“ฮูหยินใหญ่เชิญหมอหลวงมารักษาลูกชายถึงจวน ทว่ากลับใจจืดใจดำมิยอมแบ่งปันหมอหลวงแม้เพียงสักชั่วอึดใจ จะให้มาตรวจดูอาการลูกเลี้ยงที่ถูกนางสั่งเฆี่ยนปางตายเสียหน่อยก็มิได้ ช่างเืเย็นนัก...”
“แล้วยังไงต่อขอรับ?”
“ตรงนี้... รบกวนคุณชายกู้เพิ่มเติมอีกสักนิด” นิ้วเรียวงามชี้ไปยังพู่กันที่เพิ่งตวัดหยดหมึกลงบนกระดาษ บัณฑิตหนุ่มสะบัดปลายพู่กันด้วยน้ำหนักมืออันมั่นคงตามคำบอกเล่า “ตระกูลนี้จิตใจโฉดชั่ว มิใช่เพียงไร้ความเมตตาต่อคุณชายน้อย ทว่าหมายจะทรมานเขาให้จมดิ่งอยู่กับความพ่ายแพ้สิ้นหวังไปชั่วชีวิต”
“บรรยายได้สาแก่ใจยิ่งนัก ความโฉดเขลาของคนในจวนนั้นสะท้อนออกมาได้อย่างแจ่มชัด...”
บัณฑิตกู้ตั้งใจรังสรรค์งาน ปลายพู่กันในมือราวบังเกิดจิติญญา มันสะบัดไหวอย่างว่องไวและเฉียบคม
บุรุษรูปงามผู้นี้ขลุกอยู่ข้างกายคุณหนูในชุดสีชาด ขอบตาของเขาหม่นคล้ำจากการเร่งมือทำงานจนลืมกินลืมนอน เขาหยิบขนมในจานเข้าปากเพื่อประทังความหิวโหย
ครู่ต่อมาสาวใช้ทั้งสามนางก็ยกถาดขนมเข้ามา ในอ้อมแขนของพวกนางโอบอุ้มตำราล้ำค่า
‘หนทางสู่การเป็ยอดเสนาบดี’
นิยายเล่มนี้บอกเล่าวิถีชีวิตข้าราชบริพารในวังหลวง การห้ำหั่นในสนามสอบขุนนางอันเข้มงวด ผ่านชะตากรรมของคุณชายน้อยผู้ถูกข่มเหงรังแกอย่างทารุณในจวนเสนาบดี เื่ราวการชิงดีชิงเด่นในราชสำนักถูกร้อยเรียงไปพร้อมความรักอันบริสุทธิ์ บุรุษผู้ถูกทอดทิ้งจะก้าวถึงหนทางสู่ความสำเร็จได้อย่างไร
การเล่าเื่ราวผ่านบทบรรยายอันไพเราะ ถ้อยคำสละสลวยกินใจ เนื้อหาน่าติดตาม บทกวีที่ซึมลึกถึงอารมณ์ทั้งห้าทำให้ผู้อ่านต่างะเืใจไปกับการฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อตำแหน่งหน้าที่การงานและความรัก กว่าที่บุรุษผู้ต่ำต้อยจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ได้ครองคู่กับคุณหนูผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลแม่ทัพ
ทั่วทั้งเมืองต่างโจษขานกันว่าเนื้อหาในนิยายล้วนถอดแบบมาจากข่าวลือฉาวโฉ่ ใต้เท้าผู้มีภรรยาหนึ่งอนุสอง จะเป็ใครไปได้หากมิใช่จวนท่านรองเสนาบดีซู...
พอนิยายเริ่มวางขายในอาทิตย์นี้ กระดาษในเมืองหลวงแพงหูฉี่ บรรดาบุตรหลานขุนนางและเหล่าปัญญาชนต่างมาเข้าแถวรอซื้อหน้าโรงน้ำชาอย่างคึกคัก หางแถวนั้นยาวเหยียดไปถึงตรอกชุนหลี ประมาณหกลี้ได้
“ก็เพราะมันเป็เื่ราวของคุณชายท่านหนึ่งยังไงเล่า เ้าไม่สงสัยบ้างเลยหรือ เหตุใดเขาต้องถูกรังแกถึงเพียงนี้”
“บ่าวสงสัยเ้าค่ะ!”
ในจวนแม่ทัพมีบางคนเพิ่งทราบข่าว สาวใช้คนสนิทอีกสองตามเข้ามาในเรือนรับรอง ซิ่วอิง ลู่ซวน รินชาให้คุณหนู ฟังเื่ราวของคุณชายน้อยไปพร้อมกับบัณฑิตหนุ่ม
เรือนฉางชุนพื้นสะอาดเป็เงามัน บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมด้วยเหมยกุ้ยฮวาหลากสีสัน ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ ด้านหน้าเรือนมีบ่อน้ำพุร้อน ข้างเรือนมีน้ำตกจำลอง ภายในกว้างขวางโอ่อ่า ประดับด้วยเครื่องเรือนราคาแพงสมฐานะบุตรีเอกจวนแม่ทัพ ผู้ซึ่งบริหารทรัพย์สินในชาตินี้เป็อย่างดี
คุณหนูเสิ่นมิเคยเงินขาดมือ นางได้รับบทเรียนอันเ็ปจากชาติก่อน หลังยกสินเดิมใช้หนี้ท่วมหัวตระกูลซูที่แต่ละคนใช้เงินเป็กระดาษ ร้านค้านับสิบร้านขนาดว่าได้มาจากมารดาของคุณชายน้อยโดยไม่ต้องออกแรงอะไรเลย ขาดทุนย่อยยับก่อนหน้าที่นางจะแต่งเข้าไปแล้ว
บุตรของอนุเสี่ยวถิง อนุรองผู้มีบุตรแฝดจอมเสเพล หยิบฉวยข้าวของในร้านไปใช้สอยส่วนตัว ตบหน้าตัวเองจนบวม เที่ยวแจกของมีค่าให้กับมิตรสหายขี้ประจบประแจง บุตรของอนุเจียอี คุณหนูสี่บริหารงานมิเป็แต่กลับนำของปลอมมาหลอกลวงลูกค้า ยามใดที่เงินขาดมือ พวกเขาจะบากหน้ามาขอจากพี่สะใภ้เช่นนาง และนางในตอนนั้น... กลับนำเงินคลังจากจวนแม่ทัพไปประเคนให้พวกคนชั่วอย่างคนโง่งม!
มนุษย์เราจะโง่เขลาได้สักกี่ครา?
หยิบยื่นทุกสิ่งให้คนชั่วจนหมดตัว เฝ้าให้อภัยดั่งพระโพธิสัตว์มาโปรดสัตว์โลกเช่นนั้น เรียกว่าความดีหรือความบ้าคลั่งกันแน่ ต่อให้อีกฝ่ายจะสำนึกผิดหรือไม่แล้วอย่างไร
ความผิดก็เกิดขึ้นแล้ว...
คนที่ถูกกระทำจนยับเยินเช่นนางเล่า ใครจะเยียวยารักษา?
ร่างบางในชุดสีชาดเอนกายลงบนเปลนอนด้วยท่าทีผ่อนคลาย บ่าวแต่ละคนมีสีหน้าสดใส คงเพราะหลายวันมานี้พวกนางเห็นคุณหนูอารมณ์ดีเป็พิเศษ
“บทกวีของบัณฑิตน้อยไพเราะนัก ภาษาอ่านง่าย ขนาดผู้ไม่มีความรู้ในระดับสูงยังอ่านเข้าใจ พวกเ้ามีความคิดเห็นอย่างไร?” นางหันไปถามบ่าวที่เดินเข้ามาอีกสอง ในจวนแม่ทัพมีสาวใช้ยี่สิบสามคน บ่าวอีกสามสิบ ไม่รวมคนของสำนักหลิงฝูที่ปลอมตัวเข้า ๆ ออก ๆ จวนแม่ทัพนับห้าสิบชีวิต
“ข้าอ่านหลายรอบแล้วเ้าค่ะสนุกมาก แค่สองตอนแรก วางขายเพียงวันเดียวก็คัดสำเนาไม่ทัน ตอนข้าไปสืบดูข่าวคราว เห็นบรรดาลูกหลานขุนนางคุณหนูผู้ดีมารอซื้อ วางมัดจำเอาไว้เป็หมื่นตำลึง องค์ชายใหญ่มาขอจองเป็คนแรก แพงเท่าไรก็ยอมจ่าย”
“คุณหนูเราจะรวยแล้ว” ลู่ซวนหัวเราะร่าเริง บ่าวชายอีกสามเข้ามาผลัดกันดูผลงานนิยายที่กำลังโด่งดัง ซิ่วอิงเข้ามาประจบคุณหนู สาวใช้อีกคนนวดบ่าไหล่
“ข้ารวยอยู่แล้ว แค่หารายได้เล็กน้อย” คุณหนูวางถ้วยชาลง หันไปถามบัณฑิตหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผิวขาวสะอาด “ตกลงท่านเอาเท่าไร ข้าเหมาจ่าย”
บัณฑิตหนุ่มวางพู่กันลง ยกมือโขกศีรษะ “ข้าน้อยกู้เจียวซิ่นยินดีทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณตระกูลเสิ่น แม่ทัพวั่งซูเมตตาบิดาข้า แม้แขนพิการก็รับมาทำงานในจวน แม่ทัพหญิงเสิ่นช่วยมารดาข้าให้พ้นจากหอนางโลม บีบบังคับเอาหนังสือตัดขาดญาติชั่วช้า มิให้นางต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป คุณหนูไม่เคยทอดทิ้งครอบครัวข้า ทั้งหยิบยื่นเงินทองและยารักษาโรคให้ประทังชีวิต ข้าน้อยมีเพียงความจงรักภักดีมอบให้ มิคิดอาจเอื้อมรับเงินแม้เพียงตำลึงเดียวขอรับ”
“เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น? ท่านรับเงินก้อนนี้ไปซื้อยาซื้ออาหารดี ๆ และหยูกยาให้บิดามารดาด้วย เข้าใจหรือไม่?”
“ขอรับคุณหนู แม้ข้ามิอยากรับไว้จริง ๆ สุดแล้วแต่คุณหนูจะเมตตา”