ปีศาจในร่างบาทหลวงนั่งพิงหลังกับฐานรูปปั้นอย่างหมดสภาพสีหน้าของมันซีดเซียวอิดโรย เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก จังหวะการหายใจรวยรินแ่เบาเืสีดำยังคงไหลออกมาจากาแฉกรรจ์ที่ท้องไม่หยุด
“หมดเวลาของแกแล้ว” น้ำเสียงทรงพลังจากนักล่าปีศาจมือฉมังเอ่ยขึ้นหมดสิ้นหนทางหนีของมันจริงๆ เพราะบัดนี้มันได้ถูกล้อมไว้หมดแล้ว
“หึ!” มันแค่นเสียงหัวเราะแ่เบา ดวงตาลึกโหลกวาดมองไปยังคนเบื้องหน้าทั้งสามก่อนจะหยุดจ้องเขม็งไปยังแม็กซ์ ั์ตาของมันพลันลุกวาบเป็ประกายไฟขึ้นมาเพียงชั่วพริบตาเดียวเ้าปีศาจแสยะยิ้มเหยียดมุมปากอย่างมาดร้ายออกมา
“เ้าไม่ได้มีสายเืนักล่าปีศาจเหมือนพวกนี้หนิ...”ปีศาจเค้นเสียงแหบแห้งออกมา ดวงตาของมันยังคงจับจ้องไปยังชายหนุ่มไม่วางตา ส่วนแม็กซ์ไม่ได้แสดงทีท่าใดๆสีหน้ายังคงเรียบเฉย แม้ว่าที่จริงแล้วดวงตาคู่นั้นของเขาได้แอบวูบไหวไปอยู่เมื่อครู่
“ไยเ้าจึงเสือกกะโหลกมากับเขาอย่างนี้ล่ะคนธรรมดาก็ต้องอยู่ส่วนคนธรรมดาไม่ใช่หรืออย่างไร?” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลนทว่าคนที่กำลังแสดงท่าทีร้อนรนกลับไม่ใช่แม็กซ์
“หุบปากเน่าๆ ของแกไปซะ!” คีธตะคอกอย่างเดือดดาล จังหวะการหายใจของชายวัยกลางคนเริ่มหอบลึกรังสีแห่งความโกรธากำลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
“ข้าไม่เข้าใจเ้าเลยจริงๆ มาทำไมกัน?มาก็กลายเป็ภาระเสียเปล่า” เ้าปีศาจยังคงถากถางไม่สนใจปฏิกิริยาของอีกคนตรงหน้าเสียงที่เคยแหบแห้งของมันเริ่มกลับมาหนักแน่น ใบหน้าซีดเซียวแลดูมีสีสันมากขึ้น แม้เืจะยังคงไหลออกมาจากแผลไม่หยุด
“ฉันบอกให้หุบปาก!!” ลุงคีธดึงมีดสีดำทมิฬออกมาจากปลอกมือหนากำด้ามมีดนั้นแน่นจนสั่นเทา ดวงตาแข็งกร้าวจับจ้องไปยังเ้าปีศาจไม่วางตา
“ชู่ว์! อย่าบุ่มบ่ามไปสิคีธ ปกติเ้าควบคุมอารมณ์ได้ดีไม่ใช่หรือ?พอมาเื่ลูกชายจอมปลอมของเ้า ทำไมถึงได้สติแตกเสียล่ะ ข้าแทงใจดำเกินไปหรือเปล่า?”บาทหลวงฉีกยิ้มเย้ยหยัน ส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ ดวงตาลึกโหลของมันเป็ประกายจับจ้องไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่เริ่มซีดเซียวลง
“แม็กซ์ ถือนี้ไว้” เฟอร่ากระซิบบอกเขาเสียงแ่พลางยื่นไม้กางเขนให้คนรักแม็กซ์หลับตาลง เขาสูดหายใจเข้าออกลึกพยายามเรียกสติกลับมา ไม่! เขาจะไม่หลงกลปีศาจอีกต่อไป ชายหนุ่มพร่ำบอกตนเองเช่นนั้นแม้ว่า ลึกๆ แล้วหัวใจดวงแกร่งกำลังถูกบิดเป็เกลียวอยู่ก็ตาม
“แก!” คีธกัดฟันกรอดเมื่อตระหนักได้ว่า เขาพึ่งเสียท่าให้มันไปเป็ดังที่เ้าปีศาจกล่าว คำพูดยั่วยุของปีศาจทั่วไปไม่อาจทำให้เขาไขว้เขวได้ มีเพียงปีศาจตนนี้ที่ค้นหาจุดอ่อนเขาเจอ
“หึๆ พวกเ้าช่างโง่เขลากันเสียจริง!” บาทหลวงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่บรรยากาศโดยรอบจะเงียบสงัดลงกะทันหันใบหน้าของผู้ถูกสิงร่างพลันแปรเปลี่ยนเป็นิ่งเฉยเยือกเย็น สีหน้าของมันเริ่มซีดเซียวซูบตอบลงตามมาด้วยรอยเหี่ยวย่นที่ปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับร่างกายที่ซูบผอมลงราวกับกำลังถูกสูบเืเนื้อ...
‘มันกำลังย้ายร่าง’ ประสบการณ์บอกคนทั้งสามเช่นนั้น คีธยกมือทำสัญลักษณ์ไม้กางเขนก่อนจะหยิบพระคัมภีร์ขึ้นมาอ่านบทสวดโดยมีแม็กซ์ช่วยอ่านอีกเสียง ส่วนเฟอร่าหลับตาลง มือกุมสายประคำด้วยความสงบนิ่ง
กลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากร่างบาทหลวงก่อตัวกันเป็กลุ่มก้อนขนาดใหญ่เสียงหัวเราะบ้าคลั่งดังออกมาจากกลุ่มควันสลับกับส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเ็ปเป็ระยะๆดูท่าว่า มันกำลังเค้นพลังเฮือกครั้งสุดท้ายต่อต้านพวกเขาอยู่เช่นกัน
หมอกดำขนาดใหญ่เริ่มเคลื่อนตัวหมุนล้อมรอบกายคนทั้งสามอย่างช้าๆก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่าเสียงของบทสวดยังคงดำเนินต่อไปเพราะพวกเขารู้ดีว่า มีเพียงจิตใจตั้งมั่นเท่านั้นที่จะเอาชนะสิ่งชั่วร้ายนี้ได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะบอกว่าเฮือกสุดท้ายของมันแต่ฤทธิ์เดชของปีศาจตนนี้เรียกได้ว่า มีความฉกาจฉกรรจ์กว่าปีศาจทั่วไปอยู่มาก การต่อสู้ที่ยืดเยื้อได้บั่นทอนให้พลังกายของคนทั้งสามเริ่มอ่อนล้าลงแล้วเช่นกัน
กลุ่มควันเหวี่ยงตัวเร็วขึ้นจนกลายเป็พายุกักขังพวกเขาเอาไว้แรงกดอากาศด้านในทำให้คนทั้งสามซวนเซทรงตัวไม่อยู่ แต่ละคนถูกพายุสีดำเหวี่ยงกระจายไปคนละทิศละทางกลายเป็ว่า บทสวดได้ถูกขัดจังหวะลงทันใด
เมื่อช่องโหว่ถูกเปิดออก กลุ่มควันสีดำได้พุ่งตรงไปยังแม็กซ์ในทันที...
“ผมยอมตาย” แม็กซ์เอ่ยกับนักล่าปีศาจทั้งสองด้วยน้ำเสียงหนักแน่นก่อนจะหลับตาลงเตรียมใจเผชิญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นแม้ต่อจากนี้ร่างกายจะถูกสิงและดวงิญญาของเขาอาจจะถูกมันกลืนกินไปจนสิ้น แต่อย่างน้อยเขาก็ภูมิใจที่ได้เสียสละเพื่อคนที่เขารักทั้งสองคนนี้...
“ไม่มีพ่อคนไหนยอมให้ลูกตายหรอกนะ! อึก!” สิ้นคำพูดของคนเป็พ่อ คีธพุ่งตัวเข้ามาผลักร่างลูกชายไปอีกทางก่อนที่จะใช้ร่างกายของตนรับแทนกลุ่มควันสีดำทั้งหมดจึงได้พวยพุ่งเข้าสิงสู่ร่างชายวัยกลางคน
“พ่อ!!” ภาพตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มตะลึงงันตัวแข็งทื่อสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเ็ปและแหลกสลาย เฟอร่าคว้าชายหนุ่มให้ถอยห่างออกมา เธอเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
ลุงคีธหมดสติล้มลงกับพื้นไปในทันที แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นเขาลืมตาตื่นแล้วลุกขึ้นยืนทันใด ปากแสยะยิ้มเ้าเล่ห์ดวงตาแข็งกร้าวจับจ้องมายังชายหญิงทั้งสองไม่วางตา
“หึๆ พวกเ้าแพ้แล้ว” น้ำเสียงที่คีธเปล่งออกมาดูแหบแห้งลงแน่นอนว่า นี่ไม่ใช่เสียงที่มาจากลุงคีธจริงๆ ชายวัยกลางคนเยื้องย่างตรงมายังพวกเขาอย่างช้าๆรอยยิ้มชั่วร้ายฉีกกว้างยิ่งกว่าเดิม
แต่ทว่า จังหวะการก้าวเดินของเขาพลันสะดุดไปปีศาจในร่างลุงคีธยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมศีรษะเอาไว้สีหน้าของมันแสดงอาการเ็ปอย่างเห็นได้ชัด
“คิดว่า...ฉัน...ฮึ่ม! แก!...จะยอมเหรอ!” โทนเสียงหนักแน่นจากลุงคีธตัวจริงปนเปไปกับเสียงแหบแห้งของมันสลับไปมาเช่นเดียวกับจังหวะการก้าวเดินที่สะดุดลงแต่ก็พยายามฝืนเดินต่อสลับกันไป
ไวเท่าความคิด แม็กซ์หยิบไม้กางเขนและพระคัมภีร์ขึ้นมาอ่านบทสวดอีกครั้งเช่นเดียวกับเฟอร่าที่กอบกุมสายประคำเอาไว้ เสียงบทสวดและลมเย็นที่พัดโชยเข้ามาพาให้ปีศาจในร่างลุงคีธกรีดร้องอย่างเ็ปมันดิ้นทุรนทุรายจนล้มลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น
สติสัมปชัญญะของชายวัยกลางคนได้บังคับร่างของตนให้หยิบมีดทมิฬออกมาแต่มืออีกข้างหนึ่งที่ควบคุมโดยปีศาจก็พยายามยกขึ้นมารั้งขัดขวางเอาไว้ ชายเ้าของร่างเค้นแรงออกมาอย่างหนักจนใบหน้าแดงก่ำร่างกายของลุงคีธยื้อยุดกันเองอยู่นาน แต่ในท้ายที่สุดแล้วปีศาจในร่างก็ไม่อาจขืนต่อต้านพลังจากบทสวดศักดิ์สิทธิ์ได้อีกต่อไป
“ห้ามดึงมีดนี้ออก...เด็ดขาด!” ยังไม่ทันที่แม็กซ์และเฟอร่าจะได้ประมวลผลความหมายของคำพูดนี้มีดสั้นสีทมิฬก็ได้ถูกเ้าของร่างใช้แรงเฮือกสุดท้ายเหวี่ยงเข้ามาแทงตรงตำแหน่งขั้วหัวใจทีเดียวจนมิดด้าม
ฉึก! เสียงนี้ดังกึกก้องกังวานในโสตประสาทของคนทั้งสอง เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปร่างของชายวัยกลางคนล้มหงายลงไปกับพื้นพร้อมกับเสียงหวีดร้องโหยหวนอย่างทรมานของปีศาจในร่าง
“พ่อ!!” แม็กซ์ะโออกมาอย่างเสียสติ เขาทิ้งทุกอย่างพุ่งตรงไปประคองร่างของผู้เป็พ่อทันใด
“พ่อภูมิใจ...ในตัวลูก...แม็กซ์”น้ำเสียงอันแสนอบอุ่นของผู้เป็พ่อมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ จังหวะการหายใจของชายวัยกลางคนรวยรินลงก่อนจะค่อยๆ หยุดสิ้นไปในที่สุด...
ชายหนุ่มกอดร่างไร้ลมหายใจตรงหน้าไว้แน่น หัวใจที่บอบช้ำไม่อาจห้ามน้ำตาเอาไว้ได้ภาพของอดีตหวนย้อนกลับมาในความทรงจำเป็ฉากๆ หากไม่มีชายคนนี้ ชีวิตของแม็กซ์คงจะจบลงอย่างโดดเดี่ยวกลางป่าลึกไปแล้วและหากไม่มีชายคนนี้ เขาก็คงจะไม่ได้รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า ครอบครัวและความรัก
เฟอร่าเอื้อมมือขึ้นมาแตะไหล่ของชายหนุ่มเบาๆดวงตาของเธอเองก็ร้อนผ่าว ความเสียใจของเธอนั้นไม่ต่างกันกับเขา แต่การสูญเสียครั้งใหญ่นี้จะไม่สูญเปล่า...
“กลับบ้านกันนะคะ ลุงคีธ”
+++++++++++++++++++++++++++++++++
ฮรือออออ เจอกันอีกที่วันศุกร์ค่ะ อย่าลืม! มี e-book ใน meb แล้วน้า