ชายหนุ่มรู้ว่าบิดาแกล้งตอบกวนประสาทเขา แต่ก็แอบถอนใจลึกอย่างเป็กังวล ขณะที่ถอยห่างออกมาเงียบๆ
“นั้นแกจะกลับแล้วเหรอ”
นายเกรียงไกรอดห่วงบุตรชายไม่ได้
“ครับ ผมเหนื่อย อยากพัก”
คราวนี้ชายหนุ่มตอบตรงกับความรู้สึกจริงๆ
“อย่าลืมโทรไปหาแม่แกบ้างล่ะ หายไปเสียหลายวัน เห็นเขาบ่นคิดถึง”
“ครับ แล้วผมจะโทรไป ผมลาละครับป๋า”
ชายหนุ่มเก็บเอาความไม่สบายใจจากคำพูดของบิดาออกมาจากห้องด้วย และเขาก็คงจะทนอยู่กับความรู้สึกอย่างนั้นไปนานๆไม่ได้
จึงแวะไปที่โต๊ะทำงานของเลขาผู้อำนวยการซึ่งมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งรักษาการแทนเรือนขวัญอยู่
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนที่มาหยุดยืนอยู่ไม่ห่าง จำได้ทันทีว่าเป็บุตรชายท่านผู้อำนวยการ แม้จะไม่เคยได้พูดคุยกันโดยตรงเลยก็ตาม แต่ก็เคยเห็นหลายครั้งและรู้ว่าเขาเป็ใคร
“กลุ่มที่ไปประชุมที่สิงคโปค์ เขาออกเดินทางไปเมื่อไหร่”
เกริกเกียรติถามขึ้น
“เมื่อวานนี้ครับ”
เด็กหนุ่มตอบออกไปทั้งที่ยังงงกับคำถามที่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้นอยู่
“แล้วจะกลับกันเมื่อไหร่”
“ไม่ทราบครับ”
“ไปกันทั้งหมดกี่คน”
“ห้าคนครับ”
“ผู้ชายกี่คน”
“สองคนครับ ผู้หญิงสาม”
“เอาละ ขอบใจมาก”
เกริกเกียรติจบคำพูดก่อนจะหันหลังจากไป แม้ไม่ได้คำตอบที่้า แต่ก็พออุ่นใจขึ้นบ้างที่รู้ว่าหล่อนไม่ได้ไปกันเพียงสองต่อสองกับนายปองคุณ
“อะไรของเขา มาถึงก็ซักเอา ซักเอา จนหายใจหายคอแทบไม่ทัน แล้วก็กลับไปซะเฉยๆ”
เด็กหนุ่มบ่นอย่างงงๆอยู่คนเดียว
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
เกริกเกียรติกลับมานั่งเซ็งอยู่คนเดียวที่คอนโดของตน เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องรู้สึกอย่างนี้กับผู้หญิงคนนั้น เธอสุดเชยไม่ใช่เหรอ เธอจืดชืดไม่ใช่เหรอ เธอชอบมองเขาด้วยสายตาเ็าและเธอยังเป็อะไรอีกตั้งหลายอย่างที่เขาไม่ชอบ ไม่ใช่เหรอ ? แต่ทำไม...เขาจึงรู้สึกว้าวุ่นใจเมื่อไม่ได้พบหน้าเธอ รู้สึกร้อนรุ่มใจเมื่อรู้ว่าเธอไปกับผู้ชายอื่นแม้จะเป็การไปทำงานก็ตามและดูเหมือนเขาจะคอยคิดถึงเธอบ่อยๆอีกด้วย เขาเป็บ้าอะไรไป
โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อส่งสัญญาณเตือนว่ามีสายเรียกเข้า ชายหนุ่มเอามากดรับ
“ฮัลโหล”
เขาส่งเสียงเนือยๆไปตามสาย
“เฮ้ ไอ้เกริก พวกเรารอแกอยู่น่ะ ออกมาสังสรรค์กันหน่อยสิเพื่อน”
คือเสียงคุ้นหูของเพื่อนที่ดังโต้ตอบกลับมา
“ไม่เอาหละ”
เขาตอบออกไปทันทีด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ
“ทำไมว๊า...”
“ไม่มีอารมณ์ว่ะ”
“หมู่นี้แกเป็อะไรไปว่ะ ไม่ค่อยเหมือนเดิมเลย ก่อนนี้ชวนเฮไหนแกก็เฮนั้น แต่เดี๋ยวนี้ชวนไปไหนก็ไม่ค่อยไป”
เสียงเพื่อนตัดพ้อต่อว่า
“ฉันอาจจะแค่เบื่อๆเท่านั้น เดี๋ยวก็หาย แกอย่าสนใจเลย เชิญพวกแกสนุกกันตามสบายเถอะ”
บอกกับเพื่อนไปอย่างนั้นแล้วก็กดวางสาย ก่อนจะนั่งจมอยู่กับภวังค์ความคิดของตนต่อไป
เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆโดยที่ชายหนุ่มยังไม่ขยับเขยื้อนตัวไปไหน