นี่เป็มื้อแรกที่นาตาเลียกินอิ่มที่สุดในรอบสามเดือนและเป็มื้อที่อร่อยที่สุดเธอรู้สึกเหมือนกับว่าสามเดือนที่ผ่านมาเป็เพียงฝันร้ายที่ยาวนาน
“ถ้าเป็อย่างที่เทเรซ่าบอก งั้นเธอก็เตรียมใจรอไว้เลยว่าชาตินี้อาจไม่ได้เจอน้องชายอีกแล้ว”เสียงของณัฐธัญคล้ายกับน้ำเย็นเยียบราดลงศีรษะ ปลุกสติของนาตาเลียกลับสู่ความเป็จริง
เธอแสดงสีหน้าหมองหม่นที่ขึ้นไปนั้นไม่ใช่แค่น้องชายของเธอ แต่ยังมีคนอีกเป็พัน หากว่ารังสีกัดกร่อนอะไรนั่นมีอยู่จริงคงเป็โศกนาฏกรรมใหญ่
“อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ว่าโดนรังสีแล้วจะกลายร่างทันทีหรอก” เสียงของเทเรซ่าคล้ายกับแสงความหวังปลายอุโมงค์นาตาเลียตาทอประกายทันที
“ถ้าพูดให้ถูกรังสีนั้นมีผลกับคนที่มีจิตใจอ่อนแอมากกว่า จำพวกคนที่าเ็ จิตตก หวาดผวา หรือสิ้นหวังจะถูกรังสีกัดกินจิตใจทีละน้อย พออารมณ์ดิ่งจนถึงจุดต่ำสุด ก็จะเกิดการกลายร่าง สิ่งที่อันตรายที่สุดคือมันจะเกิดกับคนที่าเ็หรืออ่อนแอ ซึ่งคนจำพวกนี้มักจะถูกปกป้องและถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยที่สุดรวมกับผู้ลี้ภัยคนอื่นหากคนพวกนี้กลายร่างขึ้นมา พื้นที่ปลอดภัยนั้นจะกลายเป็ทุ่งสังหาร” เทเรซ่าอธิบาย
ณัฐธัญพอคิดตามก็ขนลุกความน่ากลัวของมันไม่ได้อยู่ที่ตอนแปลงร่างเป็ซอมบี้แล้ว แต่คือไม่รู้ว่าใครหรือเมื่อไรจะแปลงร่างนึกสภาพว่าหากมีผู้หญิงคนใดคนหนึ่งกลายร่างในรถบ้านตอนที่ทุกคนกำลังหลับอยู่ มันจะเป็เื่สยองของจริง
“อย่างนั้นรีบไปเร็วเถอะ”นาตาเลียลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดูร้อนอกร้อนใจอย่างยิ่ง สำหรับเธอในตอนนี้เวลาหนึ่งวินาทียาวนานอย่างกับหนึ่งชั่วโมง
ทั้งห้าคนพากันขึ้นรถนาตาเลียมานั่งข้างหน้าแทน เพราะว่าลีโอนีกำลังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง
หลายวันมานี้ณัฐธัญใช้ชีวิตส่วนใหญ่กับการขับรถจนเริ่มี้เีเพราะตอนที่อยู่โลกเก่า เหนื่อยก็สามารถแวะพักที่ไหนก็ได้ นั่นคือเสน่ห์ของรถบ้านแต่โลกนี้บางครั้งต่อให้เหนื่อยขนาดไหน ก็ต้องฝืนขับต่อ
“นี่…พอมีวิธีให้รถขับเองอัตโนมัติไหม” ณัฐธัญถามผู้ช่วย
“หากเ้าของ้าให้รถมีระบบไร้คนขับมีอยู่สองวิธี หนึ่งคือต้องยิงดาวเทียมเพื่อสร้างระบบจีพีเอสให้รถขับตามเส้นทางแผนที่ที่ดาวเทียมสร้างขึ้น สองคืออัปเกรดผู้ช่วยอย่างฉัน”
เสียงเฉยชาตอบกลับมาณัฐธัญเคยเห็นราคาดาวเทียมแล้ว ราคาต่ำสุดเริ่มที่ 120,000 แต้ม ไม่รู้ว่าเป็ดาวเทียมอะไร และเขายังเคยเห็นเทคโนโลยีอวกาศอื่น ๆ ด้วยแต่ราคาก็หลักแสนขึ้นไป
อันที่จริงหากเขาจะซื้อก็สามารถซื้อได้เพียงยอมเหนื่อยสักคืนสองคืน แต่อีกฝ่ายจะยอมตกลงด้วยหรือเปล่านั่นก็อีกเื่หนึ่ง
แต่เขาสงสัยเื่อัปเกรดผู้ช่วยว่าจะทำอะไรได้บ้าง
แน่นอนว่าผู้ช่วยเข้าใจความคิดของณัฐธัญตอบไปว่า “การอัปเกรดฉันจะช่วยปลดข้อจำกัดบางส่วนของฉันให้สามารถตัดสินใจช่วยเหลือเ้าของนอกเหนือจากปรึกษาปัญหาภายในระบบฉันสามารถตรวจสอบสภาพแวดล้อมเพื่อวิเคราะห์ ตัดสินใจและสั่งการรถยนต์ให้เคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัย”
“แล้วมันต่างกับที่ใช้ดาวเทียมยังไง”
“ดาวเทียมจะบันทึกข้อมูลเส้นทางและพารถไปถึงจุดมุ่งหมายตามที่กำหนดไว้แต่แรก แต่ฉันทำได้เพียงขับไปตามคำสั่งของเ้าของอย่างเช่นหากมีทางแยกซ้ายหรือขวา เ้าของหรือผู้มีสิทธิ์ต้องบอกเอง” ผู้ช่วยอธิบาย
ณัฐธัญเลิกคิ้ว“ผู้มีสิทธิ์..?”
“เ้าของสามารถมอบหมายสิทธิ์สั่งการให้ใครก็ได้โดยใช้ระบบสแกนม่านตาที่ระบบรักษาความปลอดภัยในรถจดจำไว้แล้ว”
“โอ้”ณัฐธัญอุทาน
เขาไม่รอช้า กดอัปเกรดทันทีเพราะใช้แต้มเพียงสองพันเท่านั้น
คอนโซลหน้ารถเรืองแสงสีฟ้านาตาเลียเห็นแล้วก็ทราบทันทีว่าณัฐธัญคงทำอะไรบางอย่าง
พอแสงหายไป ณัฐธัญก็ถามขึ้น
“เสร็จแล้วเหรอ”
“เรียบร้อยแล้วเ้าของสามารถสั่งการได้เลย” เสียงเฉยชาตอบกลับ
ณัฐธัญลองสั่งให้รถวิ่งไปตามถนนรถบ้านก็ค่อย ๆ เคลื่อนไหวด้วยตัวมันเองโดยที่เขาไม่ต้องเหยียบคันเร่งหรือเปลี่ยนเกียร์ด้วยซ้ำ
เมื่อเขาสั่งให้มันเลี้ยวมันก็เลี้ยวสั่งให้มันจอดมันก็จอด และหากเจอสิ่งกีดขวางก็จะเลี้ยวหลบให้เองอัตโนมัติถ้าเป็ทางตันก็จะหยุดรถ
“นี่นายทำอะไร”นาตาเลียสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงอดถามไม่ได้
“ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติต่อไปนี้ฉันไม่จำเป็ต้องขับแล้ว คอมพิวเตอร์จะช่วยขับให้เอง” ณัฐธัญกล่าว
“เชื่อถือได้เหรอ”นาตาเลียสงสัย เพราะก่อนวันสิ้นโลกก็มีบริษัทที่เปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับแต่มันไม่สามารถเชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะวันแรกที่ส่งมอบรถให้ลูกค้าก็มีข่าวเกิดอุบัติเหตุจากรถรุ่นนี้เกือบทุกวัน
“ไม่รู้เหมือนกันก็ต้องลอง”
เขาเชื่อถือผู้ช่วยอยู่แล้วไม่สิ ต้องบอกว่าเชื่อถือระบบมากกว่า ถ้าระบบของเขามีข้อผิดพลาดอย่างนั้นก็ไม่มีเทคโนโลยีไหนในโลกเชื่อถือได้
ณัฐธัญลองให้นาตาเลียสั่งการดูเนื่องจากเขาเปรียบเสมือนสื่อกลางของรถบ้าน ดังนั้นเพียงมองตาของเธอก็นับว่าสแกนม่านตาแล้ว
ถึงแม้จะบอกว่าสั่งการแต่อันที่จริงก็แค่สั่งให้รถวิ่งไปตามถนน หากเจอทางแยก ก็บอกแค่ให้เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเท่านั้น
ณัฐธัญรู้สึกเหมือนมีคนขับรถให้ สบายจนอยากเอนหลังนอนน่าเสียดายที่เบาะหน้ารถของเขาปรับเอนไม่ได้
ไม่นานนักก็มาถึงจุดที่นาตาเลียบอก รถบ้านหยุดลงถนนข้างหน้าเต็มไปด้วยรถยนต์หลายสิบคัน จอดเรียงแถวอย่างเรียบร้อยแต่บางคันก็จอดระเกะระกะ เหมือนกับว่าเพิ่งขับออกไปก็ต้องจอดลงรถ
แต่สิ่งหนึ่งที่แปลกคือพื้นถนนที่นี่สีเทาเข้มจนแทบจะกลายเป็สีดำราวกับเพิ่งลาดยางมะตอยใหม่ ๆ ผิดกับสีเทาซีดที่เขาเห็นตลอดทาง
ณัฐธัญเปิดประตูเพื่อจะลงจากรถแต่วินาทีที่ประตูเปิดออก ลมก็ตีเข้าหน้า พร้อมกันนั้น กลิ่นคาวรุนแรงโชยคละคลุ้งทำเอาเกือบเวียนศีรษะ
“กลิ่นอะไรเนี่ยเหม็นชะมัด ทั้งที่ดูไม่มีอะไร” ณัฐธัญลงจากรถ มองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติไม่มีซากศพหรือกระทั่งซอมบี้
“ทำไมจะไม่มีก็ข้างล่างที่นายเหยียบอยู่นั่นไง” นาตาเลียลงตามมา
ณัฐธัญรีบก้มมองดูทว่านอกจากพื้นถนน ก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด ๆ
“นี่มัน..เื..?”
ขณะที่เขากำลังจะตำหนินาตาเลียว่าล้อเล่นอะไรเสียงของเทเรซ่าก็ดังมาจากข้าง ๆ ไม่ทราบว่าเธอลงมาั้แ่เมื่อไร
เทเรซ่านั่งคุกเข่าข้างหนึ่งมือลูบแกะไปตามถนน เศษผงสีดำที่แห้งกรังติดซอกเล็บขึ้นมา
เธอขยี้ปลายนิ้วเข้าด้วยกันเพื่อยืนยันให้แน่ชัดว่าเป็เืจริง ๆ
ม่านตาของณัฐธัญหดแคบลงเขาคุกเข่าก้มลงดู แต่ไม่ได้เอามือจับเหมือนเทเรซ่า อุทานขึ้น“อย่าบอกนะว่าสีดำบนพื้นถนนนี้คือเืทั้งหมด..?!”
ผิวถนนสีดำนี้ยาวครอบคลุมประมาณเกือบร้อยเมตรเหมือนกับเพิ่งถูกทาสีใหม่เฉพาะส่วน ทว่ามันไม่ใช่สีหรือยางมะตอยใหม่แต่เป็เืที่แข็งตัวจนแห้งกรังและสีดำนี้ก็คือปฏิกิริยาออกซิเดนชันที่เกิดขึ้นกับเฮโมโกลบินในเม็ดเืแดงนั่นเอง
ณัฐธัญตะลึงงันต้องมีคนตายเท่าไรเืถึงท่วมถนนได้ขนาดนี้
“นี่ขนาดผ่านไปสองเดือนแล้วแสงแดดและฝนก็ยังชำระล้างคราบเืบนถนนไม่หมด แสดงว่ามันต้องเคยหนาเป็มิลลิเมตร”เทเรซ่าวิเคราะห์
นาตาเลียกำหมัดแน่นจนสั่นกล่าวว่า “ใช่ ฉันเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าตายเท่าไรตอนนั้นฉันคิดแต่เื่หนีเอาชีวิตรอดอย่างเดียว ไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ”
เธอรู้สึกว่าพลังพิเศษไม่ช่วยอะไรเลยเมื่อเผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้นับพันหมื่นโดยเฉพาะซอมบี้พิเศษ
“แล้วทำไมที่นี่ไม่มีศพหรือร่องรอยอะไรเหลืออยู่เลยอย่างน้อยถ้าเคยมีคนตาย ก็ต้องมีเศษชิ้นส่วนหรือโครงกระดูกเหลือบ้างสิ”ณัฐธัญเอ่ยด้วยความสงสัย
นาตาเลียส่ายศีรษะพลางกล่าว“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันซ่อนตัวทำใจอยู่หนึ่งเดือนกว่าจะกล้ามาที่นี่อีกครั้งแต่พอมาถึงก็เป็อย่างที่เห็น”
“อาจจะถูกกินหมดแล้วก็ได้”เทเรซ่าพูดขึ้น
ประโยคนี้ทำเอาทั้งณัฐธัญและนาตาเลียถึงกับอึ้ง
“ตัวอะไรมันจะกินได้สะอาดหมดจดขนาดนี้ไม่เหลือกระทั่งกระดูกไว้เลย”
ณัฐธัญเดินไปตามระหว่างช่องว่างของรถที่จอดเรียงรายไม่มีร่องรอยของเศษเนื้อหรืออะไรอยู่เลยจริง ๆ หากไม่ติดที่มีคราบเืบนถนน คงคิดว่าไม่เคยมีใครมาที่นี่มาก่อน
รถยนต์ที่จอดเรียงรายมีคราบเืติดอยู่บ้างบางคันก็มีรอยบุบเหมือนถูกอะไรทุบ บางคันก็เปิดประตูอ้าทิ้งไว้แต่ทุกคันเหลือแต่โครงหมดแล้วอาจจะเป็พวกกลุ่มอำนาจจากเขตปลอดภัยโซนแปดมางัดแงะเอาไป
เขาใช้ข้อมือที่สวมเครื่องเคลื่อนย้ายเคาะไปที่ซากรถรถคันนั้นก็เรืองแสงสีเหลือง ก่อนจะค่อย ๆ สลายหายไป
หลังจากเดินเคาะไปเรื่อยๆ ไม่นานนัก ซากรถยนต์ทั้ง 22 คันก็ถูกเก็บเข้าคลังมิติเก็บวัสดุทดแทนได้เหล็กกล้ามาทั้งหมด 8.8 ตันเพียงพอขยายตัวรถบ้านได้หนึ่งเมตรแล้ว
เมื่อซากรถที่จอดเรียงรายหายไปถนนก็ดูโล่งตาขึ้นมาทันที ทิ้งไว้เพียงรอยคราบเืสีดำที่เคลือบไปทั้งถนน
ณัฐธัญมองดูพลางทอดถอนใจเวลาเห็นร่องรอยความสูญเสีย จะกี่ครั้งเขาก็ไม่ชินสักทีเขาหลับตาแผ่อุทิศส่วนกุศลในใจ ถึงไม่รู้ว่ามันจะช่วยอะไรได้บ้างแต่อย่างน้อยเขาก็รู้สึกดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
เทเรซ่าตรวจหาร่องรอยรอบๆ เผื่อดูว่ามีอะไรหลงเหลือนาตาเลียก็ยืนสงบนิ่งราวกับกำลังไว้อาลัย
ผ่านไปราวห้านาทีเทเรซ่าก็กลับมา บอกว่าไม่เจอร่องรอยอะไรเลย ทั้งสามคนจึงกลับขึ้นรถ
ณัฐธัญกับนาตาเลียกลับขึ้นมาที่เบาะหน้ารถ
“ถนนเส้นนี้ยาว1,820 กิโลเมตรกว่าจะถึงเมืองรถนายมีน้ำมันพอหรือเปล่า” นาตาเลียถามเพื่อความแน่ใจ
“ไม่ต้องห่วงรถคันนี้ใช้พลังงานไฟฟ้า และในรถก็มีเครื่องผลิตไฟฟ้า เดินทางได้ไม่มีจำกัด”ณัฐธัญตอบสร้างความมั่นใจ
รถไฟฟ้าที่มีเครื่องผลิตไฟฟ้า..? นาตาเลียไม่ทราบว่าตัวเองใกี่ครั้งแล้ว และเธอมั่นใจว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน
รถบ้านค่อยๆ เร่งความเร็วโดยที่ณัฐธัญไม่ได้เหยียบคันเร่ง เขาไม่ต้องทำอะไรจึงเปิดหน้าต่างระบบเพื่อจะขยายพื้นที่รถ
เมื่อกดปุ่มอัปเกรดตัวรถครึ่งหลังก็เรืองแสงสีฟ้า ได้ยินเสียงอลิเซียร้องด้วยความใ
พอแสงจางหายไปก็เห็นท้ายรถยืดยาวออกไปหนึ่งเมตร จากขนาดรถที่ยาว 5.5 เมตร กลายเป็ 6.5 เมตร
เขาติดตั้งประตูสำหรับพื้นที่มิติซ้อนทับไว้ฝั่งตรงข้ามกับห้องน้ำซึ่งอยู่ติดกับโต๊ะทานข้าวและโซฟา พื้นที่ในมิติซ้อนทับมีราคาตารางเมตรละ 2,000 แต้ม แตกต่างจากการขยายพื้นที่รถที่เมตรละหมื่นอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไมเทคโนโลยีที่ควรจะแพงมันถึงได้ถูกกว่าปกติห้าเท่า”ณัฐธัญถามผู้ช่วย
“เพราะมิติซ้อนทับมีพื้นที่เดิมของมันอยู่แล้วเ้าของเพียงปลดล็อกมันเท่านั้นแต่การขยายพื้นที่รถเป็การต่อเติมขึ้นมาใหม่จากเดิมและยังต้องคงระบบเครื่องทั้งหมดในรถไว้สภาพเดิม จึงแตกต่างกันมาก และเ้าของไม่ควรเอาบรรทัดฐานของโลกมาใช้กับระบบสำหรับระบบแล้ว การเปิดช่องว่างมิติง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย” ผู้ช่วยอธิบาย
ณัฐธัญคิดในใจง่ายขนาดนั้นก็ช่วยตั้งราคาให้ถูก ๆ หน่อยได้ไหม
ตอนนี้เขาเหลือ26,070 แต้ม จึงซื้อพื้นที่สิบตารางเมตร ส่วนอีก6,000 แต้มเก็บไว้เผื่อฉุกเฉิน
ถ้าเป็ก่อนวันสิ้นโลกพื้นที่ขนาดนี้ไม่ต่างอะไรกับรูหนู แต่สำหรับรถบ้าน ถือว่ากว้างเสียยิ่งกว่าพอ
เมื่อเปิดประตูเข้ามาณัฐธัญก็พบว่าในห้องไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรในที่นี้หมายถึงไม่มีอะไรจริง ๆ ไม่มีกระทั่งพื้นหรือผนังเป็พื้นที่สีม่วงดำราวกับอยู่ท่ามกลางอวกาศ
เขาเดินไปพร้อมกับยกมือคลำเพื่อหาว่าผนังอยู่ตรงไหนน่าแปลกที่ไม่ว่าเขาเดินไปไกลเท่าไรก็ยังััผนังไม่ได้สักที
เมื่อเขาหันกลับไปมองที่ประตูพบว่าตัวเองยังอยู่ห่างจากประตูเพียงสามเมตรกว่าไม่ว่าเขาจะพยายามเดินห่างจากประตูไปเท่าไร ตัวเองก็ไม่สามารถเดินไปไกลกว่าเดิมเหมือนกับกำลังเดินบนลู่วิ่ง ซึ่งดูพิศวงดี
ณัฐธัญเลิกใส่ใจเกี่ยวกับมิติที่อธิบายไม่ได้พวกนี้กลับมาใส่ใจกับของตกแต่งห้องก่อน
เขาซื้อเตียงขนาดคิงไซซ์ตัวหนึ่งพแวางลงก็แทบจะเต็มห้องแล้ว แต่ณัฐธัญไม่ได้สนใจเพราะอย่างไรก็แค่้าห้องส่วนตัวไว้นอน อีกอย่าง ตราบใดที่มีแต้มความสุขเพิ่มก็สามารถขยายพื้นที่ได้ตลอดเวลา
ณัฐธัญใช้เวลาไม่นานเพราะในห้องมีแค่เตียง ชุดเครื่องนอน และโคมระย้าเท่านั้น
“ว้าวนี่จะเป็ห้องนอนของคุณหรือคะ”
เสียงร้องประหลาดใจดังออกมาจากข้างหลังณัฐธัญหันไปดู พบว่าเป็อลิเซียเดินเข้ามาชมดูรอบ ๆ “น่าอิจฉาจังฉันก็อยากนอนบนเตียงแบบนี้บ้าง”
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันจะทยอยสร้างห้องส่วนตัวให้ทุกคนเอง แต่อดทนรอหน่อยนะเพราะตอนนี้ฉันสร้างได้แค่ห้องเดียว”
ณัฐธัญออกจะรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ปล่อยให้ผู้หญิงนอนข้างนอกส่วนตัวเองนอนบนที่นอนหรูหรา
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะอันที่จริงแค่คุณช่วยฉันไว้ ฉันก็ซาบซึ้งใจมากพอแล้ว” อลิเซียยิ้มกล่าว
ณัฐธัญมองเธอสักพักก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “จะร้องขอก็ได้ ไม่เป็ไรหรอก ฉันช่วยชีวิตเธอไม่ได้เป็เ้าของชีวิตเธอ เราไม่มีภาระอะไรผูกพันกัน บางทีลองทำตามใจตัวเองหน่อยก็ได้”
ที่ณัฐธัญพูดแบบนี้เพราะเขารู้สึกว่าอลิเซียรักษามารยาทและวางตัวดีเสมอมาเหมือนกับว่าพยายามรักษาภาพลักษณ์อยู่ตลอดเวลา แต่ก็เป็อันเข้าใจได้เพราะก่อนวันสิ้นโลก เธอเป็ถึงเ้าหญิงของประเทศหนึ่ง ทุกการกระทำล้วนถูกจับตามองหากผิดพลาดเพียงนิดเดียว อาจโดนตำหนิติเตียนเกินกว่าเหตุ
ด้วยสถานะของเธอที่สูงส่งกว่าคนทั่วไปหากทำตัวเหลวไหล อาจถูกใครบางคนนำไปใช้เป็เครื่องมือปลุกปั่นให้เกิดกระแสเกลียดชัง ทั้งที่เธอเองก็คืุ์ธรรมดาคนหนึ่ง
อลิเซียพอได้ฟังก็วิ่งออกจากห้องไม่รู้ว่าเพราะอะไร
แต่ไม่นานณัฐธัญก็ได้ทราบเหตุผลเธอถือกระดาษที่มีตัวหนังสือยาวเหยียด คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นมาก่อน
“งั้นฉันขอเสื้อผ้าตามนี้นะคะคุณช่วยสร้างให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ..?” อลิเซียยื่นกระดาษให้ณัฐธัญพร้อมกับทำตาแป๋ว
ณัฐธัญถึงกับพูดไม่ออกมันคือกระดาษที่เขียนประเภทและขนาดของเสื้อผ้าเกือบห้าสิบชุด..!
นี่ยังไม่ทิ้งมันไปอีกเรอะ..?