“ฝ่าา! กระหม่อมขอถวายฎีกาลงโทษหลิวจิ่น ฐานควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชามิได้พ่ะย่ะค่ะ!”
ทันทีที่หลิวจิ่นจัดการธุระเรียบร้อย ยังไม่ทันที่จะก้าวเข้าสู่ตำหนักจินหลวนได้สนิทก็เห็น เฉา ฮว่าชุน ขันทีใหญ่แห่งสำนักตงฉ่างก็ลุกขึ้นยืน
น้ำเสียงดังชัดเจนไร้ซึ่งความเกรงใจ ประโยคแรกที่เปล่งออกมา—คือการฟ้องร้อง
เมื่อได้ยินคำกล่าวหา ดวงตาของหลิวจิ่นฉายแววอาฆาตขึ้นทันควันแววตานั้นเยียบเย็นราวอสรพิษ จ้องเฉียบพลันราวกับจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้แหลก แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวแววนั้นก็เลือนหาย
ตึง!
ไม่มีคำโต้แย้ง ไม่มีข้อแก้ตัว หลิวจิ่นทรุดตัวลงคุกเข่าก้มศีรษะจรดพื้น ก้นโด่งขึ้นสูง ราวกับเตรียมรับโทษสถานหนักอย่างไร้ข้อแม้
“ทะเลาะกันให้เต็มที่เถอะ...ยิ่งพวกเ้ากัดกันแรงเท่าใดข้าก็ยิ่งได้ประโยชน์เท่านั้น”
จูโฮ่วจ้าวกวาดสายตามองภาพตรงหน้า หลิวจิ่นคุกเข่าเฉา ฮว่าชุนยืนแข็งขึง แม้ในใจจะแค่นหัวเราะเย็น แต่สีหน้ากลับแสร้งทำเป็ลำบากใจ ไม่เอ่ยแม้แต่คำปลอบหรือคำตัดสินใดที่เทไปข้างใดข้างหนึ่ง
สำนักตงฉ่าง กับสำนักซีฉ่าง เดิมทีก็เป็คู่กัดกันอยู่แล้วแต่ในราชสำนัก... ทั้งสองต่างก็มีอำนาจล้นฟ้า และจูโฮ่วจ้าว—กลับไม่คิดจะห้าม ตรงกันข้ามเขาใช้ความขัดแย้งนี้เป็ “เหยื่อล่อ”
เพื่อผูกมือ จู อู๋ซื่อ แห่งตำหนักหู่หลง และ จูเก๋อเจิ้งหว่อ แห่งสำนักหกประตูไม่ให้ลุกขึ้นแข็งขืนในเร็ววัน
เวลานี้...ยังไม่ถึงเวลา “ถอนรากถอนโคน” พวกมันทั้งหมด
ในใจของจูโฮ่วจ้าว ความคิดวิ่งวาบราวสายฟ้า แล้วในเสี้ยววินาทีนั้นเขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดทันที!
“ครั้งนี้...ข้าจะปล่อยผ่านแต่หากมีคราวหน้า...จักปะาทันที—ไม่มีข้อยกเว้น!”
เสียงของจักรพรรดิหนุ่มเรียบเย็นราวกับสายลมฤดูเหมันต์
“ขอบพระทัยฝ่าา!”
หลิวจิ่นโขกศีรษะลงอย่างแรง จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม
ก่อนจะหันขวับไปมองเฉา ฮว่าชุน ในดวงตาคู่นั้น—เต็มไปด้วยความสะใจและเย้ยหยัน
“ฮึ่ม!”
เฉา ฮว่าชุนแค่นเสียงเบาในลำคอ ก่อนจะถอยกลับไปยังตำแหน่งของตนเงียบๆ
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง—!
เสวี่ยเหรินกุ้ย นำทัพองครักษ์หลวงหนึ่งพันนาย เคลื่อนพลไปตามถนนหลวงอย่างเร่งรีบแถวขบวนแน่นขนัดเรียงเป็ระเบียบ พร้อมเ้าหน้าที่จาก สำนักซีฉ่าง ที่ทำหน้าที่เป็คนนำทาง
จุดหมาย—คฤหาสน์ตระกูลเหยียน!
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ทำไมทหารองครักษ์หลวงถึงอยู่กับคนของสำนักซีฉ่าง?”
“ดูจากสีหน้าท่าทางที่ดุดันขนาดนี้...ไม่รู้ว่าบ้านใครถึงคราวซวยแล้วล่ะ!”
“รีบหลบเข้าไปในบ้านเถอะพวกนี้ไม่ใช่คนที่พูดกันโดยเหตุผลรู้เื่!”
สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คนที่ชะโงกหน้าออกมาดู ต่างพากันซุบซิบในหมู่ชาวบ้านอย่างตื่นตระหนกแต่ก็ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง
เพราะในใจพวกเขาล้วนรู้ดีว่า —ไม่ว่าจะเป็ สำนักตงฉ่าง,สำนักซีฉ่าง, องครักษ์เสื้อแพร หรือองครักษ์หลวง… ต่างก็เป็กลุ่มที่“ฆ่าคนโดยไม่ต้องรับโทษ” กันทั้งนั้น!
แต่แน่นอน—ก็ยังมีบางคนที่ “อยากรู้อยากเห็นมากกว่ากลัวตาย”
“ไปดูหน่อยสิว่าเกิดอะไรขึ้น!”
ชาวบ้านจำนวนหนึ่งเริ่มเดินตามขบวนไปอย่างห่าง ๆพอเห็นว่าไม่มีใครห้าม ก็เริ่มมีความกล้ามากยิ่งขึ้น พร้อมกับค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ
“ท่านทหาร!รีบกันขนาดนี้ เกิดเื่อันใดหรือขอรับ?”
ชายจรจัดผู้หนึ่งรวบรวมความกล้า ถามขึ้นมา
“จับกุมตระกูลเหยียนทั้งตระกูล!ยึดทรัพย์ทั้งหมด!!”
หนึ่งในองครักษ์หลวงตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความฮึกเหิม—ทั้งที่ยังวิ่งอยู่ไม่หยุด!
แม้ว่าองครักษ์หลวงอย่างพวกเขาจะชอบวางอำนาจกับชาวบ้านแต่เมื่อเผชิญหน้ากับขุนนางระดับสูงอย่าง เหยียนซง พวกเขาต่างหาก...ที่มักตกเป็ฝ่ายถูกกดขี่เสมอ
คราวนี้ไม่เพียงแค่ เหยียนซง จะถูกปะากลางท้องพระโรงแต่ทั้งตระกูลยังถูกลากออกมาลงทัณฑ์อย่างเปิดเผย เหล่าทหารทั้งหลายจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะใจอยู่ลึกๆ
“รู้หรือยัง?พวกองครักษ์หลวงกับสำนักซีฉ่างน่ะ...กำลังจะบุกยึดทรัพย์คฤหาสน์ตระกูลเหยียน!”
ชายจรจัดคนเดิมชะลอฝีเท้า แล้วรีบหันไปคุยโอ้อวดกับชาวเมืองรอบข้างด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ล้อมไว้!ห้ามให้หนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”
เสียงคำสั่งของ เสวี่ยเหรินกุ้ย ดังก้องเมื่อขบวนทั้งหมดมาถึงหน้าคฤหาสน์ตระกูลเหยียนทหารพันนายรีบแยกแนวล้อมโดยทันที—ไม่มีช่องว่างให้เล็ดลอดแม้เพียงเงา
“พวกเ้าคือใคร?!บังอาจมาล้อมคฤหาสน์ตระกูลเหยียน อยากตายหรือไง?!”
ชายเฝ้าประตูของคฤหาสน์ตวาดเสียงกร้าว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธเกิดมาไม่เคยเห็นใครกล้าล้อมคฤหาสน์ตระกูลเหยียน!
“สุนัขเช่นเ้ายังกล้าเห่าขวางขบวนราชโองการอีกหรือ?”
เ้าหน้าที่ซีฉ่างคนหนึ่งสบถด่า ก่อนจะวาดดาบออกโดยไม่พูดพร่ำ—ฉัวะ!
คมดาบฟาดลงฉับเดียว!
ลำคอของคนเฝ้าประตูถูกเฉือนขาด—ศีรษะปลิวขึ้นกลางอากาศ!
“ฆะ...ฆ่าคน!”
ชายเฝ้าประตูอีกคนที่เห็นเหตุการณ์เต็มตา ะโลั่นสุดเสียงด้วยความตระหนกก่อนจะหมุนตัววิ่งหนีเข้าคฤหาสน์ไปอย่างล้มลุกคลุกคลานด้วยร่างสั่นสะท้าน
เสียงร้องนั้นทำให้เหล่าชาวบ้านที่แอบตามมาดูถึงกับผงะหลายคนสะดุ้งเฮือก บางคนร้องเสียงหลง
แต่พอเวลาผ่านไป — พวกเขากลับเริ่มสงบลง ความตกตะลึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็...ความสะใจ
เพราะตระกูลเหยียนและเครือญาติ ล้วนเป็ “กลุ่มอำนาจ”ที่คอยกดขี่ข่มเหงชาวเมืองในเมืองหลวงมาโดยตลอด วันนี้ได้เห็นพวกมันถูก “ฟ้าดินลงทัณฑ์”อย่างเปิดเผย ทำให้คนจำนวนน้อยถึงกับอดไม่ได้ที่จะลอบยิ้มออกมาอย่างสะใจ
“ฆ่ามัน!”
เสียงโห่ร้องระงมจากกลุ่มชาวบ้านด้านหลัง ระลอกสะใจเริ่มกลายเป็แรงกดดันที่กึกก้องทั้งถนน
โครม!!
เสวี่ยเหรินกุ้ยยังคงเงียบงัน แววตาเ็าไร้ความปรานีขณะกวาดมองฝูงชนเบื้องหน้า แม้ไม่พูดออกมา แต่ในใจของแม่ทัพผู้นี้—กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจต่อ“ตระกูลเหยียน” อย่างถึงที่สุด
เขาก้าวไปข้างหน้า โคจรกำลังภายในเข้าสู่ฝ่าเท้าอย่างมั่นคงจากนั้นเตะออกไปอย่างเต็มแรง
ประตูไม้หนาหนักของคฤหาสน์ตระกูลเหยียน แตกกระจายราวูเาถล่ม!เสียงสะท้อนดังสนั่นไปรอบบริเวณ
“กินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไง?! ใครกันช่างบังอาจถึงเพียงนี้?”
เสียงคำรามดังก้องออกจากภายในคฤหาสน์
บุตรชายของเหยียนซง— เหยียน ซือฝาน พรวดออกมาพร้อมกลุ่มบ่าวไพร่ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ เมื่อครู่เขาเพิ่งได้รับรายงานจากคนเฝ้าประตู ยังไม่ทันตั้งตัวดี—ก็มาเห็นประตูคฤหาสน์ถูกเตะพังอย่างอุกอาจ
การทำลายประตูตระกูลเช่นนี้... คือการเหยียบย่ำ‘ศักดิ์ศรีตระกูลเหยียน’โดยไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย!
เขากัดฟันกรอด ดวงตาเบิกกว้าง พร้อมแผดเสียงออกมาด้วยโทนแหลมสูงเฉพาะตัว
เหยียน ซือฝาน (严世藩) บุตรชายของเหยียนซง มีฉายาว่า “ตงโหลว”ชายผู้นี้อาศัยอิทธิพลของบิดาอย่างเหยียนซง ใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงชาวบ้าน บีบบังคับและล่างเกินหญิงสาวละเมิดชีวิตผู้อื่นอย่างอำมหิตโดยไม่สนกฎหมาย
ยิ่งไปกว่านั้น รูปลักษณ์ของเขายังสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนว่า—เป็บุรุษใจคดจอมบงการโดยสันดาน
เขาเป็คนรูปร่างสูงใหญ่ แต่ผอมบาง คิ้วบางเว้นห่างจมูกโด่งสูง เสียงแหลมสูงจนแสบแก้วหู — เห็นหน้าเพียงครั้งเดียว ก็ชวนให้รู้สึก “ไม่ไว้ใจ”อย่างประหลาด
“รับราชโองการ!จับกุมตระกูลเหยียนทั้งเก้าชั่วโคตร ยึดทรัพย์ทั้งหมด!”
เสียงของเสวี่ยเหรินกุ้ยเย็นเยียบ ราวน้ำแข็งเหนือยอดเขาคำสั่งประกาศดังก้อง เสียงสั้น กระชับ หนักแน่น แต่กลับกดทับหัวใจผู้ฟังได้ยิ่งกว่าเสียงกลองรบ
“เ้าปลอมราชโองการแน่!ฝ่าาจะลงมือกับบิดาข้าได้อย่างไร?!”
เสียงแหลมสูงของ เหยียน ซือฝาน แผดลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะแต่ลึกในใจ—เขากลับรู้ดีว่า ราชโองการนี้เป็ของจริง
หากไม่ใช่ของแท้... จะมีหน่วยใดกล้าล้อมคฤหาสน์ตระกูลเหยียนเช่นนี้?
“จับมัน!”
เสวี่ยเหรินกุ้ยไม่เอ่ยแม้แต่คำอธิบาย เพียงออกคำสั่งองครักษ์หลวงที่ยืนอยู่ด้านหลังสั้นๆด้วยเสียงทุ้มเย็น—แต่มากด้วยอำนาจ
ซ่า! ซ่า!
เมื่อได้รับคำสั่ง กองทหารองครักษ์หลวงก็กระโจนเข้าไปในคฤหาสน์ทันที
เห็นใคร—จับ!
ขัดขืน—ฆ่า ณ ที่นั้น!
“ปกป้องคุณชาย!!”
เสียงะโจากบ่าวไพร่ของตระกูลเหยียนดังขึ้นพร้อมกัน
พวกเขาคว้าดาบเหล็กในมือพุ่งเข้าใส่องครักษ์หลวงอย่างไม่ลังเลส่วนเหยียน ซือฝานถอยกรูดเข้าไปหลบหลังกลุ่มบ่าวอย่างว่องไว
ในจังหวะนี้เอง เหยียน ซื่อฝานจึงตั้งสติได้ เป้าหมายของเขาชัดเจนสิ่งที่เขาทำในตอนนี้มีเพียงหนึ่งเดียวคือ — ต้องหนีให้ได้!
เมื่อเหลียวมองโดยรอบ บ่าวไพร่ที่ล้อมรอบตัวเขานั้นล้วนเป็ ‘มือดี’ จากยุทธภพและค่ายทหาร หลายคนถูกเหยียนซงซื้อตัวมาด้วยเงินมหาศาล
หากอาศัยคนเหล่านี้บุกฝ่าวงล้อมขององครักษ์หลวงก็ยังอาจพอมีหวังหลุดรอดออกจากเมืองหลวงได้!
“ฆ่า!!”
เสียงคำรามของ เสวี่ยเหรินกุ้ย ดังก้อง ง้าวัฟ้าผ่า์ในมือเขาเหวี่ยงออกเป็วงกว้าง
กำลังภายในอันไร้ขอบเขตที่สั่งสมไว้ได้ปะทุออกมากลายเป็ คลื่นพลังขนาดใหญ่ แผ่กระจายออก รวมกันเป็อาวุธมีคมขนาดใหญ่
เพียงหนึ่งการฟาดฟัน คลื่นพลังพุ่งเข้าใส่กลุ่มบ่าวไพร่ของตระกูลเหยียนในชั่วพริบตา!
ฉัวะ!!
เสียงคมง้าวฟาดลั่นกลางคฤหาสน์เหยียน
บ่าวไพร่เบื้องหน้าร่วมสิบคน — ถูกฟันขาดสะพายแล่งทันที!ร่างที่ถูกตัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง เสียงเนื้อกระแทกพื้นดังก้องทั่วลาน บางคนที่ยังไม่สิ้นใจก็กรีดร้องโหยหวนด้วยความเ็ปอย่างน่าสยดสยอง!
และในวินาทีนั้นเอง—
ระดับพลังยุทธ์ โฮ่วเทียนขั้นหนึ่ง (后天一重) ของเสวี่ยเหรินกุ้ย ก็แผ่ซ่านออกมาอย่างสมบูรณ์!
เคร้ง!!
เสียงเหล็กกระทบเหล็กดังสนั่น เสวี่ยเหรินกุ้ยคำรามคำสั่งอีกครั้งง้าวัฟ้าผ่า์ในมือเขาเหวี่ยงเป็วง
ใครขวาง—บาด!
ใครโดน—ตาย!
แนวต้านของตระกูลเหยียนเริ่มถอยร่นอย่างเห็นได้ชัดองครักษ์หลวงที่อยู่ภายใต้การนำของเสวี่ยเหรินกุ้ยเริ่มครองความได้เปรียบ — เป็การไล่บดขยี้แบบไม่ลดละศพของบ่าวไพร่เริ่มกองสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในลานบ้าน
โครม!!
เสียงะเิจากแรงปะทะดังลั่น
เสวี่ยเหรินกุ้ย กับ เหยียน ซือฝาน ได้ปะทะกันโดยตรงอาวุธทั้งสองกระแทกกันสุดแรงจนะเืพื้นหิน!
แท้จริงแล้ว—เหยียน ซือฝานฉวยจังหวะที่อีกฝ่ายมัวแต่สั่งการลูกน้องจึงพุ่งฟันเข้าใส่อย่างเต็มแรงจากด้านหลัง!
แต่เสวี่ยเหรินกุ้ยกลับได้ยินเสียงลมเฉือนอากาศจากทางด้านหลังสัญชาตญาณของเขาััได้ถึงอันตรายทันที!
เขาหมุนตัวอย่างเฉียบไว—ง้าวในมือสะบัดวาดวงอย่างแม่นยำ!
แรงฟันของเหยียน ซือฝาน... สลายไปในอากาศทันที!
เสวี่ยเหรินกุ้ยไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เขายกง้าวขึ้นแล้วพุ่งทะยานเข้าใส่อีกครั้งโดยไม่ยั้ง
แรงอัดมหาศาลแผ่กระจายออกรอบลานประลองในพริบตา
เหยียน ซือฝานที่ตั้งรับไม่ทัน— เริ่มถอยร่นไปทีละก้าว!สีหน้าเคร่งเครียด มือสั่น เสียงหอบหายใจดังชัดเจน
“ฆ่า!!”
เสียงคำรามของ เสวี่ยเหรินกุ้ย ดังกึกก้อง— ง้าวัฟ้าผ่า์ในมือเขาฟาดลงสุดแรง!
ตูม!!
พื้นดินะเิเป็ร่องลึกในทันที แรงกระแทกถาโถมออกเป็คลื่นพุ่งทะลวงตรงเข้าใส่เหยียน ซือฝานอย่างไม่ปรานี!
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
เหล่าบ่าวไพร่ของตระกูลเหยียนจำนวนหนึ่ง รีบกระโจนเข้ามาขวางทางเพราะเห็นว่าเ้านายกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่…ด้วยระดับพลังยุทธ์ โฮ่วเทียนขั้นหนึ่งของเสวี่ยเหรินกุ้ย!
บวกกับกำลังภายในอันมหาศาล ง้าวเพียงหนึ่งฟาด—ก็คือคำพิพากษาที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้!
เหล่าผู้ที่เข้ามาขวาง ถูกแรงฟันสับแหลกในพริบตาร่างแตกกระจาย เืสาดไม่เป็รูป
ฉัวะ!!
แม้แต่เหยียน ซือฝานเอง...ก็ไม่รอด เขาถูกฟันจากเหนือศีรษะลงถึงเอวร่างทั้งร่าง—แยกเป็สองท่อนต่อหน้าต่อตาหล่าคนของตน!
“คุณชาย!!”
เสียงร้องโหยหวนะเิขึ้นพร้อมกัน บ่าวไพร่ของตระกูลเหยียนหลายสิบชีวิตเบิกตาค้าง มองภาพเ้านายถูกสังหารต่อหน้าต่อตา!
ทันใดนั้น— ความเ็ปก็แปรเปลี่ยนเป็ความคลั่งพวกเขาคำรามลั่น! พุ่งเข้าใส่กองทหารอย่างบ้าคลั่ง ไม่คิดชีวิต!
พวกเขาไม่ใช่เพียงแค่บ่าวรับเงิน สิ่งที่ผูกใจคนเหล่านี้ไว้กับตระกูลเหยียน
ไม่ใช่แค่เงินทอง หรืออำนาจ...แต่คือ “บุญคุณที่ยากจะลืมเลือน”
เหยียนซงเคยล้างแค้นให้พวกเขา เคยหยิบยื่นชีวิตใหม่ให้เกียรติที่เคยสูญหาย เพราะเหตุนี้—พวกเขาจึงยอมถวายหัวให้ตระกูลเหยียนโดยไม่ลังเล
และในวันนี้... แม้ต้องตาย—ก็ต้องลากพวกองครักษ์เหล่านี้ไปด้วยให้ได้มากที่สุด!!
เสวี่ยเหรินกุ้ย ไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย ง้าวัฟ้าผ่า์ในมือ—ถูกตวัดสะบัดตอบโต้
เสียงโลหะเฉือนลมดังก้องกลางคฤหาสน์
ในระหว่างที่การสังหารคนในคฤหาสน์เหยียนของเสวี่ยเหรินกุ้ยยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งไร้ความปรานี
…
ภายในวังหลวง ณ ตำหนักจินหลวน
เกา ลี่ซื่อ คุกเข่าลงเบื้องหน้าพระที่นั่งด้วยท่วงท่าก้มศีรษะแสดงความเคารพถึงขีดสุด