บทที่5 ความปลอดภัย
เมื่อคืนเพราะมัวแต่คิดว่าวันนี้พรข้อที่สามนั้นจะขออะไรดีจะขอให้ท่านแม่เจอเห็ดหลินจืออีก พรุ่งนี้คงมีคนมาถามท่านแม่ และท่านป้าโจวผู้คนก็จะแห่ขึ้นเขาเผื่อไปหาเห็ดหลินจือเป็แน่ ต้องมองหาตัวเลือกใหม่และสิ่งที่คิดไว้คือหยก เธอเคยอ่านนิยายที่ตัวเอกเป็ผู้หญิงหลังจากประสบอุบัติเหตุ ก็มีความสามารถมองทะลุผ่านหินด้านนอกมองเห็นเนื้อหยกด้านใน บังเอิญตัวละครหญิงนั้นได้ไปตลาดหยกเพื่อสุ่มหินหยกกี่ก้อนต่อกี่ก้อน แม่นางก็เจอแต่หยก ทำให้รวยขึ้นมา
แต่อย่าคิดนะว่าเธอจะขอพรให้ตัวเองมีดวงตาอย่างแม่สาวคนนั้นเพราะที่นี่ไม่มีหินหยกให้ไปเสี่ยงโชคเสียด้วยซ้ำ ขอมาก็ไม่เกิดประโยชน์หรอก
เพราะฉะนั้นเธอจะขอเป็หยกก้อน ทำไมนะเหรอ ถ้าเป็เครื่องประดับหยกผู้คนอาจคิดว่าท่านแม่ไปขโมยใครมา แต่หยกก้อนนะ อย่างน้อยไปขายให้ร้านหรือโรงรับจำนำเพื่อไปขายต่อร้านเครื่องประดับก็น่าจะได้แล้วในโลกนี้คงไม่มีใบรับประกันหยกหรอกมั้ง
แผนที่เธอวางไว้เธอจะทำทีหลอกอันหยางผู้เป็พี่ไปขุดหาสมบัติใต้ต้นไม้ใหญ่หลังบ้านแต่เธอจะต้องไปสำรวจก่อนว่า พื้นดินแถวนั้นไม่ได้ถูกขุดทำอะไรมาก่อนใช่ไหม
วางแผนไปวางแผนมา นี่จึงเป็เหตุผลทำให้อันผิงตื่นสายแม้ตอนเช้าพยายามลุกตามท่านแม่แล้ว แต่อาจเพราะร่างกายเพิ่งหายป่วยได้ 3วัน ร่างกายจึงอ่อนแออยู่ พอลุกขึ้นนั่งบนเตียงอันหยางก็ลงจากเก้าอี้ เดินมาพร้อมอ่างล้างหน้า
อันหยางเห็นน้องสาวเช็ดหน้าเสร็จ เขาก็ยกอ่างล้างหน้าออกไปอันผิงจึงรีบเดินตามออกมาที่โถงบ้าน แล้วขึ้นไปนั่งรอบนเก้าอี้ในห้องโถงอันหยางจึงยกอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ
“น้องสาว ต้องบำรุงเยอะๆ นะ” พูดจบเขาก็นั่งมองคนน้องกินข้าวจนหมดแล้วจึงนำชามไปเก็บ
อันผิงนั่งอิ่มอยู่บนเก้าอี้ ยังไม่อยากขยับตัวได้ยินเสียงล้างจานจากในห้องครัว พี่ชายของเธอในภพนี้ช่างรู้ความเสียจริงแต่อาจเพราะเป็เด็กที่เติบโตมาอย่างชาวบ้าน พวกเขาจึงรู้จักหน้าที่ที่จะทำงานช่วยครอบครัว
ไม่นานอันหยางก็โผล่หน้าออกมาจากห้องครัว เขายิ้มให้คนเป็น้อง
“ไว้น้องสาวแข็งแรงกว่านี้ พี่ใหญ่จะพาไปตกปลา” พูดจบ ก็เอามือเล็กตบที่อกตัวเอง แล้วพูดต่อ “วันนี้น้องสาวอยู่บ้านเป็เพื่อนท่านแม่นะ”
อันผิงพยักหน้า ใจจริงอยากไปด้วย แต่เพิ่งฟื้นมาสองวันจะให้ออกไปข้างนอกเลย ก็ใช่ที่ เผื่ออาการทรุดลงจะทำอย่างไรล่ะ แม้ท่านหมอจะยืนยันว่าหายดีแล้วก็ตามและโชคดีแค่ไหนเข้ามาร่างนี้ปุ๊บ เธอก็หายป่วย พอหลุดออกจากความคิดคนเป็พี่ก็วิ่งออกจากบ้านไปแล้ว อันผิงถอนหายใจวันนี้อันหยางไม่น่าจะโชคดีอย่างนั้น
แต่ไม่เป็ไรวันนี้ครอบครัวมีเงินจากเห็ดหลินจือล่ะเธอเองก็อยากรู้มากว่า ท่านแม่ขายได้เท่าไหร่อ่านในนิยายของพวกนี้ขายได้เงินเยอะมาก คิดไม่ตกเลยเอ่ยถามระบบในใจว่า
‘นี่ระบบ บอกได้ไหมว่า เห็ดหลินจือที่นี่ขายได้เท่าไหร่’
ความเงียบคือคำตอบ อันผิงไม่ว่าอะไร ลงจากเก้าอี้ไปดูสวนหลังบ้านดีกว่าว่าจะฝังหยกยังไง อันนี้สิจับต้องได้มากกว่าตอนเดินออกมาจากตัวบ้าน เสียงประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้น มีคนมาเคาะเรียกอันผิงจึงเดินไปนั่งที่แคร่เพื่อรอดูว่าใครมาหา
ไม่นานท่านแม่ก็เดินมาเปิดประตูหน้าบ้านมีหญิงชาวบ้านคนหนึ่งเดินตามท่านแม่เข้ามา อันผิงไม่คุ้นหน้าอาจเพราะเธอไม่สบายมานาน เลยไม่ได้ออกไปข้างนอกนานแล้ว นอกจากครอบครัวโจว ท่านแม่และอันหยางเธอดูจะจำหน้าใครไม่ได้เลย ส่วนบิดาจำได้ลางๆ
เมื่อท่านแม่เปิดประตู หญิงผู้นั้นก็เอ่ยด้วยใบหน้าระทมทุกข์
“ข้ารู้ว่าไม่ควรมารบกวนเ้า สะใภ้อัน แต่ข้าไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว”พูดไม่ทันจบนางก็ร้องไห้ ท่านแม่จึงลูบหลังปลอบ
“มีเื่อะไร ค่อยๆพูด สะใภ้หลิว”
“ท่านพี่ ท่านพี่ข้าล้มป่วยมาหลายวันแล้วเงินทองที่มีก็ใช้ไปกับค่ายาไปหมดแล้ว พืชผักก็ขายไปหมดแล้ว ก็ยังไม่พอค่ายาเ้ามีให้ข้ายืมสัก 1 พวงไหม” สะใภ้หลิวพูดขึ้นมาจากนั้นก็ได้แต่ก้มหน้า น้ำตาไหล ดูแล้วน่าสงสารยิ่ง
ท่านแม่พยักหน้า พร้อมทั้งล้วงเงินอีแปะให้หนึ่งพวง
สะใภ้หลิวรีบรับไว้ กล่าวขอบคุณไม่หยุด ก่อนจะจากไปยังกล่าวว่า
“ข้ารู้ว่าเ้าเก็บเห็ดหลินจือได้ ข้ารู้มาจากป้าโจว ทำให้พอมีเงินถ้าพอมีเงินแล้วก็อย่าไปทำงานบ้านหวังเลย ข้าสังเกตหลายทีแล้วตาเฒ่าหวังแอบมองเ้าตาเป็มัน เมื่อวานตอนเ้าซื้อของกลับมา สะใภ้กงนินทาว่าเป็ตาเฒ่าหวังให้มา ดีว่าป้าโจวบอกความจริง”
“ข้าคงไม่ไปทำงานบ้านนั้นแล้ว ถ้าผักงวดนี้ได้ที่แล้วลงมือปลูกอีกรอบ ก็น่าจะพอมีเงินใช้หน้าหนาวได้แล้ว ถ้าเ้าจะลงผักก็มาบอกข้านะ ข้าจะไปช่วย”
สะใภ้หลิว พยักหน้ารับ
“ข้าไปก่อนนะ จะพาท่านพี่ไปหาหมอในเมืองเลย”
ท่านแม่พยักหน้ารับและเดินไปส่งสะใภ้หลิวที่หน้าประตูบ้านขณะที่อันผิงตั้งใจฟังหูผึ่ง ข่าวท่านแม่มีเงินนี่ไปไว้เหลือเกินแต่อย่างว่าซื้อของมามากขนาดนี้ ชาวบ้านก็ย่อมสงสัยช่างไม่เหมือนยุคปัจจุบันอย่างยิ่ง บ้านใครบ้านมัน
ในใจอันผิงพลันฉุกใจคิดว่า ไม่ดีแน่ ต่อให้มีเงิน แต่บ้านเธอมีแค่ท่านแม่ที่เป็ผู้หญิงกับเด็กเล็กสองคนถึงจะอุ่นใจเพราะมีลุงโจว แต่ก็แค่ผู้ชายคนเดียว ป้าคนเมื่อกี้ก็สามีป่วยฟังจากคำเตือนเมื่อกี้ เฒ่าหวังนั่นต้องไม่ใช่คนดีแน่ เฒ่าหวังคนนั้นจ้างคนไปทำงานบ้านน่าจะมีฐานะ ถ้าพวกมันพาพวกมาล่ะ นิยายบางเื่ ตัวเอกโดนเอารัดเอาเปรียบอย่างไรก็มักโดนอยู่อย่างนั้นเธออ่านทีรู้สึกปวดใจกับตรรกะความเห็นแก่ตัว แบบหน้าด้านๆ ของคนพวกนั้นถึงแม้ตื่นฟื้นขึ้นมาจะไม่มีญาติมาคอยข่มเหง รังแกแต่ก็ไม่แน่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอตอนนี้
ดูอย่างตอนนี้ สะใภ้หลิวพอรู้ว่าท่านแม่มีเงิน ก็บากหน้ามายืมทันทีส่วนท่านแม่คงเพราะเข้าใจถึงความลำบากของคนป่วยไข้ จึงไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือแล้วถ้าคนอื่นมาอีกล่ะ มาขอหยิบยืมเพราะทุกข์จริง กับทุกข์ไม่จริง ยังพอรับมือได้แต่ถ้าคิดร้ายขึ้นมาล่ะ
ไม่ได้การล่ะ สงสัยต้องเปลี่ยนพรจากขอหยก เป็ความปลอดภัยเสียแล้วในหัวจึงคิดขึ้นมาทันทีว่า
‘ข้าขอไอเท็ม ใครก็ตามที่คิดร้ายต่อ ท่านแม่ข้า อันหลานท่านพ่ออันหาน พี่ชายข้า อันหยาง และตัวข้าอันผิง ขอให้ผู้นั้นยังไม่ทันได้ลงมืดก็ให้เป็ลมหมดสติไปหนึ่งชั่วยาม(2ชั่วโมง) หากฟื้นขึ้นยังจะกระทำอีกก็เป็ลมหมดสติไปหนึ่งชั่วยามอีกครั้ง วนไปอย่างนั้น’
เมื่อกล่าวคำขอในใจเสร็จ ในหัวก็ปรากฏแสงสว่างสีขาววาบเข้ามาถือว่าการขอพรสัมฤทธิ์ผลแล้ว ถึงจะขอพรไปแล้ว เธอก็กลัวมันจะไม่ครอบคลุมตามที่ขอ
ก็นะ ถ้าเป็พวกลูกน้องอีก ที่รับคำสั่งมา แต่ใจคิดทำร้ายก็น่าจะเข้าเงื่อนไขใช่ไหม อันนี้ถามระบบได้ไหม
‘ได้ขอรับ’
อันผิงได้ฟังก็โล่งใจ แต่เอ๊ะเดี๋ยวนะ ถ้าเป็พวกโรคจิตที่ไร้ความรู้สึกพวกนักฆ่าที่จิตใจแข็งแกร่งล่ะ พวกนี้ไม่ได้คิดร้ายต่อตัวเหยื่อ แต่รับคำสั่งมาอีกทีล่ะ อันนี้จะเข้าเงื่อนไขไหม ระบบถ้าได้ยินตอบด้วย
‘ได้ขอรับ’
อันผิงถอนหายใจ อย่างที่เด็กห้าขวบไม่ควรทำ พลางกล่าวขอบคุณระบบในใจมารู้ตัวอีกทีท่านแม่ก็มายืนอยู่ใกล้ตัวเธอแล้ว สีหน้าท่านแม่แสดงความห่วงใยออกมา อาจเพราะวิตกกับคำขอที่กลัวไม่ครอบคลุมจึงทำให้อันผิงอาจจะหลุดสีหน้าวิตกกังวลออกมา ซึ่งเด็กเล็กอย่างเธอไม่ควรจะมี
“ผิงเอ๋อร์ของแม่ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า” พร้อมทั้งใช้มืออังหน้าผากคนเป็ลูก“ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา”
อันผิงจึงส่ายหน้า พลางตอบออกไป “ข้าจะไปช่วยท่านแม่รดน้ำผักเ้าค่ะ”
ท่านแม่ยิ้มรับ พร้อมจูงมืออันผิงไปยังหลังบ้านแต่ท่านแม่ไม่ได้ให้ช่วยรดน้ำ เพราะท่านแม่ทำเสร็จแล้ว ตอนนี้กำลังสำรวจวัชพืชและดึงออกจากแปลงผัก อันผิงจึงได้นั่งดูอยู่ที่แคร่ใต้ต้นหูกวางต้นใหญ่เธอมองดูพืชผักที่ดูไม่อวบอิ่มเหมือนที่ควรจะเป็ อย่างในโลกปัจจุบันที่เธอจากมา
การดูแลผักของยุคสมัยโบราณตอนนี้ น่าจะแค่พรวนดิน และปลูก รดน้ำและกำจัดวัชพืชแค่นั้น น่าจะยังไม่รู้วิธีใส่ปุ๋ยอย่างเช่นปุ๋ยคอกที่เป็มูลจากสัตว์เป็แน่
อันผิงมองไปที่เล้าไก่เล็กๆ นั่นที่ดูแล้วน่าจะเลี้ยงไก่ได้สี่ห้าตัว มูลของมันคงไม่พอจะเอามาทำเป็ปุ๋ย ว่าแล้วเธอก็ลงจากแคร่ เดินไปสำรวจตรงเล้าไก่ที่ว่างเปล่านั้นมันคงจะกลายเป็ิญญาอยู่ในท้องเธอตอนป่วย หรือไม่ก็คงถูกนำไปขายแล้วและเหตุผลก็คงเพื่ออันผิงคนเก่า
ที่เล้าไก่ ไม่ได้มีขี้ไก่เหลือแล้ว อันผิงคาดว่ามันคงโดนฝนซะล้างไปหมดดูจากหยากไย่ที่เยอะ ไก่น่าจะไม่อยู่นานแล้ว
“พรุ่งนี้แม่จะไปหาลูกไก่มาให้ผิงเอ๋อเลี้ยงนะจ๊ะ” เป็ท่านแม่ะโมา คงเห็นว่าเดินสำรวจตรงเล้าไก่
“ดีเ้าค่ะ” อันผิงตอบท่านแม่ระหว่างเดินกลับก็มองดูผักที่ท่านแม่ปลูก ผักกาดขาว คะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้งดูเหมือนพวกมันจะหุ่นดีเสียเหลือเกิน มองดูดินแล้วเหมือนจะขาดการบำรุง
จากที่ท่านแม่พูดกับสะใภ้หลิว คือจะขายผักพวกนี้ซึ่งดูแล้วก็น่าจะโตได้ระดับหนึ่ง ไม่กี่วันน่าจะเก็บได้และหันกลับไปมองใต้ต้นหูกวาง สงสัยว่า ภารกิจหยกคงต้องพักไปอีกวันพรุ่งนี้คงต้องขอเื่ที่เร่งด่วนตรงหน้าก่อนให้พื้นดินเหล่ามีสารอาหารไปบำรุงผัก เมื่อผักมันงามไม่แน่ว่าอาจขายได้ราคาดีก็เป็ไปได้ พอขายได้ท่านแม่ก็จะลงผักต่อเพื่อให้โตทันก่อนหน้าหนาว
น่าจะเป็เวลาเที่ยง อาจเพราะความเคยชินจากโลกเก่าก็เลยทำให้อันผิงหิว ซึ่งตอนนี้เธอมานั่งมองท่านแม่ปักผ้าแล้วดูจากขนาดน่าจะเป็ผ้าเช็ดหน้า ไม่รู้ว่าผืนหนึ่งได้เงินเท่าไหร่แต่จากที่อ่านมาในนิยาย อาจได้ผืนละ สี่หรือห้าอีแปะ ดูจากเนื้อผ้าแล้วไม่น่าจะใช่ของดีมาก น่าจะขายให้กับคนครอบครัวฐานะปานกลางมากกว่า
“ท่านแม่ ข้าหิวเ้าค่ะ” เมื่อหิวก็ต้องบอกเธอยังต้องบำรุงอีกเยอะ
ท่านแม่ละงานในมือ พาอันผิงไปที่ห้องโถง อันผิงไปนั่งรอที่เก้าอี้ไม่นานท่านแม่ก็ตักน้ำแกงไก่พร้อมเนื้อไก่ส่วนอกออกมาให้
“ทำไมท่านแม่ไม่กินเ้าคะ”
“กินเถอะจ๊ะ ผู้ใหญ่จะกินแค่เช้ากับตอนเย็น”
“ท่านแม่กินด้วยกันนะเ้าคะ” อันผิงทำหน้าอ้อนๆไปด้วย ดูจากหน้าตาท่านแม่ ที่ตาเฒ่าหวัง หวังจะเคลม เธอว่าหน้าตาลูกอย่างเธอก็น่าจะน่ารักน่าชังดูอย่างอันหยางสิ ถึงจะดูผอมแห้ง มอมแมม แต่เวลาอาบน้ำอาบท่าก็เป็เด็กที่หน้าตาดีนะ
ยังไม่ทันที่ท่านแม่จะได้ตัดสินใจ อันหยางก็เดินเข้ามาในบ้านในสภาพคอตก ไม่บอกก็ต้องรู้ว่า ต้องตกปลาไม่ได้เป็แน่
“พี่ใหญ่ กินน้ำแกงไก่เ้าค่ะ” อันผิงร้องเรียกพี่ชายมาร่วมวงอีกคน
ท่านแม่เหมือนตัดสินใจได้ ขณะที่อันหยางเดินมาร่วมโต๊ะท่านแม่ก็หายไปในครัว กลับออกมาที พร้อมน้ำแกง 2 ถ้วยเมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
“หยางเอ๋อร์ ปลาตกไม่ได้ก็ไม่เป็ไรหรอกจ๊ะ เรามีน้ำแกงไก่แล้วเมื่อวานแม่ไปได้เห็ดหลินจือบนูเา ต่อไปนี้ครอบครัวเราก็มีเงินแล้วนะ” ท่านแม่พูดปลอบใจอันหยาง
“แต่เมื่อวันวานก่อนข้าได้ตั้งหลายตัว”
“ถ้าปลาตกได้เยอะทุกวัน ชาวบ้าน หรือลุงโจวคงจะไปตกกันทุกวันแล้วใช่ไหม”
ด้วยเหตุผลของท่านแม่ อันหยางพยักหน้ารับเพราะมันก็จริงอย่างที่ท่านแม่บอก เขาเห็นคนในหมู่บ้านไปตกปลาก็เฉพาะเวลาทำงานเสร็จ อาจมีคนหนึ่งดวงดี แต่อย่างมากก็ได้มาแค่ 2 ตัวเท่านั้น
อันผิงเข้าใจในความหดหู่ของคนเป็พี่ แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร จึงแสร้งตักน้ำแกงไก่ในถ้วยตัวเอง พยายามยื่นไปที่ถ้วยพี่ชายแต่ด้วยแขนสั้น จึงยื่นไปไม่ถึง
อันหยางเห็น เขาจึงยิ้ม
“น้องสาวกินเถอะ พี่ใหญ่จะกินของตัวเอง” ว่าแล้วเขาก็ตักน้ำแกงเข้าปากตัวเอง
ท่านแม่เห็นดังนั้นก็ตักน้ำแกงตามไปด้วยอีกคน อันผิงกินไปยิ้มไปเธอจะต้องหาทางให้ทั้งพี่ชายและท่านแม่ กินมื้อกลางวันไปด้วยกันแบบนี้บ่อยๆ