ตอนที่ 13
ลับลับล่อล่อ
“ของสิ่งใดกันที่ท่านพ่อได้รับมาในการแลกเปลี่ยนรอบนี้”หลงลู่จินเอ่ยถามพลางเดินตามผู้เป็บิดาเข้ามาในห้อง
หลงซุนยังมิได้ตอบคำ แต่ลงมือปิดประตูหน้าต่างรอบจนมิดชิดก่อนจะเดินตรงไปชั้นหนังสือใหญ่ ซึ่งหลงจิวเมิ่งไม่เคยเห็นมาก่อน
เสียงดัง...ครืน เมื่อกลไกของชั้นหนังสือทำงานช่องลับที่ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังเคลื่อนมาแทนที่ ตำแหน่งวางหนังสือชั้นล่างสุดถูกยกเฉียงขึ้นหลงซุนก้มลงไปหยิบกล่องไม้ใบหนึ่ง พร้อมด้วยขวดใส่โอสถขวดเล็กออกมา
“ลู่จินรับนี่ไป”หลงซุนเอ่ยพลางโยนขวดบรรจุโอสถส่งให้หลงลู่จิน “เ้าลองเปิดออกดูสิ”
ทันทีที่จุกแดงถูกดึงออก หลงลู่จินพลันใจเต้นตึกตักกลิ่นที่โชยออกมา ทำให้มันพอจะคาดเดาได้ว่า โอสถที่อยู่ด้านในล้วนเป็สิ่งของที่ดีกว่าโอสถบำรุงปราณที่มันกลืนกินแทบทุกวันอย่างไม่ต้องสงสัยจนกระทั่งเม็ดยาสีฟ้าครามไหลกลิ้งออกมาบนฝ่ามือ หัวใจของหลงลู่จินก็แทบจะหยุดนิ่งดวงตาเล็กเรียวของมันเบิกอ้าด้วยความยินดี “นี่...นี่มัน โอสถสำรวมจิต”หลงลู่จินเอ่ยเสียงสั่นเครือ ใช้แววตาจ้องมองดูบิดาที่เพิ่งจะวางกล่องไม้อีกใบลงบนโต๊ะด้วยสำนึกตื้นตัน“แถมมีถึงสองเม็ด ท่านพ่อ ข้า...ข้า...”
“ลูกพ่อไม่ต้องเอ่ยอันใด เพียงเ้าตั้งใจฝึกฝนบรรลุถึงระดับลมปราณพื้นฐานให้ไวที่สุด ก่อนที่อายุจะเลยสิบห้าปีบิดาของเ้าจะได้รีบส่งข้อความไปถึงผู้ดูแลสถานศึกษาของตระกูลหลักให้มารับตัวเ้าไป”
“ท่านพ่อวางใจ ข้าสัญญาจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวัง” หลงลู่จินเก็บโอสถคืนลงไปในขวดก่อนจะเร่งรีบทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง
เดี๋ยว !!!
แต่แล้วหลงซุนก็เอ่ยขัดขึ้นก่อน
“ท่านพ่อมีอันใดจะสอนสั่ง”
“นั่นเป็เพียงสิ่งของหนึ่งในสองที่พ่อได้รับมาในครั้งนี้เ้าเข้ามาดูสิ่งของอีกชิ้นก่อน” หลงซุนเอ่ยในขณะที่เปิดฝ่าหีบไม้ซึ่งด้านในบรรจุเอาไว้ด้วยโลหะสีเทาเข้ม ยามโลหะด้านในต้องกระทบแสงไฟพลันก่อประกายสีฟ้าอ่อนจางออกมา
“โลหะสามก้อนนี้ช่างพิสดารยิ่งนัก แม้ยังเป็เพียงก้อนโลหะแต่ให้ความรู้สึกว่าหากนำไปจัดสร้างเป็ศาสตราจะต้องร้ายกาจอย่างมิต้องสงสัย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลูกข้าตาแหลมคมใช่ย่อยที่เ้ากล่าวมาล้วนถูกต้อง แต่ไม่ทั้งหมด โลหะสามก้อนนี้เรียกว่า...เหล็กเย็นหากนำไปหลอมสร้างเป็ศาสตราจะกลายเป็ ศาสตราวุธที่คมกล้ายิ่งแต่จุดสำคัญของเหล็กเย็นหาใช่ความคมของมันแต่เป็ความสามารถในการรองรับลมปราณของโลหะ”
“รองรับลมปราณ” หลงลู่จินกลืนน้ำลายจ้องมองโลหะด้วยความตื่นตะลึง “มันสามารถสร้างเป็ศาสตรามีลำดับ”
“ยังมิถึงขั้นนั้น แต่ก็นับว่าใกล้เคียง”
หลงลู่จินตื่นเต้นจนอดที่จะเอื้อมลงไปลูบคลำเหล็กเย็นทั้งสามก้อนมิได้“ช่างวิเศษแท้ แล้วท่านพ่อตัดสินใจหรือยังว่าโลหะทั้งสามชิ้นนี้จะนำไปหลอมสร้างเป็สิ่งใด”
“ยังก่อน โลหะแค่สามก้อนนี้อย่างมากทำได้เพียงมีดสั้นเล่มหนึ่ง แต่ไม่เพียงพอที่จะหลอมสร้างเป็อาวุธหลักคู่กาย”
“หรือว่าท่านพ่อสามารถหามันเพิ่มเติมได้อีก”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ต้องนับว่าชะตาเข้าข้าง พวกคนเถื่อนโง่เขลาหาได้รู้มูลค่าของโลหะวิเศษ กลับนำมันมาแลกกับวัตถุดิบสมุนไพรที่ข้านำไปสี่คันรถหากนับตามมูลค่าแท้จริงแล้วต่อให้ไม่นับรวมโอสถสำรวมจิตสินค้าทั้งสี่คันยังนับว่าน้อยไปสำหรับโลหะสามก้อนนี้”
“ที่แท้เป็พวกคนเถื่อนมิรู้ความ ฟังจากที่ท่านพ่อกล่าวมาดูท่าพวกมันยังมีโลหะเช่นนี้อีกใช่หรือไม่ขอรับ”
“อืม ดูจากที่มันนำมาแลกเปลี่ยน รวมถึงคำกล่าวโอ้อวดเื่โลหะจำนวนมากพ่อคาดว่าพวกมันคงพบสายแร่ และแร่ดิบของเหล็กเย็นจำนวนมากเอาไว้อย่างแน่นอนถ้ามิติดว่าข้าไม่รู้จำนวนผู้คนของฝั่งนั้น ว่าแข็งแกร่งมากน้อยเพียงใดบิดาของเ้าคงจะลงทุน ว่าจ้างกองกำลังไร้สังกัดสักกลุ่มใหญ่ ร่วมมือกับพวกพ้องบุกปล้นเ้าพวกคนเถื่อนเหล่านี้มันเสียเลย”
“มันจะไม่เสี่ยงไปรึขอรับ”
“ลู่จินลูกพ่อ เ้าจงจำเอาไว้ยามเมื่อเ้าก้าวเข้าสู่เส้นทางฝึกตนแล้วการไม่ก้าวหน้าทั้งอำนาจและฝีมือต่างหากคือความเสี่ยงที่แท้จริง เส้นทางการฝึกตนนั้นโหดร้ายไม่เ้าเหยียบข้าก็เป็ข้าเหยียบเ้า โชควาสนาของผู้ฝึกตนนั้น เกินกว่าครึ่งล้วนได้รับมาจากการที่ผู้ฝึกตนผู้หนึ่งเป็ผู้แย่งชิงและผู้คนอีกส่วนหนึ่งเป็ผู้ถูกแย่งชิงมันไป”หลงซุนเอ่ยพลางจัดการเก็บเหล็กเย็นกลับคืนสู่หีบไม้ก่อนจะยกกลับไปซุกซ่อนเอาไว้ในช่องลับใต้ชั้นหนังสือดุจเดิม
“ผู้บุตรจะจำคำสอนอันสูงส่งของท่านพ่อเอาไว้ตราบชั่วลมหายใจ”
“ดี หากเ้าก้าวหน้า บิดาก็พลอยได้รับอานิสงส์ ศาสตราวิเศษคมกล้าก็ควรจะอยู่คู่กับยอดคนเมื่อเ้าสำเร็จการใหญ่ เลื่อนขั้นฝึกตนจนถึงระดับลมปราณเหนือธรรมชาติมีตำแหน่งหน้าที่ในตระกูลหลัก เมื่อนั้นดาบที่ข้าจะสร้างจากเหล็กเย็นจะส่งมอบไปถึงมือเ้าในวันนั้น”
“ขอบคุณขอรับท่านพ่อ”
การสนทนาของพ่อลูกจบลง ทั้งสองแยกย้ายกันกลับสู่หอห้องของตนแม้ผู้บุตรจากไป แต่หลงซุนยังคงมิหลับนอนมันเลือกที่จะทำงานต่อในห้องโถงรับรองแห่งเดิมรายชื่อของวัตถุดิบต่าง ๆที่ได้รับรายงานมาจากผู้เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวของตระกูลหลงสาขาป้อมพายุหิมะ ถูกหยิบขึ้นมากางเทียบกับรายชื่อและจำนวนของวัตถุดิบตามคำเรียกที่เหล่าคนเถื่อน้า
หลงจิวเมิ่งที่ซุ่มดูอยู่นาน พลันชักดึงลมปราณที่ผนึกแน่นอยู่ที่ใบหูกลับคืนเปลี่ยนเป็ใช้ลมปราณที่มีทั้งหมด มาห่อคลุมดวงตาทั้งสอง จับจ้องไปที่มุมด้านล่างซึ่งระบุรายละเอียดการนัดหมายส่งมอบสิ่งของในครั้งต่อไป แต่ด้วยมุมมองที่ถูกจำกัดทำให้หลงจิวเมิ่งเห็นเพียงวันที่ซึ่งระบุชัดว่าเป็อีกสองเดือน หลังจาก่ฤดูพายุหิมะพัดถล่ม
หลังตรวจสอบข้อมูลจนพอใจหลงซุนก็พับเก็บบันทึกรายการของคนเถื่อนเอาไว้ในอกเสื้อก่อนจะเอาบันทึกรายงานของตระกูลไปวางเอาไว้บนชั้นหนังสือ ก่อนจะดับไฟและเดินหายลับเข้าสู่เขตที่ตั้งเตียงนอนภายใน
หลงจิวเมิ่งจับตาดูทุกเื่ราวในห้องโถงหน้าแต่ยังมิกล้าเสี่ยงลงไปหยิบฉวยสิ่งของ แม้ตนเองจะมีท่าร่างลับลับล่อล่อแต่กลไกของตู้หนังสือส่งเสียงดังเกินไป จึงได้แต่นอนแนบตัวชิดไปกับกระเื้ัคาเฉียงหลับตากำหนดลมหายใจ ฝึกฝนเคล็ดจิติญญา กลมกลืนไปกับธรรมชาติยามวิกาล...รอคอยรุ่งอรุณวันใหม่มาเยือน
.
.
แสงแรกของวันต้องกระทบร่างแต่หลงจิวเมิ่งยังมิได้ลืมตาขึ้นดู ยังคงกำหนดจิตต่อเนื่อง แม้ย้อนกลับมาในวัยเด็กแต่เคล็ดวิชากำหนดจิตนี้ ตัวเขาได้ฝึกฝนมาั้แ่อายุได้หกขวบตามการถ่ายทอดของผู้เป็มารดา แม้ขอบขั้นสุดท้ายมิสูงล้ำเทียบเท่าเคล็ดจิติญญาของค่ายสำนักใหญ่แต่ก็ช่วยให้หลงจิวเมิ่งนำมาพลิกแพลงใช้ออกหลากหลาย พาตนเองเอาชีวิตรอดจากปากเหวแห่งความตายมาหลายครา
...เคล็ดจิติญญา*ไร้นาม ช่างรุดหน้าเร็วยิ่งนักหากเป็เช่นนี้ ไม่พ้นฤดูพายุหิมะปีนี้พลังจิติญญาของเราคงเข้าใกล้ระดับจิติญญาเหนือธรรมาชาติได้อย่างแน่นอน
(คำ...ไร้นามหมายถึงหลงจิวเมิ่งไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว วิชานี้มีชื่อว่าอะไร)
เกือบครึ่งชั่วยามหลังจากแสงแรกของวันผ่านพ้นเสียงเปิดประตูเดินออกจากห้องของผู้คนด้านล่างส่งให้หลงจิวเมิ่งตัดสินในลืมตาขึ้นจากภวังค์ฝึกฝนชุดดำที่ห่อคลุมถูกพับเก็บซุกซ่อนเอาไว้ สายตาคมกล้า กวาดมองรอบลงไปจากมุมสูงเห็นผู้คนที่ด้านล่าง เริ่มออกมาทำงานกันหนาตา เสียงจอแจก็เริ่มดังขึ้นตามลำดับเมื่อจังหวะเหมาะมาเยือน กระเบื้องที่วางซ้อนกัน ค่อย ๆ ถูกหลงจิวเมิ่งเคลื่อนย้ายออกจนกลายเป็ช่องพอดีตัวให้ตนเองสอดร่างแทรกร่างลงไปจึงค่อยหยุดมือ
...ในเมื่อของที่เ้าได้รับมานั้นมิชอบเ้าก็คงมิกล้าโวยวายหาคนผิด เช่นนั้นข้าก็จะขโมยมันไปอย่างเปิดเผยนี่ละและจะมอบความทุกข์ทรมานใจกลับคืนไปให้เ้าเอง
ความคิดเสร็จสิ้นร่างของหลงจิวเมิ่งที่ใช้ออกด้วยวิชาท่าร่างลับลับล่อล่อ พลันทะยานลงกระทบพื้นเบา จนแทบจะไร้เสียง...บัดนี้หลงจิวเมิ่งได้มายืนอยู่บนพื้นห้องโถงเรียบร้อยแล้ว