ภายในคุกใต้ดินที่มืดมิดอรัญญายังคงหลบซ่อนอยู่ในมุมมืด ท่ามกลางเสียงปืนและเสียงการต่อสู้ที่ดังก้องจาก้าหัวใจของเธอเต้นรัวไม่เป็จังหวะเสียงฝีเท้าของทหารที่เดินผ่านไปมาทำให้เธอรู้สึกเครียดจนแทบหายใจไม่ออกทุกการเคลื่อนไหวของเธอเต็มไปด้วยความระมัดระวังเธอรู้ว่าเธอไม่อาจหลบอยู่ในนี้ได้ตลอดไป
"ข้าไม่มีทางเลือก...ข้าไม่สามารถยอมแพ้ให้กับความกลัวได้" อรัญญาพึมพำกับตัวเองขณะเดียวกันใจของเธอก็คิดถึงคำถามมากมายที่ยังค้างคาอยู่ —ทำไมทุกอย่างถึงเกิดขึ้นแบบนี้?แล้วเธอควรจะเลือกทางไหน?
เสียงการต่อสู้ดังขึ้นรอบตัวเธอรู้สึกว่าภาพเบื้องหน้าเริ่มหมุนไปรอบตัว เสียงปืนในห้องโถงและเสียงะโของผู้คนที่กำลังเผชิญกับการรุกรานจากทัพของฝ่ายตรงข้ามทำให้เธอรู้สึกถึงความเร่งรีบในหัวใจ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆดังขึ้นใกล้เข้ามาในห้องคุกใต้ดิน อรัญญารีบซ่อนตัวในมุมมืดเธอรู้สึกถึงความอึดอัดที่เกิดขึ้นจากการที่เธอต้องซ่อนตัวแบบนี้แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก
ชายในชุดเกราะสีดำทมิฬเดินเข้ามาเขาหยุดยืนตรงกลางห้อง โดยที่ยังคงมองไปมาอย่างระมัดระวังความเงียบที่แผ่ปกคลุมระหว่างพวกเขาทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งหนาวเย็นขึ้น
"รู้ไหม...ข้ามาที่นี่เพื่อปกป้องเ้า" เสียงของชายคนนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบเหมือนเสียงที่มากับลมหายใจหนักๆ ของเขา
อรัญญาเบิกตากว้างเธอมองไปยังชายในชุดเกราะด้วยความสงสัยและใ "ปกป้องข้า?" เธอถามเสียงแ่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครมาปกป้องเธอในสถานการณ์เช่นนี้
ชายในชุดเกราะค่อยๆหันมายังทิศทางของอรัญญา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งและเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"เ้าเป็กุญแจที่จะปลดปล่อยทุกสิ่งที่ถูกกักขังในอาณาจักรนี้ข้าไม่สามารถปล่อยให้เ้าเป็เครื่องมือของคนที่ไม่รู้จักค่าของความจริง"
อรัญญาขมวดคิ้ว"เ้าหมายความว่าอย่างไร?"เธอรู้สึกว่าคำพูดของชายคนนี้ไม่ตรงกับที่คาดไว้เลย
ชายในชุดเกราะยืนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ"ข้าเป็ส่วนหนึ่งของกลุ่มฏ...พวกเรา้าเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ผิดในอาณาจักรนี้และเ้าคือกุญแจที่เรา้าเพื่อไขความลับที่ถูกปกปิดไว้"
อรัญญารู้สึกช็อกและใอย่างที่สุด"ทำไมข้าถึงต้องช่วยพวกเ้า?"เธอถามเสียงสั่น"แล้วใครกันที่เป็ผู้ที่ข้าควรจะเชื่อใจ?"
ชายในชุดเกราะพยักหน้าเขารู้ว่าเธอไม่สามารถเชื่อใจพวกเขาได้ง่ายๆ"ข้าเข้าใจว่ามันยากที่จะเชื่อใครในตอนนี้แต่ข้ากำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเ้ารอดพ้นจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากเ้าตัดสินใจช่วยพวกเรา เ้าจะได้รู้ความจริงทั้งหมด"
อรัญญารู้ดีว่าทุกการตัดสินใจมีความเสี่ยงสูงแต่หากเธอยังคงเดินตามคำสั่งของราธันและอาเรส เธอก็ไม่มั่นใจว่าเธอจะมีชีวิตรอด
ขณะนั้นเสียงการต่อสู้และคำสั่งจากทหารดังขึ้นใกล้เข้ามา ทุกๆเสียงเหมือนจะบีบบังคับเธอให้ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
"ข้า้าคำตอบจากเ้าในตอนนี้"ชายในชุดเกราะกล่าวเสียงหนัก
อรัญญาหันไปมองเขาด้วยความสงสัยและความเครียด"ทำไมพวกเขาถึง้าข้า?"
ชายในชุดเกราะยิ้มบางๆ ก่อนจะตอบ"เ้าคือกุญแจที่พวกเขา้า แต่ในขณะเดียวกันเ้าก็เป็คนที่จะเปิดเผยความลับทั้งหมด"
ในขณะที่เขาพูดจบเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดิน เสียงทหารกำลังเข้ามาใกล้
"พวกเขาจะมาถึงแล้ว...ข้าไม่สามารถพาเ้าไปได้ในตอนนี้" ชายในชุดเกราะกระซิบเสียงต่ำ"ข้าไม่สามารถบอกเ้าได้ทั้งหมดในตอนนี้ แต่ข้าขอเตือนเ้า...อย่าไว้ใจราธันและอย่าปล่อยให้ตัวเองตกเป็เครื่องมือในเกมของเขา"
เสียงคำสั่งจากทหารดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ"จับตัวผู้หญิงคนนั้น!"
อรัญญารีบหันไปถาม "เ้าคือใคร? ทำไมข้าต้องเชื่อเ้าล่ะ?"
ชายในชุดเกราะยิ้มเล็กน้อยและกล่าว"ข้าคือคีตะ... เ้าคือคนเดียวที่สามารถช่วยข้าและช่วยอาณาจักรนี้ได้"
อรัญญาตกตะลึง คีตะ...ชื่อนี้เป็ชื่อที่เธอเคยได้ยินในบทสวดก่อนจะมาติดที่อาณาจักรนี้แต่ไม่เคยคิดว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอจะเป็คนเดียวกับที่เธอเคยได้ยินและคำพูดของเขากลับทำให้เธอสับสนและสงสัยในทุกสิ่งที่เธอเคยเชื่อมา
การปรากฏตัวของคีตะได้เปิดเผยอีกด้านของเกมการเมืองในอาณาจักรนี้ที่ซ่อนเร้นไว้จากสายตาของอรัญญา...