ส่วนด้านในจวนทั้งนายทั้งบ่าวกลับทำงานขะมักเขม้นในสามเดือนสามารถปลูกผักขายได้สองรอบเพราะหยวนเข่อชิงเลือกพันธุ์ผักที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายในสามสิบถึงสี่สิบห้าวัน
หยวนเข่อชิงเริ่มให้คนไปส่งที่ภัตตาคารของตนเองก่อนจากนั้นก็เริ่มให้คนไปวางขายในตลาดสิ่งที่ทุกคนแปลกใจคือการเพาะถั่วงอกที่สามารถเพาะได้เร็วและทำได้ในทุกฤดู
ดังนั้นนางจึงคิดเมนูที่ใช้ถั่วงอกเป็หลักและเพราะวิธีการทำที่หลากหลายผู้คนจึงสนใจที่จะเข้ามาลองเมนูแปลกใหม่ในภัตตาคารไคหยวนเป็อันมาก
และเพราะอากาศที่เย็นหยวนเข่อชิงปลูกผักสลัดในกระถางต้นไม้แบบประหยัดพื้นที่สิ่งที่นางทำคือให้คนยกทั้งกระถางไปขายในตลาดเมื่อคนที่อยู่บ้านที่มีพื้นที่เล็กเห็นว่ากระถางแบบนี้เพาะปลูกได้จริงจังจึงสั่งซื้อและสั่งทำจนยอดการจองยาวไปจนถึงปีต่อไป
การค้าภายในสามเดือนเริ่มเป็ที่รู้จักมากขึ้นเศรษฐกิจในเมืองเริ่มดีขึ้นเพราะคนเริ่มสามารถหาอาหารได้ง่ายขึ้นและผักที่จวนหยวนเช่อชิงขายได้ในราคาที่เหมาะสมทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่โก่งราคาเพราะผักหายากจึงทยอยกันลดราคาเพื่อให้ขายได้
ผักและกิจการที่ขยายออกไปไม่มีใครรู้ว่าใครเป็เ้าของแต่คนขายมักจะบอกว่าผัดของอาเข่อกระถางอาเข่อผักดองอาเข่อ
ภายในสามเดือนเกิดร้านขายอาหารแห้งเพื่อขายสินค้าที่ต้องใช้ในฤดูหนาวและกลายเป็ว่าเป็ร้านใหญ่ร้านเดียวที่มีของส่งและรับซื้อผลไม้ทุกอย่างในราคาดี
และที่หอสิ่งประดิษฐ์ก็มีสิ่งประดิษฐ์ส่งไปขายเดือนละหนึ่งอย่างส่วนใหญ่เป็อุปกรณ์ช่วยการเกษตรกรรมด้วยกันทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็เครื่องหยอดเมล็ดข้าว กังหันผันน้ำและระบบส่งน้ำ
เหล่านี้ทดลองแล้วเพราะสร้างในสวน
“คุณหนูเ้าคะ” ลู่จื่อ
“ว่ายังไง” หยวนเข่อชิงที่กำลังนั่งเอนหลังอ่านเอกสารบางอย่างเงยหน้าขึ้นมามอง
“แป้งมาแล้วเ้าค่ะ” ลู่จื่อ
“แล้วพวกเครื่องปรุงที่ข้าให้หามาล่ะ” หยวนเข่อชิง
“พร้อมหมดแล้วเ้าค่ะ”ลู่จื่อ
“งั้นก็ไปกัน” หยวนเข่อชิง
เดินออกมาที่โรงครัวใหม่ที่สร้างอีกด้านในการทำผงปรุงรสขายเธอใช้เนื้อสัตว์ต้มแล้วเอาไปตากแห้งแล้วเอามาป่นกับเครื่องเทศเพื่อให้มีรสชาติต่าง ๆ เพื่อนำไปขายในร้านอาเข่อ
“คุณหนูเ้าคะหลงจู๊จากร้านผ้ามาเ้าค่ะ” แม่นมสี
“อ้อบอกให้เขารอสักครู่” หยวนเข่อชิง
“สงสัยคงมาขอแบบเสื้อใหม่แน่ๆ เลยเ้าค่ะ” ลู่จื่อ
เหตุเพราะั้แ่ที่หยวนเข่อชิงส่งแบบไปให้ช่างที่ร้านตัดแล้วปรากฏว่าเมื่อให้พนักงานสวมและยืนขายที่หน้าร้านสาวๆ ที่เห็นต่างมาสั่งตัดชุดที่ร้านกันจนต้องมีการจองข้ามเดือนกันเลยทีเดียว
“คิดเอาไว้แล้วล่ะ สรุปว่าเ้าเข้าใจขั้นตอนแล้วใช่หรือไม่” หยวนเข่อชิงหันไปถามคนครัว
“ทำซ้ำหลายครั้งจนจำได้แล้วขอรับ” คนครัว
“ดีงั้นข้าไปก่อนต่อไปให้ฝึกคนเพิ่มอีกสามคนให้เริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบก่อนหลังจากนั้นค่อยให้ลงมืออย่างที่ข้าฝึกให้” หยวนเข่อชิงขอรับ
“คุณหนูขอรับ” หลงจู๊เกา
“ท่านดูมีความสุขมากนะ” หยวนเข่อชิง
“ก็ร้านเราไม่เคยขายดีอย่างนี้มานานแล้วนะขอรับนี่เป็ตัวอย่างผ้าที่โรงงานเข้ามาเสนอคุณหนูรบกวนพิจารณาด้วย” หลงจู๊
เขาดีใจที่ไม่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างอีกแล้วและที่ร้านตอนนี้ก็กิจการดีมากตอนนี้คุณหนูสั่งให้ฝึกช่างและพนักงานสำหรับวัดตัวที่สามารถบริการพิเศษสำหรับเหล่าคุณหนูในห้องหอ
โดยส่วนใหญ่ให้หาคนที่หน้าตาสะอาดและน่ามองแต่ห้ามแต่งหน้าจัดไปหาลูกค้าโดยเด็ดขาดเรียกได้ว่าห้ามสวยกว่าลูกค้าแต่ไม่สกปรกหรือไม่น่ามอง
ดังนั้นร้านขายผ้าไคหยวนตอนนี้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งและเขาก็รู้สึกกระตือรือร้นมากขึ้น
“จะเข้าฤดูหนาวแล้วสินะผ้าขนสัตว์มีให้เลือกเท่านี้เหรอ” หยวนเข่อชิง
“มีแบบพิเศษแต่ราคาค่อนข้างสูงข้าเลยไม่ได้สั่งมาขายขอรับ” หลงจู๊เกา
“ไม่ได้สั่งมาขายหมายความว่าสั่งมาทำอย่างอื่นหรือ” หยวนเข่อชิง
“ขอรับข้าสั่งมาให้คุณหนูนี่เป็ขนหมาป่าสีขาว สีเงินและสีดำอย่างละผืน” หลงจู๊เกา
“ขอบใจข้าจะใช้มันอย่างดี” หยวนเข่อชิง
“เอ่อคุณหนูขอรับ” หลงจู๊เกา
“ว่าอย่างไร” หยวนเข่อชิงกำลังนั่งดูเนื้อผ้าชนิดใหม่
“ใกล้ฤดูหนาวแล้ว” หลงจู๊เกา
“เอาไว้ใกล้ๆ ให้คนมารับจากข้า” หยวนเข่อชิง
“ขอรับ” หลงจู๊
“ระหว่างนี้ท่านลองใช้สิ่งนี้” หยวนเข่อชิงส่งกล่องไม้แล้วเปิดออก
ภายในเป็ชิ้นส่วนของชุดที่แยกออกเป็ชิ้นๆ และแต่ละส่วนมีสีตามผ้าที่มีอยู่ทำให้คนสามารถเลือกได้แม้จะเป็แบบเดิมแต่สามารถนำมาจัดใหม่ทำให้ได้แบบที่ใหม่ขึ้น
“คุณหนูท่านคืออัจฉริยะโดยแม้” หลงจู๊เกา
“ขอบคุณท่านมีอะไรอีกหรือไม่” หยวนเข่อชิง
“เอ่อเื่ที่คุณหนูสามที่ทำงานในหอไคหยวนน่ะขอรับ” หลงจู๊เกา
“ทำไมหรือ” หยวนเข่อชิง
“นางพยายามออกแบบมาให้ท่านดูแต่โดนท่านตีกลับหมดจนตอนนี้ดูเหมือนว่านางขังตัวเองในห้องไม่ออกไปไหนมาสามวันแล้วขอรับ” หลงจู๊เกา
“ให้คนไปบอกนางว่าพรุ่งนี้ให้ไปรอข้าที่หอไคหยวน” หยวนเข่อชิง
“ขอรับเช่นนั้นข้าขอลา” หลงจู๊
“ลู่จื่อวันนี้ข้าจะเข้าห้องแล้วไม่ต้องมีใครเข้าไปกวนข้าจะพักแล้วก็พรุ่งนี้ไปกับข้า” หยวนเข่อชิง
“เ้าค่ะ” ลู่จื่อ
การทำงานในจวนทุกคนขยันขันแข็งเพราะรู้ว่าผู้เป็นายที่คนมองจากภายนอกมองว่าเกียจคร้านนั้นทำงานหนักกว่าใครเพียงแต่นางมีบุคลิกเหมือนคนเฉื่อยชา
ไม่ค่อยพูดมากและหาวิธีสื่อสารให้คนเข้าใจอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายหลายครั้งเพราะเมื่อเวลาผ่านไปเพียงสามเดือนคนงานก็เพิ่มมากขึ้นและได้เงินเดือนที่ดีมาก
แม้ภายในเรือนของอนุหยวนจะสงบสุขแต่ภายนอกก็มีเื่วุ่นวายระหว่างชายารองคนที่หนึ่งกับชายารองคนที่สองและอนุทั้งสี่ก็แบ่งข้างไปข้างละสองคน
การกระทบกระทั่งนั้นแม้นานๆ จะมีสักครั้งแต่หลังจากอนุหยวนตัดขาดจากโลกภายนอกพวกนางก็อยู่กันอย่างสงบจนมีพระเสาวนีย์ของไทเฮาที่เรียกชายาและสตรีระดับสูงเข้าวังหันมาเล่นงานกันเอง
“คุณหนูเ้าคะ” แม่นมสีวิ่งเข้ามา
“มีอะไร” หยวนเข่อชิงถามเสียงยาว
“พวกนั้นมาก่อเื่อีกแล้วเ้าค่ะ” แม่นมสี
“คราวนี้อะไรอีกล่ะ” หยวนเข่อชิง
“พวกนั้นมาด่าท่านหน้าจวนให้ออกไปเพราะไทเฮาให้ท่านไปเข้าพบหากครั้งนี้ท่านไม่ไปครั้งนี้พวกนานจะถูกลงโทษน่ะเ้าค่ะ” แม่นมสี
“ก็เื่ของพวกนางสิให้ปล่อยข่าวไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าข้าป่วยหนัก” หยวนเข่อชิง
“นั่นแหละเ้าค่ะที่เป็เหตุเพราะประตูถูกปิดหมอหลวงที่ฮองเฮาส่งมาไม่สามารถเข้ามาได้เพราะพวกนั้นบอกว่ากุญแจอยู่ที่ท่านอ๋องท่านอ๋องสั่งห้ามไว้ไม่ให้เปิด” แม่นมสี
“แล้วไงจะพังประตูเข้ามาหรือ” หยวนเข่อชิง
“ไม่ใช่เ้าค่ะเื่นี้ไปถึงฮองเฮาและไทเฮารู้เข้าจึงเอากุญแจมาเปิดให้” แม่นมสี
“ดังนั้นคนที่ขังข้าไม่ใช่ท่านอ๋องแต่เป็ไทเฮาอย่างนั้นเหรอ” หยวนเข่อชิง
“ไม่ใช่อีกนั่นแหละเ้าค่ะ” แม่นมสี
“แม่นมพูดให้รู้เื่ในประโยคเดียวได้มั้ย” หยวนเข่อชิงถอนหายใจ
“วันนั้นท่านอ๋องสั่งให้ขังท่านจริงๆ เ้าค่ะเพราะพ่อบ้านหวางบอกว่าท่านคลุ้มคลั่ง้าออกไปพบกับท่านอ๋องและวันนั้นมีงานพิธีสู่ขวัญไม่สามารถให้เกิดเื่ได้ท่านอ๋องจึงให้คนให้คนใส่กุญแจไว้จากนั้นท่านก็ออกรบแต่ชายารองหลี่ลี่เฟินเป็คนเอากุญแจไปถวายให้ไทเฮา” แม่นมสี
เพื่อบอกว่าพวกนางไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนท่านอ๋องทั้งที่ท่านบอกเอาไว้แล้วว่าให้เปิดประตูหลังงานจบแล้วก็เพ็ดทูลไทเฮาว่าหยวนเข่อชิง้าเรียกร้องความเป็ธรรมที่ถูกไทเฮากลั่นแกล้งเื่ที่บังคับให้นางนั่งเกี้ยวเ้าสาวเข้าข้างจวน
ไทเฮาจึงโกรธและเก็บกุญแจเอาไว้อย่างนั้นแต่เมื่อถึงงานไหว้บรรพชนมีเพียงคนเดียวที่จะสามารถมาเป็ตัวแทนมู่อ๋องได้ก็คือว่าที่ชายาเอกฮองเฮาจึงส่งหมอหลวงมาดูแลเพราะได้ยินข่าวว่าหยวนเข่อชิงป่วยหนัก
เื่จึงแดงขึ้นไทเฮาจึงสั่งให้พวกชายารองต้องพานางออกมาไม่ได้และไม่ยอมคืนกุญแจให้เพราะหากคืนให้ก็เท่ากับว่านางสมรู้ร่วมคิด