“เรียกเด็กขึ้นมาทำไมเยอะแยะ” จิณณวัตเดินไปนั่งโซฟาอีกตัวที่ยังว่าง ก่อนหน้านี้กุมภาส่งข้อความมาชวนเขาดื่ม พอเดินเข้ามาก็เห็นว่าเพื่อนได้เรียกผู้หญิงขึ้นมาถึงสามคน คนหนึ่งคอยชงเหล้า อีกสองคนนั่งขนาบข้างเพื่อคอยเอาอกเอาใจเพื่อนของเขา
“เอาสักคนไหมล่ะ”
“ไม่” จิณณวัตตอบกลับโดยไม่ต้องคิด แค่มานั่งดื่มแบบนี้เขาก็กลัวแฟนจะโกรธแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เขาบอกนับดาวแค่ว่าออกมาทำงาน แต่ไม่ได้บอกว่ากุมภาชวนดื่มด้วย
“กลัวเมียเหรอวะ” กุมภายิ้มเยาะด้วยความสมเพชเบา ๆ
“เออ เดี๋ยวเมียงอน” จิณณวัตยอมรับโดยไม่อาย เมื่อก้มมองเวลาบนหน้านาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้ว
“หมั่นไส้ว่ะไอ้สัตว์” กุมภาอดเบะปากใส่เพื่อนไม่ได้
“เที่ยงคืนกลับนะ”
“เร็วไปแล้วครับเพื่อน ใจคอไม่คิดจะอยู่คุยกับเพื่อนบ้างหรือไง ปกติมันก็ต้องยันแจ้งดิวะ”
“ปกติกูก็อยู่กับมึงมากกว่าอยู่กับเมียอีก พอแล้ว เหม็นขี้หน้า”
“กูไม่กล้าถามเลยว่าระหว่างเพื่อนกับเมีย มึงจะเลือกใคร”
“นี่คุณเจเจมีเมียแล้วจริง ๆ เหรอคะ ชมพู่คิดว่าเด็กในร้านแค่พูดเล่นกัน” คู่นอนเก่าของจิณณวัตที่นั่งอยู่ข้างกุมภาเอ่ยถามขึ้นหลังได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่
“อืม” จิณณวัตตอบกลับสั้น ๆ
“น่าเสียดาย งี้ก็เข้าใกล้ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้แล้วสิคะ ไม่เบื่อของเดิม ๆ แย่เหรอ”
“เมียฉันไม่เห็นจะมีอะไรน่าเบื่อ” จิณณวัตตอบกลับด้วยสายตาไม่ชอบใจ
“แน่ใจเหรอคะ สู้ลีลาของชมพู่ได้เหรอ” เธอลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งเบียดจิณณวัตแทน
จิณณวัตรีบขยับออกทันทีเพราะถ้าน้ำหอมของหล่อนติดเสื้อ กลับห้องไปนับดาวคงหาว่าเขาไปนอนกับคนอื่นมา
“จะเขยิบหนีชมพู่ไปไหนล่ะคะ กลัวอดใจไม่ไหวเหรอ”
“อย่ามั่นหน้า” จิณณวัตตอบกลับจนอีกฝ่ายหน้าหงาย และทำให้กุมภาถึงกับกลั้นยิ้ม
“คุณเจเจคะ ไม่เห็นต้องพูดแรงขนาดนี้เลย”
“แรงตรงไหน ฉันพูดความจริง ออกไปไกล ๆ เหม็นกลิ่นน้ำหอม นี่ฉีดหรืออาบเนี่ย” พูดจบเขาก็เอามือปิดจมูกทันที
“ไอ้เจ ไอ้เหี้ย หยาบคายนะมึง” กุมภาหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเพื่อน
“คุณเจเจคะ!”
“อย่ามากรี๊ดกร๊าดใส่หูฉัน ออกไปนั่งกับไอ้กุมภานู่น” จิณณวัตชี้ไปยังตำแหน่งเดิมของหล่อน
“แต่ชมพู่อยากนั่งตรงนี้มากกว่าค่ะ”
“งั้นกูกลับละไอ้กุมภา รำคาญว่ะ กลับไปฟัดเมียที่ห้องดีกว่า” พูดจบเขาก็ลุกออกจากห้องไปอย่างหัวเสียทันที เพราะไม่มีอารมณ์มานั่งต่อล้อต่อเถียงกับใคร