ยามเย็นคลี่ตัวลงอย่างเชื่องช้าเหนือหมู่บ้านเล็กๆชื่อ “สะพานลม” หมู่บ้านที่เงียบสงบแต่กลับ
เต็มไปด้วยเื่เล่าประหลาดมากมายเกี่ยวกับูเาทางทิศเหนือ—ูเาที่คนแก่ในหมู่บ้านเตือนว่า
“อย่าเข้าไปผืนป่านั้น ถ้าไม่อยากได้ของที่ไม่ควรได้กลับมา”
แต่สำหรับทิวาเด็กชายวัยสิบสองที่มีดวงตาเป็ประกายแห่งความอยากรู้อยากเห็น คำเตือน
เ่าั้ไม่มีผลมากนักเขาเติบโตมาพร้อมความรักในสิ่งประดิษฐ์ั้แ่จำความได้ เหล็ก เฟือง
สกรูและท่อโลหะคือของเล่นสำหรับเขา ทุกครั้งที่เขาพบเศษชิ้นส่วนแปลกๆ จากูเา เขา
มักจะเก็บกลับมาโดยไม่ลังเล
วันนี้ก็เช่นกัน
ใต้ถุนบ้านไม้หลังเก่าเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆสายลมอ่อนๆ พัดผ่านช่องหน้าต่าง
พาแสงพระอาทิตย์สีทองส้มเข้ามาทาบบนพื้นไม้ทิวานั่งขัดสมาธิอยู่กลางกองเครื่องมือ ข้างๆ
เขามีชิ้นส่วนโลหะแปลกประหลาดชิ้นหนึ่งที่เขาเพิ่งเก็บจากป่าทางเหนือโลหะที่ไม่ขึ้นสนิมแม้
จะฝังอยู่ในดินลึกก็ตาม
ข้างเขามะขาม สุนัขสีน้ำตาลขนฟู นอนคว่ำอย่างงงๆ พลางดมชิ้นโลหะราวกับมันส่งกลิ่น
ประหลาด
บนคานเหนือศีรษะส้มจี๊ด แมวสีส้มตาเฉี่ยว นอนเหยียดตัวอย่างไม่แยแสต่อโลกรอบตัว
“ทิวา! ระวังของมีคมด้วยนะลูก!”
เสียงแม่ะโจากหลังบ้าน
“คร้าบบบบ ผมรู้แล้ว!”
ทิวาตอบแต่สายตายังคงจับจ้องชิ้นส่วนโลหะตรงหน้าอย่างไม่วางมือ
ชิ้นโลหะนั้นมีลวดลายที่คล้ายเส้นทางน้ำหมึกสลักบนผิวสลับกับช่องเล็กๆ ที่เหมือนระบบ
เฟืองขนาดจิ๋วทิวาใช้แว่นส่องแบบขยายตรวจสอบ ก่อนพึมพำกับตัวเอง
“มันไม่เหมือนเครื่องจักรของโลกเราเลยเฟืองมันเข้ากันแบบไม่มีรอยต่อด้วย”
เขาใช้คีมเล็กๆบิดสกรูหนึ่งจุด
แกร๊ก
ชิ้นส่วนที่เหมือนแผ่นครอบค่อยๆเลื่อนออกเองอย่างนุ่มนวล
ทิวาหยุดหายใจไปหนึ่งวินาที
ส้มจี๊ดลืมตาขึ้น
มะขามชันหูทันที
ดวงไฟสีฟ้าอ่อนๆสว่างออกจากแกนกลางเครื่องกลนั้น
เป็แสงที่ทั้งอบอุ่นทั้งแปลกประหลาด เหมือนแสงที่มีจังหวะราวกับลมหายใจ
แล้วเสียงสั่นต่ำก็เกิดขึ้นใต้พื้นดิน
วื้งงงง
บ้านทั้งหลังสั่นไหวเบาๆ
ฝุ่นปลิวใต้พื้น
ใบมีดและคีมบนโต๊ะสั่นคลอน
ทิวาเงยหน้าขึ้น
“เอ…?”
วูบ!
เสาตรงมุมใต้ถุนพลันเรืองแสงขึ้นพร้อมกันเป็เส้นสีเงิน
แสงทั้งหมดมารวมกันณ จุดที่ทิวานั่งอยู่
ก่อรูปเป็วงกลมคล้ายประตูแสงขนาดใหญ่
เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้นจากในแสงไม่ใช่เสียงเดียวแต่เหมือนเสียงจำนวนมากซ้อนทับเป็
เสียงเดียว
“ผู้พิทักษ์ จงกลับมา”
ทิวาเบิกตากว้าง
“ม-มะขามเธอได้ยินไหม?”
“โฮ่ง!! โฮ่งโฮ่ง!” (เสียงที่ฟังเหมือน “ได้ยินซิ!”)
ส้มจี๊ดขดตัวขนฟูฟ่อง
“เฮ้ยนั่นมันเส้นพลังงานโบราณนี่นา!”
ทิวาตั้งสติไม่ทัน
แสงสีฟ้าพุ่งออกมาราวกับมีมือหลายสิบข้างคว้าตัวพวกเขาไว้
“อ๊าเดี๋ยว! ยังไม่ได้” ทิวา
เท่านั้นเอง
พื้นดินหายไป
เสียงหาย
บ้านหาย
โลกทั้งใบสลายเป็เส้นแสง
เด็กชายและเพื่อนทั้งสองถูกกลืนลงในประตูปริศนานั้น