สะบั้นมารสังหารเทพ (杀死魔鬼和神)
บทนำ
ว่างเปล่า ก่อเกิด ดับสูญ
เพราะมีว่างเปล่าจึงเติมเต็ม เมื่อลบเก่าทิ้ง จึงค่อยพร้อมรับสิ่งใหม่
สรรพสิ่งมากล้น ย่อมถูกลดทอน หมื่นพันซับซ้อน ล้วนเริ่มต้นจากความเรียบง่าย
เหล่าจื้อ
ดวงดาวนับหมื่นล้าน ก่อเกิดจากความว่างเปล่า เติบโตและแตกสลาย วัฎจักรวนเวียนไปมาไม่รู้จบ และเพื่อคงวัฏจักรให้สมดุล ทวยเทพผู้สร้างย่อมถือกำเนิดพร้อมกับเทพผู้ทำลาย แต่ก่อนหน้ากำเนิดสรรพสิ่ง ยังมีอีกหนึ่งความเวิ้งว้างไร้นาม ที่คอยขั้นกลางทั้งสองขุมอำนาจ มิให้ปะทะกันโดยตรง แต่เดิมไม่มีคำเทพ คำมาร ไม่มีขาวไม่มีดำ จักรวาลกว้างใหญ่มีเพียงธรรมชาติของความเป็ไปเรียบง่ายธรรมดา...สรรพสิ่งล้วนดำเนินต่อมาเช่นนี้มิเคยเปลี่ยน
จนกระทั่งเหล่าผู้สร้างเห็นดีงามว่าตนคือผู้ให้กำเนิด แถมสรรพชีวิตล้วนสรรเสริญด้วยคุณความดี ของการให้ชีวิต ผู้สร้างจึงถูกขนานนามดุจแสงสว่างเจิดจ้า และเรียกขานนามด้วยความเคารพย่ำเกรง กาลผ่านนานเข้าจึงตั้งตนเป็ที่พึ่งของชีวิตั้แ่นั้น ตรงกันข้ามฝ่ายทำลายอันเป็ธรรมชาติของมันดุจเดียวกับการให้กำเนิด แม้ได้รับความย่ำเกรงมิแตกต่างจากผู้ให้กำเนิด แต่ความเคารพบูชานั้นหามีไม่ มีเพียงแต่ความหวาดกลัวและหลีกหนี เมื่อแตกต่างจึงตั้งต้นกลืนกินและทำลายเกินกว่ากฎเกณฑ์ธรรมชาติของตน แต่นั้นสีขาวจึงถูกป้ายลงแถบหนึ่ง ส่วนสีดำก็ป้ายลงในอีกแถบหนึ่ง ชีวิตทั้งหลายจึงให้สรรพนามผู้ก่อกำเนิดว่า...เทวะ และเปรียบเทวะด้วยแสงสว่างที่ค้ำชูชีวิต และยังมอบสรรพนามขั้วตรงข้ามกันด้วยคำว่า...มาร และเปรียบมารด้วยความมืดมิดที่กลืนกินชีวิต
แม้สองขั้วแตกต่าง แต่จักรวาลก็ยังคงดำเนินอยู่ในสมดุลอีกชั่ว*อสงไขยกัปจนกระทั่งจักรวาลแห่งนี้ไร้ซึ่งความเวิ้งว้างอันเป็เส้นกั้นของสองขั้ว เมื่อไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง หนึ่งสร้างหนึ่งทำลายจึงมิอาจเลี่ยงการเผชิญหน้า สองฝ่ายล้วนยิ่งใหญ่เสมอกันมิมีผู้ใดยินยอมอ่อนน้อมให้อีกฝ่าย าจึงก่อเกิดและลุกลามไปทั่วจักรวาลแห่งนี้ แต่เพราะสองสิ่งล้วนกำเนิดเท่าเทียม าเช่นนี้จึงมิมีวันยุติลง แต่แล้วตัวหมากนอกกระดานพลันปรากฏขึ้น ร่องรอยสุดท้ายที่สองฝ่ายต่างสืบหา...สิ่งหลงเหลือของไร้นาม ดินแดนสุดท้าย ก่อนที่ความเวิ้งว้างจะสิ้นสุด ณ จุดนั้น จึงถูกใช้เป็...สมรภูมิตัดสิน ด้วยเหตุผลว่าฝ่ายใดที่สามารถพลังหลงเหลือของไร้นาม ตาชั่งแห่งสรรพสิ่งที่เคยเท่าเทียม ย่อมโน้มเอียงมาทางฝั่งของตน เมื่อนั้นาก็จะยุติ
เมื่อเป้าหมายแน่ชัด สองฝ่ายไม่ลังเล ทุ่มเทสรรพกำลังไม่มีออมรั้งเพื่อแย่งชิงสิ่งที่หลงเหลือของ...ไร้นาม ดวงดาวแห่งนี้ จึงกองสุมไปด้วยชีวิตที่ตกตายของทั้งสองฝ่าย กระทั่งสุดท้ายสองฝ่ายรู้พิกัดสถานที่แน่ชัดว่าสิ่งหลงเหลือของเหล่าราชันผู้ไร้นามนั้นอยู่แห่งใดบนดาวดวงนี้ แต่แล้ว จู่ ๆ เหล่าเทพกลับไม่คิดแย่งชิง ก่อนจะขอเปิดการเจรจาขอสงบศึก โดยยินยอมถอยหลังก้าวหนึ่งเป็ฝ่ายแรก แสดงเจตนาปรองดอง เหล่ามารเ้าเล่ห์นิสัยฮึกเหิมกำเริบเป็ทุน เมื่อเห็นทวยเทพถอยห่าง ทางหนึ่งเลือกส่งฑูตเจรจาอีกทางกลับลงลึกมุ่งหน้าสู่มิติแกนกลางของสมรภูมิตัดสิน อันเป็ที่ตั้งของขุมทรัพย์สุดท้ายที่ราชันไร้นามทิ้งเอาไว้
หากแต่ครั้งนี้ทวยเทพที่ซื่อตรงเสมอมา ยามรบพุ่งโลหิตมารสาดซัดเปรอะตา ซึบซับเอาไอมารเข้าสู่ร่าง ก่อเกิดเป็ในขาวมีดำ แถมเข้าใจธรรมชาติของมารอยู่ก่อน จึงดำเนินแผนการสุ่มเสี่ยง เมื่อกำลังหลักของเหล่ามารเคลื่อนพ้นแนวกั้นสู่ใจกลาง เมื่อนั้นจึงฉีกหน้าลงมือ อาศัยพลังของการก่อกำเนิดอันไร้สิ้นสุด กดทับลงไปยังปากทางเข้าแก่นกลางของดวงดาว แต่นั่นยังมิเพียงพอที่จะหยุดยั้งพลังของผู้นำเหล่ามารที่จะแหวกทำลายม่านสะกดกลับขึ้นมาได้ ทำให้เทพแห่งกาลเวลายินยอมเสียสละดวงจิตะของตน ก่อเกิดเป็กรงขังดินแดนอนันตกาล ซ้อนทับลงไปอีกชั้นเพื่อผนึก...มารฟ้า ผู้นำสูงสุดของเหล่ามาร ไปพร้อม ๆ กับเหล่าขุนพลมารทั้งหมด แต่ก่อนที่กรงขังจะปิดสนิท...มารฟ้าไหวตัวทัน ใช้พลังหลงเหลือผลักดันเหล่าสมุนใกล้ชิดให้กระจายออกได้ทัน ทำให้ดินแดนอนันตกาลปิดทับลงมาแต่ตนเพียงผู้เดียว
เมื่อทัพมารกลายสภาพเป็ัไร้เศียร เมื่อนั้นเหล่าทวยเทพจึงกลายเป็ฝ่ายรุกไล่สังหารแต่ฝั่งเดียว ไม่นานา ณ ดวงดาวแห่งนี้จึงสิ้นสุดลง แต่ถึงได้ชัยก็ต้องแลกมาด้วยหมากสำคัญคือ...เทพเ้าแห่งกาลเวลา เมื่อกาลเวลาไร้การควบคุมความยุ่งเหยิงจึงบังเกิด สรรพชีวิตทั่วจักรวาลยิ่งใหญ่เกิดความปั่นป่วน สมดุลแห่งชีวิตล้วนพังทลาย บ้างอายุขัยลดทอน บ้างกลับยืดยาว ความเป็ะอันเป็ข้อห้าม และคุณสมบัติที่ปรากฏเพียงเหล่าผู้ก่อกำเนิดแต่คราแรกพร้อมความเวิ้งว้าง กลับกลายเป็สิ่งที่จับต้องได้ แต่เมื่อรู้ตัวว่าอุบายสุ่มเสี่ยงเพื่อเอาชนะ กลับก่อมหันตภัยร้ายที่อันตรายมิแพ้กันกับหายนะของเหล่ามาร เมื่อนั้นทวยเทพจึงไม่มีหนทางอื่น ใช้พลังปิดผนึกดวงดาวแห่งนี้เอาไว้ ก่อนที่จะแสวงหาสิ่งวิเศษมาทำหน้าที่ทดแทนดวงจิตะของเทพแห่งกาล โดยหวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงคุกอนันตกาลจะสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยสมบัติวิเศษซึ่งเข้ามาแทนที่ เมื่อกระทำสำเร็จจะได้นำดวงจิตะของเทพเ้าแห่งกาลเวลา ที่ดึงกลับคืนมามุ่งหน้าสู่ดินแดนต้นกำเนิดเพื่อสร้างเป็เทพแห่งกาลองค์ใหม่ในกัลปต่อไป
งานทุกอย่างเสมือนสิ้นสุด แต่พลังของคุกอนันตกาลที่มิได้เกิดจากดวงจิตแห่งกาลจำต้องเติมเต็มอยู่ตลอด เมื่อนั้นทวยเทพจึงสร้าง...เสาแห่งวัฏสงสาร ขึ้นค้ำยันที่ดินแดนข้างใต้แกนกลาง และขนานนามดินแดนข้างใต้ว่า...ดินแดนนรกภูมิ ดินแดนอันเป็แหล่งกำเนิดพลังไร้ประมาณป้อนเข้าสู่คุกอนันตกาลอีกทอดหนึ่ง แต่เสาแห่งการเวียนว่ายของชีวิต หากไร้ชีวิตย่อมมิอาจขับเคลื่อน เมื่อนั้นผู้นำแห่งทวยเทพจึงมอบหมายให้...เ้าแม่หนี่วาเป็ผู้นำในการรัง์ชีวิตที่เปี่ยมพลังเหมาะสมให้กับดวงดาวแห่งนี้ เมื่อนั้นชีวิตทั้งหลายจึงก่อเกิดจากเืเนื้อและเศษซากที่กองทับถมกันบนพื้นปฐี ชั่วเวลาเจ็ดวันการสร้างชีวิตให้กับดาวดวงแห่งนี้จึงเสร็จสิ้น
แต่ด้วยเกรงว่าดวงดาวปิดผนึกซึ่งไร้กฏแห่งกาลและผสมปนเปทั้งดำขาวดวงนี้ อาจกลายเป็ต้นตอปัญหาใหม่ในวันข้างหน้า ทวยเทพทั้ง 28 หมู่ดาวจึงได้ร่างดินแดนซ้อนทับ ใช้ม่านหมอกแห่งทวยเทพปิดครอบเอาไว้อีกชั้น เพื่อป้องกันมิให้พื้นปฐีของดวงดาวแห่งนี้ถือกำเนิดผู้ะขึ้น แต่เท่านั้นยังมิพอ เหล่าเทพยังสร้างดินแดนพิเศษ ด้วยการตัดผ่าผืนปฐีส่วนหนึ่ง จนก่อผืนน้ำแยกแผนดินใหญ่ออกเป็สองส่วน ก่อนจะใช้พลังวิเศษเนรมิตแผ่นดินที่ตัดแยกให้กลายเป็ผืนปฐีลอยฟ้า ก่อสร้างเป็ดินแดน์ที่ลอยอยู่เหนือม่านหมอกแห่งทวยเทพ พร้อมทั้งให้กำเนิดลูกหลานอันบริสุทธิ์ซึ่งมาจากหยาดโลหิตของตน และแต่งตั้งเป็ผู้ปกครองผืนฟ้า ก่อนจะขนานนามดินแดนแห่งนี้ว่า...แดน์เหนือฟ้า นับแต่นั้นผู้นำแดน์เหนือฟ้า ล้วนเป็ผู้ะ และรับหน้าที่ปกครองทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างของดาวดวงนี้ ยกเว้นเพียงดินแดนข้างใต้มิติพิสดารแกนกลางดวงดาว อันเป็ที่ตั้งของคุกอนันตกาล ที่มีเทพ์แท้จริงคอยปกปักษ์คุกอนันตกาลสถิตอยู่
เื่ราวบนดวงดาวแห่งนี้สงบเงียบยาวนาน ความทรงจำของผู้คนบนพื้นปฐีส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น แต่เพราะชีวิตไร้ะ ล้วนเกิดดับกระชั้นสั้น สุดท้ายเื่ในอดีตอันไกลโพ้นก็กลายเป็เพียงตำนาน
เหล่าทวยเทพนอกแดนดินเมื่อสรรพสิ่งสงบสุขล้วน กลายเป็แข่งขันกันเองในการสร้างสรรค์ดินแดน จนมิได้ใส่ใจดวงดาวที่ถูกผนึกดวงนี้อีก ทำให้ผู้ะชั้นฟ้าที่เคยพบเห็นเมื่อครั้งชีวิตถือกำเนิด ก็ไม่เคยปรากฏบนพื้นปฐีของดวงดาวอีก เหล่าผู้ะที่ถือกำเนิดบนนคร์เสวยสุขยาวนาน แต่ถูกคำสั่งบังคับให้ดำรงเพียงฐานะมิมีอำนาจ ด้วยมิให้ยุ่งเกี่ยวหรือก้าวลงบนพื้นปฐี รอเพียงคำสั่งชั่วชีวิตะทำได้เพียงสนุกสนานอยู่แต่แดน์เหนือฟ้าเท่านั้น
แดน์เหนือฟ้า...จึงกลายเป็เพียงสถานที่ในตำนาน แต่มิใช่สายเืทวยเทพมิคิดปกครองผู้คน และเมื่อช่องว่างของกาลที่มากล้นทำผู้เคร่งครัดเลินเล่อ ไม่เพียงลงมาเยี่ยมชมด้านล่างโดยปกปิด แต่ยังทิ้งเืเนื้อเอาไว้บนปฐี ใช้อำนาจปกครองแทนตน ตั้งเป็ยุคสมัยใหม่(เทียนถัง)...เมื่อนั้นความเอนเอียงจึงบังเกิด เมื่อสรรพสิ่งมิเท่าเทียมกันโดยธรรมชาติอีกต่อไป ยุคสมัยแห่งความวุ่นวายจึงค่อย ๆ คืบคลานกลับมาอีกครั้ง
.
.
"คารวะท่านเทพแห่งดารา" ผู้ปกครองแดน์เหนือฟ้าก้มหน้าคุกเข่าคารวะผู้ตรวจการ ตัวมันเองได้รับมอบหมายภาระสำคัญ ให้ปกปักษ์ดูแลดวงดาวต้นแบบ ที่ดึงดูดร่วมประสานความดีและชั่วเอาไว้ โดยหลังจากาาสิ้นสุดลง แม้ทวยเทพมีชัย แต่ก็มิอาจสังหารเหล่ามารร้ายลงได้ ดังนั้นการปิดผนึกเหล่าความชั่วร้ายเอาไว้จึงเป็ทางเลือกเดียวที่กระทำได้
“สภาพภายในดวงดาวแห่งนี้เป็เช่นไร”
“ยังคงปกติสุขขอรับ”
เพียงเจรจาความสั้น ๆ คำหนึ่งเทพแห่งดาราก็พยักหน้ารับก่อนจะจากไป
...ความคิดและความคาดหวังล้วนดีเลิศแต่ความเป็จริงยากจะคาดเดา
ด้วยจิตใจที่เถรตรงราวกับไม้บรรทัด ของเหล่าผู้ปกครองที่เรียกตนเองว่าสายเืของเทวะ แรกถือกำเนิดไร้ซึ่งความหยุ่นอ่อน ไร้เมตตาและความเข้าใจสิ่งมีชีวิตเบื้องล่าง ชีวิตมีเพียงกฎเกณฑ์และคำสั่งใช้เพียงสายตาสูงส่งมองดูมนุษย์เบื้องล่างมิแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ แม้รูปร่างคล้ายคลึงกับตน แต่มนุษย์ก็มิใช่ทั้งมารร้ายและพวกพ้องของตนในสายตาของผู้ปกครอง มนุษย์เป็สิ่งมีชีวิตที่ผสมผสานกันระหว่างความดีชั่ว สิ่งมีชีวิตที่ทวยเทพผู้สร้าง และผู้ปกครองทั้ง 28 หมู่ดาว รังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เกิดสมดุลเท่านั้น พวกมันมีหน้าที่เพียงปกครอง แต่เพราะกาลเวลายาวนาน ความเบื่อหน่ายอันไร้สิ้นสุดบน์เหนือฟ้าอันเวิ้งว้างสุดท้ายผู้ปกครองกลับก่อเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวง
...เมื่อสองเท้าย่ำลงโคลนตมเบื้องล่าง ก็มิอาจหลีกพ้นความสกปรก
ผู้ที่ถูกเรียกขานว่าชนชั้นต่ำต้อย แรกพบชีวิตที่ลอยลงจากฟากฟ้า บ้างพากันสรรเสริญ บ้างพากันหวาดกลัว ยามเมื่อัักับชีวิตอันอิสระ ความเบื่อหน่ายค่อยบรรเทา เมื่อนั้นชน์เหนือฟ้าจึงเอื้อมมือลงมาปกครองยังพื้นพิภพโดยถ่ายทอดทางสายโลหิตครึ่งหนึ่ง
เวลานับล้านปีผ่านพ้น สถานที่ของชนชั้นปกครองที่อยู่สูงสุดฟ้าก็แปรเปลี่ยนเป็ดินแดน์แท้จริง ด้วยสิ่งของวิเศษมากล้นที่ได้จากการสะสางสมรภูมิ ซึ่งทั้งหมดล้วนมาจากการถวายของเหล่ามนุษย์อ่อนแอเบื้องล่าง เมื่อ์้าเต็มแน่นไปด้วยสิ่งวิเศษที่ช่วยเนรมิตจนวิจิตรสูงส่งกว่าพื้นพิภพอย่างมิอาจเทียบ เมื่อนั้นทวยเทพจึงเหินลอยกลับคืนดินแดน์เหนือฟ้าของตน และทิ้งให้สายโลหิตกึ่งเทวะของตนเอาไว้เบื้องล่างเพื่อปกครองแดนดินให้สงบสุขต่อไป
แต่สายเืของตนบนพื้น มิได้บริสุทธิ์เช่นเดียวกับสายเืทวยเทพ มิได้ยึดถือกฏเกณฑ์ดั่งชีวิตที่ต้องรักษามิอาจบิดพลิ้ว การปกครองของสิ่งมีชีวิตที่มีกาลเป็กรอบบังคับจึงแตกต่างจากทวยเทพผู้ะ เมื่ออายุขัยเป็สิ่งที่สามารถไขว่คว้า อำนาจกลายเป็สิ่งหอมหวาน โลกจึงแปรเปลี่ยนเป็สถานที่ของปลาใหญ่กินปลาเล็กโดยสมบูรณ์ ผู้คนที่ไม่โอนอ่อนตามผู้มีอำนาจและพลังที่มากกว่าล้วนถูกกดขี่ แถมผู้บริสุทธิ์ยังถูกบีบคั้นจากผู้คนที่ประจบเอาใจเหล่าสายเืเทวะ ก่อเกิดความวุ่นวายและเส้นทางการล้างสังหารที่อาบชะโลมด้วยโลหิต จนความปกติสุขดั้งเดิมและกฏเกณฑ์อันเท่าเทียมที่ทวยเทพตราขึ้นพังพินาศ กฎเกณฑ์แห่งสมดุลไม่คงอยู่อีก เมื่อไร้ความยุติธรรมขีดจำกัดของเหล่าผู้ต่ำต้อยที่ถูกกดขี่จึงเกิดช่องว่าง จิตใจอันหวาดกลัวกลายเป็เชื้อโรคกัดกินผู้คน เมื่อนั้นความเห็นแก่ตัวจึงกลายเป็เื่ราวที่พบเห็นจนชินตา สถานการณ์กลายเป็เปิดช่องว่างให้เหล่ามารที่อดทนรอคอยมาอย่างยาวนานได้ฉกฉวย
.
.
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็หามันเจอ” เสียงแหบพร่าสั่นหลอนของมารฟ้า แม้เพียงแว่วติดอยู่ที่ริมฝีปาก แต่กลับดังสะท้อนไกลไปทั่วทั้งนรกภูมิ เหล่าสมุนทั้งหลายที่ยังคงเหลือรอดและทรงพลังอยู่ข้างใต้ต่างพร้อมใจกันะโกู่ก้องสั่นสะท้าน แม้เวลานี้พวกมันยังมิอาจแหกด่านฝ่าออกไปยังเบื้องบน แต่ถ้อยคำที่มารฟ้าเอ่ยขึ้น ย่อมรับรู้กันในหมู่มารว่า...ไฟาได้ถูกจุดขึ้นอีกครั้งแล้ว
จบบทนำ
*อสงไขยกัป: เวลาอันยาวนานจนมิอาจประมาณ โดยเทียบ 4 อสงไขยกัปเท่ากับ่ชีวิตของจักรวาลั้แ่ถือกำเนิดจนแตกดับ