Manager ผู้จัดการมาเฟีย

    อุ....อะไรหนะ?

    ฉันชื่อ ไอรินค่ะเป็๲ชื่อที่แม่ตั้งให้เพราะตอนที่แม่ท้อง

    หมอดูที่เดินผ่านมาทักว่าชีวิตฉันจะไม่ราบรื่น

    มีแต่อุปสรรค ชื่อฉันเลยแปลว่าแสงสว่าง

    แต่ตอนนี้ชีวิตฉันช่างมืดมนเหลือเกิน

    ปีนี้ก็อายุ 25 แล้ว แต่ไม่เคยมีความฝันอะไรเลย แค่ใช้ชีวิตไปวันๆ

    เฮ้อ..........แล้วตอนนี้ก็ต้องออกจากงานอีก

    นี้ก็ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้วที่ฉันยังไม่มีงานทำ

     

    หญิงสาวที่นั่งจ้องโน้ตบุคบนเตียงบ่น

     

    ภายในห้องได้ยินแค่เสียงแอร์ที่อยู่ปลายเตียงเท่านั้น

    ใต้แอร์ก็จะมีตู้เสื้อผ้าสีขาว

    ข้างๆเตียงมีโต๊ะทำงานเล็กๆและโคมไฟ

    แต่เธอจะไม่ค่อยได้ใช้ทำงานสักเท่าไหร่

    เพราะเธอมักจะเอาโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆมาตั้งบนเตียงและมานั่งทำงานบนนี้แทน

    ส่วนโต๊ะก็กลายเป็๞ที่ตั้งของกินซะส่วนใหญ่

    อีกฝั่งก็จะเป็๲โต๊ะเครื่องแป้งที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอาง

    และเครื่องประดับวางอยู่อย่างเป็๞ระเบียบ

    ภายในห้องถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวทำให้ห้องดูเรียบๆ แต่ดูหรู

     

    “ให้ตายสิตาแก่นั่น ลวนลามคนอื่นเค้าไปทั่วจริงๆ

    เป็๞หัวหน้าแผนกแล้วคิดจะทำอะไรก็ได้รึไง

    ฮึย...คิดแล้วก็หงุดหงิดแต่ก็สะใจชะมัด

    ถึงตอนนี้จะโดนที่บ้านบ่นจนหูชาแล้วก็เถอะ”

     

    กริ๊งงงงง ๆ ๆ(เสียงโทรศัพท์)

     

    “อ๊ะ!!พูดถึงก็โทรมาพอดี”

     

    “ว่าไงคะแม่”

    ฉันกดรับสาย

     

    “นี่แกได้งานรึยังหะ?”

     

    “กำลังหาอยู่ค่ะ”

     

     

    “ทำงานอยู่ดีๆแล้วจะลาออกทำไมหะ

    เงินเดือนก็เยอะสวัสดิการก็ดี ยังจะออกอีก

    รู้ไหมว่าสมัยนี้มีคนตกงานแล้วอยากได้งานกันเยอะแค่ไหนหนะ

    ยังจะทำตัวแบบนี้อีกแกไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ”

     

    “บ่นอีกแล้วๆ”

     

    “เฮ้อ.........ฉันละไม่รู้จะทำยังไงกับแกดี

    ถึงแกจะมีบ้านมีรถ มีทุกอย่างครบแล้ว

    แต่แกก็ยังไม่มีแฟนซักทีจะให้ไปดูตัวก็ไม่ไป”

     

    “แม่ทำไมกลายเป็๲เ๱ื่๵๹นี้ไปได้ละเนี่ย

    ไม่ต้องห่วงเ๹ื่๪๫งานหรอกค่ะ

    เดี๋ยวจะหางานที่เงินเดือนเยอะกว่านี้

    สวัสดิการดีกว่านี้ให้ดู

    แล้วก็เ๱ื่๵๹แฟน.........เอาเป็๲ว่าไม่ต้องห่วงหรอก”

     

    “เหนื่อยใจจริงๆกับลูกคนนี้

    ช่างเถอะ ๆฉันจะโทรมาบอกว่าเสาร์ที่จะถึงนี้พี่แกจะกลับมาบ้าน

    แกก็มาด้วยหละ”

     

    “ได้เลยค่ะแม่ก็ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆนะคะ

    อย่าเครียดมากนักละเดี๋ยวแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะ อิอิ”

     

    “เด็กคนนี้หนิ”

     

    “รักแม่นะคะบายค่ะ”

     

    ........ตื้ด...........

    ฉันกดวายสายไปทันทีที่พูดจบ

     

    ...............................................................................

     

    “ไม่ได้เจอพี่มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย 

    คิดถึงจังวันนี้วันจันทร์ ก็อีก 5 วันสินะ”

     

    “อ๊ะ!........หางานก่อนดีกว่า

    อันนี้น่าสนใจแหะไหนดูสิ”

     

    “ตำแหน่งผู้จัดการ(เฉพาะทาง) เหรอ?

    เงินเดือน 6X,XXXขึ้นไป โห........เยอะแหะ

    มากกว่าที่ทำงานเก่าฉันตั้ง3 เท่า

    สวัสดิการดีกว่าที่ทำงานเก่าอีกด้วย

    โบนัสก็ได้ทุก 3เดือน”

     

    “ฉันต้องได้งานนี้............สมัครเลยละกัน”

    ฉันพูดกับตัวเองด้วยความมั่นใจ”

     

    ต๊อกแต๊ก ๆ ๆ

     

    “เรียบร้อย!!”

     

    “หิวแล้วแหะไปหาอะไรกินดีกว่า”

     

    เธอลุกขึ้นจากเตียงเดินออกจากห้องนอน

    ผ่านตู้เสื้อผ้าสีขาวที่มีกระจกบานใหญ่ติดอยู่

    ทำให้เห็นภาพสะท้อนของหญิงสาวผมสีดำขลับที่มัดสูงอย่างลวก ๆ

    เผยให้เห็นต้นคอมาจนถึงไหล่

    ผิวขาวอมชมพูตัดกับปากสีแดงระเรื่อเป็๞กระจับ

    จมูกเป็๲สันขนตางอนยาวรับกับคิ้วที่เป็๲ทรง

    เธอใส่เสื้อยืดสีขาวย้วยๆจนเผยให้เห็นไหล่ข้างนึง

    ชายเสื้อยาวจนปิดกางเกงขาสั้นสีเทาที่เธอใส่

    เปิดประตูออกมาก็จะเจอห้องรับแขกโทนสีเทาดำ

    ทางขวาก็จะเป็๲ทางไปห้องครัวซึ่งจะเห็นตู้เย็นสีดำตั้งอยู่อย่างชัดเจน

     

    “ไหนดูซิ ในตู้เย็นมีอะไรเหลือบ้าง.........

    เหลือแค่น้ำเปล่าแล้วแหะต้องออกไปซื้อของมาเติมซะแล้ว”

     

    เธอเดินกลับเข้าไปในห้องเปิดตู้เสื้อผ้าเอื้อมมือหยิบเสื้อโคทตัวใหญ่สีดำออกมาสวม

    แล้วเดินออกมาจากห้องนอนผ่านห้องน้ำที่อยู่ถัดมาจากห้องครัว

    และห้องรับแขกตรงมาที่ประตูห้อง

    เธอหยิบกุญแจและหมวกสีขาวที่แขวนไว้ตรงผนังข้างประตูมาใส่

    เปิดประตูแล้วเดินออกมาตามทางเดินผ่านห้อง3-4ห้องก็จะเจอลิฟต์

    ห้องของเธอเป็๲ห้องริมสุดชั้น5

    เมื่อลงมาที่ชั้นล็อบบี้ก็จะมีของอำนวยความสะดวกมากมาย

    เช่นสระว่ายน้ำฟิตเนส ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร บาร์ สวนหย่อม เป็๲ต้น

     

    “กว่าจะซื้อห้องของที่นี่ได้ทำเอาวุ่นวายแทบตาย

    แต่สุดท้ายฉันก็ได้มา๳๹๪๢๳๹๪๫ถึงจะแพงมากก็เถอะ”

    ฉันพึมพำอย่างพอใจ

     

    “อ่าวพี่ไปไหนมาเหรอ? ๰่๥๹นี้ไม่ค่อยเห็นเลย”

    พนักงานทักขึ้นทันที่ฉันเดินเข้าไปในร้าน

     

    “ไง? ดันเต้พี่ไม่ได้ไปไหนหรอก อยู่แต่ในห้องหนะ 555”

    ฉันทักเด็กผู้ชายอายุราวๆ19 ปี แต่รูปร่างสูง ขาว หล่อ

    ดูดีเกินวัยไปมากอย่างกับนายแบบ

     

    ฉันเดินไปหยิบตะกร้าแล้วไปเลือกของ

    ในขณะที่ฉันกำลังจะหยิบของที่ชั้นวางอยู่นั้น

    ก็เหมือนถูกใครชนเข้าอย่างจังทำให้ขนมที่อยู่ในมือหล่นลง

     

    “อุ๊ยย!!! ขอโทษค่ะ”

    ฉันตอบไปโดยอัตโนมัติ

     

    เมื่อหันไปมองก็เห็นผู้ชายคนนึงใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำ

    แต่งตัวดูดีสะอาดสะอ้าน

    ดูจากข้างหลังเหมือนจะเป็๲พนักงานระดับสูง

    ไม่ก็เป็๞คนมีหน้ามีตาในแวดวงสังคม

    เขากำลังคุยโทรศัพท์และดูรีบร้อน

    เขาหันมามองฉันด้วยหางตานิดหน่อยแล้วก็เดินออกไปจากร้าน

    โดยที่ไม่ขอโทษฉันเลยสักคำหน้าตาเขาดูดีมีเสน่ห์พอสมควรเลย

     

    “อะไรกันเดินชนคนแท้ๆ แต่ไม่ขอโทษสักคำ แต่งตัวก็ดูดี

    นี่สินะ........ดูคนจากภายนอกไม่ได้จริงๆเฮ้อ........คนสมัยนี้”

    ฉันพึมพำเบาๆก่อนก้มลงเก็บของที่หล่นตอนถูกชนเมื่อกี้

     

    “รอบนี้ซื้อเยอะนะครับ”

    เด็กชายถามด้วยความสงสัย

     

    “ต้องซื้อไปตุนไว้หน่อยหนะ”

    ฉันตอบแบบยิ้มๆ

     

    “แล้วเมื่อกี้ไม่เป็๲ไรใช่ไหมครับ?”

    เด็กชายถามด้วยความเป็๞ห่วง

     

    “อ๋อ........ไม่เป็๞ไรแค่หงุดหงิดนิดหน่อยนะ”

    หญิงสาวตอบพร้อมกับทำท่าทีหงุดหงิด

     

    “งั้นเหรอครับ”

     

    น้องเขาทำหน้าเหมือนเห็นลูกหมาที่น่าสงสารถูกรังแกงั้นละฉันคิด

     

    “ฉันไม่เป็๲ไรจริงๆไม่ได้เจ็บตรงไหนด้วย รีบคิดเงินเร็ว”

     

    “ครับๆ”

     

    เมื่อเดินออกมาจากร้านทางขวามือจะเห็นเป็๲ตรอกเล็ก ๆ

    ทางซ้ายมือจะเป็๞ทางเข้าล็อบบี้

     

    โครมมมม!!กุก ๆ กัก ๆ

     

    “เสียงอะไรอะ........ดังมาจากทางนี้แหะ”

     

    ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันเดินตามเสียงนั้นไป

    ความอยากรู้อยากเห็นสินะฮึ!!

     

    ฉันเดินไปหยุดอยู่ที่มุมตึกในตรอกมีข้าวของวางระเกะระกะ

    ทำให้ยากต่อการมองเห็น

     

    “อุ...อะไรหนะ?ผู้ชายคนที่เดินชนฉันในร้านเมื่อกี้นี่นา

    เขาคุยอยุ่กับผู้ชายใส่สูทอีก3คน

    แต่ดูรุนแรงจังเลยแหะ”

     

    “ให้อารมณ์เหมือนโดนลากมารุมกระทืบเลยฉันต้องเข้าไปยุ่งไหมเนี่ย!!”

     

    ฉันลังเลอยู่ชั่วขณะ

     

    “กลับดีกว่า อย่าไปยุ่งเ๹ื่๪๫ของคนอื่นเลย”

    ในขณะที่ฉันกำลังจะหันหลังกลับก็มีแสงแว็บมากระทบตา

     

    “อ๊ะ!!........นั่นมัน”

    ฉันอุทานขึ้นมาเมื่อเห็นอาวุธที่ดูเหมือนจะเป็๞มีด

     

                  ฉึกก !!!