ตอนที่13เมื่อข้าวสารกลายเป็ข้าวสุก
ฮวาเย่เอ๋อร์นอนอ่อนระทวยในอ้อมกอดของโซว่อ๋องเฉิงฝานเจี้ยนรถม้าที่กำลังวิ่งเบา ๆ ช่างกล่อมทำให้คนที่อยู่ด้านในหลับได้ง่ายนักยิ่งเมื่อก่อนหน้านางถูกเขาสูบเรี่ยวแรงไปจนหมดทำให้ตอนนี้นางยังคงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้เพียงลุกนั่งทำได้เพียงนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา
เฉิงฝานเจี้ยนลูบไล้ใบหน้านวลเนียนของหญิงสาวด้วยความหลงใหลจนฮวาเย่เอ๋อร์รู้สึกตัว“ถึงแล้วหรือเ้าคะ”
“อีกไม่ถึงหนึ่งเค่อคงจะถึงเ้าเป็อย่างไรบ้างลุกไหวหรือไม่” เฉิงฝานเจี้ยนก้มหน้าเอ่ยคนในอ้อมแขน
“ท่านอ๋อง! เย่เอ๋อร์ไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้นแต่เหตุใดต้องให้เย่เอ๋อร์ดื่มน้ำแกงห้ามครรภ์ด้วยเพคะท่านอ๋องไม่อยากให้เย่เอ๋อร์ให้กำเนิดทายาทให้ท่านอ๋องหรือเพคะ” ฮวาเย่เอ๋อร์พูดแล้วเงยหน้ามองเฉิงฝานเจี้ยนด้วยั์ตาเศร้าหลังจากที่ทั้งสองผ่านคลื่นลมวสันต์ไม่นานก็มีสาวใช้ยกชาม
น้ำแกงสีดำเข้ามาแล้วยกมาตรงหน้าของนาง นางมองไปที่เขาก่อนเขา
จะพยักหน้าให้นางดื่ม นางไม่กล้าขัดใจทำเพียงดื่มลงไปจนหมดถ้วย
“เหตุใดข้าจะไม่อยากเล่าแต่ยังไม่ถึงเวลาที่สมควรเท่านั้นรออีกไม่นานข้ารับปากเ้าว่าข้าจะให้เ้ากำเนิดทายาทแก่ข้าหลายๆ คนดีหรือไม่” เฉิงฝานเจี้ยนก้มลงแนบริมฝีปากลงไปที่ริมฝีปากของนางบางเบาก่อนจะผละออกมา
ฮวาเย่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้เขา“ท่านอ๋องสัญญากับ
เย่เอ๋อร์แล้วนะเพคะ”
“ข้าให้สัญญาต่อเ้า ถึงประตูหลังเรือนของเ้าแล้วเ้าจะให้ข้าอุ้มไปส่งในเรือนหรือไม่”
“ท่านอ๋องก็เย่เอ๋อร์ขอลาท่านอ๋องตรงนี้”
“อืม เข้าไปในเรือนเถิดเดินระวังด้วยรักษาตัวให้ดีรอข้ายกเกี๊ยวมารับเข้าจวน”
“เย่เอ๋อร์ทราบแล้วเพคะเย่เอ๋อร์จะรอเพคะ” ฮวาเย่เอ๋อร์พูดเสร็จก็ยิ้มเอียงอายก้มหน้าลงจากรถม้าจนรถม้าขับออกไปไกลนางจึงเปิดประตูหลังเดินเข้าไปทุกอย่างยังคงเงียบสงบเช่นเดิมนางเดินตรงกลับเรือนทันที บรรดาข้ารับใช้ที่เดินผ่านไปมาเมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ก็มองหน้ากันก่อนจะก้มคำนับนางฮวาเย่เอ๋อร์หาได้สนใจบ่าวชั้นต่ำพวกนี้ไม่หากใครจะสอบถามเหตุใดพบนางอยู่นอกเรือนทั้งที่เจ็บป่วยนางก็เพียงยืนกรานว่าไม่ได้ออกไปคำพูดของนางย่อมมีคนเชื่อถือมากกว่าบ่าวไพร่!
อาจูที่เริ่มร้อนใจเนื่องจากคุณหนูของนางหายออกไปจากเรือนเกือบสามชั่วยามฮูหยินผู้เฒ่าและนายท่านต่างส่งคนมาสอบถามอาการนางทำได้เพียงแจ้งว่าคุณหนูยังนอนพักไม่อยากให้ใครรบกวนแต่หากนานไปมากกว่านี้นางก็ยากจะแก้ตัวได้อีกแล้ว! อาจูเดินไปมาพลางเมียงมองไปทางหน้าเรือนพักของฮวาเย่เอ๋อร์ก่อนจะเบิกตาโพลงแล้ววิ่งออกไปเมื่อนางเห็นว่าคุณหนูของนางกลับมาแล้ว
“คุณหนู! เหตุใดจึงได้กลับช้านักเ้าคะบ่าวร้อนใจยิ่งนัก
ฮูหยินผู้เฒ่ากับนายท่านส่งคนมาสอบถามอาการท่านหลายครั้งจนบ่าวกลัวว่าความจะแตกยิ่งนักเ้าค่ะ”
“เ้าจะเสียงดังไปใยเดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินกันหมดหรอก ไปเข้าไปคุยกันข้างใน”ฮวาเย่เอ๋อร์เอ็ดสาวรับใช้ส่วนตัวของนาง ก่อนจะเดินนำเข้าไปในเรือนด้วยรอยยิ้ม
อาจูที่เริ่มคลายกังวลแล้วก็สังเกตเห็นความผิดปกติของคุณหนูแต่นางก็ยากจะกล่าวได้ว่าผิดปกติตรงที่ใด อาจูรีบเดินตามฮวาเย่เอ๋อร์เข้าไปในเรือนเมื่อนางได้เห็นคุณหนูของนางชัดมากขึ้นก็เห็นว่าฮวาเย่เอ๋อร์
ดวงหน้าดูสดใส ดวงตาเปล่งประกายที่หางตามีสีชมพูอมแดงจาง ๆ ผิวพรรณก็ดูขาวอมชมพูระเรื่อเปล่งปลั่งกว่าที่เคย นางแม้จะไม่เคยกินเนื้อหมูแต่ก็เคยเห็นหมูวิ่งเวลาที่สาวใช้แอบลักลอบพบกับบ่าวชายก็มักจะมี
สีหน้าเช่นนี้!
“คุณหนูท่าน!ท่านกับคุณชายตู้เข้าหอกันแล้วหรือเ้าคะ!” อาจูรีบเอ่ยถามทันทีด้วยความใ
“ข้ากับคุณชายตู้หรือ ฮึอย่างคุณชายตู้ไม่อาจสู้กับคนที่ข้าพบวันนี้ได้หรอก ข้าจะบอกอะไรเ้าให้” ฮวาเย่เอ๋อร์หยุดคำพูดไว้แล้วมองไปทางสาวใช้ของตนอาจูที่ตาโตนั่งนิ่งรอฟังฮวาเย่เอ๋อร์เห็นดังนั้นก็ยกยิ้มก่อนจะพูดว่า “วันนี้ข้าได้พบกับโซว่อ๋องเฉิงฝานเจี้ยน ท่านอ๋องรับปากจะรับข้าเข้าจวนอีกไม่นานข้าก็จะได้แต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว ใครพบข้าก็ต้องไว้หน้าข้าหลายส่วนเชียวล่ะ!”
“บ่าวยินดีกับคุณหนูด้วยเ้าค่ะ!ถึงวันนั้นคุณหนูอย่าลืมพาบ่าวไปด้วยนะเ้าคะ” อาจูที่ได้ยินก็ตื่นเต้นไปกับเ้านาย
“แน่นอนอยู่แล้วมีเพียงเ้าที่เข้าใจข้าที่สุดข้าจะไม่ให้เ้าไปกับข้าได้อย่างไร”
“บ่าวขอบคุณคุณหนูที่เมตตาเ้าค่ะ”
“ฮึ ถึงแม้ข้าจะเข้าจวนอ๋องในฐานะอนุแต่ท่านอ๋องก็รับปากข้าไว้แล้วว่าหากการใหญ่สำเร็จจะให้ฐานะที่สูงสูงแก่ข้าแน่นอน”
“อนุหรือเ้าคะแล้วการใหญ่ที่ว่าคืออันใดกันเ้าคะ” อาจูที่ตอนแรกดีใจกับคุณหนูของนางกับต้องใอีกครั้งเมื่อคุณหนูของนางเป็เพียงอนุเท่านั้น
“การใหญ่เื่ใดข้าก็ไม่ได้สอบถามท่านอ๋องข้าไม่อยากให้ท่านอ๋องเห็นว่าข้าก้าวล่วงงานมากเกินไปสิ่งใดที่ท่านอ๋องพูดแล้วข้าเชื่อว่าท่านอ๋องต้องทำได้แน่ ถึงตอนนั้นเ้ากับข้าก็ไม่ต้องก้มหัวเอาใจยายเฒ่าลำเอียงนั่นแล้ว!”ฮวาเย่เอ๋อร์เอ่ยขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธถึงแม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะไม่ได้แสดงออกว่ารักหลานสาวคนใดมากกว่ากันแต่นางดูออกว่าฮวาเซียงเซียงมักจะทำอะไรต้องใจฮูหยินผู้เฒ่ามากกว่านางและได้ของขวัญหรือเครื่องประดับมากกว่านางทุกครั้ง!
“เ้าค่ะ” อาจูที่นั่งบนพื้นเงยหน้ามองคุณหนูของนางด้วยแววตา
มีความหวัง นางเชื่อคำพูดของคุณหนูของนางทุกอย่าง!
ในเรือนหลังเล็กที่อยู่ถัดจากเรือนของฮวาเย่เอ๋อร์เป็เรือนของ
ฮวาเซียงเซียงที่ตอนนี้กำลังเก็บตัวปักเย็บผ้าคลุมหน้าในงานแต่งงานของตน เนื่องจากเวลามีไม่มากนักทำให้นางไม่มีเวลาพอที่จะปักชุดแต่งงานของตนเองได้จึงทำได้เพียงปักเย็บผ้าคลุมหน้าเท่านั้นจางเหมยซูที่นั่งอยู่ด้านข้างกำลังเตรียมรายการสินเ้าสาวให้บุตรสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เซียงเซียง พรุ่งนี้ค่อยปักต่อเถิดลูกแสงแดดเริ่มลดหายไปแล้วสายตาเ้าจะเสียได้ มา ๆดูสินเ้าสาวที่แม่เตรียมไว้ให้เ้าเถิดว่าพอหรือไม่” จางเหมยซูหันไม่พูดกับบุตรสาวหลังจากมองไปด้านนอกแล้วเห็นว่าแสงตะวันเริ่มจะตกดินแล้ว
“เ้าค่ะท่านแม่เื่สินเ้าสาวเซียงเซียงแล้วแต่ท่านแม่จะจัดการเ้าค่ะ” ฮวาเซียงเซียงวางผ้าที่กำลังปักให้สาวใช้เก็บลงกล่องก่อนจะเดินไปหามารดา
“แม่เป็ห่วงว่าเ้าแต่งออกไปแล้วจะลำบากนักถึงสกุลหวังจะดูไม่ได้เดือดร้อนเื่เงินมากนักแต่สิ่งใดที่เ้าเคยใช้เคยมีแม่ก็ไม่อยากให้เ้าต้องลดหรืออดไป” จางเหมยซูมองบุตรสาวด้วยความสงสาร
“ถึงแม้คนจะกล่าวว่าแต่งกับไก่อยู่กับไก่แต่งกับสุนัขอยู่กับสุนัข ครอบครัวสกุลหวังหาได้ร่ำรวยเงินทองแต่ก็ไม่ได้ขัดสน ลูกจะดูแลตนเองให้ดีและเชื่อว่าสกุลหวังก็ต้องดูแลลูกได้ดีเช่นกันลูกจะไม่ทำให้ตัวเองต้องน้อยเนื้อต่ำใจขอท่านแม่อย่าได้ห่วงเื่นี้เลยเ้าค่ะ”ฮวาเย่เอ๋อร์เดินไปกุมมือมารดาแน่นนางเองก็ไม่มั่นใจมากนักว่าหลังจากแต่งงานไปแล้วจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้างแต่นางก็ต้องไม่ทำให้ครอบครัวของนางต้องเป็ห่วงกับการแต่งงานของนางมากเกินไปนัก
“เอาเถิดหากมีเื่ใดที่เ้า้าความช่วยเหลือขอให้เ้าคิดถึงท่านพ่อแม่และคนในสกุลฮวาอย่าได้อดทนหากได้รับความไม่เป็ธรรม”
“เ้าค่ะ ขอบคุณท่านแม่” ฮวาเย่เอ๋อร์สวมกอดมารดาแน่นแล้วหลับตาลงอีกไม่นานนางต้องออกจากครอบครัวแล้วเข้าไปอยู่บ้านสามีความอบอุ่นจากอ้อมกอดมารดานี้คงไม่ได้มีมาบ่อยครั้งอีกแล้ว
อาจือหลังจากที่เก็บผ้าคลุมหน้าให้ฮวาเซียงเซียงเสร็จแล้วก็เดินออกไปเพื่อนำอาหารว่างและน้ำชามาให้นายหญิงและคุณหนูของนางขณะที่นางกำลังเดินระหว่างทางกลับได้ยินสาวใช้สองคนกำลังคุยกันว่าเห็นคุณหนูใหญ่เดินกลับเข้าเรือนผ่านทางประตูหลังตอนเที่ยงคุณหนูใหญ่ส่งสาวใช้มาบอกว่าไม่ร่วมโต๊ะอาหารบอกว่าตนเองป่วยขอนอนพักที่เรือนเมื่อไม่กี่ชั่วยามนายหญิงก็ส่งคนไปสอบถามก็ได้ความว่าคุณหนูใหญ่ยังนอนพักในเรือนแล้วเหตุใดจึงมีคนพบคุณหนูรองอยู่ที่ท้ายเรือนได้เล่า
ฮวาเซียงเซียงที่เห็นสีหน้าของอาจือก็เอ่ยถามขึ้น“อาจือเ้าเป็อันใด ทำไมทำหน้าอย่างนั้นเล่า”
อาจือสะดุ้งใเมื่อได้ยินเสียงคุณหนูของนางถามขึ้นนางมองสบตากับฮวาเซียงเซียงก่อนจะคิดว่าควรบอกเื่นี้กับนายหญิงและคุณหนูดีหรือไม่เมื่อคิดได้นางจึงเอ่ยขึ้น“บ่าวได้ยินสาวใช้ในครัวบอกว่าเห็นคุณหนูใหญ่เข้าเรือนมาทางประตูหลังเมื่อชั่วยามก่อนเ้าค่ะ”
“ฮวาเย่เอ๋อร์หรือ นางป่วยนอนพักอยู่ในเรือนไม่ใช่หรือจะมีคนพบนางอยู่ที่ประตูหลังได้อย่างไร”จางเหมยซูเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยก่อนจะหันไปมองฮวาเซียงเซียงที่สงสัยเช่นกัน
“บ่าวก็สงสัยเ้าค่ะ หรือบ่าวจะหูฝาดไปกระมังเ้าคะคุณหนูใหญ่จะไปปรากฏตัวที่ประตูหลังได้อย่างไร คงเป็บ่าวที่ฟังผิดไปทำให้นายหญิงกังวลเสียแล้ว”
“ช่างเถิดวันนี้ข้าไม่อยากรบกวนการพักผ่อนจึงยังไม่ได้เข้าไปดูอาการนางตอนนี้นางคงจะฟื้นขึ้นบ้างแล้วอย่างไรเราก็ไปเยี่ยมนางเสียหน่อยเถิด” จางเหมยซูเอ่ยชวนฮวาเซียงเซียงไปเยี่ยมลูกเลี้ยงของนาง
จางเหมยซูเดินนำฮวาเซียงเซียงและสาวใช้มาที่เรือนพักของ
ฮวาเย่เอ๋อร์เมื่อมาถึงเรือนที่ปิดเงียบไร้เงาของสาวใช้คนอื่นก็ทำให้หัวคิ้วของนางขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ“เหล่าสาวใช้หายไปไหนกันหมด เหตุใดไม่มีใครเฝ้าอยู่หน้าเรือนสักคน คุณหนูใหญ่ก็ยังป่วยหากมีอะไรขึ้นใครจะคอยดูแลกัน!”เหล่าคุณหนูสกุลฮวาจะมีสาวใช้ส่วนตัวหนึ่งคนและสาวใช้ที่ดูแลเื่ทั่วไปภายในเรือนอีกสองคนแต่วันนี้นางกลับไม่เห็นสาวใช้คนอื่นกลับมีเพียงอาจูที่เดินออกมาจากห้องเมื่อได้ยินเสียงคนเดินมาทางเรือนของคุณหนูนาง
“บ่าวให้สาวใช้คนหนึ่งไปเอาน้ำอุ่นมาเช็ดตัวคุณหนูเ้าค่ะส่วนอีกคนให้ไปนำโจ๊กมาให้คุณหนูเ้าค่ะในเรือนจึงเหลือเพียงบ่าวที่คอยอยู่กับคุณหนูใหญ่” อาจูเดินออกมาคำนับจางเหมยซูและฮวาเซียงเซียงนางหาได้โป้ปดไม่ ตอนนี้คุณหนูของนางป่วยจริง ๆ แล้ว หลังจากที่ฮวาเย่เอ๋อร์กลับเรือนไม่นานนางก็มีไข้ตัวร้อน ไม่สุขสบายตัวและเหตุที่ทำให้นางป่วยก็คือเฉิงฝานเจี้ยนที่เคี่ยวกรำกับนางมากเกินไป
“เย่เอ๋อร์ยังไม่ดีขึ้นอีกหรือข้าจะให้คนไปตามท่านหมอมาตรวจอาการหากเมื่อเช้าเย่เอ๋อร์ไม่ห้ามแล้วให้หมอเข้าตรวจอาการคงจะดีขึ้นมากแล้ว” จางเหมยซูเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเป็ห่วง ถึงแม้ความสัมพันธ์ของนางกับลูกเลี้ยงจะหาได้ดีมากนักแต่นางก็เลี้ยงมาจนเติบใหญ่จะไม่ให้นางเป็ห่วงมากได้อย่างไร
“คุณหนูเพียงเป็ไข้เล็กน้อยเ้าค่ะที่เรือนมีเทียบยาลดไข้เหลือบ่าวต้มให้คุณหนูดื่มแล้ว อีกสักพักจะเช็ดตัวให้วันพรุ่งคงจะหายดีเ้าค่ะคุณหนูเองก็ไม่อยากรบกวนนายหญิงให้ตามหมอมาตรวจให้วุ่นวายเ้าค่ะ” อาจูรีบเอ่ยขึ้นหากให้หมอมาตรวจก็คงจะรู้ว่าคุณหนูของนางเป็ไข้ด้วยเหตุใด
“งั้นหรือข้าจะเข้าไปดูนางเสียหน่อยหากเป็อย่างที่เ้าว่าค่อยรอดูพรุ่งนี้แล้วกันหากไม่หายข้าจะตามหมอมาตรวจ” จางเหมยซูพูดเสร็จก็เดินตรงเข้าไปในห้องนอนก็เห็นฮวาเย่เอ๋อร์ที่ใบหน้ามีเหงื่อซึมซีดเซียวแต่แก้มทั้งสองกลับแดงก่ำจากพิษไข้
“นี่เ้ายังว่าไม่ร้ายแรงอีกหรือ ข้า..” จางเหมยซูชะงักคำพูดเมื่อ
ฮวาเย่เอ๋อร์ที่ตอนนี้ลืมตาและกำลังจะลุกขึ้นนั่งนางขยับเข้าไปประคองลูกเลี้ยงและมองนางด้วยความเป็ห่วงก่อนจะเอ่ยว่า“เ้าระวังด้วย ค่อย ๆ ขยับ เป็อย่างไรบ้างเหตุใดไม่ส่งคนไปบอกแม่เล่าว่าอาการเ้ายังไม่ดีแม่จะได้ตามหมอมาตรวจ”
“เย่เอ๋อร์ไม่เป็อะไรมากเ้าค่ะพรุ่งนี้ก็หายแล้วแค่กินยาไม่กี่เทียบกับให้อาจูเช็ดตัวให้ก็ดีขึ้นมากแล้วขอบคุณท่านแม่ที่ห่วงใยเ้าค่ะ” ฮวาเย่เอ๋อร์ทำสีหน้าให้ดูสดชื่นขึ้นทั้งที่นางปวดเมื่อยไปทั้งกาย
“จริงหรือถ้าเช่นนั้นหากเ้ายังไม่ดีขึ้นให้รีบบอกแม่ทันทีรู้หรือไม่”
“เ้าค่ะ เย่เอ๋อร์ทราบแล้ว”
“เช่นนั้นก็กินโจ๊ก กินยาแล้วนอนพักให้มากๆ ส่วนเ้าก็ดูแลคุณหนูให้ดีหากอาการไม่ดีขึ้นรีบไปบอกข้าเข้าใจหรือไม่”
“บ่าวทราบแล้วเ้าค่ะนายหญิง” อาจูคุกเข่าก้มหน้าตอบเสียงเบา
“พี่หญิงใหญ่พักผ่อนให้มาก ๆนะเ้าคะที่เรือนข้ายังมีเทียบยา
ลดไข้เหลืออยู่หากไม่พอให้ส่งคนไปรับที่เรือนได้เ้าค่ะ”ฮวาเซียงเซียงที่ยืนอยู่ข้างเตียงเอ่ยขึ้น
“ขอบใจเ้ามาก”ฮวาเย่เอ๋อร์ส่งยิ้มแล้วตอบน้องสาวต่างมารดาของนาง
“เช่นนั้นพวกข้าไม่รบกวนเ้าแล้วนอนพักเถิด”จางเหมยซูเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปมองเซียงเซียงแล้วเดินออกจากห้องไปฮวาเย่เอ๋อร์มองตามหลังคนทั้งสองด้วยสายตาแวววาวมาดร้าย
“ฮึทำเป็ห่วงเป็ใยข้าที่จริงแล้วคงจะอยากให้ข้าตายเสียมากกว่า” ฮวาเย่เอ๋อร์เอ่ยขึ้นก่อนจะไอออกมาเสียงเบา
“โจ๊กกับยาได้หรือยังอาจู ข้าอยากนอนพักแล้วตอนนี้ข้าทรมานยิ่งนักเหตุใดการเข้าหอกับบุรุษถึงได้เจ็บไปทั้งกายเช่นนี้”
“บ่าวได้ยินมาว่าจะเป็แค่ครั้งแรกเ้าค่ะครั้งต่อไปจะไม่เจ็บแล้วคุณหนูก็อดทนก่อนนะเ้าคะบ่าวจะไปดูก่อนว่าโจ๊กกับยามาหรือยัง”
“อืมไปเถิด” ฮวาเย่เอ๋อร์พยักหน้าหลับตาพักผ่อนต่อครั้งต่อไปจะไม่เจ็บหรือตอนที่อยู่ในห้องนางก็หาได้เ็ปมากเท่านี้ตอนนั้นช่างยากที่จะพูดได้ว่ารู้สึกอย่างไรมันช่างผสมปนเปไปกับความรู้สึกเ็ปและซาบซ่านจนนางอยากจะรู้ว่าครั้งต่อไปจะเป็เช่นไร!...