ผู้าุโหมู่ตึกปรุงยาถาม แบบสนใจ ไปที่ว่ายเปียว บ่นงึมงำไม่หยุดทันที “เ้าหนู เม็ดยาะเิที่เ้าใช้ มันคือเม็ดยาชนิดใดกันแน่?”
ซึ่งชายวัยกลางคนไม่เชื่อศิษย์สายนอก จะปรุงยาได้เองอย่างแน่นอน เมื่อหลี่ดวงตามองว่ายเปียว กึ่งกดดันอีกฝ่ายออกมา
ส่วนคนสำนักมารโอสถ ที่เป็แขกมาเยือน…พวกเขาเองก็ทำหน้า เผยความสนใจขึ้นมา ไม่น้อย ที่รอฟังคำตอบขอทานทดแดดทนลม
ว่ายเปียว บนสนามประลอง…หันขึ้นไปมองกลุ่มคนพวกระดับสูง ก่อนจะเห็นใครบางคนที่เขาคุ้นตา
ว่ายเปียว พลางคลี่ฉีกยิ้มละไม ออกมาทันใด
“เป็ศิษย์ผู้พี่ คนปรุงทำยาเม็ดนี้ขึ้นมาให้ข้าขอรับ!” ว่ายเปียว ชี้ไปที่ศิษย์พี่ปรุงยา ข้างๆ ผู้าุโตึกปรุงยา ที่เผยดวงตาแสร้งเลื่อมใส เทิดทูน ออกมาอย่างเปิดเผย
จวิ่นว่านซง หน้าเลิ่กลั่กทันใด ก่อนจะขบกราม เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน น้อยๆ ที่พุ่งลงไปยังลานประลองแล้ว ‘เ้าหนูว่ายเปียว ทำบ้าอะไรของเ้า หาเื่ซวย มาให้ข้าแล้วไง?’
พร้อม จวิ่นว่านซง ประสานฝ่ามือ กล่าวเสียงอ้ำอึ้ง ที่กระแทก ว่ายเปียว เล็กๆ “เอ่อ…อ่า ท่านอาจารย์…ข้า”
ว่ายเปียวพลางกระซิบ ขณะสะกิดแขนศิษย์ผู้พี่ อย่างไรพวกเขา ก็เคยทำธุรกิจซื้อ ขายเม็ดยากันมาก่อน “โอกาสของท่านมาถึงแล้วศิษย์พี่ เม็ดยาเพิ่มปราณ ฉบับปรับปรุงของข้า ใส่ส่วนผสมยางเข้มข้นของสมุนไพรดอกหญ้าแสงจันทร์เข้าไป”
จวิ่นว่านซง ได้ยิน เหลือบมองปลายหางตา ว่ายเปียวเล็กๆ ก่อนรีบบอกท่านอาจารย์ออกไป
เขาเองก็ไม่ใช่คนโง่งม ที่ไม่รู้สรรพคุณ ต้นหญ้าแสงจันทร์ ทว่าคนคิดสูตรยาพวกนี้ เล่นแร่แปรธาตุ ถือว่าไม่ใช่ คนธรรมดา
“มันคือเม็ดยาเพิ่มปราณ ฉบับปรับปรุง ข้าได้ใส่ส่วนผสม ยางเข้มข้นสมุนไพรหญ้าแสงจันทร์ มีฤทธิ์ยาเย็นเยือก เคลือบผิวตัวยาไว้ขอรับ”
“ซึ่งทำให้เวลาเม็ดยาโดนอากาศ โดยตรง ปราณพลังที่อัดแน่นจากอายเย็น จะคลายตัว ะเิ ได้เอง…”
จวิ่นว่านซง กล่าวอธิบายเสร็จ ก็จะมองท่านอาจารย์ขบคิด ด้วยความประหม่า
ชายวัยกลางคน เหมือนได้เปิดโลก ขณะเขาลองคิดตาม ก็จะกล่าวขึ้นมา ด้วยใบหน้าพึงพอใจ คล้ายได้เจอศิษย์ ผู้มีอนาคตไกล “ดี ดี ไม่เลว! ไม่เลว! ฮ่าๆ”
ก่อนผู้าุโหมู่ตึกปรุงยาจะจากไป ได้ส่งคำพูดทิ้งท้าย ไว้ให้ จวิ่นว่านซง “เมื่อ เ้า อยากหาความรู้ เพิ่มเติม สามารถเข้ามาดูวิธีการ ปรุงยา ของอาจารย์ ได้ตลอด…”
ก็หมายถึงว่า จวิ่นว่านซง ได้รับการยอมรับ จากท่านอาจารย์หอตึกปรุงยา
พลางรีบประสานฝ่ามือ ดีใจเป็บ้าเป็หลัง “ขอรับ ขอรับศิษย์ จะไปที่นั่นอย่างแน่นอน” ซึ่งประสบการณ์ ปรุงยาต่อหน้า ไม่ได้หา ง่ายๆ ส่วนนี้ทุกคนต่างก็รู้ดี
ส่วนคนสำนักมารโอสถ ที่อยู่ในวิถีปรุงโอสถเป็หลักอยู่แล้ว เด็กสาวลู่หนิง นางขบคิด สูตรยาใช้ ลวกๆ ยังไม่เคยมีความคิด เอาสมุนไพรสองส่วนนี้ มาผสมกัน จริงๆ
เมื่อนางเม้มปากมอง นักปรุงยา จวิ่นว่านซง คนนั้น ก็คล้ายเหมือนนางแพ้ให้อีกฝ่ายไป ที่เดินอยู่ในกรอบสูตรสำเร็จ คนยุคเก่ามากเกินไป
ว่ายเปียว ที่กำลังแยก กับ จวิ่นว่านซง อีกฝ่ายทำสายตาแปลกๆ ทอสีหน้าเลื่อมใส ศรัทธาขึ้นมาแล้ว
เขาจะกล่าวเสียงเบา ออกไปอย่างไม่ใส่ใจ ศิษย์พี่ จวิ่นว่านซงเท่าใดนักตอนนี้ “รู้แล้วน่าเดี๋ยวจบการประลอง จะเขียนสูตรยา แบบละเอียด ให้ทีหลังแล้วกันศิษย์พี่”
พร้อมตอนนี้ ผู้คนต่างก็พูดกันไม่ออกแล้ว ที่ จู่ๆ ได้ยินเสียงฝ่ามือ ขอทานบีบรัด คล้ายเตือนทุกคน
หากเจอกันบนสนามประลอง ยืนประจันหน้า ให้ว่ายเปียวอัด ง่ายๆ พวกเขาได้าเ็หนักแน่…
“หืม! เอาจริงหรือ เ้าว่ายเปียว คิดจะเป็ศิษย์สายใน แล้วหรืออย่างไร?”
ขณะบางคนเริ่มแอบกระซิบกระซาบ “แบบนี้ก็เข้าทาง ศิษย์พี่ใหญ่ เฉียนกวงจิน นะซิ! หากเขากลายเป็ศิษย์สายใน ก็มีแต่ความตายที่รอคอย ว่ายเปียว อยู่”
ว่ายเปียวมองไปบนที่นั่งกิตติมศักดิ์ ด้วยดวงตาคู่คม “ในเมื่อเ้าอยากให้ข้าเป็ศิษย์สายในดีนัก ข้าก็จะเป็ศิษย์สายใน ไปป่วนพวกเ้าเอง”
ผู้าุโ จั๋วที่เริ่มการประลองลอบที่3ต่อ…เหลือศิษย์ประลองอยู่ราวๆ 50กว่าคน ความดุเดือดการต่อสู้ ยิ่งทบทวีคูณเป็ไปตามคาด
ทว่าเมื่อถึงคราวของว่ายเปียว ขึ้นประลองอีกครั้ง หลายคนจะพูดกันไม่ออก ที่ศิษย์พี่เฉียนกวงจิน นั่งเท้าคางมอง แผ่แรงกดดันจากสายตาคู่คม กดดันคนขึ้นประลอง
คู่ต่อสู้ของว่ายเปียว แทบจะยืนให้อีกฝ่ายต่อย ง่ายๆ แล้ว
“ศิษย์พี่ซวงเว่ย เกล็งตัวแข็ง ให้ดี ล่ะ!”
ทันใดที่ว่ายเปียวยิ้มหน้าทะเล้น โยนเม็ดยาที่เป็สูตรปรับปรุง ความเข้มข้น 1 เท่า กลิ้งหลุนๆ ออกไป2-3เม็ด
ซวงเว่ยที่เคยถูกอัด หางตากระตุก ถี่ๆ ที่ก่นด่าว่ายเปียวภายในใจ “เ้าตัวน่าชัง มารดาแม่เองเถอะ ว่ายเปียว 3เม็ดยา เชียวหรือ?”
ตู้ม! ร่างซวงเว่ย เกร็งตัวห่อหุ้มปราณป้องกันเต็มที่
พลันร่างปลิวกระเด็น ออกไปราวสายป่านว่าวที่ขาด ให้ผู้คนคล้ายเห็น ก้น ขาวๆ ลอยละลิ่วผ่าน พวกเขาจะพูดอะไรกันไม่ออกแล้ว
อัก!
ว่ายเปียว จะยิ้มอย่างเบิกบานใจ เมื่อลงสนามประลอง ที่ได้ซัดคนจริงๆ จังๆ อย่างเปิดเผย “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ยืนให้ข้าซัด ข้าก็จะซัด พวกเ้าให้หมอบกระแต เชียว”
ศิษย์สายนอกที่เหลืออยู่ ผ่านการคัดเลือกเข้ามาสู่รอบต่อไป แอบลอบภาวนา ในใจ ว่า อย่าไปเจอกับตัวหายนะ อย่างว่ายเปียวตอนนี้ เด็ดขาด
“บ้าชะมัด ยากเลยแบบนี้!” เมื่อเผยใจตุ้มๆ ต่อมๆ มองไป้า ยิ่งถูกสายตา คนผู้นั้นกดดัน
ปู้หาญซาน ยังลอบแอบมองว่ายเปียว เล็กๆ ‘เอาจริงดิ! ที่เ้าจะกลายเป็ศิษย์สายใน เ้าขอทานโง่งม?’ ที่กลอกตามอง ว่ายเปียว ไม่เข้าใจความคิดคนบ้า
ส่วนด้าน รั้วเฉินกวางอันดับ3 เขาที่เคยบีบบังคับให้ว่ายเปียว เอาขวดหยกวิเศษ กากๆ ไป ยังทอสีหน้าเป็กังวล ที่มองไปหาว่ายเปียว เสี้ยวขณะหนึ่ง
…ก่อนการประลอง รอบ4จะเริ่มขึ้น พร้อมการต่อสู้ ดุเดือดเืพล่าน ในรอบ10คนสุดท้าย
ซึ่งก็ไม่มีใครคาดคิด อันดับ5ศิษย์พี่ อู๋ซวงเยว่ จะพ่ายแพ้ให้กับ ปู้หาญซาน เด็กหนุ่มขอบเขตพลังที่6 กลายเป็เดือนจรัสดาว ส่องแสงแข่งขันกับรุ่นพี่ ตามเป็ศิษย์สายใน ต่อจาก3 อันดับแรก
ขณะทุกคน ต่างก็หลี่ดวงตามอง เหมือนเห็นการพลิกล็อก ครั้งยิ่งใหญ่
เ้าสำนักน้อย ยังกล่าวชม “ปู้หาญซาน คนนี้ไม่เลว หากขอบเขตพลัง เขาสูงขึ้นมาอีกหน่อย น่าจะคุกคาม พวกศิษย์สายในอย่างพวกเ้า ได้เชียว”
ซึ่งหลายคน พยักหน้า “อืมๆ” ไม่ค้านคำเ้าสำนักน้อย แม้แต่ประโยคเดียว
แต่เหมือนศิษย์พี่ใหญ่ อันดับหนึ่ง เฉียนกวงจิน จะไม่ได้ใส่ใจ เมื่อมองไปที่การประลองของว่ายเปียว ้าสนามประลอง กับ อันดับ 8 อย่าง ฉางไท่จวง ตอนนี้
ชายร่างกายใหญ่บึกบึน จะรีบกล่าวออกมาที่เห็นสายตาดูจริงจัง ของว่ายเปียว
หากไม่เจอขอทานน่าชัง ละก็ เขาก็คงจับว่ายเปียว ผู้นั้น หักคอ เอาหน้าจิ้มพื้นลานประลอง ถูไถ กลายเป็ศิษย์สายในไปแล้ว
แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ เมื่อเห็นสายตากดดัน จากคนผู้นั้น
ฉางไท่จวง ทอสีหน้าแหยงๆ หัวเราะ แบบกระอักกระอ่วน “น้องชายเ้าจะทำหน้าจริงจังอะไรขนาดนั้น เหอะๆ ก็แค่การประลองไม่ใช่หรือ?”
ซึ่งว่ายเปียว ต่อยมัน เบาๆ เขาก็พร้อมออกไปด้านนอกสนามประลองแล้ว ที่ลอบขบกราม เผยความไม่พอใจ เล็กๆ
ว่ายเปียว ขยับมือจนเกิดเสียงบีบรัด กรอบ! แกรบ! เมื่อคลี่ยิ้มทะเล้น กล่าวออกไป “ไม่ได้หรอกศิษย์ผู้พี่ เมื่อจะลงมือต้องเต็มที่”
ก่อนขุมพลังเส้นสายหนึ่ง จะปะทุพลังออกมาจากตัวว่ายเปียว มารวมที่กำปั้นของเขา จนเปล่งแสงที่ฉีกยิ้มกว้าง
ให้ฉางไท่จวง หางตากระตุก ถี่ๆ ‘นี่กะจะฆ่ากันเลยหรือไง ไอ้เด็กบ้านี่!’
พร้อมว่ายเปียว กินเม็ดยาะเิปราณเข้าไป วูม! กระแสสภาวะพลังกล้าแกร่ง ยิ่งปะทุ ออกจากตัวว่ายเปียว ก่อนมารวมอยู่ที่หมัดกำปั้น ทรงพลัง ทำให้อากาศสั่นไหว
พร้อมมวลคลื่นพลัง พัดหอบดั่งพายุคลั่ง บนหมัดอัดแน่นปราณพลัง ว่ายเปียวต่อยออกไปด้านหน้า ให้เกิดจิตภาพ หมัดั์คุกคาม ฉางไท่จวง
จาก10จั้ง พุ่งเข้าหา เหลือไม่ถึงคืบอย่างรวดเร็ว ฟึบ! พร้อมทุกคนหลี่ดวงตามอง จนเล็กแคบ
ฉางไท่จวง รู้ได้ทันทีว่า ความฉิบหายของจริงมาเยือนแล้ว ที่เหงื่อแตกพลั่ก พลันเรียกอาวุธวิเศษเครื่องราง เกล็ดสัตว์มายา ป้องกันออกมา
ปึง! แกรก! ตู้ม! การป้องกันนั้น ถูกหมัดแฝงด้วยปราณพลัง ทั้งหมดว่ายเปียว เจาะทะลวงการป้องกัน ในเสี้ยวพริบตาที่เกิดเสียงกระแทก
แล้วพุ่งเข้าใส่ตัวฉางไท่จวง ตัวงอเป็กุ้ง อัก! อัก! “ไอ้เหี้..ขอทาน!”
พร้อมปราณพลังในร่าง ฉางไท่จวง ปั่นป่วนวุ่นวาย ระบาย ตด ปูดออกยาว ราวกับัพ่นไฟ ขณะร่างปลิวกระเด็น ออกไปนอกสนามประลองแล้ว
“เ้า! บัดซบนัก!” เมื่อแกล้งสลบเหมือดลงไป ด้วยความอับอาย…ก่อนจะให้คนของตน แบก ออกไปด้วยความทุลักทุเล
พวกเขาเองก็ถือเป็กลุ่มอำนาจใหญ่ ของศิษย์สายนอก ที่มีศิษย์สายในหนุนหลัง
ทุกคนเห็นแรงหมัดที่ว่ายเปียว โจมตี ต่างก็ทำหน้าโง่งม อ้าปากค้างกันหมดแล้ว ไม่เว้นกระทั้งศิษย์พี่ใหญ่อันดับหนึ่ง ที่เผยดวงตาคู่คม จ้องมองว่ายเปียวตาเขม็ง
แต่เกรงว่า จะไม่ใช่สำหรับ คนสำนักมารโอสถที่เป็แขกผู้มาเยือน ลู่หนิง เห็นตอนว่ายเปียวกินเม็ดยา โอสถ เพิ่มพูนพลังของเขา มาได้หลายระดับเชียว
“ชิ! เ้าขอทานนี้ มันอย่างไร เหตุใดร่างกายะเิ พลังเม็ดยา ออกมาได้มากขนาดนี้กัน” พลันทำให้นาง เกิดความสงสัย ในใจไม่น้อย