“แล้วสรุปว่าไงครับ เชื่อใจปะป๊าคนนี้หรือเปล่า” พิธาถามหญิงสาวเสียงทุ้ม
“เชื่อก็ได้ค่ะ แต่ต่อไปสถานะของเราจะเปลี่ยนไหมคะ หรือยังเป็ลูกเลี้ยงกันเหมือนเดิม” เคียงรักเอ่ยถามต่อ ในเมื่อเคลียร์กันรู้เื่แบบนี้แล้วสถานะของเธอกับเขาล่ะ ที่เป็อยู่ทุกวันนี้คืออะไรกันแน่
“หนูพร้อมที่จะบอกทุกคนว่าหนูเป็เมียปะป๊าหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วก็บอกทุกคนว่าเป็เมีย แต่ถ้ายังก็บอกว่าเป็ปะป๊าเหมือนเดิมครับ”
“ถ้าหนูบอกว่ายังไม่พร้อม ปะป๊าจะน้อยใจหนูไหมคะ”
“ไม่ครับ แต่ปะป๊าจะให้หนูทำใจไม่นาน หลังจากที่ผ่านพ้นการฝึกงานทุกคนจะต้องรู้ว่าหนูเป็ของปะป๊า จะไม่ใช่แค่ลูกเลี้ยงอีกต่อไป” พิธา้าทำทุกอย่างให้ชัดเจน ไม่ให้เคียงรักมาคิดว่าเขาไม่จริงใจหรือไม่รักเธออีก ด้วยความที่อยู่ด้วยกันมานานเขาพอจะรู้ว่าเธอกลัวถูกทิ้งขนาดไหน
“แต่ระหว่างนี้ต่อไป หนูต้องทำหน้าที่คนรักด้วยใช่ไหมคะ” เคียงรักเอ่ยถามจบก็ก้มหน้าลงเพราะไม่กล้าสบตาเขา
“หมายถึงหน้าที่ไหนครับ” พิธาลอบยิ้ม เขารู้ความหมายนั้นแต่อยากแกล้งเธอ
“ก็...ก็ที่ปะป๊าอยากไงคะ วันไนต์สแตนด์ หนูรู้ว่าปะป๊าคงอยากมากใช่ไหมคะ งั้นระหว่างนี้หนูก็คงต้องทำหน้าที่นี้ด้วย” เคียงรักพูดเสียงเบาอย่างเขินอาย แต่ก็ต้องถามออกไปเพื่อที่เธอจะได้เตรียมใจ และศึกษามันเพื่อทำให้เขามีความสุข
“พูดเหมือนกับว่าปะป๊าเป็ตาแก่บ้ากามเลยนะครับ ปะป๊ารู้ว่าหนูยังไม่พร้อม ปะป๊าไม่เร่งหรอกครับ ยังไงปะป๊าก็มีวิธีจัดการอารมณ์ใคร่ของตัวเองได้ และที่สำคัญ ปะป๊าตั้งกฎเองว่าจะมีอะไรก็ต้องหลังจากแต่งงาน” พิธาส่ายหน้าไปมาเบา ๆ ให้กับตัวเอง
ในเมื่อเขาเป็คนตั้งกฎกับตัวเองก็ต้องยอมรับกฎนั้น แต่เื่วันไนต์สแตนด์ไม่นับเพราะเขาอยากทะนุถนอมแค่คนที่เขารัก
“แต่หนูให้ปะป๊าเป็ข้อยกเว้น ปะป๊าก็ยกเลิกกฎนั้นทิ้ง หนูยอมให้ครั้งแรกกับปะป๊า ถึงมันอาจจะเจ็บหรือน่ากลัว แต่ถ้ามันสามารถสร้างความสุขให้กับปะป๊าได้ หนูก็จะยอมค่ะ” เคียงรักก้มหน้าพูดกับตักตัวเองต่อเพราะเธอเขินอายเกินกว่าจะมองหน้าอีกฝ่ายได้
“ปะป๊ารักหนูที่เป็หนู ไม่ใช่รักเพราะหวังร่างกายของหนูนะครับ อย่าเข้าใจปะป๊าผิด” พิธาบอกเพื่อให้เธอเข้าใจ
ไม่รู้ว่าทำไมใคร ๆ ต่างชอบคิดว่าเขาเป็คนบ้ากาม ที่เขาเอ่ยสารภาพรัก ไม่ใช่ว่าเขาอยากได้ครั้งแรกของเธอ แต่เป็เพราะเขารักเธอต่างหาก
“หนูรู้ค่ะ หนูได้ถึงยอม เพราะนี่คือความสุขของปะป๊า ถ้าไม่มีหนู ปะป๊าคงมีครอบครัว หรือตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ปะป๊าไม่ยอมมีอะไรกับใคร มันก็คงเพราะหนู” เคียงรักเงยหน้าขึ้นมองเขาตรง ๆ
“หนู...”
“ในเมื่อปะป๊าแคร์หนูขนาดนี้ หนูก็แคร์ปะป๊าเหมือนกันนะคะ หนูยอมให้ครั้งแรกของหนูกับปะป๊า หนูเป็ของปะป๊าคนเดียวค่ะ” เคียงรักย้ำในสิ่งที่เธอคิดว่าเขาสมควรจะได้รับ
“แต่ถ้าหนูไม่เต็มใจหรือยังไม่พร้อมปะป๊าก็ไม่บังคับ ยังไงเราก็ยังมีเวลาอีกนานครับ” พิธาบอกให้หญิงสาวนั้นคิดทบทวนให้ดี
บางทีเคียงรักเองก็อาจจะไม่ได้รักเขาในแบบที่เขารักเธอ เผื่อบางทีเคียงรักจะไปรักใครเข้าแล้วจะมาเสียใจตอนหลังที่ได้มอบครั้งแรกให้กับเขาแล้ว เธออาจจะโกรธตัวเองไปตลอดชีวิตเพราะการตัดสินใจชั่ววูบในครั้งนี้
“ไม่ค่ะ หนูเต็มใจและพร้อมแล้ว หนูอยากให้ความสุขกับปะป๊า อยากให้ปะป๊าเป็คนแรกของหนู แล้วหนูก็ไม่อยากให้ปะป๊าไปทำกับใครคนอื่นด้วย”
“ปะป๊าไม่คิดจะไปทำกับใครอยู่แล้วครับเพราะปะป๊ารักหนู ปะป๊าย่อมให้เกียรติหนู”
“ใช่ไงคะ หนูก็มั่นใจว่าหลังจากนี้ปะป๊าจะไม่ทำกับใครอีกนอกจากหนู หนูถึงได้ยอม และหนูพร้อมจริง ๆ เพื่อทำให้ปะป๊ามีความสุข แล้วหนูก็จะได้ปะป๊าเพียงคนเดียวนับจากนั้น” เคียงรักส่งยิ้มหวาน พวงแก้มอมชมพูบัดนี้เปลี่ยนจนเป็สีแดงแจ๋ไปแล้ว
“แล้วปะป๊าจะรอดูว่าเมื่อถึงเวลาจริง ๆ ว่าหนูจะพร้อมอย่างที่ปากพูดหรือเปล่า ถึงเวลานั้นจริงถ้าหนูไม่พร้อมปะป๊าก็จะหยุดครับ”
“หนูมั่นใจค่ะว่าหนูพร้อม และหนูก็จะทำให้ปะป๊ามีความสุขที่สุดแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน” เคียงรักยิ้มอย่างมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาจริง ๆ เธอจะไม่งอแงและจะไม่ยอมให้ปะป๊าของเธอนั้นหยุดแน่ ๆ เธอจะต้องทำให้เขามีความสุขแบบที่ผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านมาทำให้เขาไม่ได้
เมื่อได้สติเคียงรักก็นึกอยากกัดลิ้นตัวเองหลังพูดจบประโยค ไม่รู้ว่าเธอเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ชวนเขามามีอะไรกันแบบนี้
“ปะป๊าจะรอนะครับ” พิธายิ้มขำกับคำพูดของเคียงรัก
จะลองดูซิ เมื่อถึงเวลาจริง ๆ เคียงรักเด็กดีคนนี้ของเขายังจะปากเก่งแบบที่พูดอยู่หรือเปล่า