ราเชนมอบธูปเคารพศพให้กับฮูหยินเจ้าเมือง ซึ่งนางเคารพศพของพี่ชายก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา ทำให้ทั้งหมดที่ดูต่างก็โศกเศร้าไปกับนาง คุณหนูใหญ่เองจึงต้องไปปลอบประโลมนาง ทั้งๆ ที่ตนเองน่าจะเสียใจมากกว่านางที่เสียบิดาไป
จนกระทั่งทำพิธีเสร็จ ฮูหยินเจ้าเมืองก็กลับคืนสู่ภาวะปกติ แล้วคุณหนูใหญ่ก็ได้เชิญราเชนเข้าไปในห้องส่วนตัว โดยมีฮูหยินเจ้าเมือง คุณหนูใหญ่ และราเชนเพียงสามคนเท่านั้น
“ ที่ข้าเรียกท่านมา ก็เพราะมีเรื่องอยากให้นักพรตน้อยช่วยเหลือ” ฮูหยินเจ้าเมืองเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ ข้า?”
“ ใช่ ท่านมาจากสำนักฉางซานใช่หรือไม่?”
“ ใช่แล้ว เขาคือนักพรตอู๋ติ้ง ศิษย์น้องนักพรตอู้จิ้ง”
ราเชนได้แต่พยักหน้าเออออ ตามไปด้วย
“ ดี ถ้าเช่นนั้น ท่านคงเป็นศิษย์ของ ท่านนักพรตอู๋จื่อเต้าด้วยใช่ไหม”
ราเชนถึงกับมึนงงไปชั่วขณะเขาเองไม่เคยได้ยินชื่อนักพรตอู๋จือเต้าแม้แต่น้อย
จนกระทั่งมีเสียงกระซิบของนายท่านสี่ เอ่ยขึ้นมาว่า
“ นักพรตอู๋จื่อเต้า เป็นอาจารย์ของนักพรตอู๋ติ้ง และเป็นเจ้าสำนักฉางซานคนก่อนปัจจุบันได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน”
ราเชนจึงได้พูดออกไปทันทีว่า
“ ตอนที่ท่านอาจารย์เสีย ข้ายังเด็กนัก”
“ ถ้าเช่นนั้นไม่ทราบว่า ท่านพอจะมีวิธีเข้าค่ายกลจักรวาลแปดทิศของ อาจารย์ท่านได้หรือไม่”
“ ค่ายกลจักรวาลแปดทิศ?”
ราเชนถึงกับอึ้งไปอีกครั้ง
“ ท่านอาหญิง ท่านนักพรตน้อยยังเด็กนัก เขาคงไม่รู้จักค่ายกลจักรวาลแปดทิศอย่างแน่นอน ขนาดศิษย์น้องของท่านนักพรตอู๋จื่อเต้าเอง ยังไม่สามารถเข้าไปได้เลย”
“ ก็จริง เฮ้อ น่าเสียดาย ค่ายกลนี้ถูกท่านนักพรตอู๋จื่อเต้า วางเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปในสุสานของตระกูลหานได้ มีเพียงท่านพี่คนเดียวเท่านั้นที่พอจะรู้วิธี แต่ท่านกลับถูกลอบสังหารเสียก่อน เลยไม่ทันได้บอกใคร ในสุสานของตระกูล มีที่เก็บคลังสมบัติ ในนั้นมีทั้งอาวุธและเสบียง และ ยังมีของมีค่าอีกมากมาย หากนำออกมาใช้ได้ เมืองหานของเราคงไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”
ราเชนได้ฟังเรื่องของมีค่า ก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันที รีบเอ่ยว่า
“ เอ่อ. เรื่องค่ายกลจักรวาลแปดทิศข้าก็พอเรียนมาบ้างเล็กน้อย หากฮูหยินต้องการ ข้าพร้อมที่จะช่วยดูให้ก็ได้”
“ จริงหรือนี่ ดีหากท่านรู้วิธีเข้าค่ายกลจักรวาลแปดทิศได้ ข้าจะมอบทองคำให้ท่าน 1 ล้านเหรียญ เลย”
1 ล้านเหรียญ ! ราเชนได้แต่ฝันหวานขึ้นมา เพราะเขาแน่ใจว่า ผีนายท่านสี่จะสามารถช่วยให้เขาติดต่อกับ ผีเจ้าเมืองหานได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น ว่าเขาต้องผ่านค่ายกลจักรวาลแปดทิศได้ไม่มีปัญหา
“ ถ้าเช่นนั้น พวกเรารีบไปกันเลยเถอะ อี้หลันเจ้าพักผ่อนที่นี่ไม่ต้องไป ข้าได้จัดกำลังเฝ้าดูแลพวกเจ้าแล้ว พรุ่งนี้กองกำลังเหล่านี้จะไปส่งเจ้าจนถึงเมืองหลวงอย่างปลอดภัย”
คุณหนูฟงอี้หลัน ได้แต่พยักหน้า แล้วหันมาเอ่ยกับราเชนสองต่อสองว่า
“ ท่านนักพรตน้อย หากท่านทำงานให้ท่านอาหญิงสำเร็จ ข้าหวังว่า ท่านจะเดินทางไปเมืองหลวงพร้อมกับพวกเรา”
คุณหนูใหญ่เกรงว่า พอราเชนได้เงินทองมากมายแล้ว กลัวว่าจะทอดทิ้งพวกนางไป
“ คุณหนูใหญ่วางใจ ข้าต้องกลับมา พาพวกท่านกลับเมืองหลวงอย่างแน่นอน”
แม้ว่าราเชนจะได้ทองคำ 1 ล้านเหรียญ แต่ว่าเขาต้องมีภาระกิจที่เมืองหลวง นั่นคือ ทวงหนี้ลูกหนี้รายใหญ่ของเขา องค์ชายรองหลี่คัง 30 ล้านเหรียญทอง และตามหนี้ขององค์ชายสามอีก 10 ล้านเหรียญทองด้วย
ราเชนสะพายย่ามนักพรต แล้วขึ้นรถม้าไปในขบวนของ ฮูหยินเจ้าเมือง ไปที่สุสานของตระกูลหาน
พอไปถึง ก็พบว่า มีนักพรตอยู่ท่านหนึ่ง มีหนวดเคราสีแดงแปลกประหลาด กำลังทำพิธี เพื่อที่จะเข้าไปในประตูสุสานแต่ว่าทางเข้ากลับมีพื้นศิลาขนาดใหญ่ มีรอยอักขระยันต์เต็มไปหมด ขณะนั้น มีศิษย์ของนักพรตเคราแดง กำลังเดินกันไปตามจุดต่างๆ แต่แค่ก้าวย่างไป ก็มีเพลิงลุกไหม้ ร่างของนักพรตน้อยบางคน ถึงกับกลายเป็นเถ้าถ่าน ไปในทันที ทุกคนที่เหลือ ต่างวิ่งหนีกันออกมา ไม่มีใครกล้าเข้าไปอีกเลยแม้แต่คนเดียว
นักพรตเคราแดง ถึงกับหัวเสีย คำรามออกมาอย่างไม่พอใจ แต่พอเห็นขบวนของฮูหยินเจ้าเมืองมา จึงเข้ามาต้อนรับในทันที
“ ท่านนักพรตหลู เป็นอย่างไรบ้าง”
“ ยังไม่สำเร็จ ข้าขอเวลาอีกสามวัน จะต้องผ่านค่ายกลของศิษย์พี่ของข้าไปให้ได้”
นักพรตหลูเคราแดง เห็นนักพรตอ้วนกลมยืนอยู่ข้างๆ ฮูหยินเจ้าเมืองก็มองมาด้วยความสงสัย
“ อ้อ เขาคือศิษย์ของนักพรตอู๋จื่อเต้า นักพรตอู๋ติ้ง เขาจะมาลองเปิดค่ายกลของอาจารย์ของเขาดู”
“ อาจารย์อา” ราเชนเอ่ยทักทายออกไป
“ ข้าไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อนเลย ศิษย์พี่รับเจ้าเป็นศิษย์ตั้งแต่เมื่อไรกัน”
ราเชนนึกคำตอบเอาไว้อยู่แล้ว เลยเอ่ยออกไปว่า
“ ตอนอาจารย์รับข้าเป็นศิษย์ ข้ายังเด็กนัก ดังนั้นข้าจึงถูกส่งตัวไปเรียนที่สำนักเหมาซาน”
“ เหมาซาน? ที่ไหนกัน ข้าไม่เคยได้ยินชื่อ”
“ มันอยู่ในอาณาจักรอุดร บนเทือกเขาลึกลับแห่งหนึ่ง ต้องขออภัยข้าไม่อาจเปิดเผยได้มากไปกว่านี้”
“ เชอะ ข้าไม่เห็นอยากรู้เลย แต่ว่าศิษย์พี่สร้างค่ายกลจักรวาลแปดทิศทุกๆครั้ง ได้แต่มอบกุญแจให้กับเจ้าของค่ายกลเพียงคนเดียว แม้แต่ข้ายังไม่สามารถเปิดได้ แล้วนักพรตน้อยอย่างเจ้า จะไปรู้ได้อย่างไร”
ราเชนได้แต่ยิ้มให้ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา แล้วขอตัวทุกๆ คน แล้วมายืนอยู่ตรงหน้าค่ายกลจักรวาลแปดทิศ แล้วหลับตา เอ่ยออกมาเบาๆ ราวกับท่องคาถาบางอย่าง
“ นายท่านสี่อยู่ไหน”
“ ข้าอยู่นี่”
“ ช่วยติดต่อผีท่านเจ้าเมืองที ให้ท่านบอกวิธีผ่านค่ายกลจักรวาลแปดทิศให้ข้าเร็ว”
“ อะไรนะ นี่เจ้าพูดอย่างมั่นใจ แต่ว่าเจ้าไม่รู้วิธีผ่านค่ายกลจักรวาลแปดทิศอย่างนั้นรึ?”
“ ก็ไม่รู้น่ะซิ ข้าคิดว่าผีอย่างท่านน่าจะติดต่อผีท่านเจ้าเมืองให้ข้าได้ เป็นดองกันไม่ใช่หรือไง รีบติดต่อให้ข้าเร็ว”
“ ข้าไม่เห็นผีของน้องเขยข้าเลย แล้วข้าจะติดต่อเขาได้อย่างไรกันเล่า”
“ หา ไม่เห็นจริงๆหรือนี่”
ราเชนถึงกับตกใจ ในขณะที่ทุกๆ คนกำลังมองราเชนด้วยความสงสัย ว่านักพรตอ้วนที่อ่อนวัยผู้นี้จะหาวิธีผ่านค่ายกลจักรวาลแปดทิศ เข้าไปในสุสานที่เก็บสมบัติได้อย่างไรกันแน่
ราเชนตอนนี้ได้แต่หลับตาท่องบทสวดต่อไป แล้วใช้สติใคร่ครวญ นึกถึงตำราจิตเทพจักรวาล ว่าด้วยเรื่องของค่ายกล ซึ่งมีบอกเอาไว้เรื่อง ค่ายกลจักรวาลแปดทิศเช่นกัน ซึ่งใช้พลังธรรมชาติมาสร้างค่ายกล ซึ่งประกอบด้วยดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นตัวสะกัดกั้น และจะต้องใช้อวัยวะในร่างของเจ้าของค่ายกล เพื่อเป็นกุญแจปิด เปิดค่ายกล ก็จะสามารถผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย แต่ว่าการสร้างค่ายกลแปดทิศจักรวาลจะต้องทำให้ขณะที่เจ้าของยังมีชีวิต หากเจ้าของตายไปหัวใจของเขาหยุดเต้น ก็จะไม่มีใครสามารถนำอวัยวะของเขาไปเปิดประตูได้ ค่ายกลจักรวาลแปดทิศต้องปิดตายลงไปชั่วนิรันดร
ราเชนพอทบทวนจบ ก็ส่งกระแสจิตไปบอกกับผีนายท่านสี่ทันที
“ ไปดูศพของเจ้าเมืองหานให้หน่อย ดูซิว่ามีอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของเขาหายไป”
“ นี่เจ้าคิดจะทำอะไร?”
“ รีบไปดูให้หน่อย แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง” ราเชนตัดบท จนผีนายท่านสี่มารายงานว่า
“ ดวงตาของเขาหายไปทั้งสองข้างเลย โอ้..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ แสดงว่า มีคนรู้วิธีเปิดค่ายกล แต่ไม่รู้ว่า ดวงตาที่ไร้ชีวิตไม่สามารถเปิดค่ายกลจักรวาลแปดทิศได้” ราเชนเอ่ยเบาๆ แล้วเข้าไปบอกเรื่องนี้กับท่านภรรยาท่านเจ้าเมืองทันที
“ อะไรนะ ดวงตาคือกุญแจเปิดประตูค่ายกลจริงๆหรือนี่?”
“ ใช่ แม้นคนร้ายเอาดวงตาของท่านเจ้าเมืองไป แต่ก็ไม่สามารถเปิดค่ายกลได้ พวกมันหารู้ไม่ว่า ดวงตาที่ปราศจากพลังชีวิต ไม่มีทางเปิดค่ายกลจักรวาลแปดทิศได้”
“ แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดี”
ไม่ทันที่ราเชนจะตอบคำ นักพรตหลูเคราแดง ที่ยืนอยู่ก็หัวเราะออกมา
“ เจ้าไม่มีปัญญาเปิด ก็พูดหาทางออกให้กับตัวเอง ถอยไปเลย ข้าจะใช้ดินระเบิด ทำลายค่ายกลนี้เสีย”
“ นี่มันสุสานของบรรพบุรุษตระกูลหานนะ” ฮูหยินเจ้าเมืองเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ
“ หากท่านนำสมบัติเหล่านี้ออกมา ช่วยเหลือชาวเมือง ข้าเชื่อว่า วิญญาณของท่านเจ้าเมือง ต้องไม่ว่าอะไรฮูหยินแน่”
ฮูหยินเจ้าเมืองได้แต่พยักหน้ารับ
ราเชนยังคงไม่พูดอะไร ก็มีกองกำลังมีกำลังพลทหารม้าไม่ต่ำกว่า 1 พันคน
กำลังเคลื่อนขบวนเข้ามา
ชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าปี ขี่ม้า สวมชุดนักรบเกราะหนังสีดำ ควบม้านำหน้า แล้วพูดด้วยเสียงอันดังออกมาว่า
“ พี่สะใภ้นี่ท่านคิดจะทำลายสุสานตระกูลหานหรือไง”
“ หานเฉิง” ฮูหยินเจ้าเมืองเอ่ยด้วยความตกใจ
“ ท่านแม่ทัพ” ทุกๆ คนต่างรีบทำความเคารพ เพราะหานเฉิงนอกจากเป็นน้องชายของเจ้าเมืองหานแล้ว ยังเป็นแม่ทัพคุมกำลังทหารภายในเมืองอีกด้วย
“ ทุกคนจงฟัง หากใครบังอาจจุดไฟ ฆ่ามันได้ทันที” แม่ทัพหานเฉิงออกคำสั่งดังลั่น ทุกคนได้ยินไปทั่ว คนของนักพรตหลูเคราแดง ได้แต่ยืนนิ่งทิ้งคบเพลิงไม่กล้าจุดไฟเผาสุสาน ฮูหยินเจ้าเมืองรีบเอ่ยออกมาว่า
“ ฟังข้าก่อน ท่านพี่ถูกลอบสังหาร ไม่ทันได้สั่งเสีย คลังสมบัติเมืองหานเรา ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ที่นี่ หากว่าไม่ทำเช่นนี้ พวกเราจะเอาเสบียงอาหาร และ อาวุธจากไหนมาเตรียมทำสงครามกันเล่า”
“ เฮอะ ความตายของพี่ข้ายังไม่สะสาง ท่านก็คิดทำลายสุสานของตระกูลหานเราที่แท้ท่านต้องการสิ่งใดกันแน่?”
“ ข้าแค่ต้องการเสบียงอาหาร มาแจกจ่ายให้กับราษฏร และ นำอาวุธมามอบให้กับกองทหารเท่านั้น เจ้าก็รู้ว่ากองทัพฮานใกล้จะบุกเข้ามาแล้ว เมืองหลวงก็ไม่สามารถส่งกำลังเสริมมาช่วยพวกเราได้ทันเวลา ภายใน 1 เดือนกองทัพฮานก็จะบุกเข้ามาแล้ว แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร”
“ ข้าได้ตกลงกับองค์ชายมู่ฉินเอาไว้แล้ว พวกเขาจะไม่ทำอะไรกับชาวบ้านและพวกเรา พี่สะใภ้ไม่ต้องห่วงในเรื่องนี้”
“ เจ้าว่าอะไรนะ นี่เจ้าคิดกบฏหรือไง พวกมันสังหารพี่ชายของเจ้านะ”
“ นี่คือความคิดของพี่ใหญ่ ท่านเป็นคนเจรจา เข้าร่วมกับอาณาจักรฮานมาตั้งนานแล้ว แต่ท่านถูกคนลอบสังหารเสียก่อน และมันต้องเป็นไส้ศึกของจักรพรรดิหลี่เอี้ยน อย่างแน่นอน และตอนนี้ข้าก็รู้แล้วว่ามันคือใคร พี่สะใภ้ ที่แท้ท่านเป็นคนไส้ศึกที่จักรพรรดิหลี่เอี้ยนส่งมา พอรู้ว่าท่านพี่เข้าร่วมกับอาณาจักรฮาน ก็เลยคิดลอบสังหารแล้วยึดเมืองหานของเราแทนใช่หรือไม่”
“ เจ้า..เจ้ามีหลักฐานอะไร?”
แม่ทัพหานเฉิงยกมือขึ้น ด้านหลังปรากฏอินทรียักษ์บินโฉบมา บนหลังมีปรมาจารย์พัดเหล็กจูชงยืนอยู่ จากนั้น ก็มีงูจงอางยักษ์ก็เลื้อยเข้ามามีปรมาจารย์ขลุ่ยหยูซวงยืนอยู่บนหลังของมัน จากนั้นก็มีปรมาจารย์ฆ้อนคู่ว่านหู่ขี่เสือเขี้ยวดาบ มายืนเคียงข้างกัน แต่ไม่มีเจ้าสำนักพันดารา ฮั่วเหยียนมาด้วยไม่
“ นี่คือขุนพลทั้งสามของอาณาจักรฮาน หากพวกเขาคิดจะสังหารท่านพี่ ไม่เห็นต้องใช้วิธีลอบกัดเสด็จพี่แม้แต่น้อย”
“ ใช่แล้ว ท่านเจ้าเมืองหาน ได้ทำสัญญาโลหิต ทั้งสองฝ่ายจะไม่ทำสงครามกันเมื่อกองทัพฮานเข้ายึดเมืองเจียงได้สำเร็จ เราเพียงแค่จะอาศัยเมืองหาน ผ่านทางไปที่เมืองหลวงเท่านั้น แต่พอพวกเรายึดเมืองเจียงสำเร็จ ท่านก็ถูกคนร้ายสังหารเสียแล้ว”
ปรมาจารย์พัดเหล็กจูชง แสดงหนังสือสัญญาโลหิต ลงตราประทับของเจ้าเมืองหานอย่างถูกต้อง ฮูหยินเจ้าเมืองและทหารองครักษ์ต่างก็มองอย่างเคลือบแคลง แต่ก็ต้องยอมรับว่านั่นคือลายมือชื่อ และ ตราประทับของเจ้าเมืองหานจริงๆ
ฮูหยินเจ้าเมืองถึงกับหน้าซีดเมื่อเห็นหนังสือสัญญาโลหิตเช่นนี้ ปรมาจารย์ขลุ่ยหยูซวงยังเอ่ยต่ออีกว่า
“ หลังจากเจ้าเมืองเสียชีวิต คนของเราที่เฝ้าระวังอยู่ ก็ได้พบกับผู้ต้องสงสัยประมาณ สิบคน แต่น่าเสียดายพวกเราจับมันเอาไว้ได้แค่คนเดียว แต่แค่คนเดียวก็เพียงพอที่จะให้เรารีดเค้นหาความจริงจากปากของมัน ที่แท้แล้วมันคือมันคือมือสังหารเงาของจักรพรรดิหลี่เอี้ยน ฮูหยินเจ้าเมืองท่านน่าจะรู้จักมันดีนะ นำตัวมันออกมา”
ปรมาจารย์ขลุ่ยหยูซวงยกมือขึ้น แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างของราเชนอย่างไม่ละสายตาไปไหน ทำเอาราเชนถึงกับขนหัวลุกซู่ ขึ้นมาแม้จะอุตส่าห์ยืนหลบไปอยู่ข้างหลังหวังฉีแล้วก็ตาม
“ บอกมาเจ้าเป็นใคร” ปรามาจารย์ขลุ่ยหยูซวงเอ่ยขึ้นเมื่อนักโทษคนหนึ่งถูกล่ามโซ่แขนและขาเดินเข้ามาอย่างคนเหม่อลอย
“ ข้าชื่อม่งซุย เป็นคนของจักรพรรดิหลี่เอี้ยน มีหน้าที่เป็นองครักษ์คอยคุ้มกันฮูหยินหาน”
องครักษ์ม่งซุยเอ่ยด้วยสายตาเหม่อลอย ไร้สติ
“ นี่คือยาเปิดใจของสำนักพันดาราของเรา ทุกๆ คนไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะไม่พูดหลอกลวงอย่างแน่นอน บอกมาเจ้าเป็นคนสังหารเจ้าเมืองใช่หรือไม่”
“ ใช่”
“ ใครเป็นคนสั่งให้เจ้าทำ”
“ ฮูหยินเจ้าเมือง” สิ้นเสียงของนักโทษม่งซุย ทุกคนก็ต่างส่งเสียงร้องตกใจออกมา แล้วหันมามองหน้าฮูหยินเจ้าเมือง ที่ตอนนี้ใบหน้ายังคงเย็นชา หาได้แสดงความรู้สึกออกมาไม่
“ นังเพศยา เจ้าสมคบคิดกับจักรพรรดิหลี่เอี้ยน ฆ่าสามีของตัวเอง แล้วยึดอำนาจในเมืองหานไปทั้งหมด และยังร่วมมือกับ ศิษย์ทรยศฆ่าอาจารย์ของตนเอง ตอนนี้มันปลอมตัวมาเป็นนักพรต เพื่อทำลายสุสานของตระกูลหานเรา เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวไหม” แม่ทัพหานเฉิงชักดาบขึ้นแล้วชี้มาทางพี่สะใภ้ของตน ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเพลิงแค้น ทหารของฮูหยินเจ้าเมืองต่างยืนนิ่งไม่กล้าชักดาบ มีแต่องครักษ์หลายสิบคนของฮูหยินเจ้าเมืองที่ชักดาบขึ้นมาเตรียมปกป้องเอาไว้ ใบหน้าของฮูหยินหานตอนนี้เย็นชายิ่ง
ราเชนก็ได้แต่นึ่งอึ้ง เขาหวังแค่ผ่านมาแล้วช่วยเปิดประตูค่ายกลแล้วก็รับเงิน 1 ล้านเหรียญทองแล้วจากไปเท่านั้น ไม่คิดยุ่งเกี่ยวเรื่องพวกนี้แม้แต่น้อย ราเชนค่อยๆ ถอยหลังเพื่อจากหลบหนีออกไปจากที่นี่แต่ทว่า มีเสียงหนึ่งตวาดขึ้นมาเสียก่อน
“ หยางเฟยหลง เจ้าคิดจะหนีไปไหน”
ปรมาจารย์หยูซวงส่งแววตาอัมหิตกระจายออกมาที่ราเชน ทุกสายตากลับหันมามองนักพรตร่างอ้วนเป็นจุดเดียว
ราเชนได้แต่ถอนหายใจ ส่ายหัว งานนี้นางคงไม่ปล่อยให้เขาหนีไปง่ายๆ แน่”...