ปริศนาดาววิมุตติ เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด

    เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด 1.3. แก็งค์เพื่อน

            แฮ็มกะแป็งพยักหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะกล่าวถามไปว่า “แล้วผมมีจุดแข็งจุดอ่อนอะไรต้องพัฒนาและแก้ไขบ้างไหมครับอาจารย์?”



            “เธอหรือ?” อาจารย์คิดสักครู่ก่อนตอบ “เธอเป็๞เด็กดีนะ เป็๞คนหนึ่งที่รู้จักคิด รักความก้าวหน้า เอาใจใส่คนรอบข้าง มีความรับผิดชอบสูง เป็๞ผู้นำที่ดี น่าจะเป็๞นักเรียนชายที่เรียนเก่งที่สุดในชั้นเรียนแล้วมั้ง”

    อาจารย์วิชชาตอบตรงไปตรงมา เพราะถ้าเทียบกับนักเรียนทั้งชั้นเรียน นักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดคือนักเรียนหญิงที่ชื่อ “หวัน” หรือ “วรรณอำไพ”



            แฮ็มกะแป็งยิ้มหน้าแดงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเขินเพราะอาจารย์ชมหรือเขินเพราะพูดถึงนักเรียนหญิงดีเด่นคนนั้น

    “ถ้าเทียบกับหวันแล้ว ผมไม่เก่งเลยครับ ผมห่างไกลหวันเยอะเลย”



            “หวันน่ะ ยกให้เขาไปคนนึงเถอะ” อาจารย์กล่าวยิ้ม ๆ กล้าที่จะบอกแฮ็มกะแป็งตรง ๆ “หวันหัวไว เก่งทุกเ๹ื่๪๫ แถมฉลาดหลักแหลม สอนทีเดียวก็เข้าใจเลย แถมรักเรียนอีกต่างหาก”



            ได้ยินอาจารย์วิชชาพูดแล้ว แฮ็มกะแป็งก็ยิ้มแห้ง ๆ


            “นั่นน่ะสิครับ หวันเขาอ่านรอบเดียวก็เข้าใจ แต่ผมต้องอ่านห้ารอบถึงจะเข้าหัว แล้วถ้าวิชาไหน หวันต้องอ่านสองรอบ ผมก็ต้องอ่านสิบรอบ”



            “เอ้า อ่านสิบรอบก็ยิ่งจำแม่นไม่ใช่หรือ?” อาจารย์ทั้งหยอกและปลอบใจ ยอมรับว่าแฮ็มกะแป็งต้องอาศัยความขยันหมั่นเพียรเป็๞สองเท่าถึงจะเก่งได้เท่าหวันหรือ “วรรณอำไพ” คนเก่งของโรงเรียน



            อาจารย์วิชชานึกนิยมชื่นชมแฮ็มกะแป็งที่สุดก็คือ การที่แฮ็มกะแป็งเป็๲เด็กเข้าใจโลก คิดเป็๲ มีทัศนะคติในทางบวก ไม่เคยคิดน้อยใจหรืออิจฉาผู้อื่น เขายอมรับความจริง และพยายามจะทำดีให้มากที่สุด เมื่อเรียนรู้ข้อด้อยของตน เขาก็พยายามแก้ไข



            แฮ็มกะแป็งเข้าใจความหมายอาจารย์ดี เขาไม่เคยนึกน้อยใจที่ไม่หัวไวเท่าหวัน และไม่เคยท้อใจที่จะพยายามต่อไป แต่ที่แน่ ๆ คือ เขาจะชื่นชมหวันมากขึ้นทุกที จากชื่นชมจนกลายเป็๞ชื่นชอบอย่างไม่รู้ตัว



            “บ้านนี้เก่งกันทั้งบ้านเลยนะ” อาจารย์วิชชาพูดต่อ “คุณแม่ของหวันกับคุณพ่อของบุ๋นเป็๲พี่น้องกันใช่ไหม บ้านหวันก็ด๊อกเตอร์กันทั้งพ่อทั้งแม่ บ้านบุ๋นก็เป็๲หมอและเภสัชกันทั้งบ้าน”



            ยิ่งอาจารย์พูดถึงหวันมากเท่าไร แฮ็มกะแป็งก็จะหน้าแดงมากขึ้นเท่านั้น จึงรีบเฉไฉเปลี่ยนเ๹ื่๪๫ถาม ก่อนอาจารย์จะจับได้

    “อาจารย์ครับ แล้วข้อด้อยที่ผมต้องแก้ไขมีอะไรอีกไหมครับ”



            “อืม อันที่จริงมีข้อหนึ่ง แต่ครูว่ามันไม่ใช่ข้อด้อย แต่เป็๞ข้อที่ดีเกินไปของเธอ”



            “อะไรครับ?” แฮ็มกะแป็งถามด้วยความอยากรู้



            “เพราะเธอมีความรับผิดชอบสูง ห่วงใยผู้อื่น โดยเฉพาะคนใกล้ตัว กลัวทำอะไรแล้วมีผลกระทบต่อเขา เลยดูเหมือนเด็กคิดมาก ชอบวิตกเกินเหตุ”



            “อ้อครับ ผมจะระวังแก้ไข”



            “ก็แค่ไม่ต้องคิดมากเกินไป เราทำดีที่สุดแล้วก็ไม่ต้องกังวล” อาจารย์เดินไปที่ประตู “เราลงไปตึกกิจกรรมกันเลยไหม เดี๋ยวเพื่อนๆ เธอคอยแย่ ขอครูแวะเข้าไปหาหวันในห้องสมุดสักครู่นะ บ่ายนี้ครูมีนัดกับผู้ปกครองของกระปุก เดี๋ยวบอกหวันให้ตามกระปุก ครูว่าจะออกไปตอนบ่ายสามโมง”


            อาจารย์วิชชาพูดถึง “กระปุก” หรือ “รสสุคนธ์” เพื่อนนักเรียนหญิงที่สนิทของหวัน



            “ผมไปตามหวันให้นะครับ” แฮ็มกะแป็งรีบบอก



            “ไม่เป็๞ไรหรอก เดี๋ยวครูจะไปบอกเองที่ห้องสมุดติดกันตรงนี้เอง เสร็จแล้วจะเข้าพบท่านผอ. เ๹ื่๪๫การประชุมอาจารย์วันพรุ่งนี้” อาจารย์วิชชาลุกขึ้นจากเก้าอี้ พูดพลางเก็บหนังสือพลาง



            “พรุ่งนี้วันเสาร์ อาจารย์มีประชุมกันหรือครับ” แฮ็มกะแป็งทักขึ้น



            “อืม พอดีมีเ๹ื่๪๫ด่วนที่ต้องท่าน ผอ. ต้องแจ้งและขออนุมัติจากคณะอาจารย์ เลยต้องขอประชุมวิสามัญเฉพาะกิจ นาน ๆ ทีน่ะ เพราะท่านผอ. ท่านก็เกรงใจไม่ค่อยอยากรบกวนพวกอาจารย์อยู่แล้ว แต่พอดีมีอาจารย์ติดธุระในวันทำการหลายท่านก็เลยจำเป็๞นัดกันวันพรุ่งนี้ สำหรับครูไม่มีปัญหาอะไร เพราะประจำที่โรงเรียนอยู่แล้ว”



            “แล้วพรุ่งนี้ผมกับเพื่อน ๆ มาโรงเรียนด้วยได้ไหมครับ ผมมีงานบางอย่างที่ห้องกิจกรรมอยากทำให้เสร็จก่อนวันจันทร์”



            “มาสิ พรุ่งนี้เ๯้าหน้าที่ภารโรงต้องเปิดประตูให้อยู่แล้ว อาจารย์บางท่านก็เอาลูกมาวิ่งเล่นเหมือนกัน” อาจารย์วิชชาอนุญาต



            แฮ็มกะแป็งพยักหน้ารับทราบ รู้สึกชื่นชมความกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วในการบริหารงานของอาจารย์ อาจารย์วิชชาดูเหมือนนักบริหารธุรกิจที่มีความคล่องตัว ทันสมัย รับรู้ข่าวสารใหม่ ๆ ตลอดเวลา กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ที่แฮ็มกะแป็งชื่นชมอาจารย์วิชชาที่สุดคือความทุ่มเทในการทำงานเพื่อนักเรียน