เรือ‘ซุนเฟิ่ง’ กลายเป็จุดสนใจในเมืองซันซี รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าสัญจรไปมาพวกเขาต่างเดากันไปต่าง ๆ นานา ว่าเรือลำนี้ใช้ทำอะไร บางคนเดาใกล้เคียงบางคนเดาไปไกลสุดโต่ง
ซุนเลี่ยงเฟิ่งเลือกบ่าวชายหนึ่งหญิงหนึ่งเพื่อสอนทำอาหารร่วมกับเจิ้งซิงซูหนิงเฉิงรับหน้าที่สอนมารยาทให้บ่าวชายสี่คน สาวใช้สี่คนเพื่อทำหน้าที่พนักงานเสิร์ฟ โหย่งจิ้นฝึกวรยุทให้ผู้คุ้มกันเพิ่มเติมร่วมกับต๋าไป๋นางยัง้าผู้คุ้มกันเพิ่มอีก 4 คนสำหรับทำงานบนเรือ บาร์เทนเดอร์ นักแสดงเพิ่มเติมอีก
“พ่อบ้านเจิ้งเอาประกาศนี้ไปติดหน้าบ้านกับป้ายประกาศของเมือง”
“ขอรับ”
ประกาศรับสมัคร
[ผู้คุ้มกัน]
ชายหรือหญิง : อายุ 20 ปีขึ้นไป: มีความสามารถด้านวรยุทธ
เคยทำงานคุ้มกันอย่างน้อย 5 ปีรับพิจารณาเป็พิเศษ
จำนวน 4 คน
[พนักงานขายสุรา]
ชายหรือหญิง : อายุ 16 ปีขึ้นไป :หน้าตาดี รู้จักสุราหลายชนิดรับพิจารณาเป็พิเศษ
จำนวน 3 คน
[นักแสดง นักดนตรี]
ชายหรือหญิง : อายุ 16-30 ปี :หน้าตาดี มีความรู้ความสามารถในการเล่นดนตรี ทักษะการแสดง
จำนวน 5 คน
[อาจารย์สอนดนตรี]
ชายหรือหญิง : ไม่จำกัดอายุ
จำนวน 2 คน
สามารถสมัครเข้าทดสอบได้ที่ตระกูลซุนวันที่ 10 เดือน 3
เปิดรับสมัคร เวลา 8.00 น.- 10.00น.
เริ่มทดสอบ 10.30 น. - 16.00 น.
หมายเหตุ 1 : ทุกตำแหน่ง้าคนรู้หนังสืออ่านออก เขียนได้ มีไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มารยาทดี ใจเย็น ซื่อสัตย์ไม่เคยต้องคดีฆ่าคนตาย ลักขโมย
หมายเหตุ 2 : มีอาหารครบ 3มื้อพร้อมที่พัก เงินเดือนพิจารณาตามตำแหน่ง ดูแลด้านรักษาโรค ทุก 5วันหยุดหนึ่งครั้ง รายละเอียดอื่น ๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ในวันสมัคร
ซุนเลี่ยงเฟิ่ง
“นางเพิ่งซื้อทาสไป30 กว่าคนเมื่อวันก่อนไม่ใช่หรือ?” หลิวหลวนจ้างถามอี้เฉิน
“บ่าวเดิมได้ออกไปจนหมดเหลือเพียง 3 คนเท่านั้นขอรับ”
“อยู่กันแค่นั้นต้องใช้คนมากขนาดนี้เลยหรือ...ได้ยินว่านางปรับปรุงเรือนใหม่ด้วยเคยมีใครเห็นด้านในหรือยัง” หลิวหลวนจ้างเดินเข้าร้านผ้าตระกูลหลิว
“ยังไม่เคยขอรับแต่เหมือนว่าเป็เรือนสองชั้นทั้งหมด”
“พี่ใหญ่ท่านไปไหนมา ท่านแม่เรียกให้ท่านไปพบ” หลิวหลวนจ้างมองหน้าน้องชาย
“ข้ารู้แล้ว”
“พี่ใหญ่ข้าขอเงินหน่อยสิเงินข้าไม่พอใช้เลย”
“เงินเดือนเดือนนี้จ่ายไปแล้วไม่ใช่หรือ”
“เงินแค่นั้นจะไปพอใช้อะไร”
เงินแค่นั้น? นั่นมัน 200ตำลึงทองเลยนะ
“รอปันผลสิ้นเดือนแล้วกัน”หลิวหลวนจ้างเดินผ่านหน้าหลิวอี้ถ่ง
“ท่านแอบซ่อนเงินเอาไว้ใช้เองมากกว่า!” เท้าเขาชะงักหันหน้ามามองน้องชาย
“เ้าคิดว่าเดือนๆ หนึ่งข้าต้องจ่ายเงินไปเท่าไหร่ ทั้งค่าใช้จ่ายในบ้าน จ่ายรายเดือนให้พวกเ้าให้คนงาน ค่าวัตถุดิบอีก ถ้าเ้าคิดว่าเงินมันหาง่ายขนาดนั้นทำไมไม่ลองหัดทำงานดูบ้างที่เงินเ้าไม่พอใช้คิดว่าข้าไม่รู้ว่าเ้าเอาไปใช้อะไรรึไง!”
“ท่าน...ท่าน..ข้าจะฟ้องท่านแม่!” หลิวอี้ถ่งชี้หน้าพี่ชายตน
“เชิญ!”ลูกค้าในร้านต่างมองการโต้เถียงของพวกเขา หลิวหลวนจ้างเหนื่อยหน่ายกับความี้เีน้องชายอายุ 40 แล้วยังทำอะไรไม่เป็ชิ้นเป็อัน วัน ๆ เอาแต่เข้าบ่อน เข้าหอนางโลมคบเพื่อนกิน ไม่เคยหยิบจับช่วยงานในบ้านในร้านสักครั้ง
ส่วนหลิวเซียนหยุนคอยแต่ประจบมารดางานในบ้านไม่เคยทำ ไม่ต่างจากหลานสาวหลิวเจียเยี่ยน รายนั้นมีแต่สร้างเื่ไม่เว้นแต่ละวันคบแต่คนประเภทเดียวกัน สิ่งที่สตรีควรมีไม่เคยเรียน ส่วนหลานชายหลิวอี้เทียนได้บิดาเป็แบบอย่างเจริญรอยตามไม่มีผิดเพี้ยนหากเขากับลูกชายไม่อยู่สักคน ตระกูลหลิวคงได้ล่มจมแน่
“เกิดอะไรขึ้น”บรรยากาศแปลกในร้านทำให้หลิวห้าวเหลียง หลิวห้าวจิ่งเพิ่งเดินเข้ามาได้ถามรั่วเฟย กวาดตามองรอบร้านไม่เห็นลูกค้าเลยสักคน
“นายน้อยกลับมาแล้วหรือขอรับนายท่านรออยู่้า”
“มีเื่อะไร?” หลิวห้าวจิ่งถามรั่วเฟย
“นายท่านทะเลาะกับนายท่านรองขอรับ”
“ท่านน้ามาทำไม?”
“ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกนายท่านไปพบขอรับ”รั่วเฟยเปิดประตูให้ทั้งสอง
“ท่านพ่อ้าพบพวกเรามีอะไรหรือขอรับ” หลิวห้าวเหลียงถาม สีหน้าเขาดูย่ำแย่มาก
“คุยกับลูกค้าเป็อย่างไรบ้าง”
“พวกเขาขอเวลาคิด2-3 วันขอรับ” หลิวห้าวจิ่งตอบ หลิวหลวนจ้างถอนหายใจออกมา
“พวกเ้าคิดยังไงกับซุนเลี่ยงเฟิ่ง?”
“ทำไมจู่ๆ ท่านพ่อถามแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับนางหรือขอรับ” หลิวห้าวจิ่งร้อนรน
“เื่ไม่ได้เกิดกับนางแต่จะเกิดกับพวกเ้าแทน”
“หมายความว่ายังไง”หลิวห้าวเหลียง
“ท่านแม่จะให้พวกเ้าเข้าไปตีสนิทกับซุนเลี่ยงเฟิ่งเพื่อหลอกเอาเงินนางอีก”
“อะไรน่ะขอรับ!”
“ฟังไม่ผิดหรอกรั่วเฟยบังเอิญได้ยินท่านแม่คุยกับน้าของพวกเ้าหลายวันก่อนข้ายังไม่บอกเื่นี้เพราะท่านแม่ยังไม่ทำอะไร แต่วันนี้ท่านแม่เรียกข้าไปพบคงไม่พ้นเื่นี้แน่”
“ท่านย่าเคยเจอนางหรือยังขอรับ”หลิวห้าวเหลียง
“น่าจะยังไม่เคยไม่อย่างนั้นท่านแม่คงไม่คิดแผนการนี้ขึ้นมา”
“ต่อให้นางเหมือนเมื่อก่อนข้าก็ไม่อยากหลอกนางอีก”
“ข้าเห็นด้วยกับห้าวจิ่งเท่าที่พวกเราทำกับนางเทียบกันแล้วมันมากกว่าที่นางทำกับพวกเราเสียอีก”
“นางไม่เพียงไม่เอาเื่เจียเยี่ยนยังยกร้านนี้ให้ทั้งที่นางไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้ตลอดสองปีที่ผ่านมานางช่วยเหลือครอบครัวพวกเราตั้งมาก ทำไมท่านย่ายังไม่พออีก” รู้ทั้งรู้ว่ามารดาทำผิดแต่หลิวหลวนจ้างไม่กล้าห้ามปราม ทุกครั้งที่เขาเอ่ยถึงสิ่งที่มารดาทำนางมักเอาบิดามาอ้างจนเขาขัดไม่ได้
บิดาหลิวหลวนจ้างเสียชีวิตไปั้แ่หลิวอี้ถ่งอายุแค่ไม่กี่ขวบมารดาต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูเขาสองพี่น้อง หลิวหลวนจ้างทำงานในร้านผ้าั้แ่เด็กสิ่งที่เขาถนัดที่สุดคือผ้า เมื่อถึงเวลาสมควรเขาได้ขอลาออกเพื่อมาเปิดร้านตนเองเถ้าแก่ไม่เพียงไม่ห้ามยังใจดีสนับสนุนมอบทุนให้เขาเปิดร้านขอแค่อย่าเปิดในเมืองเดียวกัน
ดังนั้นเขาจึงย้ายจากเมืองหลวงมาอยู่เมืองซันซีค่อย ๆ ขยับขยายจนมีร้านผ้าขนาดกลาง ในเวลานั้นมารดาไม่ได้เป็เช่นนี้แต่พอร้านใหญ่ขึ้น มีเงินมากขึ้นทุกอย่างกลับเปลี่ยนแปลงหน้ามือหลังมือน้องชายถูกมารดาตามใจมาั้แ่เด็กด้วยความรู้สึกผิดที่เขาต้องอดมื้อกินมื้อใน่สร้างตัวทั้งที่ตัวเองไม่ได้กินอิ่มนอนหลับเหมือนกัน
ว่ากันตามจริงสิ่งที่ซุนเลี่ยงเฟิ่งทำในตอนนั้นไม่ใช่ความผิดนางสักนิดส่วนหนึ่งความผิดเขาที่ไม่รอบคอบ อีกส่วนหนึ่งมาจากหลิวอี้ถ่งมารดาอยากให้เขาเรียนรู้การค้า หลิวอี้ถ่งไม่ปฏิเสธแต่เมื่อไม่เคยเรียนรู้เลยไหนเลยจะรู้วิธีการ ความผิดพลาดเกิดขึ้นเมื่อเขานำเงินที่ต้องจ่ายให้คู่ค้าเดินเข้าบ่อนพนันเงินจำนวนมากขนาดนั้นตระกูลหลิวไม่อาจหามาชดใช้ได้ และหากไม่ชดใช้ตามเวลาที่กำหนดในสัญญาพวกเขาต้องจ่ายเงินค่าเสียหายสองเท่าของราคาสินค้าตามสัญญาได้ระบุเอาไว้ พอซุนเลี่ยงเฟิ่งทราบข่าวได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยข้อเสนอให้หลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่งแต่งงานกับนาง
“พวกเ้ารู้เหตุผลที่ต้องแต่งงานกับซุนเลี่ยงเฟิ่งหรือไม่”
“นางใช้เส้นสายทำให้การค้าของเราขาดทุน...”
“ไม่ใช่!” หลิวห้าวเหลียงไม่ทันได้พูดจบบิดาของเขาแย้งขึ้นมาก่อน
“สาเหตุมาจากอี้ถ่งเอาเงินค่าวัตถุดิบไปเล่นการพนันจนหมดนางรู้เข้าจึงยื่นข้อเสนอมาให้”
“ท่านย่าไม่ได้พูดแบบนั้น...”เสียงหลิวห้าวจิ่งเบาหวิว หลิวหลวนจ้างยกมือนวดขมับ
“ท่านแม่อีกแล้วหรือ”
“ท่านพ่อหมายความว่ายังไง”หลิวห้าวเหลียงถาม
“ที่อี้ถ่งมาทำงานที่ร้านเพราะท่านย่าพวกเ้าขอร้องข้าแต่ข้าไม่คิดว่าท่านแม่จะปั้นเื่ โกหกพวกเ้าแบบนี้”
“นาง...ไม่ได้ทำลายการค้าของเรา...งั้นหรือขอรับ”
“นางไม่เคยทำลายทำร้ายเลยแม้แต่นิดเดียวมีแต่คอยช่วยเหลือมาตลอด”
“เจียเยี่ยนทำร้ายนางไม่พอเรายังกล้าหน้าด้านเอาร้านของนางมาอีก...” ไม่ใช่แค่นั้นพวกเขายังทำกับนางไม่ดีหลายอย่างทั้งต่อหน้าลับหลัง ปล่อยให้หลิวเจียเยี่ยนรังแกนางจนบ่าวในบ้านไม่นับถือ หากไม่เกรงใจพ่อบ้านโหย่งจิ้นพวกเขาคงทำมากกว่านั้นแต่กว่าจะรู้ตัวว่าเข้าใจผิดทุกอย่างมันก็สายเกินไป....
“ข้าไม่เคยขอโทษนางเลย...”
“มีแต่นางขอโทษพวกเราทั้งที่นางไม่ผิด” น้ำเสียงหลิวห้าวจิ่งเบาหวิว...
“ท่านพ่อ...ข้าอยากไปขอโทษนาง”
“อยากขอโทษมันก็ดีแต่นางจะให้พวกเ้าเจอไหมนั้นอีกเื่หนึ่ง”
“ข้าได้ยินว่านางเปิดรับสมัครคนในอีกครึ่งเดือน”
“เ้าจะไปสมัครหรือ”หลิวห้าวเหลียงถามน้องชาย
“พวกเราสามารถเข้าบ้านนางได้”ทั้งสองหันมามองบิดา
“เื่ท่านแม่ข้าจัดการเองพวกเ้าไม่ต้องห่วง”
“ขอบคุณท่านพ่อขอรับ”
“ข้าผิดเองที่ไม่ได้เล่าทุกอย่างให้พวกเ้าฟังั้แ่ต้น”หลิวหลวนจ้างลุกขึ้น เขาตัดสินใจจะพูดเื่นี้กับมารดาให้เด็ดขาดต่อให้ต้องแตกหักกันไปข้างเขาจะไม่ใจอ่อนอีกแล้ว
“ฝากร้านด้วย”
“ขอรับ”
ความเสียใจรู้สึกผิดหลังความจริงปรากฏเกาะกินหัวใจสองดวงไปพร้อมกัน มือสองคู่นี้ได้ทำร้ายคนที่รักพวกเขามากที่สุดและมันอาจมากกว่าคนในครอบครัวด้วยซ้ำ
‘ชิ!’
‘อารมณ์ไม่ดีเหรอ’ ซุนเลี่ยงเฟิ่งเงยหน้าจากตำราต่อสู้ในมือ
‘ไม่มีอะไร’
‘อย่ามาโกหก’ นางลุกขึ้นไปหยิบกระบี่มาถือเอาไว้ต๋าไป๋เดินกลับมานั่งแทนนาง จ้างจิ้งอี้หยิบกระบี่มายืนรอกลางลานฝึก เขาคือหนึ่งในทาสที่นางซื้อมาและชื่อแซ่เป็นางที่ตั้งให้พร้อมกับทาสคนอื่น
ร่างบางพุ่งเข้าหาจ้างจิ้งอี้เขาแทบตั้งรับไม่ทัน พอรับได้เขารีบโต้ตอบกลับไม่รู้ว่าประสบการณ์ไม่พอหรือเพราะซุนเลี่ยงเฟิ่งชินกับการต่อสู้มากกว่าแค่ไม่กี่กระบวนท่านางก็เป็ฝ่ายชนะ
“ตั้งรับได้ช้าแบบนี้เ้าคงตายก่อนได้ตอบโต้กลับ กำลังขามั่นคงใช้ได้ กำลังแขนควรฝึกเพิ่มเ้าขยับอาวุธช้า ระหว่างต่อสู้เ้ามัวแต่จดจ่อกับศัตรูตรงหน้ามากเกินไปจนไม่สังเกตรอบข้างแบบนี้ไม่ใช่แค่เ้าที่ต้องาเ็เพื่อนร่วมงานเ้าอาจาเ็เพราะช่วยเ้าไปด้วย วันนี้จับกลุ่มฝึกตั้งรับและโจมตี”
“ขอรับ!!”ชายหนุ่มทั้งหกขานรับพร้อมกัน ต๋าไป๋ยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้หนิงเฉิงได้แต่มองผ้าเช็ดหน้าในมือตน
“เวลาฝึกท่านดูจริงจังกว่าปกติ”
“ความเคยชินมันแก้ยาก”
“ไม่อยากประมือกับข้าบ้างหรือ?”
“หือ?”ซุนเลี่ยงเฟิ่งเดินไปนั่งตรงศาลาเช่นเดิม
“ข้าอยากรู้ขีดจำกัดความสามารถของท่าน”
“วันนี้ข้ายังไม่พร้อม”
“ทำไมล่ะ”
“มีคนกำลังปิดบังบางอย่าง”พวกเขาสบตากันและกัน ต๋าไป๋ยิ้มออกมา
“ท่านไม่อยากให้เขาออกมาบ้างหรือ”
‘.......’ หงส์ไฟมองต๋าไป๋
“ทำได้ด้วยหรือ?” ต๋าไป๋พยักหน้า
“ทำไมเขาไม่เคยพูดเลยล่ะ”
“เขาไม่อาจเอ่ยขอการมีตัวตนนอกห้วงหงส์ไฟได้หากท่านไม่เอ่ยถามเขาก่อน”
‘.......’ หงส์ไฟเม้มริมฝีปากแน่น ซุนเลี่ยงเฟิ่งรู้สึกผิดขึ้นมานางไม่ได้คิดข้อนี้เพราะตนเองสามารถเข้าไปในห้วงหงส์ไฟได้ตลอด
“ข้านึกว่าพวกเ้าสองคนไม่ถูกกันเสียอีก”
“ท่านเคยเห็นแมวกับนกที่ไหนญาติดีกันบ้าง”ซุนเลี่ยงเฟิ่งนึก
“อ่า...เคยอยู่นะ”
“.....”
‘.......’
“แล้วข้าต้องทำยังไง”ต๋าไป๋มองนาง
“ทำยังไงเขาถึงจะออกมาได้”
“อ้อ...ปรารถนาให้เขามีร่างแท้จริงเพื่อใช้ชีวิตเฉกเช่นคนอื่นได้”
“ทำไมเ้าถึงใช้ชีวิตข้างนอกได้ล่ะ”
“ข้ากับเขาเกิดมาไม่เหมือนกันเขาเกิดมาตามแรงปรารถนาของท่าน” สายตาซุนเลี่ยงเฟิ่งมองนกน้อยตัวหนึ่งเกาะบนกิ่งซากุระกำลังบานสะพรั่ง
ข้าซุนเลี่ยงเฟิ่งปรารถนาให้หงส์ไฟเฟยเฟิ่งสามารถใช้ชีวิตด้านนอกได้ตามที่เขาปรารถนาสิ่งที่เขาปรารถนาขอให้สมหวัง ให้เฟยเฟิ่งสามารถเข้าออกห้วงหงส์ไฟได้ตามที่เขา้า
พรึ่บ!! เหล่าสกุณาทั่วเมืองซันซีโผล่บินขึ้นสู่ท้องฟ้าส่งเสียงร้องพร้อมเพรียงกัน
ซุนเลี่ยงเฟิ่งหงายฝ่ามือขวาขึ้นฝ่ามือนางร้อนมากกว่าปกติ หงส์ไฟตัวหนึ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางสกุณาขับขานบินวนเหนือตระกูลซุนอากาศที่สงบนิ่งเมื่อครู่กลับมีลมพัดเอากลีบดอกไม้ปลิวไปในทิศทางเดียวกันคล้ายกำลังเฉลิมฉลองงานเลี้ยงบุปผา
พรึ่บ!!
หือ...อะไร?หูนางได้ยินเสียงบางอย่างแต่นางบอกไม่ถูกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง ต๋าไป๋อมยิ้มนอกจากเขากับซุนเลี่ยงเฟิ่ง คนอื่นไม่สามารถมองเห็นหงส์ไฟตัวเมื่อครู่ได้
ตุบ!
“ข้ามาแล้ว!” ร่างสูงพุ่งทะยานมาพร้อมเสียงกว่าซุนเลี่ยงเฟิ่งจะรู้ตัวนางก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของหงส์ไฟเรียบร้อยแล้ว
มาจากไหน!! คำถามนี้เกิดขึ้นในใจของทุกคนบนลานฝึกโหย่งจิ้นจ้องหงส์ไฟไม่วางตา ส่วนหนิงเฉิงอ้าปากค้างไปแล้ว
“ทำไมมาแบบนี้”มือบางตบเบา ๆบนแขนของเขา หงส์ไฟคลายอ้อมกอดเล็กน้อยแต่ยังไม่ยอมปล่อยนาง
“ท่านชอบสีผมของข้าไม่ใช่หรือ”
“อันนั้นมันก็ใช่แต่ทำไมไม่สวมเสื้อให้เรียบร้อย หนิงเฉิงสติหลุดไปแล้ว” หงส์ไฟเบ้หน้า
“ไม่เอาข้าไม่ชอบข้าชอบแบบนี้” หงส์ไฟอุ้มนางไปนั่ง สายตามองต๋าไป๋เย้ยหยันเขาได้แต่หยิบจอกชาขึ้นมาดื่ม
ฝากไว้ก่อนเถอะ...