กลิ่นหอมของสตูว์เนื้อเข้มข้นลอยฟุ้งไปทั่วบ้านหินหลังน้อย ตัดกับกลิ่นกำมะถันและเหล็กเผาไฟที่เป็เอกลักษณ์ของโรงตีเหล็ก
ในขณะที่ ปู่กานต์ กำลังง่วนอยู่กับการทุบเหล็ก เปง! เปง! อยู่หน้าเตาหลอมเพื่อตีดาบเล่มใหม่ ไคโตะ เซ็ตสึนะ และยูนะ ก็นั่งล้อมวงกันหน้าเตาผิง ซดสตูว์ร้อนๆ ที่ปู่แกต้มทิ้งไว้แก้หนาว
"อื้มมม! อร่อยเหาะ!" ยูนะเคี้ยวเนื้อตุ๋นแก้มป่อง "ปู่แกเป็ช่างตีดาบหรือเชฟภัตตาคารเนี่ย!"
เซ็ตสึนะจิบน้ำซุปเงียบๆ สีหน้าดูผ่อนคลายขึ้นมากหลังจากได้กินของร้อนๆ
ไคโตะมองดูเปลวไฟในเตาผิง พลางลูบคทา Gale Rod ในมือ แววตาเหม่อลอยเล็กน้อย "ปู่ครับ..." เขาะโถามแข่งกับเสียงค้อน "พ่อผม... เขาเป็คนยังไงเหรอครับ? ตอนที่เขามาที่นี่"
ปู่กานต์หยุดมือ เขาคีบเหล็กแดงๆ จุ่มลงในถังน้ำเย็น ฉ่าาาา! ควันสีขาวพวยพุ่ง
"ริวน่ะรึ?" ชายชราเดินมานั่งพักที่เก้าอี้โยก เช็ดเหงื่อด้วยผ้าขี้ริ้ว "มันก็เป็ 'ตัวภาระ' อันดับหนึ่งของข้าเลยล่ะ!"
ปู่กานต์แค่นหัวเราะ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยแววตาที่คิดถึงอดีต
"เมื่อ 20 ปีก่อน... ข้าเปิดร้านตีเหล็กเล็กๆ อยู่บนโลกมนุษย์ แถบชายแดนกันดาร... ข้ามันนิสัยเสีย ปากร้าย ลูกค้าหนีหมด แต่มีไอ้บ้าอยู่คนหนึ่งที่มาหาข้าทุกสัปดาห์... ก็พ่อแกนั่นแหละ"
"ตอนนั้นมันพยายามจะเป็ 'นักดาบเวท'... มันเอาดาบราคาถูกๆ มาให้ข้าซ่อมสภาพดูไม่ได้ หักครึ่งบ้าง บิ่นจนกุดบ้าง ข้าด่ามันไปสามตลบว่า 'แกใช้ดาบภาษาอะไรของแกวะ!'"
"มันก็หัวเราะแห้งๆ แล้วบอกว่า 'โธ่ ลุงกานต์ ก็พอผมอัดเวทลมเข้าไปในดาบทีไร ดาบมันก็สั่นจนแตกคามือทุกทีเลยนี่นา' "
ปู่กานต์ส่ายหัว "ข้าเลยรำคาญ ก็เลยบอกมันไปตรงๆ ว่า... 'ไอ้โง่! เวทลมของแกมันเน้นแรงสั่นะเื โลหะบางๆ อย่างดาบมันรับไม่ไหวหรอก! เลิกฝืนใช้ดาบซะ แล้วมาลองใช้ไอ้นี่!'"
"ข้าจับมันโยนดาบทิ้ง แล้วตี 'ท่อนเหล็กมิธริล' ขึ้นมาให้มันแทน... ขึ้นรูปเป็กระบองยาว ฝังหินเวทลงไป เพื่อให้รองรับแรงสั่นะเืของลมได้ไม่จำกัด"
ชายชรามองคทา Gale Rod ในมือไคโตะด้วยสายตาภูมิใจ
"นั่นแหละคือต้นกำเนิดของ 'วายุศาสตรา'... มันไม่ใช่คทาไม้กิ๊กก๊อกของพวกจอมเวททั่วไป แต่มันคือ 'คทาเหล็กกล้า' ที่ข้าตีขึ้นมาเพื่อให้ทนมือทนตีนพ่อแกโดยเฉพาะ!"
ไคโตะก้มมองคทาในมือด้วยความรู้สึกใหม่... มันไม่ใช่แค่อาวุธ แต่มันคือสิ่งที่เกิดจากมิตรภาพ
"แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ?" ไคโตะถามต่อ
สีหน้าของปู่กานต์เปลี่ยนไปเป็จริงจัง
"หลังจากนั้นไม่นาน... 'ัเพลิงโบราณ' ก็บุกถล่มเมือง ข้าติดอยู่ในซากร้าน ไฟล้อมรอบตัวหมดแล้ว ใครๆ ก็คิดว่าข้าตายแน่... แต่เ้าริวกลับมา"
"มันไม่ได้มาคนเดียว... ข้างกายเขามี 'นักดาบหญิง', 'นักบวช', และ 'จอมเวท'... นั่นคือปาร์ตี้ของเขา"
"ริววิ่งนำหน้าสุด เขาะโสั่งการเพื่อนร่วมทีมเสียงดังลั่น 'ทุกคน! เตรียมพร้อม! ฉันจะเปิดทางให้!'"
"วินาทีที่ัพ่นไฟออกมา ริวใช้คทาเหล็กที่ข้าตีให้ สร้าง 'โดมสุญญากาศขนาดั์' ครอบหัวัไว้! เปลวไฟที่ควรจะเผาเมือง... ดับวูบ ไปในพริบตาเพราะไม่มีอากาศ!"
"ัสำลักควันจนเสียหลัก และในจังหวะนั้น เพื่อนร่วมทีมของเขาก็ระดมโจมตีจนล้มัลงได้... โดยที่ไม่มีชาวเมืองตายเลยแม้แต่คนเดียว"
ปู่กานต์หันมามองไคโตะ ยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ
"พ่อแกไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดในปาร์ตี้... พลังทำลายสู้คนอื่นไม่ได้ แต่เขาคือ 'แกนกลาง' ที่เชื่อมโยงพลังของทุกคนเข้าด้วยกัน... นั่นแหละคือ คาเซฮายะ ริว"
ไคโตะนั่งนิ่ง น้ำตาเอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวพ่ออัดแน่นเต็มอก
"เอาล่ะ! เล่านิทานจบแล้ว มารับของขวัญของแกซะ แม่หนู!"
ปู่กานต์ลุกไปหยิบดาบเล่มใหม่ที่เพิ่งตีเสร็จมายื่นให้เซ็ตสึนะ ใบดาบสีดำทมิฬที่ดูหนักแน่นแต่คมกริบ ตรงโคนดาบมี "หัวใจโกเลม" ฝังอยู่ เปล่งแสงสีฟ้าจางๆ
"'กราวิตี้ เบลด' (Gravity Blade - ดาบแรงโน้มถ่วง)" ปู่กานต์นำเสนอ "ข้าใช้แกนกลางโกเลมผสานเข้าไป มันมีคุณสมบัติควบคุมน้ำหนัก... เวลาแกถือมันจะเบาหวิว แต่เวลาฟันโดนศัตรู... มันจะหนักเหมือนเอาหินผาทั้งลูกทุบใส่กบาล!"
"ขอบคุณค่ะคุณกานต์..." เซ็ตสึนะรับดาบมาถือ แววตาเป็ประกาย "ด้วยดาบเล่มนี้ ฉันปกป้องทุกคนได้แน่"
ปู่กานต์โบกมือไล่ "เออๆ รีบไสหัวไปได้แล้ว! ชั้นต่อไปน่ะของจริง... ระวังหัวไว้ให้ดีล่ะ!"