะ” ฉันเสมองแก้เขินไปทางอื่น “คุณนี่มันน่ารักชะมัด” ปลายนิ้วนิ่ม ๆ จิ้มลงบนแก้มซ้ายของฉันสองสามที กับคำพูดที่ชวนขนลุก จนทำให้ฉันตัวนิ่งไม่ไหวติง และอีกอย่างฉันไม่ทันได้สังเกตว่าเขาวางมือจากโทรศัพท์ตอนไหน “นะ...นี่! เสร็จแล้วยัง ฉันจะกลับที่พักแล้ว” เมื่อฉันตั้งสติได้ ก็กระเด้งตัวถอยห่างออกมาจากเขาพอประมาณ พร้อมกับยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ที่เขาถืออยู่ “ได้ภาพที่นายต้องการแล้วใช่ไหม งั้นฉันขอตัวกลับที่พักละ” เมื่อฉันพูดจบ ก็รีบก้าวเท้าเดินจากไปอย่างไว เพราะกลัวคนตัวใหญ่ก้าวขาตามฉันมาไง เขินนะที่มีผู้ชายเข้าใกล้ขนาดนี้ คริส Talk : สวัสดีครับท่านผู้อ่าน และผู้คนที่สัญจรไปมา หนุ่มหล่อ มาดเท่คนนี้ เป็นหนุ่มลูกครึ่งไทย – อังกฤษ ที่ไปทางไหนก็มีแต่คนให้ความสนใจ และอยากจะจับจองมาเป็นเจ้าของ หึ! หึ! ผมมีชื่อว่า คริส ฟินคร๊อฟ อายุ 35 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารในย่านการค้าที่ดังที่สุดในกรุงเทพฯ เลยนะครับ วันนี้ระหว่างที่ผมกำลังเดินชมดอกซากุระที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร เพราะสถานที่นั้น มีผู้คนมากมายที่มาชมดอกของซากุระ หรือพาครอบครัวมาปิ๊กนิ๊ก ผมเลยเลือกที่จะเดินออกมาห่าง ๆ จากผู้คนกลุ่มนั้น แต่แล้วพลันสายตาของผมหันไปเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็ก ๆ ใส่ชุดน่ารัก ๆ กำลังยืนอธิษฐานขอพรอยู่ใต้ต้นซากุระ ผมได้แต่ยืนมองเธออยู่ห่าง ๆ และขบคิดในใจว่า ตำนานที่เล่าขานต่อกันมา มันจะเป็นเรื่องจริง จริง ๆ อย่างนั้นนะเหรอ แต่ถึงยังไงมันก็เป็นความเชื่อของคนประเทศนี้เลยนะครับ เพราะเขาให้ความสำคัญกับดอกไม้ประจำชาติมาก และกฎระเบียบสังคมของประเทศนี้ก็มีมากพอสมควร ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าโดนจับได้เหมือนกันนะ เวลาผ่านไปกี่นาที ผมเห็นผู้หญิงคนเดิมค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมา และจ๊ะเอ๊ กับผมทันที เหมือนเธอจะรู้ตัวว่าผมมองเธออยู่ สักพักเธอก็รีบก้าวขาเดินอย่างไว เอาซะผมที่ยืนมองเธอด้วยความมึนงง ต้องรีบสาวเท้าเข้าไปหาเธอ เมื่อผมไล่ตามเธอทัน ผมดันเผลอเอามือของตัวเองไปจับแขนเธอ ซึ่งในขณะเดียวกันผมเรียกเธอให้หยุดด้วยภาษาอังกฤษ แต่เมื่อเธอหันหน้ามา ผมถึงกับชะงักไปห้าวินาที ผมไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนที่มาจากประเทศเดียวกับผมและพอมองเธอใกล้ ๆ เธอกลับน่ารัก และตัวเล็ก ทั้งน่ากอด น่าฟัดขนาดนี้ แฮม ๆ ต้องเก็บอาการสักหน่อยแล้ว ต่อให้ผมอยากได้เธอมาครอบครองขนาดไหน แต่ผมก็ต้องให้เกียรติผู้หญิงอย่างเธอสักหน่อยแล้ว คงไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติกันตั้งแต่วันแรกหรอกนะ อ๋อ มาเข้าเรื่องกันต่อนะครับ หลังจากที่ผมปล่อยมือเธอแล้ว เธอกลับยิงคำถามเป็นภาษาอังกฤษใส่ผมซะงั้น นี่เธอคงคิดว่าการที่ผมเป็นฝรั่ง แต่ก็ใช่ว่าฝรั่งทุกคนจะพูดภาษาไทยไม่ได้นะครับฝรั่งบางคนในวงการไม่ว่าจะเป็นดาราหรือตลกเขาก็ยังพูดภาษาไทยได้เลยนี่ แล้วทำไมผมจะพูดภาษาไทยกับเขาไม่ได้ เมื่อผมตอบกลับเธอไปพร้อมกับรอยยิ้มที่สามารถกระชากใจผู้หญิงทุกคนได้แต่เธอกลับทำหน้าตกใจอย่างกับเห็นผีซะงั้น แต่ดูยังไงเธอก็ดูน่ารัก น่ามองเสมอสำหรับผม ผมเลยหาข้ออ้างสารพัดพร้อมกับทำหน้าเหมือนหมาง่อย เพื่อที่ผมจะได้อยู่ใกล้เธอคนนี้ ส่วนเธอเองก็ตกปากรับคำเชิญของผมอย่างงง ๆ หึ! หึ! เป็นไงละแผนของผม การที่เสือจะล่อเหยื่อ ต้องล่อด้วยเสน่ห์อันแพรวพราวของผม ที่ไม่ว่าจะล่อเหยื่อชนิดไหน เป็นอันเสร็จทุกราย หุ! หุ!